ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวซ่งิหลานชำเลืองมองไปเล็กน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวเพียงยิ้มให้นางด้วยใบหน้ารักใคร่เมตตา
ซ่งิหลานย่อมไม่ได้ใส่ใจว่าท่านย่าของนางผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ทว่าเห็นท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวอย่างนี้แล้ว เหมือนกับมีความอบอุ่นมอบให้แก่ตัวเองอยู่หลายส่วนพึงพอใจเพราะเหตุใดกันแน่ ใครบ้างจะไม่ยินดีเมื่ออยู่ในบ้านตัวเองแล้วสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสงบสุขสักหน่อย? นางถอนสายตากลับคืน พยักหน้าขอบคุณเบาๆให้จิ้นอ๋องอีกครั้ง ทว่ากลับเห็นร่างสูงตระหง่านของสายหนุ่มยังคงมองนาง
พูดถึงตำแหน่งองค์ชายตำแหน่งท่านอ๋องน่ะหรือ แต่ละวันคงจะต้องจัดการเื่เป็หมื่นๆเื่ซ่งิหลานอดไม่ได้ที่จะถามหยั่งเชิงออกไปว่า “ฝ่าา้ากลับหรือยังเพคะ?” ในเมื่อสิ่งที่ควรพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว สิ่งที่ควรทำก็ได้ทำไปหมดแล้วจิ้นอ๋องจะต้องอยากกลับแล้วเป็แน่
จริงดังที่คาดไว้ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาคมคายพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากนั้นก็เงียบขรึมต่อไป
“ข้าไปส่งฝ่าา?” ซ่งิหลานเห็นคนยังไม่กลับเอาแต่จดจ้องมองตนเอง ถามหยั่งเชิงต่อไป
จริงดังที่คาดไว้สายตาของชายหนุ่มปรากฏความพึงพอใจอยู่หลายส่วน
แต่ทว่าประเภทเข้าใกล้โดยไม่มีสาเหตุก็พอจะเดาได้นางไม่ชอบวางความรักหรือแบ่งปันผู้ชายกับใครซ่งิหลานรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเป็เื่ที่ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยนางเห็นใจพระชายาของฝ่าาท่านนี้ ได้แต่ยิ้ม ้าเพียงส่งแขก
ทว่าจิ้นอ๋องกลับยื่นมือออกมาขวางนางไว้
“วันนี้เ้าเหนื่อยแล้ว ควรพักผ่อนให้มาก” เขาพูดสั้นๆถือโอกาสชี้นิ้วไปที่หีบไม้แดงที่หามเข้ามาพูดเสียงบางเบาว่า “ล้วนเป็สมุนไพร เ้าบำรุงให้มาก”
“ฝ่าา จ้าวอ๋องยังอยู่ที่ตำหนักรอท่านกลับไปพะยะค่ะ”
จ้าวถงรู้สึกว่าตัวเองปรนนิบัติจิ้นอ๋องสิบกว่าปีมานี้เพิ่งเคยเห็นเ้านายผู้นี้พูดเรื่อยเปื่อยไม่ยอมหยุด ในใจทั้งรู้สึกหาได้ยากทั้งหดหู่เห็นท่าทีของจิ้นอ๋องดูเหมือน้าอยู่ที่จวนโหวจนกว่าฟ้าดินจะสลาย รีบเร่งก้าวไปอยู่ข้างๆแจ้งเตือนอย่างระมัดระวังหนึ่งรอบเดิมเขาคิดว่าหลังจากแจ้งเตือนจิ้นอ๋องถึงพี่ใหญ่แท้ๆจ้าวอ๋องแล้วจิ้นอ๋องมากน้อยอย่างไรก็คงยอมเก็บดาบบ้างทว่ากลับเห็นจิ้นอ๋องเพียงมองตัวเองด้วยสายตาเรียบเรื่อย แล้วหมุนตัว ใช้แผ่นหลังตั้งตระหง่านนั้นเผชิญหน้ากับตัวเอง
ซ่งิหลานไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีคิดแล้วคิดอีกจึงยิ้มและพูดกับจิ้นอ๋องว่า “อนาคตยังอีกยาวไกลวันหลัง หม่อมฉันค่อยตอบแทนฝ่าา”
ตอบแทนอะไรกัน?
