เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 51 จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย

    ​ณโรงเรียนเวชจุฬาลักษณ์

    เวลา18:03 น.

            ​

            แสงแดดสีทองอ่อนๆค่อยๆจางหายไปพร้อมกับสายลมยามค่ำพัดหอบเอาความเงียบสงัดที่สุดแสนจะวังเวงมาแทนที่หลังจากที่ความมืดค่อยๆคืบคลานเข้ามา ก็ยังพอมีแสงไฟนีออนจากใต้อาคารเรียนแต่ละหลังที่คอยส่องสว่าง

            ​

            ​ เมื่อรถตู้คันสีขาวคันเดิมเคลื่อนตัวมาจอดที่บริเวณทางออกโรงเรียนเสียงล้อรถบดไปกับพื้นถนนดังขึ้น เอี๊ยด... เบาๆ ก่อนที่คนขับรถส่วนตัวในชุดสูทสุภาพรีบก้าวเท้าลงมาจากฝั่งคนขับอย่างกุลีกุจอเพื่อเปิดประตูบานเลื่อนต้อนรับ

             

            ​ธันวาก้าวขาขึ้นไปบนรถทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหลังเนื้อนุ่มด้วยท่าทางเหนื่อยล้าบานประตูเลื่อนปิดลงพร้อมกับความเงียบและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตัดขาดเขาออกจากโลกภายนอกชายหนุ่มยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง

             

            นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกติดฟิล์มทึบอย่างไร้จุดหมายในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับความอัดอั้นและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังตีกันยุ่งเหยิง

             

            ​ทว่า...ในจังหวะที่รถตู้คันหรูเริ่มเคลื่อนตัวผ่านหน้าอาคารเรียนหลักไปอย่างช้าๆ สายตาของประธานนักเรียนหนุ่มก็พลันสะดุดกึกเข้ากับร่างของนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้อาคารที่ไร้ผู้คน

             

            หัวใจของธันวากระตุกวูบ เขารีบหันขวับไปมองตามเงาร่างนั้นไปในทันทีคิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย เพราะมันเลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว และไม่ควรมีนักเรียนคนไหนอยู่ในโรงเรียน

             

            ​แม้ความสงสัยจะตีตื้นขึ้นมาจนเต็มอกและสัญชาตญาณความระแวดระวังจะสั่งให้เขาลงไปดู แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันทำให้ธันวาเลือกที่จะนิ่งเฉย เขาไม่ได้สั่งให้คนขับรถหยุดรถแต่อย่างใด และปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ของตนเองเอนพิงพนักเบาะอย่างอ่อนแรง

             

            ​หลังจากนั้น รถตู้ก็ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านพ้นเขตโรงเรียนไปท่ามกลางความมืดทิ้งเบาะแสปริศนาของเด็กสาวผมสั้นคนนั้นไว้เบื้องหลัง

             

            ทว่าบรรยากาศภายใต้อาคารเรียนหลังใหญ่ในโรงเรียนแห่งนี้แสงไฟสลัวรางๆกระทบลงบนร่างของแนนโน๊ะนักเรียนหญิงผมสั้นในชุดนักเรียนคนนั้นทำให้เกิดเงายาวไปตามโถงทางเดินที่เงียบเชียบ

             

            เธอก้าวเดินเอื่อยๆอยู่ด้านหน้าอาคารด้วยความเร็วปกติอันเป็นเอกลักษณ์สองมือเรียวไขว้ประสานไว้ด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ใบหน้าสวยเรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับฉายแววสนุกสนานราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเอง

             

            ​ทว่า...เมื่อร่างของเธอเคลื่อนมาถึงทางแยกโถงกลาง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงถนัดตา เมื่อเห็นว่ายูริและจุนโกะเดินเลี้ยวเคียงคู่กันออกมาจากมุมตึกทั้งสองคนมีสีหน้ารื่นเริงดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ราวกับเพิ่งเสร็จสิ้นจากการวางแผนบางอย่าง

