กำลังพลที่เหลืออยู่ของกองฏโพกผ้าเหลือง ทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ภายในเมืองกว่างจง
แม้ค่ายทหารนอกเมืองจะถูกเผาจนกลายเป็เถ้าถ่าน แต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจอีกแล้ว โชคดีที่ภายในเมืองยังคงมีเสบียงอาหารสะสมอยู่ไม่น้อย กำลังพลที่รวบรวมมาได้ยังมีอยู่อีกแสนกว่านาย เพียงพอที่จะยื้อเวลากับกองทัพใหญ่ของราชสำนักด้านนอกต่อไปได้
เพียงแต่สถานการณ์ของเตียวก๊กกลับไม่สู้ดีนัก
การได้เห็นเตียวโป้ผู้เป็น้องรองถูกสังหารต่อหน้าต่อตา และนึกถึงเตียวเหลียง น้องสามที่สิ้นชีพในสนามรบ เขาก็โกรธเกรี้ยวจนกระอักเื สภาพร่างกายยิ่งมายิ่งทรุดโทรม ใบหน้าซีดเผือดดั่งคนที่วาระสุดท้ายกำลังจะมาเยือน
"ท่านต้าเสียนเหลียงซือ แย่แล้วขอรับ!"
จางไป๋ฉีเดินเข้ามาในห้อง เอ่ยด้วยความร้อนใจว่า "โลติดได้นำกำลังมาโอบล้อมเมืองกว่างจงไว้แล้วขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น อารมณ์ของเตียวก๊กก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาไอแห้ง ๆ ออกมาสองที ก่อนจะเอ่ยอย่างโรยแรงว่า "โลติดมาเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ร่างกายของข้ายามนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ไม่อาจบัญชาการการศึกได้ ถัดจากนี้ไปต้องฝากพวกเ้าแล้ว"
จางไป๋ฉีรีบเอ่ยว่า "ใครก็ได้ รีบไปเตรียมน้ำยันต์มาเร็วเข้า!"
"น้ำยันต์... ไม่มีประโยชน์หรอก!"
เตียวก๊กยอมรับเื่นี้ออกมาด้วยตนเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ "ข้าพักผ่อนสักสองสามวันก็คงจะดีขึ้น พวกเ้าเร่งไปรักษาเมืองไว้ อย่าให้โลติดฉวยโอกาสไปได้ ไปเถิด! ไม่ต้องมาห่วงข้า!"
"ข้าจะจัดคนสองสามคนให้เฝ้าอยู่ด้านนอก หากท่านต้าเสียนเหลียงซือ้าสิ่งใด สามารถเรียกพวกเขาเข้ามาได้ทุกเมื่อนะขอรับ"
จางไป๋ฉีเดินออกจากห้องไป
ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็การรักษาเมืองกว่างจงไว้ เพื่อรักษาขุมกำลังปัจจุบันของกองฏโพกผ้าเหลืองเอาไว้
เมื่อเขาเดินไปไกลแล้ว เตียวก๊กก็เอนกายกึ่งนอนอยู่บนตั่งอย่างหมดแรง ทอดถอนใจว่า "น้องรอง น้องสาม เป็พี่ใหญ่ที่ทำร้ายพวกเ้า!"
ยามนี้ก่อฏไม่สำเร็จ ฮ่องเต้ไม่ได้เป็ ซ้ำยังต้องสูญเสียญาติพี่น้องไปถึงสองคน ในใจของเตียวก๊กปวดร้าวยิ่งนัก!
เขารู้สึกว่าชะตากรรมของตนเองก็ใกล้จะถึงจุดจบแล้วเช่นกัน
โลติดนำทัพมาถึงใต้กำแพงเมือง
กองทัพฏโพกผ้าเหลืองในเมืองกว่างจงตั้งแนวรับเตรียมพร้อมทำศึก
หยางเจารู้ดีว่า ยามนี้ใกล้จะถึงเวลาศึกตัดสินครั้งสุดท้ายระหว่างโลติดและเตียวก๊กแล้ว ขอเพียงเมืองกว่างจงถูกตีแตก ความวุ่นวายจากฏโพกผ้าเหลืองก็ถือว่าสงบลงชั่วคราว ทว่าการตระเตรียมตัวภายในเมืองของเตียวก๊กนั้นพรั่งพร้อมยิ่งนัก ย่อมไม่ง่ายที่จะบุกตีให้แตก
ทันทีที่โลติดมาถึงใต้กำแพงเมืองกว่างจง ก็สั่งให้คนสร้างเครื่องมือสำหรับบุกตีเมืองนานาชนิด เตรียมจะเปิดฉากบุกโจมตีอย่างหนักหน่วง
ทว่ายังไม่ทันได้บุกตีเมือง ทางฝั่งลั่วหยางก็ส่งคนมาถึงเสียก่อน
จูฮงเป็ขันทีคนหนึ่ง ทว่าพระเ้าเลนเต้ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกลับไว้วางพระทัยพวกขันทีเป็อย่างยิ่ง คราวนี้เขาเดินทางมายังกองทัพของโลติด ก็เพื่อรับคำสั่งมาตรวจตราการทำงานในกองทัพ ถือโอกาสเรียกร้องผลประโยชน์จากโลติด ทันทีที่มาถึงก็ส่งสัญญาณเรียกร้องผลประโยชน์สารพัด
