Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 50 อลิซผู้เสียสละ

    ตอนที่ 50 อลิซผู้เสียสละ



                “ที่นี่ร้อนโคตรๆเลย”

                “จิมแกเอามือไปจุ่มแม็กม่าสิ”

                “เหวอ!! ไม่เอา”

                “พวกแกตั้งใจหน่อยไม่เห็นหรือว่าไอ้ม้าน้ำข้างหน้านั่นจะเล่นพวกเราแล้ว”

                จ่าเวสดุพวกลูกเจี๊ยบทั้งสี่และเป็นเขาที่ออกไปรับการโจมตีด้วยลูกไฟจากม้าน้ำ ก่อนจะสังหารมันได้ไม่ยาก

                ตอนนี้ทีมจ่าเวสลงมาที่ชั้นสองเรียบร้อยแล้วยังมีทีมอื่นที่ลงมาด้วยพร้อมกันและกำลังทยอยตามกันมาอย่างต่อเนื่อง

                หลังได้รับวิธีการฝึกเพื่อลงชั้นสองจากองค์ชายแล้วแต่ละทีมก็ต่างทรมานตัวเองกันอย่างหนักทำให้แต่ละคนตอนนี้มีสกิลต้านเปลวเพลิงกันทั้งนั้นแถมสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตก็มีหลายคนที่พัฒนาเป็นขั้นสูงด้วย

                พวกเขาติดต่อองค์ชายเป็นระยะและได้ข้อมูลของสัตว์อสูรที่องค์ชายเจอและจัดการได้มาทำให้พวกเขาต่อสู้กับพวกมันได้ง่ายขึ้นมาก

                “ต้องขอบคุณวิธีการแล้วก็ข้อมูลขององค์ชายจริงๆไม่งั้นพวกเราคงไม่ต่อสู้ได้ง่ายแบบนี้หรอก”

                “ใช่ๆตอนนี้พวกเรามาพิชิตชั้นสองเป็นพวกแรกกันดีกว่า”

                เหล่าทหารหน่วยพิเศษต่างชื่นชมองค์ชายมากตอนนี้พวกเขาได้ยึดพื้นที่ชั้นสองไว้หมดแล้ว ในชั้นนี้มีแต่พวกเขาไม่มีคนอื่นอีกเพราะมีทั้งข้อมูลพื้นที่และสัตว์อสูรจากองค์ชาย ทำให้คนนำทางไม่จำเป็นอีกต่อไป

                “จิมองค์ชายบอกว่ายังไงบ้าง?”

                จ่าเวสถามจิมขึ้นหลังจากทีมพวกเขาสังหารปลาไหลตัวหนึ่งลงได้โดยล่อให้มันขึ้นมาจากแม็กม่าและจากนั้นก็ลงมือเชือดมันอย่างง่ายดาย

                “ล่าสุดเห็นองค์ชายบอกว่าถ้าจะลงชั้นสามก็จะติดต่อมาบอกพวกเราอีกทีครับ”

                จิมตอบขณะแล่เนื้อปลาไหลเพื่อจะแจกจ่ายทุกคนพวกเขาได้ทราบแล้วว่า ปลาดุก ปลาไหล และเจ้ากบนั้นมีรสชาติดีมากเหล่าทหารจึงพากันทดลองกินและพบว่ามันอร่อยสมคำร่ำลือดังนั้นจึงเกิดการล่าครั้งใหญ่ขึ้น

                ตอนนี้ตัวที่พวกเขาต้องระวังก็มีกิ้งก่าและกบร่างอาร์ค ส่วนร่างคิงกับมังกรคงไม่ต้องบอก ถ้าเจอให้หนีอย่างเดียวถ้าไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้

                ความจริงเจ้ากิ้งก่าหรือกบร่างอาร์คนั้นหายากมากอยู่แล้วยังไม่มีทีมไหนเจอตัวพวกมันเลย แต่ความจริงพวกเขาก็ไม่ได้สำรวจไปไกลมากเกินไปนัก

                “องค์ชายจะลงชั้นสาม!! ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าพระองค์พัฒนาไปขนาดไหนแล้ว”

                จ่าเวสดูตกใจไม่น้อยที่รู้เรื่องแต่ตัวเขาที่ฝึกฝนองค์ชายตั้งแต่ทรงพระเยาว์ย่อมทราบดีว่าพัฒนาการขององค์ชายนั้นมีมากแค่ไหน ดังนั้นเขามั่นใจได้ว่าองค์ชายย่อมมีการพัฒนาสกิลไปมากทีเดียวระหว่างนี้

                “เท่าที่รู้องค์ชายมีสกิลอัคคีไร้ผลนะจ่า แต่ถ้าให้เอาแขนจุ่มแม็กม่าแบบนั้นแล้วได้สกิลข้าก็ไม่อยากได้สกิลแล้ว”

                    จิมตอบและเริ่มแจกจ่ายเนื้อปลาไหลให้ทุกคน

                “คงมีแต่องค์ชายเท่านั้นแหละที่กล้าทำแบบนั้น”

                แม้แต่จ่าเวสเองก็ไม่กล้าเอามือจุ่มแม็กม่าแบบนั้นเคยมีทหารใจกล้าบางนายลองทำ ผลปรากฏว่าแค่จุ่มลงไปก็ชักกลับมาแทบไม่ทันมือของเขาแทบจะโดนหลอมละลายไป ดีที่เพื่อนร่วมทีมรักษาแขนเขาได้ทันแต่ความเจ็บปวดที่ทหารนายนั้นได้รับทำให้เขาไม่ลืมการจุ่มมือในแม็กม่าครั้งนี้ไปตลอดชีวิตและเขาก็ไม่คิดจะทำอีกเป็นครั้งที่สองด้วย