             

            จุนโกะก้าวเท้าผ่านหน้าแนนโน๊ะไปอย่างเชื่องช้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยไม่คิดแม้แต่จะเหลือบสายตามามองหน้าเจ้าของสายเลือดของผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ของเธอเลยสักนิดผิดกับยูริ... เด็กสาวผูกโบว์สีแดงที่หยุดยืนอยู่ต่อหน้าแนนโน๊ะริมฝีปากบางเหยียดยิ้มหยันด้วยความมั่นอกมั่นใจส่งสายตาท้าทายและอวดดีไปให้อย่างเปิดเผย

             

            ​ทว่า.. แนนโน๊ะหยุดนิ่งเธอค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดอก พลางส่ายตัวไปมาเล็กน้อย เหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับคนตรงหน้ามากมายนักก่อนจะถามขึ้นทำลายความเงียบ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าจงใจลากเสียงยาวอย่างนึกเบื่อหน่าย

             

            ​“เฮ้อ...ครั้งนี้ดูเหมือนยูริจะมีแผนการอะไรอีกล่ะคะ”

             

            ​ยูริหลุดหัวเราะหึเบาๆในลำคออย่างผู้เหนือกว่าเธอขยับก้าวเข้าหาพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแนนโน๊ะ

             

            “หึ... แนนโน๊ะก็รอดูเอาเองสิเหมือนที่เธอกำลังเฝ้ารอดูริวไง... บอกเลยนะว่าครั้งนี้ มันต้องสนุกมากแน่”

             

            ​แนนโน๊ะหรี่ดวงตาคู่คมลงเล็กน้อยนิ้วเรียวสวยยกขึ้นมาม้วนปอยผมสั้นประบ่าของตัวเองเล่นอย่างใจเย็นมุมปากขยับยิ้มบางเบาที่ชวนให้คนมองรู้สึกขนลุก

             

            ​“อืม... เหรอคะแนนโน๊ะก็หวังว่ารอบนี้... ยูริจะมีเหตุผลดีๆมารองรับการกระทำของตัวเองด้วยนะคะ”

             

            แนนโน๊ะขยับมาประชิดตัวร่างของยูริ จากนั้นเธอโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดข้างใบหูด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบที่กรีดลึกไปถึงกระดูก

             

            “...เหมือนกับที่ริวเคยพูดเอาไว้”

             

            ​สิ้นคำพูดแผ่วเบานั้นราวกับสวิตช์ความมั่นใจของยูริถูกสับกะทันหันรอยยิ้มหยันสะใจบนใบหน้าของเด็กสาวโบว์แดงหายวับไปในพริบตาดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนเดือดดาลก้อนเนื้อในอกบีบรัดด้วยความทรงจำเก่าๆที่ถูกอีกฝ่ายจี้ใจดำเข้าอย่างจัง

             

            ​แนนโน๊ะแค่นยิ้มสะใจเยือกเย็นก่อนจะก้าวขาเดินผ่านร่างของยูริไปอย่างเนิบนาบโดยไม่คิดจะหันกลับมาเหลียวแลหรือมองซ้ำสองทิ้งให้เด็กสาวโบว์แดงยืนนิ่งขึงเป็นหินอยู่ตรงกลางทางแยกโถงอาคารเพียงลำพังใบหน้าที่มันใจพลันบูดบึ้งในชั่วพริบตา และมันเต็มไปด้วยรังสีความไม่พอใจที่กักเก็บไว้จนแทบระเบิด!

