ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 98 สู่Raidระดับพิเศษ

    ประตูRaidเปิดออกแล้ว!แต่เหล่าผู้คนที่ล้อมรอบวังวนอยู่นั้น ยังคงไม่หายตกใจจากการลงมือของชายชราอานโซ่ก่อนหน้านี้ ยิ่งการหยุดมือยักษ์นั้นด้วยนิ้วเดียวของไรม์ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นตะลึงจนตาเบิกโพลง"ฉันเคยได้ยินข่าวลือมาว่า..ท่านเจ้าเมืองมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับสังกัดหมื่นทิวา การที่ท่านลงมือช่วยเหลือแบบนี้ ดูท่าข่าวนั้นจะเป็นเรื่องจริง"เสียงใครสักคนดังขึ้นในกลุ่มนักล่าทั้งห้าสิบคน จนดึงความสนใจของเชนให้ตั้งใจฟัง"แต่ฉันว่าการที่ท่านลงมือขัดขวางแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติออก ยิ่งถ้ามีคนของสี่สังกัดมาบาดเจ็บที่นี่ท่านเจ้าเมืองคงรับความโกรธของสี่สังกัดไม่ไหวหรอกมั้..โอ๊ย!"นักล่าชายคนหนึ่งกำลังจะออกความเห็น แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดจบเพื่อนของเขาก็รีบยกมือขึ้นตบหัวจนเกิดเสียงดังแปะ!"หุบปากเลยแก! ไม่รู้อะไรแล้วอย่าพูด""ทำอะไรวะ!"นักล่าที่โดนตบจนแทบคะมำหน้า หันมามองเพื่อนตาเขียว"แกพูดแบบนั้นเพราะว่าแกไม่รู้ประวัติท่านเจ้าเมืองน่ะสิ! ถ้าแกรู้ประวัติท่านละก็ หึหึ ฉันบอกเลยว่าวันนี้ไม่ต้องเป็นสาขาย่อยหรอก ต่อให้มีคนจากศูนย์ใหญ่ตาย สี่สังกัด..ก็ไม่กล้าเอาความโกรธมาลงที่ท่านเด็ดขาด!"เชนที่แอบฟังอยู่เมื่อได้ยินที่พวกเขาพูดกันก็ยิ่งเกิดความสงสัย'คุณลุง..เป็นใครกันแน่'  ในวงล้อมของสี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่าเดียเมื่อเห็นไรม์เข้ามาหยุดยั้งมือยักษ์ข้างนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อครู่เธอนึกว่าตัวเองคงไม่รอดเสียแล้ว เดียเธอมองไปยังไรม์ด้วยสีหน้าเคารพนับถือหยางหลิวและชายชราชุดขาวเกวน พวกเขาเมื่อเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้วก็สะบัดมือปลดเกราะปราณที่คุ้มครองเหล่านักล่ารุ่นเยาว์ของตนออก"ไม่รุนแรงไปหน่อยหรือ..บุตรแห่งฟ้าครวญ"หยางหลิวกล่าวขึ้นพร้อมมองไปยังเบลดด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ เขารู้ดีว่าทั้งสองสังกัดนั้นเป็นศัตรูคู่อาฆาตและมีการลงมือกันบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่การลงมืออย่างประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนมากมายเช่นเมื่อครู่..ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดให้เห็นบ่อยนักเบลดเมื่อได้ยินหยางหลิวผู้นำกลุ่มแดนกระบี่กล่าว ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น"ฮ่าๆ น่าขายหน้าจริงๆ เมื่อครู่ผมคุมอารมณ์ไม่อยู่จนต้องให้ทุกคนเห็นภาพไม่น่าดู..