ตอนที่ 17 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (40)
เหอหรงอาศัยแผนที่จาก 2333 หาถ้ำพักแรมก่อนฟ้ามืดในทุกวัน เขาที่เคยชินกับความเจริญในยุคปัจจุบันเองก็เรียนรู้การจุดไฟในป่า ตลอดทางบ้างล่าสัตว์บ้างกินผลไม้ป่า ใช้เวลาเจ็ดแปดวันในที่สุดก็มาถึงชายแดนเมืองโยวโจว
ตอนมาถึงเมืองโยวโจวทั้งสองคนดูราวกับคนป่า เหอหรงแสดงฐานะของตนกับป้ายของจวนเหวินจงโหว เรียกหาผู้ดูแลศาลาพักม้า “แจ้งหลี่จือโจวให้เขามาพบข้าโดยด่วน แล้วหาหมอที่ดีที่สุดมาให้ข้าพร้อมกับส่งบ่าวรับใช้ที่คล่องแคล่วสองคนเข้ามาด้วย”
บุกบั่นฝ่าฟันมาหลายวันนี้ที่พักก็ไม่ดี พักผ่อนก็ไม่ดี กินอาหารดื่มน้ำล้วนเป็นปัญหาใหญ่ อี้เหยียนเจ๋อเดิมที่บาดเจ็บหนักไม่หายไข้ขึ้นสูงมาตลอดทาง
เหอหรงแม้ในใจกระวนกระวายแต่ก็หมดสิ้นหนทางแล้ว
ศาลาพักเดิมทีไม่มีบ่าวรับใช้ แต่คุณชายจวนเหวินจงโหวจะใช้คนจึงมีข้าราชการชั้นต่ำมากมายเบียดเสียดเสนอตัว
หมอนำคนมาห้อมล้อมอี้เหยียนเจ๋ออยู่ครึ่งค่อนวัน ก่อนจะปาดเหงื่อรายงานอย่างนอบน้อม “ไข้อย่างมากสุดหนึ่งชั่วยามก็ลดลงแล้วขอรับ จากนั้นค่อยให้เขาใช้ยาขนานใหม่ ยามนี้ปลอดภัยแล้ว”
เส้นที่ตึงเขม็งอยู่ในใจเหอหรงมาหลายวันคลายลง ไม่รอจนเขาพูดจบร่างกายก็ฟุบหมดแรงลงกับพื้น
กระทั่งหมอผู้นั้นฝังเข็มให้เหอหรงหลายเข็มเขาจึงฟื้นขึ้นมา แล้วเรียกหมอเกอเอ๋อร์อีกหลายคนมาช่วยประคองเหอหรงไปยังห้องข้างๆ แล้วจัดการแผลให้เขาใหม่
“คุณชายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง” เจ้าเมืองโยวโจวเพิ่งเข้ามาในห้องก็พลันเห็นภาพนี้จึงกระวนกระวายขึ้นมา
หมอถอนหายใจเบาๆ “แม้บาดแผลไม่ลึกทว่าจัดการไม่ดี ได้รับการรักษาไม่ทันกาล เกรงว่าจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ร่างกายก็อ่อนแอมาก ดีที่ในอดีตบำรุงดูแลอย่างดีมีรากฐานที่มั่นคง ยามนี้หากได้รับการบำรุงหน่อยก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”
เจ้าเมืองหลิ่วขอบคุณท่านหมอแล้วเคร่งเครียดในใจ คุณชายใหญ่เกิดเรื่องเช่นนี้ในถิ่นเขา แล้วเขาจะรายงานกับอาจารย์อย่างไร
หลังเหอหรงฟื้นขึ้นมาแล้วก็ยิ้มกล่าวกับเจ้าเมืองหลิ่ว “พี่หลิ่ว ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยขอรับ”
“คุณชายใหญ่ เหตุใดมาโยวโจวไม่บอกข้าสักหน่อยเล่าขอรับ ไฉนจึงมาพักที่ศาลาพักม้าเล่า เดินทางอีกหน่อยไปพักที่จวนข้าไม่ดีหรือ”
เหอหรงท่าทางเคร่งขรึมกวาดสายตามองโดยรอบไม่พูดจา เจ้าเมืองหลิ่วรู้ว่าอาจมีความลับจึงให้คนออกไปให้หมด ให้ทหารเมืองล้อมโดยรอบอย่างมิดชิด
“คุณชายใหญ่มีอันใดว่ามาได้เลยขอรับ”
“ท่านรู้เรื่องเมืองหวั่นเฉิงก่อกบฏที่เจียงโจวจนองค์ชายห้าหายตัวไปหรือไม่” เหอหรงนวดหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้า
เจ้าเมืองหลิ่วหน้าเปลี่ยนสี ฉับพลันนั้นก็เข้าใจทุกอย่าง เขาหันไปมองคนที่หลับใหลอยู่บนเตียง “เขาคือองค์ชายห้าหรือขอรับ”
ใช่แล้ว โยวโจวอยู่ติดกับเมืองหวั่นเฉิง เหตุการณ์โกลาหลเช่นนี้ นอกจากเรื่องขององค์ชายห้าแล้ว ยังจะมีเรื่องอันใดอีกที่ทำให้บุตรคนเดียวของจวนเหวินจงโหวมาเสี่ยงอันตรายที่นี่
เจ้าเมืองหลิ่วพลันกล่าวว่า “ข้าจะรีบเตรียมม้าไปที่จวนโดยด่วน ศาลาพักม้าไม่ปลอดภัยพอขอรับ”
เหอหรงส่ายหน้า “องค์ชายรับความลำบากไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยต้องรออาการของเขาคงที่ก่อนค่อยว่ากัน”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะคัดเลือกพลทหารของโยวโจวมา ไม่สิ ยังคงใช้ทหารของจวนดีกว่า ทหารจวนคัดเลือกเข้มงวดกว่าทหารเมือง” เจ้าเมืองหลิ่วเดินกระวนกระวายอยู่ในห้อง คุณชายใหญ่มาถึงก็วางระเบิดลูกใหญ่ให้เขาเสียแล้ว
เหอหรงไม่เข้าใจสถานการณ์ของโยวโจวจึงไม่สะดวกสอดมือ อย่างไรซะไม่ว่าเจ้าเมืองหลิ่วจะจัดใครมาอารักขาเขาก็ไม่วางใจที่จะออกห่างอี้เหยียนเจ๋อ
เจ้าเมืองหลิ่วคิดจะทูลรายงานฝ่าบาทเรื่ององค์ชายห้า เหอหรงห้ามเขาไว้ “ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่ชัดเจน หากพวกเราส่งข่าวไปต้องถูกตรวจสอบเป็นแน่ หากมีผู้อื่นรู้เรื่องนี้ก็ไม่แน่ว่าเรื่องจะถึงมือฝ่าบาท”
เจ้าเมืองหลิ่วอึ้งงันถามอย่างไม่อยากเชื่อ “ท่านหมายความว่ามีอำนาจในราชสำนักเกี่ยวพันหรือขอรับ พวกเขากล้าได้อย่างไร!”
เหอหรงเบะปาก กระทั่งองค์ชายยังกล้าจับกุม ยังจะมีอะไรไม่กล้าอีก หากไม่กล้าจริงพวกเขาก็คงไม่อเนจอนาถเช่นนี้หรอก