             

    ณคฤหาสน์จุฬาลักษณ์

             

            ​รถตู้หรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่บริเวณหน้ามุขของคฤหาสน์ทรงยุโรปอันใหญ่โตธันวาก้าวลงมาจากรถด้วยฝีเท้าหนักอึ้งบรรยากาศภายในบ้านตระกูลใหญ่ยามค่ำคืนคละคลุ้งไปด้วยความเงียบที่ชวนอึดอัด

             

            ทว่ายังไม่ทันที่ประธานหนุ่มจะได้ก้าวเท้าพ้นโถงรับรองเสียงทรงอำนาจอันแหบพร่าทว่าดุดันของชายชราก็ดังสนั่นแหวกความเงียบขึ้นมาทันที

             

            ​“นี่แกไปไหนมา!ทำไมป่านนี้ถึงเพิ่งกลับฮะ!”

             

            ​เสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนผู้เป็นปู่แท้ๆของธันวาที่กำลังยืนมือเท้าเอวอยู่ตรงกลางโถงกว้างนัยน์ตาจ้องมองมายังหลานชายคนเดียวด้วยความหงุดหงิดเกรี้ยวกราด เขาไม่พอใจอย่างมากที่ธันวาหายตัวไปหลายชั่วโมงหลังเลิกเรียนโดยไม่บอกกล่าวหรือบอกให้เขารับรู้

             

            ​ธันวาชะงักฝีเท้ามายืนตัวตรงสองมือที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงนักเรียนกำเข้าหากันแน่นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเรียบเฉยทว่าแข็งกร้าว ลึกๆในใจของธันวานั้นรู้ดี...เขารู้ดีว่าเขากับริวเพิ่งจะแอบไปทำอะไรมาในห้องทะเบียน

             

            ​แต่เพื่อไม่ให้ปู่สงสัยหรือเพ่งเล็งไปที่ริวเขาจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่พูดถึงชื่อของรุ่นน้องตัวเล็กออกไปแม้แต่คำเดียวชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะแย้งกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แข็งกระด้าง

             

            ​“ผมจะไปไหนมาไหน...มันก็เรื่องของผมครับ ไม่จำเป็นต้องรายงานปู่ทุกเรื่อง”ธันวาสบตาชายชราอย่างไม่เกรงกลัว “นี่มันชีวิตของผม”

             

            ​“กวนประสาท!แกคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนถึงกล้าพูดจาแบบนี้กับฉัน!”

             

            ผู้เป็นปู่แผดเสียงตวาดอย่างโทสะตบโต๊ะไม้ราคาแพงข้างกายจนเกิดเสียงดังสะเทือน ปั้ง! ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

             

            “นับวันแกยิ่งทำตัวติดเล่น... เอาแต่สนุกไปวันๆไม่รู้จักความรับผิดชอบ เหมือนไม่มีใครคอยสั่งสอน!”

             

            “นิสัยแบบนี้ คงได้มาจากไอ้พ่อไร้ประโยชน์ของแกนั่นแหละ!เก่งแต่สร้างเรื่อง พอมันมีลูกกับเมียมัน ลูกมันเลยโตมาแบบนี้!”

             

            ​คำด่าทอนั้นลามปามกัดเซาะไปถึงผู้เป็นพ่อของธันวาชายชราพ่นคำปรามาสใส่ร้ายลูกชายของตนเองที่อย่างไม่แยแสศักดิ์ศรี

             

            ​ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นนัยน์ตาคมสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดระคนเดือดดาล แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไม่เถียงกลับไปอีกแม้แต่คำเดียว... ไม่ใช่เพราะเขายอมแพ้หรือกลัวคนตรงหน้าแต่เพราะเขารักและให้เกียรติพ่อกับแม่มากเกินกว่าจะยอมให้ชื่อของคนที่เขารักที่สุดถูกพูดถึงจากปากของคนที่เขาเกลียดที่สุด

             

            ​เมื่อเห็นหลานชายเอาแต่เงียบขรึมและใช้สายตาเย็นชาจ้องมองกลับมาผู้เป็นปู่ก็ยิ่งหัวเสียอย่างหนัก เขายืนชี้หน้าธันวาด้วยความเกลียดชังก่อนจะหลุดประโยคใจดำอำมหิตออกมาอย่างข่มอารมณ์ไม่อยู่

             

            ​“ถ้าฉันรู้ว่าโตมาแล้วทำตัวเหลวไหลขนาดนี้...วันที่โรงละครเกิดไฟไหม้ ฉันไม่น่าลำบากช่วยแกออกมาเลย!”