ถ้าผมจะลงมือครั้งหน้าคงต้องเลือกที่ลงมือให้ดีกว่านี้ซะแล้ว"คำพูดของเบลดเหมือนจะเป็นการขอโทษทุกคนในบริเวณนั้น แต่ภายในคำพูดนั้นของเขากับแฝงความหมายที่ทำให้ผู้คนต้องหนาวสะท้านไว้ภายในนักล่ารุ่นเยาว์ของสังกัดหมื่นทิวาที่เพิ่งจะพยุงตัวลุกขึ้นกันได้ เมื่อได้ยินคำพูดของเบลดก็พากันกัดฟันกรอด ครูซเองก็จ้องเขม็งไปยังเบลดด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจนหยางหลิวเมื่อได้ยินก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไร เรื่องของคนนอกไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว เขาหันไปมองฟางหรูและนักล่ารุ่นเยาว์เบื้องหลังของตนพร้อมกับพยักหน้า"ไปเถอะ..ภายในนั้นอาจเต็มไปด้วยอันตรายมากมายนานัปการ..แต่จงจำไว้ ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถหยุดยั้งพวกเจ้าได้นอกจากตัวของพวกเจ้าเอง และสิ่งที่จะทำให้ร่างกายเดินต่อหรือหยุดนิ่งนั่นก็คือ..จิต จงเปลี่ยนจิตของพวกเจ้าให้เป็นกระบี่อันคมกริบที่จะตัดอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้า และเมื่อพวกเจ้าทำได้ ก็จะไม่มีใครหรือว่าอะไรสามารถหยุดยั้งพวกเจ้าได้อีก เข้าใจหรือไม่?""ครับ/ค่ะ"นักล่ารุ่นเยาว์นำโดยฟางหรูเดินตรงไปยังวังวนสีทองขนาดยักษ์ เมื่อร่างของพวกเขากระทบกับวังวนนั้น พวกเขาก็หายวับไปราวกับหลุดหายไปจากโลก..แดนกระบี่เข้าสู่Raidแล้ว!แม้จะไม่ใช่กฎที่มีลายลักษณ์อักษร แต่ไม่ว่าRaidที่ไหนที่มีแดนกระบี่เข้าร่วมด้วย พวกเขาจะได้เป็นพวกแรกที่ได้เข้าไปก่อนเสมออย่างไม่มีใครคิดจะคัดค้าน แม้วันนี้จะมีสังกัดฟ้าครวญที่มาจากศูนย์ใหญ๋และมีบุตรแห่งฟ้าครวญมาด้วยก็ตาม เพราะอะไรน่ะเหรอที่พวกเขาได้รับสิทธิ์นี้? คำตอบช่างง่ายดาย นั่นเพราะพวกเขาคือแดนกระบี่! "คุณชาย..โปรดอย่าลืมภารกิจนะครับ"ชายชราอานโซ่เดินเข้ามายืนด้านหลังของในระยะประชิดพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเบลดไม่ได้กล่าวตอบแต่เลือกเดินนำกลุ่มนักล่ารุ่นเยาว์ไปยังวังวนสีทองขนาดยักษ์ในทันที แต่ก่อนที่จะเข้าไปสายตาของมันก็เหลือบไปมองยังครูซอยู่แวบหนึ่งแล้วยกยิ้ม...ส่วนพวกของเบลดอีกเก้าคนเองก็มองไปยังหมื่นทิวาที่กำลังมองเขม็งมายังพวกมันเช่นกัน พวกมันเห็นเช่นนั้นก็เชิดหน้าขึ้น บางคนก็ยิ้มเยาะอย่างท้าทาย ก่อนที่ร่างของเบลดและพวกมันจะหายลับไปในวังวนหลังจากสังกัดฟ้าครวญก็เป็นสังกัดหมื่นทิวาที่จะเข้าไป ตำแหน่งการเข้าอันดับที่สองนั้นปกติแล้วจะเป็นฟ้าครวญและหมื่นทิวาที่คอยแย่งชิงกัน หลายคนอาจมองว่าก็แค่เข้าก่อนเข้าหลังห่างกันไม่ถึงนาทีจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม?มันก็ใช่ที่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่การได้เข้าก่อนนั้นก็เหมือนเป็นการข่มอีกฝ่ายและเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจไปในตัว และที่สำคัญ..