มอบของให้มากมายปานนี้แน่นอนย่อมต้องขอบคุณอีกสักหน่อย
จิ้นอ๋องได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็พยักหน้าด้วยความพอใจหยิบมีดสั้นแบบเรียบๆและไม่มีความงดงามหรูหราแม้แต่น้อยจากข้างเอววางไว้ข้างมือซ่งิหลาน
“ดีกว่าดาบสันโค้งเล่มนั้นของเ้า มีดเล่มนั้นไม่ต้องใช้แล้วต่อไปก็ใช้มันป้องกันตัว”
และไม่รู้ว่าใครให้ดาบสันโค้งนั่นแก่ซ่งสามมองแล้วขวางหูขวางตานัก
จ้าวถงล้วนถูกจิตใจอันคับแคบของจิ้นอ๋องทำให้ตะลึงงันเกรงว่าคุณหนูซ่งสามจะพบว่าฝ่าาของตนมีนิสัยจุกจิกกับเื่เล็กๆน้อยๆรีบร้อนเสี่ยงตายเข้าไปลากจิ้นอ๋องออกมา
ซ่งิหลานรู้สึกว่าจิ้นอ๋องน่าสนใจเป็อย่างมากไม่เหมือนกับข่าวลือว่าองค์ชายผู้นั้นเฉียบขาดเืเย็นแม้เพียงสักนิดตรงกันข้ามกลับเอาแต่ใจอย่างน่ารักนางถอดทอนใจเมื่อมองไปที่หีบหลายใบเ่าั้ที่จิ้นอ๋องทิ้งไว้ให้เห็นจงจิ้งโหวมิได้คิดจะไปส่งจิ้นอ๋องก็รู้ว่าในสมองของบิดานางแท้จริงแล้วมีขีดจำกัดอย่างร้ายกาจด้วยเหตุนี้จึงหันกลับไปมองฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวที่อยู่ข้างๆ
ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังคาดการณ์และใคร่ครวญฉับพลันที่ช้อนสายตาขึ้น ก็พูดกับซ่งิหลานด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “หลานสามเพิ่งกลับจวน ยังไม่มีที่อยู่ จะเก็บกวาดที่อื่นก็วุ่นวายมิสู้อยู่กับข้าที่จวนนี้แหล่ะ ทั้งใหญ่ทั้งกว้างขวาง ไม่ให้เ้าต้องอึดอัดเป็แน่”
“จะรบกวนฮูหยินผู้เฒ่าได้อย่างไรล่ะเ้าคะ?”
หลี่ซื่อร้อนใจขึ้นมาทันใดในที่สุดหลานสาวที่คุกเข่าเพื่อฮูหยินผู้เฒ่าก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงฐานะสูงส่งขึ้น เพียงแต่ฮูหยินผู้เฒ่าปลีกวิเวกมาแต่ไหนแต่ไรแม้ว่าเมื่อก่อน ชื่นชอบซ่งิเยว่ ก็ไม่เคยให้ซ่งิเยว่พักอยู่กับตัวเอง
ความเอ็นดูซ่งิหลานคราวนี้มิใช่เกินไปหน่อยหรือไร?
เกรงว่าหากซ่งิหลานได้รับความชื่นชอบจากฮูหยินผู้เฒ่าจริงๆผลกระทบก็จะตกแก่บุตรสาวของตัวเองหลี่ซื่อยังกังวลว่าซ่งิหลานจะสามารถคว้าใจฮูหยินผู้เฒ่าไว้ได้ ภายภาคหน้าย่อมต้องส่งผลกระทบไปแย่งชิงกับบุตรของนางชั่วขณะนั้นใจดังถูกแผดเผา ทว่าไม่มีวิธีอื่นแล้วคิดแล้วคิดอีกจึงปั้นยิ้มพูดไปว่า“ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมมีเจตนาดีเพียงแต่ให้คุณหนูสามพักอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ายากที่จะมีอิสรเสรีที่จริงเรือนิเยว่ของคุณหนูสี่ทั้งสวยงามละเอียดอ่อนทั้งสว่างไสวคุณหนูสามมิสู้ย้ายไปเรือนิเยว่ พี่น้องแบ่งกันคนละครึ่ง อยู่ด้วยกันตลอดเวลาสัมพันธ์พี่น้องก็จะดียิ่งขึ้น?”