             

            “น่าจะปล่อยให้แกถูกไฟเผาตายไปตั้งแต่ตอนนั้น...แล้วจ่ายปิดคดีรวดเดียวให้มันจบๆไปซะ!”

             

            ​​คำพูดทิ้งท้ายดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของธันวา...พูดจบปู่ของเขาก็สะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปทันทีพร้อมกับเสียงตึงตังของฝีเท้าหนักๆทิ้งให้ความเงียบอันวังเวงทอดตัวลงครอบคลุมโถงกว้างอีกครั้ง

             

            ​ธันวายืนนิ่งเป็นหินนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างด้วยความช็อกกับประโยคเมื่อครู่ที่ดังสะท้อนก้องในหัวของเขา

             

            ไฟไหม้โรงละคร... ปิดคดี!

             

            ​แม้ตอนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในวัยเด็กเขาจะจำความอะไรไม่ได้มากนักรู้เพียงแค่ว่าตัวเองรอดตายมาได้เพราะปู่เข้าไปช่วยไว้ได้ทัน แต่ เหตุการณ์ไฟไหม้ที่โรงละครและคำว่า ปิดคดี มันสะกิดใจเขาอย่างแรง

             

            ​ธันวารีบหมุนตัวและสาวเท้าก้าวขึ้นบันไดเวียนไปยังชั้นสองของคฤหาสน์เพื่อไปยังห้องนอนของตัวเอง

             

            ​แกร๊ก! เสียงลูกบิดประตูกระชากเปิดออกธันวาพุ่งพรวดเข้ามาในห้องโดยไม่แม้แต่จะเปิดไฟในห้องชายหนุ่มตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ข้างเตียงนิ้วเรียวกดเปิดสวิตช์คอมพิวเตอร์ส่วนตัวทันทีแสงสีฟ้าจากหน้าจอสว่างวาบขึ้นมากระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ

             

            ​แต๊ก! แต๊ก! แต๊ก! เสียงกดปุ่มคีย์บอร์ดดังรัวเร็วท่ามกลางความมืดในห้องนอนธันวาพิมพ์คีย์เวิร์ดค้นหาเหตุการณ์ไฟไหม้โรงละครในปีนั้นด้วยควรเป็นสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคมกริบกวาดไล่อ่านหน้าเว็บไซต์ข่าวเก่าๆที่ถูกโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตด้วยหัวใจที่เต้นระรัวๆ

             

            ​ในตอนนั้น เขาจำได้ว่าปู่ของเขาจัดงานรื่นเริงเพื่อบังหน้าการทำธุรกรรมทางการค้าอะไรสักอย่างแบบลับๆแล้วยื่นเงินธันวาพร้อมกับไล่ให้เขาไปรอที่อื่นก่อน

             

            ธันวาในวัยเด็กที่ไม่มีทางเลือกจึงได้ทำตามคำสั่งเขาได้ไปดูการแสดงมายากลรอ จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

             

            ขณะที่เขากำลังนึกถึงอดีต นิ้วที่กำลังเลื่อนเมาส์อยู่ก็ถึงกับชะงักกึกเมื่ออ่านพาดหัวข่าวหน้าโพสต์เมื่อหลายปีก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอก่อนจะไล่สายตาอ่านบทสรุปของเจ้าหน้าที่ตำรวจในบรรทัดล่างสุด

             

            ​เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนคดีเพลิงไหม้...ชี้สาเหตุเกิดจากการแสดงที่ผิดพลาดของนักมายากล...ส่งผลให้นักมายากลสองสามีภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

             