มันคือเรื่องของศักดิ์ศรี เพราะเรื่องนี้เคยถึงขั้นมีการลงมือปะทะกันจนมีคนล้มตายมาแล้ว นี่ยิ่งชี้ชัดว่าพวกเขานั้นเป็นศัตรูและคู่แข่งกันลึกซึ้งเพียงใด แต่วันนี้การมีบุตรแห่งฟ้าครวญและชายชราอานโซ่มาด้วยตัวเอง หมื่นทิวาสาขาย่อยยังไงก็ต้องยอมกัดฟันปล่อยให้ฟ้าครวญเข้าไปก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ครูซที่มีสีหน้าเรียบเฉยเดินนำพวกของตนหายลับเข้าไปในวังวนสีทองต่อมาก็เป็นเทพโอสถที่มีชายหนุ่มที่ดูสะอาดสะอ้านนามว่าซิล เดินนำกลุ่มเข้าหายลับไปในวังวนขนาดยักษ์และถัดไปก็เป็นสมาพันธ์นักล่าที่นำโดยสาวร่างเพรียวบางอย่างซาช่าที่เดินเข้าไปในวังวนนั้นสี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่าได้เข้าไปเรียบร้อยแล้ว เหล่าผู้นำของสี่สังกัดต่างหันหลังเดินไปยังเรือนรับรองไม่สนใจจะอยู่ต่ออีก ก็คงมีเพียงไรม์ที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหนในที่สุดก็เป็นตาของนักล่าที่ได้รับสิทธิ์ทั้งห้าสิบคน แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าที่จะเดินออกไปเป็นคนแรก จนในที่สุดก็เป็นอาร์ทชายหนุ่มผมทองที่ได้รับอันดับหนึ่งในการประลองที่เดินตรงไปยังวังวนสีทองนั้นเป็นคนแรก เมื่อมีคนเปิดคนอื่นๆก็สูดลมหายใจแล้วเดินตรงไปยังวังวนนั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น"ไปเถอะเชน"คลักซ์กล่าวชวนพร้อมกับเดินตรงไปยังวังวนทางเข้าซึ่งตอนนี้ก็เริ่มทยอยเข้าไปกันแล้วเชนเลือกที่จะเดินรั้งท้ายกลุ่มอย่างไม่รีบร้อนนัก ในขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านไรม์ ไรม์ก็ยกยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้าคล้ายให้กำลังใจ ดูท่าที่ไรม์ยังยืนอยู่ตรงนี้ไม่กลับไปคงอยากยืนส่งเชนเข้าไปยังRaidเป็นแน่เชนเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกอบอุ่นใจไม่น้อย เขาจึงยิ้มพร้อมพยักหน้าให้กับไรม์เช่นกันเมื่อเขาเดินมาถึงตรงหน้าวังวนสีทองนั้นคนอื่นๆก็หายลับไปกันจนหมดแล้ว เขาเงยหน้ามองวังวนขนาดใหญ่นี้พร้อมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นแน่วแน่คมกริบและก้าวเท้าเข้าไปในวังวนเมื่อร่างปะทะเข้ากับวังวนเชนก็รู้สึกเหมือนร่างกายของเขาไร้ซึ่งน้ำหนัก เหมือนกับว่าเขากำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วงใดๆ เป็นความรู้สึกที่สบายอย่างบอกไม่ถูกจนเชนต้องหลับตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม แต่ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นและคงอยู่เพียงไม่นานเท่านั้น เพราะเพียงอึดใจต่อมาเขาก็รู้สึกว่าขาของเขาสัมผัสพื้นดินอีกครั้ง จนเขาต้องเปิดตาที่หลับอยู่ขึ้นมอง"นี่..มัน.."เมื่อเชนได้เห็นภาพเบื้องหน้าของตนในขณะนี้ เขาก็ต้องอ้าปากกว้างด้วยสีหน้าตกตะลึง!