ด้วยนิสัยของโลติด ย่อมไม่ชอบคนประเภทจูฮง และยิ่งไม่มีให้สินบนอย่างแน่นอน จึงเอ่ยด้วยท่าทีเ็าว่า "ในเมื่อท่านหวงเหมินมาตรวจตราค่ายทหาร ก็เชิญตรวจตราตามสบาย ข้าคงไม่อาจอยู่ร่วมรับใช้ได้"
หวงเหมินก็คือตำแหน่งขุนนางของจูฮง
เมื่อได้รับการปฏิบัติตนเช่นนี้ จูฮงก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง เขาเอ่ยข่มขู่ว่า "ท่านหลูจงหลาง ข้าเป็ตัวแทนของฝ่าาเดินทางมาตรวจตราค่ายทหาร ข้าขอเตือนให้ท่านคิดให้ดี ๆ ว่าหลังจากนี้จะต้อนรับข้าอย่างไร มิฉะนั้น หากข้าพูดอันใดผิด ๆ ต่อหน้าฝ่าา ผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งนัก"
กล่าวจบ เขาก็เดินออกจากกระโจมไปอย่างโกรธเกรี้ยว และเข้าไปในกระโจมชั่วคราวของตนเอง
จูฮงแม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าเปิดศึกแตกหักกับโลติดตรง ๆ ในค่ายทหาร เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็ถิ่นของโลติด ผลประโยชน์ที่ตน้าก็ยังไม่ได้มา
"วางท่าใหญ่นัก!"
โจโฉในยามนี้ ในใจยังคงจงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่น ย่อมไม่ชอบพฤติกรรมเช่นนี้เช่นกัน เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า "เพียงขันทีหวงเหมินตัวเล็ก ๆ ยังกล้ามาวางท่าต่อหน้าท่านหลูจงหลาง"
โลติดเอ่ยด้วยความสลดใจว่า "ข้างกายฝ่าามีแต่คนเช่นนี้ นี่คือความโชคร้ายของราชวงศ์ฮั่นโดยแท้!"
โจโฉเอ่ยถาม " จูฮงผู้นี้ต้องสร้างความลำบากให้แก่ท่านหลูจงหลางแน่ จะจัดการเขาอย่างไรดีขอรับ?"
หากจัดการได้ไม่ดี อีกฝ่ายกลับไปเอ่ยให้ร้ายต่อหน้าฝ่าา ตำแหน่งเป่ยจงหลางเจียงของโลติดคงไม่ต้องเป็ต่อแล้ว ดีไม่ดีอาจจะถูกไต่สวนเอาผิดอีกด้วย
"สิ่งที่จูฮง้าก็ไม่พ้นเงินทองและผลประโยชน์ต่าง ๆ " หยางเจาเอ่ยขึ้น
โลติดในอนาคตปฏิเสธที่จะมอบผลประโยชน์จึงถูกจูฮงใส่ร้ายป้ายสี สุดท้ายก็ถูกจับใส่รถนักโทษคุมตัวกลับลั่วหยาง
จนกระทั่งฮองฮูสงรบชนะกลับถึงลั่วหยาง จึงสามารถแก้ต่างให้โลติด คืนตำแหน่งเดิมให้ได้
หยางเจา้าเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์นี้ จึงเอ่ยต่อ "ในเมื่อจูฮง้าผลประโยชน์ ท่านหลูจงหลางก็มอบให้เขาไปก็สิ้นเื่"
"เหลวไหล!"
สีหน้าของโลติดเ็าลง พลางเอ่ยอย่างจริงจังว่า "ข้า โลติด จะใช้เงินทองติดสินบนขันทีหวงเหมินได้อย่างไร?"
เดิมทีเขาชื่นชมหยางเจาอย่างยิ่ง มาวันนี้ได้ยินเข้า ก็นึกว่าหยางเจาเป็พวกประจบประแจง ติดสินบนผู้อื่น เสียดายความสามารถเ่าั้ยิ่งนัก!
ภาพลักษณ์อันดีงามในใจมลายหายไปในพริบตา ก่อนจะเอ่ยหัวเราะเย้ยหยันออกมาด้วยความผิดหวัง
"ท่านหลูจงหลาง โปรดฟังข้ากล่าวให้จบก่อนขอรับ"
หยางเจาอธิบายว่า "ที่ข้าเสนอให้ท่านหลูจงหลางทำเช่นนี้ก็มีเหตุผลอยู่ จูฮงเพียง้าผลประโยชน์ หากไม่มอบผลประโยชน์ให้เขา เขาจะต้องใส่ร้ายพวกเราต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาเป็แน่"
"กว่าพวกเราจะทำลายความได้เปรียบของพวกโจรแมลงเม่า และบีบให้พวกเขาจนมุมอยู่ในเมืองกว่างจงได้นั้นไม่ใช่เื่ง่าย"
"หากท่านหลูจงหลางถูกจูฮงใส่ร้ายจนฝ่าาพิโรธเข้า ส่งคนมาจับตัวท่านหลูจงหลางกลับไป ข้อได้เปรียบที่พวกเราตีได้ในเมืองกิลกกุ๋น มิเท่ากับว่าต้องสูญเสียไปเปล่า ๆ แล้วเปิดโอกาสให้เตียวก๊กตั้งตัวขึ้นมาสร้างความวุ่นวายแก่แผ่นดินอีกหรือขอรับ?"