            ​ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง...ภาพความทรงจำเมื่อครั้งที่ริวมาช่วยงานที่บ้านคฤหาสน์หลังนี้และได้เล่นไพ่ด้วยกัน ภาพเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นซ้ำ

             

            น้ำเสียงราบเรียบของเด็กหนุ่มที่เคยพูดถึงครอบครัวของตัวเองให้เขาฟังเสียงนั้นดังก้องขึ้นมาซ้อนทับกับตัวอักษรบนหน้าจอแบบคำต่อคำ

             

            ​ผมเล่นมาตั้งแต่ยังเด็กเลยครับ

             

            ที่ผมเล่นเป็นเพราะว่า พ่อและแม่ของผมพวกท่านเป็นนักมายากล ตอนเด็กๆพวกท่านชอบเล่นมายากลไพ่ให้ผมดูและผมก็ชอบมันมากเลยครับ

             

            ​ลมหายใจของธันวาสะดุดกึก มือหนาๆที่จับเมาส์อยู่สั่นเทิ้มจนไม่อาจควบคุมได้จิ๊กซอว์ทุกชิ้นถูกต่อเข้าหากันครบทุกชิ้น

             

            ​เขาสรุปได้ว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ที่พรากชีวิตพ่อแม่ของริวไป...ในตอนนั้นธันวาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ปู่ก็มาช่วยเขาออกมาได้ทัน และได้จ่ายค่าเสียหายทุกอย่างในงานพร้อมกับสั่งปิดคดีให้กลายเป็นเพียงอุบัติเหตุจากไปแม้ในตอนนั้นธันวาจะไม่รู้เรื่องอะไร ทว่าตอนนี้… เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว

             

            ​ความจริงอันแสนเจ็บปวดกระแทกหน้าเขาอย่างจังชายหนุ่มทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรงสองมือยกขึ้นปิดหน้าตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความรู้สึกจุกอก

             

            จากการที่รู้ว่า คนที่สั่งทำลายชีวิตของครอบครัวริวคนที่พรากโลกทั้งใบไปจากรุ่นน้องที่น่าสงสารคนนั้น... คือสายเลือดของเขา และคนคนนั้นก็ยืนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันณ เวลานี้

             

            ​แม้จะอยากให้ปู่ตายใจจะขาด แต่สมองก็พลันฉุกคิดถึงผลกระทบที่ตามมา

             

            ​ถ้าให้ริวฆ่าปู่ตายในตอนนี้... สิ่งที่ตาแก่นั่นทำจะล่มทั้งหมด!

             

            และนั่นก็หมายความว่าพ่อกับแม่ของเขาที่อาศัยอยู่อังกฤษจะกลายเป็นเป้าหมายถูกคนฝั่งนั้นตามล่าและเก็บทิ้งทันทีข้อหาที่ไม่สามารถส่งของได้ทันเวลาตามสัญญา!

             

            ​ไม่ได้! ยังให้ตาแก่นั่นตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

             

            ​ธันวากำมือแน่น แววตาสับสนกระสับกระส่ายเมื่อครู่ก็เปลี่ยนกลับมาดุดันก่อนจะค่อยๆอ่อนลงในพริบตา

             

            แต่มันก็... ยังพอมีทางอยู่

             

            ​เมื่อคิดตกและลำดับความสำคัญได้แล้วธันวาจึงเลื่อนเมาส์ไปปิดหน้าเว็บไซต์ข่าวที่เขากำลังอ่านอยู่ทิ้งไป แล้วเลื่อนเมาส์ไปกดชัตดาวน์คอมพิวเตอร์ก่อนที่​ร่างสูงลุกขึ้นยืน

             

            เขาตัดสินใจเดินตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าพยายามสลัดความเครียดหนักอึ้งทิ้งไป เพื่อเตรียมร่างกายและพักผ่อนสมองให้พร้อม...สำหรับเช้าวันใหม่ที่ตั้งใจว่าจะไปเจอกับริวอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663