เสียงเอะอะโวยวายเป็ระยะดังขึ้นขัดความคิดนาง นอกประตูตำหนักบรรทม จ้าวเคอฉี่พยายามบุกเข้ามาในตำหนักของพระอัครมเหสีด้วยอารมณ์เดือดดาล กลับถูกพวกนางกำนัลขวางไว้
“องค์รัชทายาท พระอัครมเหสีกำลังพักผ่อนเพคะ พระองค์ไม่สะดวกให้ท่านเข้าไป...”
“ถอยไป!” เคอฉี่กำลังโมโหขึ้นหน้า ไม่สนใจมารยาทพิธีรีตองอะไรอีกแล้ว ตวาดออกมาพร้อมผลักนางกำนัล ก่อนบุกเข้าไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
เวลานี้พระอัครมเหสีกำลังลิ้มรสชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ในตำหนัก โดยมีลี่ฮูหยินนวดไหล่ให้อยู่ด้านข้าง ผ่อนคลายสบายใจเป็อย่างยิ่ง
เคอฉี่หน้าบึ้งถมึงทึง เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “เสด็จแม่ เหตุใดต้องมุ่งเป้าทำร้ายสวินเอ๋อร์อยู่เรื่อย จะกล่าวอย่างไรนางก็เป็ธิดาของเสด็จพ่อ หรือพระองค์ไม่คิดว่าทำเช่นนั้นจะเสียกิริยาอย่างผู้เป็อัครมเหสี!”
ท่าทีตอบสนองของพระอัครมเหสีนั้นตรงข้ามกับเคอฉี่โดยสิ้นเชิง จิบชาหนึ่งคำอย่างไม่รีบร้อน แววตาสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ “ข้าไปมุ่งเป้าทำร้ายอะไรนาง”
เคอฉี่เห็นนางไม่ยอมรับก็อารมณ์ก็เดือดพล่านขึ้นมาเล็กน้อย “หน่วยกล้าตายที่ส่งไปลอบสังหารสวินเอ๋อร์นอกวังพวกนั้น ท่านจะอธิบายเช่นไร”
พระอัครมเหสีได้ยินถ้อยคำของเคอฉี่ น้ำชาในถ้วยพลันหกกระเซ็น กว่าครู่ใหญ่จึงวางถ้วยชาลง เอนกายพิงพนักที่นั่งพลางเปล่งวาจาเสียงเนิบ “แม่ไม่เคยทำเื่เช่นนั้น รัชทายาทบุกเข้ามาในตำหนักบรรทมของแม่แต่เช้าตรู่ เพียงเพื่อขอความเมตตาให้คนชั้นต่ำที่กำเนิดจากนางสนมผู้หนึ่งเช่นนั้นหรือ!”
“เสด็จแม่ พระองค์เปลี่ยนไปแล้ว! นับั้แ่จยาฮูหยินเข้าสู่วังจ้าว ท่านก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็คนโหดร้าย มุ่งโจมตีพวกนางสองแม่ลูกทุกวิถีทาง! บัดนี้จยาฮูหยินลาโลกไปนานแล้ว พระองค์ก็ยังไม่ยอมปล่อยสวินเอ๋อร์ไป ดูท่าท่านจะสูญเสียจิตใจเพราะความริษยาไปแล้ว!”
จ้าวเคอฉี่ถูกวาจาของมารดากระตุ้นยั่วยุ ั์ตาดำขลับก็ระงับโทสะไม่อยู่อีกต่อไป
เพล้ง! พระอัครมเหสีขว้างถ้วยชาในมือลงพื้นแตกกระจาย นิ่วหน้าพูดอย่างมีน้ำโห “หยุดปาก! ตัวเ้าแม้เป็องค์รัชทายาทแห่งแคว้นจ้าวผู้สูงศักดิ์ แต่ถึงที่สุดแล้วข้าก็เป็มารดาของเ้า พูดเช่นนี้กับมารดาตัวเองหรือ!”
เคอฉี่ตระหนักได้ว่าตนเสียกิริยาไปแล้วจริงๆ ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างเงียบเชียบ
พระอัครมเหสียิ้มเยาะเ็า เปล่งวาจาเกรี้ยวกราดดุดัน “ปีนั้นจยาฮูหยินเพราะเกิดมามีใบหน้ามารยาดุจนางปีศาจจิ้งจอก ยั่วยวนจ้าวอ๋องได้สำเร็จ เกือบ่ชิงตำแหน่งพระอัครมเหสีของข้าไป! ลูกสาวนางรูปโฉมหน้าตาเหมือนนางปานนั้น ทุกครั้งที่ข้าเห็นจ้าวเสวี่ยสวิน หัวใจข้าก็แสนชิงชังเ็ปราวธนูหมื่นดอกแทงทะลุกลางอก!”
