ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 บทที่ 133 ตามหา

            คนจากรังโจรภูเขาออกมาล่าสัตว์หลายวันแต่ยังไม่กลับย่อมมีคนออกมาตามหา

            “ท่านหัวหน้า มีขนหมาป่า มูลหมาป่าแล้วก็รอยเท้าเสือ…”

            แม้หิมะจะปกคลุมทุกอย่างแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งยังไม่จางหาย

            โจรภูเขาใช้ชีวิตบนภูเขามานาน ย่อมรู้วิธีกำจัดหิมะบนพื้นผิวเพื่อตามหาเบาะแส

            “ท่านหัวหน้าริมหน้าผามีเศษเสื้อผ้า…” มีคนตะโกนบอกหัวหน้าโจร

            หัวหน้าโจรภูเขาพาคนไปดูที่หน้าผาพบว่าบนต้นไม้ใต้หน้าผามีเศษเสื้อผ้า

            “พวกเขาเจอทั้งฝูงหมาป่าเจอทั้งเสือ…ดูท่าจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี เช่นนั้นกลับกันเถิด” หัวหน้าหน่วยย่อยโบกมือพูด

            ฝูงหมาป่าถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในป่ากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเช่นนี้…จินตนาการได้ว่าการต่อสู้จะดุเดือดขนาดไหน

            หัวหน้าหน่วยย่อยไม่อยากตายกลางป่า รีบออกคำสั่ง

            เหล่าโจรภูเขาแยกย้ายทันที พวกเขามีคำตอบให้รายงานเป็นพอ

            ส่วนที่นี่…ที่นี่อยู่ลึกเกินไปไม่รู้ว่าแถวนี้ยังมีฝูงหมาป่ากับเสืออีกหรือไม่ ไม่มีผู้ใดอยากโดนสัตว์กิน

            พวกเขาถอยกลับอย่างเร่งรีบไม่ได้ตรวจสอบป่าผืนนี้อย่างละเอียดถึงเจียงหงหย่วนจะมีจุดที่เก็บกวาดไม่เรียบร้อย พวกเขาย่อมไม่เห็น เมื่อเวลาผ่านไปแล้วยิ่งไม่มีทางเจอ

            เพราะภูเขาลูกนี้มีสัตว์กินเนื้อหลายชนิดผ่านไปนานแล้วจะไม่เจอแม้แต่กระดูกย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก

            เรื่องนี้จึงผ่านพ้นไปหัวหน้าโจรภูเขาสั่งลูกน้องว่าจะเข้าป่าก็ได้ แต่อย่าไปลึกเกิน

            เจียงหงหย่วนถลกหนังเสือและหนังหมาป่าทำน้ำมันกระดูกเสือ ใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็มๆ

            เขาห่อหนังสัตว์เป็นก้อนพร้อมมัดให้แน่นกระเป๋าใบใหญ่ที่ภรรยาตัวน้อยให้มาก่อนออกจากบ้านได้ใช้ทำประโยชน์

            กระเป๋าที่หลินหวั่นชิวให้มาเป็นกระเป๋าผ้าใบขนาดใหญ่มาก เป็นกระเป๋าแบบที่พวกพ่อค้าใช้เวลาลงสินค้า ใส่หนังสัตว์ไปสองใบโต

            เจียงหงหย่วนซ่อนทุกอย่างเสร็จก็ไปล่าจิ้งจอกหิมะรับปากแล้วว่าจะทำผ้าคลุมหนังสัตว์ให้ภรยาตัวน้อย จะผิดคำพูดไม่ได้

            รอบนี้เขาดวงดีเพียงแค่สองวันก็ล่าจิ้งจอกหิมะได้ห้าตัว ไม่เหมือนตอนเพิ่งมาที่เดินหาอยู่นานกลับไม่เจอแม้แต่เงา

            ถลกหนังเสร็จเรียบร้อยเจียงหงหย่วนก็เตรียมตัวลงเขา คิดถึงภรรยาตัวน้อยมากเหลือเกิน

            ขากลับ เจียงหงหย่วนตัดสินใจเดินอ้อมภูเขาเสือที่เขาล่าได้เป็นเสือเพศเมียดูจากการหดตัวของผิวหน้าท้องกับขนาดของอวัยวะสืบพันธุ์เขาคาดการณ์ว่าเสือตัวนี้เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่เดือนด้วยเหตุนี้จึงอยากลองตามหาดูว่าจะเจอลูกเสือหรือไม่

            ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นเจียงหงหย่วนเจอลูกเสือคู่หนึ่งที่กำลังหิวซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ

            เขาดีใจมาก หากลูกเสือคู่นี้ขายได้ราคาดี…ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกเป็นพันตำลึง 

            วันเปิดร้าน หลินหวั่นชิวเชิญคณะเชิดสิงโตตีฆ้องร้องกลองสนั่นหน้าปากซอยตั้งแต่เช้า

            นางยังเชิญนักกายกรรมมาอีกสองสามคนตั้งเวทีแสดงไว้หน้าปากซอย บ้างก็ควงถ้วยควงจานบนหัว บ้างก็ใช้หน้าอกกระแทกก้อนหิน

            ทุ่มเงินหนักขนาดนี้ เพื่อนบ้านตกตะลึงกันหมด

            มีคนถามหลินหวั่นชิว นางก็ตอบว่าเจ้าของสั่งมานางแค่ช่วยดำเนินการตามคำสั่งเท่านั้น

            พวกเขาถามว่าเจ้าของเป็นผู้ใดหลินหวั่นชิวบอกว่านางไม่รู้เช่นกัน คนที่มาเช่าบ้านเปิดร้านให้นางช่วยดูแลแต่ได้ยินว่าภูมิหลังของเจ้าของมีอิทธิพลมาก นางไม่กล้าสอบถามสิ่งใด

            เหล่าเพื่อนบ้านได้ยินดังนั้นต่างหมดคำถาม แม้ทุกคนจะคาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่ไม่มีผู้ใดคิดว่าเป็นหลินหวั่นชิว

            หลินหวั่นชิวปิดบังเพราะกลัวปัญหาคนที่นี่มีความเป็นอยู่พอๆ กัน บ้านใดได้ดีเกินไปต้องดึงความอิจฉามาสู่ตัวเป็นแน่ความอิจฉาไม่ใช่สิ่งที่ดีงามนัก ดีไม่ดีจะมีคนปองร้ายเพราะอิจฉา

            ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือหมู่บ้านเค่าซาน

            เจียงหงหย่วนแค่สร้างบ้านก็ล่อหมาป่าเข้ามาแล้ว

            สังคมศักดินาไม่ได้ดีเหมือนสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายแบบยุคปัจจุบันหลินหวั่นชิวไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของสังคมนี้แม้แต่นิดเดียว

            นางให้คนตั้งโต๊ะนอกร้าน ปูผ้ากำมะหยี่สีแดงบนโต๊ะดูแล้วให้บรรยากาศมงคลยิ่งนัก หนังสือภาพห้าเล่มถูกสายผ้าแพรหลากสีผูกรวมเป็นมัดไว้บนโต๊ะวางกองเป็นทรงพีระมิด กำแพงด้านข้างแปะใบปลิวขนาดใหญ่ บนใบปลิววาดภาพหน้าปกของหนังสือทั้งห้าเล่นเขียนราคาเปิดตัวอันน่าตกใจว่า ชุดละสี่สิบตำลึง

            หลายคนที่ไม่รู้หนังสือมาถามแล้วต้องถอยไปเพราะตกใจกับราคา

            หลินหวั่นชิวแจกใบปลิวไปทั่วตอนนี้หน้าร้านจึงมีคนมามุงดูจำนวนมาก

            คุณหนูและฮูหยินจากตระกูลสูงศักดิ์รู้สึกว่าใบปลิวของร้านอันอี้จวีน่าสนใจจึงส่งสาวใช้มาดูเช่นกัน

            ถึงเวลาฤกษ์งามยามดี หน้าร้านจุดประทัดผู้คุ้มกันหญิงสองคนยืนเฝ้าหน้าประตู ให้เข้าได้เฉพาะสตรี บุรุษห้ามเข้าปล่อยให้ลูกค้าเข้าร้านแค่ครั้งละยี่สิบคน เกินแม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้

            ยิ่งเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจนี่ก็คือกลยุทธ์กระตุ้นความอยาก

