รุ่ยอ๋องอาศัยจังหวะนั้นดึงตัวนางไปจากหรงเยว่ และเมื่อเห็นว่านางมิได้มีท่าทีขัดขืน ทว่าใบหน้าแดงก่ำเอียงอาย ขัดเขินพวกเขาเสียแทน สองพี่น้องก็เริ่มขยับกายเข้าหา ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้น
เยี่ยนเฉิงที่เบื่อหน่ายจะกอดเพียงข้อเท้าเล็กนุ่มนิ่ม หาจังหวะคืบคลานขึ้นไปบนเตียงกว้าง บัดนี้ดูเล็กลงถนัดตาเมื่อต้องรองรับร่างกำยำของชายฉกรรจ์ถึงสามคน
หว่านฉิงเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้านั้นเกินจะต้านทาน พลังทำลายล้างของหนุ่มหล่อสามสไตล์ที่เข้ามาพร้อมกัน ทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้อง
‘ระบบ! ขอยาคลายกำหนัดด่วน ขืนปล่อยให้ลุยต่อสภาพนี้ ฉันได้ตายคากองทัพซอมบี้หนุ่มหล่อก่อนพิษเย็นจะฆ่าฉันแน่!’
[ยาและไอเทมทั่วไปใช้ไม่ได้ผลกับตัวละครหลักขอรับ พลังของพวกเขาอยู่ในระดับทำลายล้าง สามารถสั่นะเืโลกได้ สูงเกินกว่าความสามารถของระบบ แม้แต่ NPC เช่นท่าน หากถูกพวกเขาปองร้ายหรือมาดหมายจะทำอะไร จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงนับร้อยเท่า อันตราย ๆ ติ้ด!]
‘ไอ้บ้าเอ๊ย! งั้นมียาอะไรที่ฉันใช้ได้เองไหม? ยาเสน่ห์หรือยาอะไรก็ได้ที่พูดแล้วพวกเขาทั้งสามคนจะยอมเชื่อฟังฉันบ้าง!’
[กำลังเปิดระบบร้านค้าฉุกเฉิน : โหลดไอเทม 1... 2... 3... ระบบกำลังหมุนวนเลือกสิ่งของที่เหมาะสมกับคะแนนของโฮสต์... ติ๊ด! ยินดีด้วยขอรับ! โฮสต์ได้รับไอเทม... อ่า... ขออภัยด้วย... ระบบขัดข้องขอรับ...]
ไอเทมร้านค้าที่นางแลกมาด้วยหยาดเหงื่อกลับกลายเป็ความล้มเหลวไม่เป็ท่า! หว่านฉิงกัดกรามกรอด อยากจะกระชากไอ้ระบบเฮงซวยออกมาสับเป็หมื่นชิ้น ติดที่สถานการณ์ตรงหน้าวิกฤตเกินกว่าจะมัวพ่นคำด่า
ร่างระหงสั่นเทาอยู่ท่ามกลางกลุ่มบุรุษที่ถูกไฟราคะครอบงำ นางจึงงัดทักษะการแสดงระดับตัวแม่ ตีสีหน้าโศกศัลย์น่าเวทนา นางละล่ำละลักอ้อนวอน “คุณชาย... อ่อนโยนหน่อยได้หรือไม่? ข้ากลัวเหลือเกินเ้าค่ะ”
นางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างน่าสงสารพลางคว้าหมับเข้าที่มือหนาซึ่งกำลังรุกรานเรียวขาของนางอยู่ ตามเนื้อเื่ในนิยาย เสนาบดีน้อยเยี่ยนเฉิงผู้นี้จิตใจอ่อนโยนกว่าพระเอกคนอื่นอยู่บ้าง นางสบตาเขาแล้วอ้อนวอนซ้ำ “ข้ารับปากว่าจะช่วยพวกท่าน... ได้โปรด อ่อนโยนกับข้าสักนิดเถิด...”
วาจาหวานหูและท่าทีตระหนกนั้นดึงรั้งสติของยอดขุนพลอย่างแม่ทัพหรงเยว่ให้กลับคืนมา มโนธรรมในใจเตือนสติว่าเขาไม่ควรข่มเหงสตรี แม้จะถูกพิษกำหนัดจากถ้วยชาขององค์ชายโฉดเล่นงานก็ตาม เขาเป็คนแรกที่ยอมผละกายออกไป เปิดช่องว่างให้เสนาบดีหนุ่มจอมอ้อนบุกจู่โจมเข้ามาแทน!