“ท่านแม่!” ซ่งิเยว่ไหนเลยจะยอมอยู่ร่วมห้องกับซ่งิหลานกระทืบเท้าทันใด
หลี่ซื่อมีท่าทีเฉียบขาดต่อซ่งิเยว่
“คุณหนูสามว่าอย่างไร?” ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธหันไปถามซ่งิหลาน
ซ่งิหลานยิ้มเย้าหยอกมองไปที่ซ่งิเยว่ผู้ซึ่งกัดริมฝีปากหอบหายใจทว่าส่ายหน้าปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาและยิ้มตอบไปว่า “ไม่เป็ไรดีกว่า”
“ทำไม?”
“ั้แ่โบราณกาลมาจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ* ล้วนมีเหตุผลอยู่มากโขอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า หลานได้ยืมบารมีของท่านทำไมจะไม่ใช่เื่ดีล่ะ ไม่จำเป็ต้องไปอยู่กับน้องสี่ซึ่งไม่มีประโยชน์อันใดเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าคาดไม่ถึงว่าซ่งิหลานก็สามารถพูดทีเล่นทีจริงอย่างนี้เป็กลั้นไม่อยู่หันหน้าไปหัวเราะให้ นางพยักหน้าเล็กน้อย ถือว่ายินยอมตามประสงค์ของซ่งิหลานแม้จะเห็นหลี่ซื่อไม่พอใจ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวเองก็มิได้นำพาต่อความคิดเห็นของสะใภ้ด้วยเหตุนี้จึงจัดการให้ซ่งิหลานอยู่ในจวนของตัวเองซึ่งด้านหลังเป็เรือนเล็กๆที่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่งเรือนนี้แม้ว่าไม่ใหญ่ ทว่ารายล้อมด้วยสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง ต้นไม้เขียวขจีดอกไม้เบ่งบานซ้อนทับกันเป็ชั้นๆนำพาทั้งความสงบ สวยงามและละเอียดอ่อน กลิ่นหอมจรุงใจคนห้องด้านข้างไม่จำเป็ต้องพูดถึง เป็เพียงห้องโถงที่วิจิตรตระการตาเก็บกวาดได้เรียบร้อยสะอาดตาเป็อย่างยิ่ง
เดินผ่านฉากบังลมใหญ่สิบสองพับซึ่งเป็รูปแปดเซียนอวยพร*เข้าไป ก็เป็ห้องที่ใช้พักผ่อนทางด้านหลัง
ซ่งิหลานเห็นว่า้าของห้องนี้แม้ว่ามีสิ่งของวางอยู่ไม่กี่ชิ้นทว่ากลับดูไม่เหมือนเป็ห้องว่างมองไปยังเตียงใหญ่กลางห้องที่เป็ไม้แดงแกะสลักรูปแปดเซียนข้ามทะเล* ก็พยักหน้าเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็แปดเซียนอวยพรหรือแปดเซียนข้ามทะเลล้วนไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวในห้องหอที่ยังไม่ออกเรือนชื่นชอบ ซ่งิหลานเองก็คิดเช่นนั้นเกรงว่านี่คงเป็ที่ที่ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวหลบมาพักผ่อนเมื่อมีเวลาว่าง
“คุณหนู สิ่งของเ่าั้ที่จิ้นอ๋องมอบมาทำอย่างไรดีเ้าคะ?”ฮุ่ยซินถามเสียงต่ำเบา
ซ่งิหลานวันนี้เพิ่งกลับจวนก็ปะทะกับหลี่ซื่อแม่ลูกในใจของฮุ่ยซินยังรู้สึกหวาดระแวงอยู่แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านไปแล้วก็ตาม อดไม่ได้ลอบสังเกตอารมณ์นายของตัวเอง
เพียงแต่นายของนางดูเหมือนจะคุกเข่าสวดมนต์นานไปแล้วใบหน้านวลงามตลอดเวลาแทบจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นางเห็นซ่งิหลานครุ่นคิด ยิ่งพูดด้วยเสียงอบอุ่นว่า“ตอนอยู่ข้างนอกบ่าวได้ยินมาชัดเจนว่า หลายปีเ่าั้ในจวนโหวของพวกเรามีผู้อื่นอาศัยอยู่หลายคนนอกจากคุณชายสามคุณหนูสี่บ้านนายท่านโหวของเรา นายท่านรองบ้านรองมีแม่นางห้า ยังมีคุณหนูสองคนและคุณชายอีกสองคนล้วนเป็คนของบ้านสาม” นางหยุดไปครู่หนึ่งประคองถ้วยชาส่งแก่ซ่งิหลานอย่างนิ่มนวล เห็นนางทั้งดื่มชาทั้งมีท่าทีครุ่นคิด ยิ่งยิ้มพร้อมทั้งพูดต่อไปว่า“บ่าวยังได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่หลายปีก่อนแต่งให้ผู้อื่นไปแล้วคุณหนูรองดูเหมือนว่ากำลังไว้ทุกข์ให้ครอบครัวสามีด้วยเหตุนี้จึงล่าช้า อีกด้าน...”