            เมื่อคนด้านนอกมามุงดูเยอะขึ้นเรื่อยๆจึงมีอันธพาลสบโอกาสก่อความวุ่นวาย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสตรีพวกเขาคิดจะฉวยโอกาสลวนลาม จะเข้าไปให้ได้

            เกิดความโกลาหลนอกร้านทันที

            ในตอนนี้เองที่มือปราบที่หลินหวั่นชิวเชิญมาได้มีบทบาทเข้ามาจับคนออกไป

            เหตุการณ์นี้ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวาย

            หลายคนเชื่อแล้วว่าเจ้าของร้านนี้มีอิทธิพลไม่กล้าล่วงเกิน

            ร้านใดเปิดร้านแล้วมีมือปราบมาคุมอยู่ใกล้ๆ บ้าง?

            นี่ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ?

            หลินหวั่นชิวไม่รู้ตัวเลย นางแค่คิดแบบสมัยใหม่เผื่อว่าวันเปิดร้านคนเยอะแล้วเกิดเหตุการณ์เหยียบกันขึ้นมาคงรับผิดชอบไม่ไหวด้วยเหตุนี้จึงจ่ายเงินเชิญมือปราบจากที่ว่าการมาดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อป้องกันไว้ก่อนคิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องคาดไม่ถึงเช่นนี้

            ช่วยลดปัญหาในวันหน้าให้นางได้มาก

            อันธพาลสองสามคนยังไม่อาละวาดก็ถูกจับ บรรดาลูกค้าสตรีต่างเบาใจลงมาก

            ลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้าไปต่างตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งร้านนี่มันเหมือนร้านค้าที่ใดกัน!

            เหมือนห้องของคุณหนูตระกูลร่ำรวยมากกว่า

            หลินหวั่นชิวอธิบายกับทุกคนอย่างเปิดเผย “สินค้าทั้งหมดบนชั้นที่มีป้ายราคาล้วนซื้อได้ร้านของเราขายสินค้าตามราคาที่กำหนด ไม่มีการต่อรองราคา”

            หลายคนหยิบหนังสือภาพขึ้นมาดู โดยเฉพาะตำราอาหาร ‘รวมสุดยอดตำรับ’ ทุกคนตาเป็นประกาย

            “แค่ดูภาพก็อร่อยแล้ว”

            “สวรรค์ เอาตำรับอาหารมาขายเช่นนี้เลย”

            “แพงมาก เล่มละสิบตำลึงเลย”

            “แต่นี่เป็นตำรับอาหารราคานี้ถือว่าไม่แพง” มีคนที่รู้จักตลาดพูดขึ้น “อาหารพวกนี้ข้าไม่เคยกิน ที่แท้รากบัวก็ทำเช่นนี้ได้ด้วย…”

            “เถ้าแก่ ข้าเอาหนึ่งเล่ม” ไม่นานก็มีแม่นางชุดกระโปรงแดงพูดขึ้น

            หลินหวั่นชิวเห็นอีกฝ่ายแต่งตัวไม่ซอมซ่อมือขาวเนียนไม่หยาบกร้าน ข้อมือสวมกำไลหยก แม้จะไม่ใช่ของชั้นยอดแต่ก็มองออกว่าแม่นางคนนี้ไม่ขาดแคลนเงินเป็นแน่

            นางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ซื้อแบบแยกขายเล่มละสิบตำลึงวันนี้อันอี้จวีเปิดกิจการวันแรก ถ้าซื้อหนึ่งชุดจ่ายเพียงสี่สิบตำลึงเท่านั้น”

            สี่สิบตำลึงราคาค่อนข้างกำหนดเฉพาะแม่นางชุดแดงคิดไปคิดมาแล้วกล้าซื้อแค่เล่มเดียว

            “ข้าเอาสิบชุด” ในตอนนี้เอง มีเสียงที่หยาบเล็กน้อยดังขึ้นหลินหวั่นชิวเห็นแม่นางสองคนที่คนหนึ่งสูงคนหนึ่งเตี้ยลุกจากเก้าอี้ขึ้นพูดอย่างองอาจผึ่งผาย

            แม่นางที่ตัวสูง…เหตุใดจึงดูคุ้นตาแปลกๆ?

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808