เยี่ยนเฉิงสะบัดปลายเท้าถีบรุ่ยอ๋องจนกระเด็นติดผนัง ก่อนจะโถมกายเข้าหาหว่านฉิงอย่างรวดเร็ว
ดวงตาคมซึ้งปานหยาดน้ำค้างสบประสานกับั์ตาของนาง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับรอยยิ้มซุกซน บัดนี้แดงซ่านด้วยฤทธิ์ยา ขนตาหนาเป็แพสั่นระริกยามที่เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน กลิ่นหอมสะอาดแบบบัณฑิตทำให้นางใจสั่นวาบอย่างเสียไม่ได้
“ล่วงเกินท่านแล้ว... เจี่ยเจีย... ข้าสัญญาว่าจะรับผิดชอบท่าน”
น้ำเสียงแหบพร่าที่เรียกนางว่าพี่สาวนั้นออดอ้อนระคนเว้าวอน เยี่ยนเฉิงหอบหายใจรดรินซอกคอขาวจนนางขนลุกซู่ นางใช้สติที่เหลืออันน้อยนิดชี้ทางรอด
“ยาคลายกำหนัด... ในลิ้นชักของข้า ตรงมุมห้อง เม็ดสีดำ... ท่านทานเสียก่อน... อุ๊บ!”
ไม่ทันสิ้นประโยคดี ริมฝีปากร้อนผ่าวของเสนาบดีหนุ่มก็ทาบทับลงมาปิดปากนางเสียสนิท รสััที่จาบจ้วงและรุกรานทำเอาสติของนางพร่าเลือน สมองตื้อไปหมด ลืมทฤษฎีทุกอย่างที่เคยร่ำเรียนมาเสียสิ้น
ในขณะที่บุรุษทั้งสองกำลังเล้าโลมนางอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพหรงเยว่ที่เพิ่งจะคว้ายาเม็ดสีดำในลิ้นชักเข้าปากก็กลับมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางงุ่นง่าน ฤทธิ์ยาถอนพิษยังไม่ทันทำงานเต็มที่...
“ยาปลุกกำหนัดนี้แรงมาก พี่ใหญ่ ถ้าไม่คลายกำหนัด ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายมากน้อยเพียงใด” เขาบอกกับทั้งสองที่นัวเนียอยู่กับร่างอันเย้ายั่วบนเตียง ั์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด ราวกับอยากจะปลิดชีพก้างขวางคอทิ้งเสียตรงนี้ เพื่อจะได้โฉมงามเพียงผู้เดียว
หว่านฉิงที่กำลังถูกรุกรานจากสองทิศทางรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือ คว้าหมับเข้าเรียวขาแกร่งของแม่ทัพหนุ่มที่ยืนค้ำศีรษะนางอยู่ ปรายตามองด้วยสายตาฉ่ำหวาน
ดูขาของท่านแม่ทัพที่สูงชะลูดหุ่นนายแบบนี่สิ... ยาวกว่าวาสนาของนางเสียอีก!
“ข้าบอกว่าจะช่วย... ก็คือช่วย... นั่งลงบนเตียงเถิดเ้าค่ะ คุณชาย” นางไม่หลุดเรียกยศของพวกเขาออกมาให้ไก่ตื่น ขณะที่ดวงตาคู่งามยังคงเปี่ยมด้วยอำนาจการสั่งการจนบุรุษทั้งสามชะงักไปครู่ หรงเยว่ยอมโอนอ่อนตามนางอย่างว่าง่าย
เมื่อจัดการหนุ่มสักคนให้ยอมสงบลงบ้างแล้ว หว่านฉิงไม่รอช้า นางใช้ทักษะความว่องไวดึงสายคาดเอวของเยี่ยนเฉิงออก ตามด้วยอาภรณ์สีดำปักเลื่อมสง่างามของรุ่ยอ๋องให้พ้นทาง ปลายเท้าขวาที่แม้จะสั่นเทาทว่ายังคงแม่นยำ นาบลงบนจุดกึ่งกลางกายของแม่ทัพใหญ่ เคล้าคลึงเบา ๆ อย่างจงใจ...