เขาจ้องมองโลติดด้วยสายตาจริงใจ พร้อมเอ่ยเหตุผลทั้งหมดออกมา
โลติดขมวดคิ้วมุ่น ที่แท้ตนเองก็เข้าใจหยางเจาผิดไป ในใจรู้สึกละอายยิ่งนัก
หยางเจาวิเคราะห์จากภาพรวม จะให้เกิดเื่กับโลติดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งส่งเสริมขวัญกำลังใจให้แก่พวกฏโพกผ้าเหลือง
ทว่าการจะให้เขาติดสินบน คนที่มีชีวิตซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดชีวิต ย่อมทำเื่เช่นนี้ไม่ได้
โจโฉเห็นพ้องด้วยว่า "หยางซือหม่ากล่าวมีเหตุผล พวกเราไม่อาจสูญเสียข้อได้เปรียบในการรับมือกับพวกโจรแมลงเม่า เพียงเพราะขันทีหวงเหมินคนเดียว ขอท่านหลูจงหลางโปรดไตร่ตรองด้วยขอรับ!"
จิตใจของโลติดเริ่มสั่นคลอน เอ่ยอย่างลังเลว่า "แต่ว่าข้า..."
หยางเจาเข้าใจความคิดของเขา จึงยิ้มกล่าวว่า "เื่นี้ข้าจัดการเองขอรับ ถึงเวลานั้นขอเพียงท่านหลูจงหลางปรากฏตัวสักนิด ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาแล้ว เงื่อนไขคือท่านหลูจงหลางต้องเชื่อใจข้าขอรับ"
"ได้!"
โลติดครุ่นคิดอยู่นาน รู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาเอ่ยมาล้วนมีเหตุผล จึงตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ "เื่นี้มอบให้หยางซือหม่ารับมือ ชั่วคราวนี้จะไม่เอ่ยถึงอีก ยามนี้เตียวก๊กหลบซ่อนอยู่ในเมืองกว่างจง ตระเตรียมการพรั่งพร้อม ย่อมไม่ใช่เื่ง่ายที่จะตีเมืองให้แตก พวกเ้าคิดว่าควรจะโจมตีอย่างไร?"
เขาดึงหัวข้อกลับมาที่พวกฏโพกผ้าเหลืองอีกครั้ง
การยุติความวุ่นวายจากฏโพกผ้าเหลือง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
โจโฉเอ่ยเป็คนแรก "ตระเตรียมบันไดลิง รถหอคอย รวมถึงเครื่องยิงหินให้เพียงพอ แล้วเปิดฉากบุกโจมตีอย่างหนักหน่วง!"
"ข้าเห็นว่า สามารถใช้กลยุทธ์ยื้อเวลากับพวกฏโพกผ้าเหลืองได้ขอรับ!"
หยางเจานึกถึงจุดจบของเตียวก๊กขึ้นมาได้ จึงเอ่ยต่อว่า "วันที่ข้าสังหารเตียวโป้ ได้เห็นกับตาว่าเตียวก๊กโกรธเกรี้ยวจนกระอักเืออกมา ใบหน้าซีดขาวโงนเงนจวนจะล้ม หากข้าคาดเดาไม่ผิด ยามนี้เตียวก๊กย่อมต้องล้มป่วยหนัก มีโอกาสสิ้นชีพได้ทุกเมื่อ รอจนกระทั่งเขาตาย กองทัพฏโพกผ้าเหลืองก็ไม่คู่ควรให้เอ่ยถึงอีกแล้ว"
"จริงหรือ?!"
ดวงตาของโลติดทอประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหน้าเล็กน้อย "ไม่ถูกต้อง หยางซือหม่าเพียงคาดเดา ไม่มีใครสามารถยืนยันสถานการณ์ของเตียวก๊กได้ โจตูเว่ย เ้าจงถ่ายทอดคำสั่งลงไป เร่งความเร็วในการสร้างบันไดลิงและรถหอคอย รวมถึงสร้างรถทะลวงขึ้นมาอีกหนึ่งคัน ข้าจะเปิดฉากบุกโจมตีอย่างหนักหน่วง!"
เขายังคงเอนเอียงไปทางวิธีการบุกโจมตีอย่างหนักหน่วงมากกว่า
การคาดเดาของหยางเจามีความไม่แน่นอนสูง มีหรือจะนำมาปรับใช้ได้ตามใจชอบ
ในเมื่อเป็เช่นนี้ หยางเจาจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก รอคอยต่อไปย่อมมีผลลัพธ์ ถัดจากนี้ต้องหาทางจัดการเื่ของจูฮงให้เรียบร้อย