เคอฉี่เห็นรูปการณ์เป็ดังนั้นก็คิดว่าตนคงเปลี่ยนจิตใจเสด็จแม่ไม่ได้แล้ว หัวคิ้วพลันขมวดเบาๆ เอ่ยคำอย่างจนใจ “หากเสด็จแม่ยังดึงดันงมงายอยู่เช่นนี้ ได้แต่กลัวว่าสุดท้ายแล้วจะทำร้ายทั้งตัวเองและผู้อื่น! ลูกเหนื่อยแล้ว ไว้วันหน้าจะมาเยี่ยมเสด็จแม่ใหม่” สิ้นคำก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
“เ้าเด็กคนนี้ นิสัยซื่อตรงใจดีเกินไป! ไหนจะหลานเอ๋อร์ของข้าอีกคน ป่านนี้แล้วยังไม่มีที่พึ่งเป็หลักแหล่ง ทำเอาข้าเหนื่อยใจจะแย่แล้ว!” พระอัครมเหสีถอนหายใจคราแล้วคราเล่า
ลี่ฮูหยินที่อยู่ข้างๆ เห็นพระอัครมเหสีโกรธกริ้วก็รีบขานรับ เห็นพ้องว่าตามอย่างหวาดหวั่น “องค์รัชทายาทกับองค์หญิงต่างเพียบพร้อมด้วยวาสนาและสติปัญญา พระอัครมเหสีอย่าได้กังวลพระทัยไปเลยเพคะ”
เวลานี้นางกำนัลคนหนึ่งได้เดินเข้ามาในตำหนัก ถวายพระพรพระอัครมเหสีก่อนกล่าวคำ “ยินดีด้วยเพคะพระอัครมเหสี! จ้าวอ๋องเตรียมการพระราชทานองค์หญิงหลานให้สมรสกับเพ่ยกงหลิวปังแล้วเพคะ ส่วนองค์หญิงสวินพระราชทานให้สมรสกับหลิวเจียว”
พระอัครมเหสีได้ยินดังนั้นมุมปากก็ยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว แค่นเสียงเยาะ “บุตรสาวผู้สูงศักดิ์ของข้าย่อมต้องแต่งให้เพ่ยกงอยู่แล้ว...เพียงแต่จ้าวเสวี่ยสวิน นางไม่พ้นเป็แค่หญิงชั้นต่ำกำเนิดจากสนม ย่อมไม่มีคุณสมบัติคู่ควรได้แต่งงานกับคุณชายรองหลิว”
…
พลบค่ำ จ้าวเสวี่ยสวินนั่งร่ำสุราปล่อยอารมณ์เพียงลำพังในลานตำหนักอิ๋งเมิ่ง หวังเพียงความเมามายจะช่วยคลายทุกข์นับพัน กลับกลายเป็ว่ายิ่งดื่มก็ยิ่งทุกข์
ในจอกสุรา น้ำสุราสีใสส่งกลิ่นหอมอบอวล ตัวคนมอมเมาตนเองจนเริ่มกรึ่มแล้วเล็กน้อย...
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์พยายามพูดเกลี้ยกล่อมนางด้วยความห่วงใย “องค์หญิง พระองค์ดื่มน้อยลงหน่อยเถิดเพคะ ผู้อื่นเห็นเข้าจะว่ากล่าวท่านลับหลังได้”
“อย่างไรในวังก็ไม่มีอิสระอยู่แล้ว หรือกระทั่งจะดื่มสุรายังต้องลิดรอนกัน” เสวี่ยสวินอัดอั้นตันใจ รินสุราให้ตัวเองจนเต็มจอกอีกหน คิดแค่อยากปล่อยตามใจตัวสักครั้ง
บังเอิญคุณชายจางเอ่อร์เข้ามาเยี่ยมเยือนพอดี เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เห็นเขาก็ประหนึ่งมองเห็นดาวช่วยชีวิต
“คารวะฉางซานอ๋อง! องค์หญิงอารมณ์ไม่ดีกำลังจะดื่มตัวเองเข้าไปด้วยแล้ว ท่านรีบช่วยเกลี้ยกล่อมองค์หญิงด้วยเถอะนะเ้าคะ!”
“ญาติผู้พี่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว รีบมาดื่มกับข้า...” เสวี่ยสวินพูดด้วยท่าทางเมามาย ใกล้จะล้มลงบนพื้น
จางเอ่อร์รีบเข้ามากอดประคองนางไว้ แววตาเผยความปวดใจระคนเอ็นดูออกมาโดยไม่ตั้งใจ
“สวินเอ๋อร์เ้าเมาแล้ว เื่จ้าวอ๋องเตรียมการพระราชทานสมรส ข้าพยายามช่วยบอกปัดให้เ้าจนสุดความสามารถแล้ว ขอโทษ”
เสวี่ยสวินหัวเราะเบาๆ มุมปากเจือร่องรอยขมขื่น “ชะตากรรมของคนในวังก็เป็เช่นนี้มิใช่หรือ ถูกคนจับวางเหมือนตัวหมากบนกระดาน ไร้ซึ่งอิสระ”
นางกล่าวพลางดื่มสุราในจอกหมดรวดเดียว หยดน้ำตาดั่งเม็ดไข่มุกร่วงหล่นลงมาช้าๆ ก่อนจะพูดต่อ “เพราะเหตุนี้ข้าถึงได้อิจฉาพี่ใหญ่เซี่ยงยิ่งนัก เขาอยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่มีกรงครอบประหนึ่งกำแพงเหล็กนี้คอยกดทับ มีความสุขกว่าองค์หญิงอย่างข้าผู้นี้ตั้งเยอะ...”