“อา... แม่นางน้อย” เสียงคำรามต่ำหลุดออกมาอย่างพึงใจ เมื่อนางหลุบมองเขาที่พิงแผ่นหลังตรงมุมหัวเตียงด้วยแววตาเย้ายั่ว อีกสองคนก็ยังงุ่นง่านอยู่กับซอกคอของนาง ใช้ปลายนิ้วเท้าคลึงบริเวณส่วนปลายหัวมน ััถึงความแข็งขึงและเปียกปอนที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าชั้นในออกมา
นาทีนี้ไม่มีใครทนไหวอีกต่อไป...
หว่านฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มพิษเย็นที่กำลังตีรวนกับความร้อนรุ่ม ก่อนที่พายุอารมณ์จะะเิออก อาภรณ์ชั้นในชิ้นสุดท้ายของนางถูกดึงทิ้งลงพื้นไปด้วยมือรำคาญของรุ่ยอ๋อง
ความเงียบเข้าปกคลุมในชั่วอึดใจ สายตาทั้งสามคู่พร่าพรายด้วยไฟราคะที่ลุกโชน
“คุณหนูเล็กสกุลมู่... เ้าช่างงดงามเหลือเกิน งามเกินกว่าที่ข้าจะยอมลดตัวไปเรียกโฉมงามอันดับหนึ่งมาปรนนิบัติแทนเ้า...”
รุ่ยอ๋องเอ่ยเสียงพร่า สายตาคมกริบจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่างดงามประหนึ่งประติมากรรมหยกขาว ทรวงอกอิ่มสลักเสลาได้รูปรับกับ่เอวคอดกิ่ว ผิวพรรณสีระเรื่อคล้ายเหมันต์ที่ถูกแต่งแต้มด้วยบุปผาสีชาด
รุ่ยอ๋องผู้แสนเ็าคำรามในลำคอ ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น
ััรุกรานนั้นทำเอาหว่านฉิงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่านางกลับถูกเยี่ยนเฉิงดึงรั้งข้อเท้าข้างซ้ายเอาไว้ เสนาบดีหนุ่มใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามเรียวขางามอย่างคลั่งไคล้ เอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าออดอ้อนระคนเว้าวอน
“เจี่ยเจีย... ท่านช่างร้ายกาจนัก”
ขณะที่แม่ทัพหรงเยว่ซึ่งถูกเท้าเล็กบางข้างหนึ่งของนางกดทับจุดยุทธศาสตร์ไว้ดูจะเจียมตนที่สุด เมื่อเขาเพิ่งได้รับยาถอนกำหนัดไป หว่านฉิงกลับไม่ยอมปล่อยให้เขาต้องน้อยเนื้อต่ำใจลำพัง นางใช้ปลายเท้าเล็กละเอียดเคล้าคลึงัร้ายอย่างหยอกเย้า สร้างความเสียวซ่านรุนแรงจนบุรุษที่นั่งพิงแผ่นหลังอยู่ตรงมุมเตียงต้องคำรามต่ำออกมาไม่ขาด
ริมฝีปากของนางคลอเคลียอยู่กับรุ่ยอ๋อง ส่วนเยี่ยนเฉิงบุกรุกเข้าจู่โจม่ล่างบริเวณกลางกายสาว เขาปรนเปรอนางด้วยปลายลิ้นร้อนอย่างชำนาญโดยสัญชาตญาณบุรุษ แม้จะเป็ครั้งแรกที่เขาได้ััเื่พรรค์นี้ก็ตาม
รสััจาบจ้วงผ่านเสนาบดีน้อยเยี่ยนเฉิง พาลพาให้นางเสียวซ่านจนสมองขาวโพลน ปลายเท้าที่เคยกดทับจุดยุทธศาสตร์ของแม่ทัพหรงเยว่บัดนี้เหยียดเกร็งและขยับสะเปะสะปะตามแรงอารมณ์
หว่านฉิงสะอึกสะอื้นครางหวาน นางไม่อาจเก็บกั้นความเสียวซ่านได้อีกต่อไป ปลายเท้าของนางจิกเกร็งทันทีที่หัวสมองขาวโพลน มองเห็นดวงดาวพร่างพราวสวยงามเกินจินตนาการ นางกรีดร้อง หอบหายใจแรงด้วยสีหน้าเร่าร้อนรัญจวน จนคนหนึ่งต้องยอมผละจากริมฝีปากนาง