“ท่านอาสามยังนับว่าลูกเต็มบ้านช่างโชคดีเหลือเกิน” ซ่งิหลานขัดคำพูดของนาง ยิ้มแล้วก็ยิ้มก่อนจะพูดตอบ
คุณหนูคุณชายในจวนจงจิ้งโหวนอกจากเป็ความดีความชอบของจงจิ้งโหวแล้ว ดูๆไปแล้วล้วนเป็ความดีความชอบของนายท่านสาม
ฮุ่ยซินกัดริมฝีปาก
ทำไมฟังดูแล้วเหมือนกำลังเสียดสีนายท่านสามเล่า?
แม้ว่านายท่านสามเป็คนเ้าชู้จริงๆในจวนเต็มไปด้วยบรรดาอนุภรรยา ทว่าพูดเสียดสีอย่างนี้ ผู้อื่นจักไม่เสียใจหรือ?
“ข้ากลับมาจวนโหวครั้งนี้ ต่อไปสาวใช้ข้างกายอาจจะมีมากขึ้นเพียงแต่เ้าต้องจำไว้ให้ดี ข้างกายข้า ผู้ที่เ้าและข้าไม่เคยรู้จักชัดแจ้งมาก่อนห้ามให้เข้าใกล้ข้า และห้ามให้เข้ามาในห้องของข้า” คิดจะให้ร้ายใครสักคนหนึ่งเป็เื่ที่ง่ายดายแม้ซ่งิหลานมีอิทธิพลของจิ้นอ๋องหนุนหลังก็ตาม นางกำชับกำชาอีกรอบ เห็นฮุ่ยซินตอบรับอย่างแข็งขันก็รู้ว่าฮุ่ยซินจะต้องระมัดระวังเป็อย่างมากแน่ ด้วยเหตุนี้จึงหลับไปความผิดพลาดระหว่างเดินทาง ห่างไกลนับพันลี้กลับเมืองหลวงทั้งยังเผชิญกับทั้งเื่น่าใทั้งเื่น่าโกรธแค้น แม้ยังยืนอยู่ได้ทว่าเหนื่อยล้าเต็มที
วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวให้เรือนพักแก่นางทว่าละอาหารว่างไว้ เช่นนั้นก็พักผ่อนสักหน่อยเถอะ
นางพักผ่อนไปสามวันติดต่อกันกำลังวังชาเพิ่งจะกลับคืนมา
เวลาสามวันล้วนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวนอกจากเช้าเย็นต้องไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว ซ่งิหลานยังไม่ได้แสดงไมตรีจิตอันดีต่อบรรดาพี่สาวน้องสาวยิ่งไปกว่านั้น นางเพิ่งรู้ว่าอะไรเป็สาเหตุ?วันนั้นหลังจากนางกลับจวน พบเพียงซ่งิเยว่ผู้เดียว พี่สาวน้องสาวคนอื่นๆล้วนมิได้พบหน้าเดิมทีนางคิดอย่างใจแคบว่าพี่สาวน้องสาวเ่าั้ล้วนไม่ใส่ใจตัวเองไม่เห็นความสำคัญ และเกรงว่าจะล่วงเกินหลี่ซื่อ ดังนั้นจึงไม่กล้าดีต่อนางทว่าภายหลังถึงได้เข้าใจ ก่อนที่ตัวเองจะกลับจวนเพียงสองวันพี่สาวน้องสาวเ่าั้ล้วนเข้าวังเพื่อร่วมงานแต่งกลอนต่อบทกวี
นั่นคือบัตรเชิญร่วมงานแต่งกลอนต่อบทกวีจากองค์หญิงอานไท่องค์หญิงใหญ่ของกานหยวนตี้ฮ่องเต้บุตรสาวหลายคนของตระกูลซ่งล้วนไม่กล้าปฏิเสธ
ซ่งิหลานไม่รู้ตื้นลึกหนาบางแต่เกรงว่าในนั้นยังคงมีมูลเหตุซึ่งเกิดจากหลี่ซื่ออยู่บ้างทว่านางไม่ได้ไม่พอใจอะไรบรรดาพี่สาวน้องสาวเ่าั้
เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันน้อยมากความรู้สึกจึงค่อนข้างเ็า ก็เป็เื่ปกตินี่
อย่างไรก็ตามนางอาศัยอยู่ในจวนโหวแต่ละวันค่อนข้างยุ่ง ทั้งจัดระเบียบสิ่งของที่นำมาจากอาราม รวมถึงสิ่งของที่จิ้นอ๋องมอบให้แก่ตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีเวลาคิดถึงอนาคตว่าจะอาศัยอยู่ในจวนโหวอย่างไรจนมาถึงวันหนึ่ง นางยุ่งั้แ่เช้า ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อแสดงการคารวะแสดงตนเป็หลานที่ดีเพิ่งจะเดินไปถึงประตู ก็ได้ยินน้ำเสียงแฝงความหยิ่งยโสอย่างแจ่มชัดของสตรีดังอยู่ในห้องไม่คิดจะเพลาเสียงลงแม้แต่น้อย “ช่างเป็ดาวหายนะจริงๆข้าได้ยินว่าเพราะนางกลับจวน สะใภ้ใหญ่ถึงได้ถูกนางรังแกจนป่วยทุกวันนี้นอนซมอยู่บนเตียง หน้าซีดเซียวผ่ายผอม ท่านแม่ ไหนเลยจะมีผู้เยาว์วัยด้อยาุโกว่ามีหญิงสาวที่ดีทำเื่เช่นนี้!”
“หุบปาก!”
“ข้ายังได้ยินว่า นางนั่งชูคอบนรถของจิ้นอ๋อง ไม่เพียงไม่ระมัดระวังหากให้กุ้ยเฟยรู้เื่นี้แล้วล่ะก็ จะทำอย่างไรกับพวกเราจวนโหว?”
เสียงสตรีแม้ถูกตวาดทว่ายังคงไม่หยุดเหมือนเดิม กลับพ่นคำพูดต่ออย่างรวดเร็ว
ซ่งิหลานไม่ได้มองสาวใช้ผู้พามาซึ่งรออยู่ข้างๆด้วยใบหน้าอึดอัดใจหลุบขนตาสีเข้มของตัวเองลง ปิดบังสายตา ส่งสัญญาณให้สาวใช้เปิดม่านให้ตัวเอง
“ในใจของกุ้ยเฟยคิดอย่างไร จะทำอย่างไรกับพวกเรา? ท่านแม่ ข้ายังคงไม่เข้าใจ จวนจงจิ้งโหวที่สง่าผ่าเผย เมื่อไหร่กันต้องมองกระทั่งสีหน้าสาวใช้ของกุ้ยเฟย!”
นางยืนอยู่ข้างม่านมุกที่กำลังส่ายไหวยิ้มเยาะเย้ย ช้อนสายตาขึ้นอย่างเรื่อยเฉื่อย เป็ใบหน้าของหญิงงามเกินห้ามใจ
เสียงเครื่องเคลือบลายครามหล่นลงแตกชำเลืองมองด้านข้าง ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมคายผู้หนึ่งพลันลุกขึ้น
เขารูปร่างงดงามดั่งต้นจือหลันและยูคาลิปตัสกำลังมองด้วยสายตาแฝงความเลื่อนลอยไปยังั์ตาดั่งฤดูใบไม้ผลิ และรอยยิ้มเยียบเย็นของหญิงสาว
“น้องสาม...”
*狐假虎威จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ หมายความว่า แอบอ้างบารมีข่มเหงผู้อื่น
*八仙贺寿 แปดเซียนอวยพร และ 八仙过海แปดเซียนข้ามสมุทรหมายความว่า แปดเซียนหรือโป๊ยเซียนเป็สัญลักษณ์แทนความหมายถึงการอวยพรให้มีความสุข ความโชคดี และอายุยืนยาว
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า