                “เอาล่ะ!! พวกเราก็อย่ายอมแพ้องค์ชาย รีบลุกขึ้นไปต่อได้แล้ว”

                จ่าเวสไล่เตะลูกเจี๊ยบทั้งสี่ที่นั่งไม่ยอมลุกพวกเขาโดนเตะจนร้องโอดโอยกันเป็นแถว เพราะจ่าเวสแกใส่สกิลไปด้วยและแล้วทีมจ่าเวสก็ออกสำรวจกันต่อ เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นกับทีมอื่นด้วยพวกเขาต่างมุ่งหน้าแยกย้ายกันสำรวจชั้นสองแห่งนี้อย่างไม่ยอมแพ้

     

     

    สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง

                “งานที่นายท่านมอบหมายข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”

                นักฆ่าชุดดำสวมหน้ากากสีดำมีหมายเลขแปดสีแดงสดที่หน้าผากคุกเข่ารายงานอยู่ด้านหลังชายคนหนึ่ง

                “ดีมากเจ้าไปสมทบกับหมายเลขสามเพื่อเตรียมทำภารกิจต่อไปได้”

                “ขอรับ”

                หมายเลขแปดรับคำสั่งและเลือนหายไป

                “ระหว่างรอหมายเลขสิบสี่ติดต่อมาคงต้องไปจัดการอย่างอื่นก่อน”

                ชายผู้นี้สวมกากที่มีหมายเลขศูนย์เขาคือชายผู้เป็นหัวหน้าองค์กรจันทราโลหิตชายผู้มีที่มาลึกลับและไม่มีใครรู้ข้อมูลของเขา เขาเปิดมิติและเดินทางจากไปจุดหมายปลายทางไม่อาจทราบได้....

     

     

    สถานที่แห่งหนึ่ง

                “อ๊าก!!!”

                “ทุกคนถอยเร็ว!!”

                “หลบมาอยู่ข้างหลังข้า!! เร็วเข้า!!”

                “ทำไมพวกเราถึงถูกส่งมาอยู่ที่แบบนี้ได้??”

                “ทุกคนใจเย็นก่อน!!!!”

                เสียงของนักบุญเจมส์เตือนสติทุกคนตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนไม่อาจทราบได้ ทว่ารอบตัวคือต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่นแต่ละต้นมีขนาดใหญ่และสูงมาก ดูเหมือนพวกเขาจะอยู่ในป่าทึบแห่งหนึ่ง

                เสียงร้องก่อนหน้านี้เป็นของพาลาดินหนุ่มคนนั้นเขาถูกอะไรบางอย่างโจมตีเข้าอย่างจังที่ด้านหลังเกราะของเขาแตกกระจายพร้อมเลือดที่สาดพรมไปทั่วแม้จะยังไม่ตายแต่ก็อาการร่อแร่เต็มที ทว่าออลันโดก็ลากร่างของเขากลับมาเข้ากลุ่มได้ทันและได้เวทรักษาจากอาลิเซียช่วยไว้ได้อย่างหวุดหวิด

                อลิซที่อยู่ด้านหน้าจ้องไปยังความมืดทึบของป่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อยตัวอะไรที่จู่โจมพาลาดินหนุ่มต้องแข็งแกร่งมากเพราะอย่างน้อยเจ้าหนุ่มนั่นก็มีเลเวลห้าสิบไม่มีทางที่จะไม่รู้ตัวหรือหลบไม่ทันการโจมตีทั่วไปเว้นแต่ว่าสิ่งที่โจมตีจะเหนือกว่าเขามาก

                เสียงกรอบแกรบดังขึ้นมีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามา มันเหยียบใบไม้ที่ร่วงทับถมสถานที่แห่งนี้เสียงนี้ดังมากเมื่อเทียบกับความเงียบสงัดของป่า

                มีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งปรากฏร่างให้พวกเขาเห็นรูปร่างใหญ่โตของมันสูงกว่าสามเมตร ขนสีแดงเลือดปกคลุมทั่วร่างดวงตามีสีแดงกร่ำดุจเลือด เขี้ยวแหลมคมขึ้นเรียงรายในปากที่อ้าออกมันมีกรงเล็บที่ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง สิ่งมีชีวิตที่พวกเขาเห็นคือหมีตัวใหญ่ยักษ์

                อลิซยืนเผชิญหน้ากับมันอย่างไม่กลัวเกรงเธอมีสกิลประเมินอยู่เช่นกัน เธอประเมินหมีที่อยู่ตรงหน้าแต่พอได้เห็นข้อมูลของมัน เธอก็เริ่มถอยหลังทีละน้อย เสียงของเธอที่ดังรอดไรฟันออกมาทำให้ทุกคนใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

                “เจ้านี่คือกรีซชีโลหิตพวกเราอยู่ที่ป่านูเมลอส”

                    “หา!!!”

                ทุกคนร้องหาประสานเสียงขึ้นมาแทบจะทันทีทำไมพวกเขาจะไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่นี้แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเยือนโดยไม่มีการเตรียมตัวแบบนี้

                ป่านูเมลอสเป็นป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายอันตรายจำนวนมากอาศัยอยู่สัตว์อสูรที่นี่มีทั้งพวกสัตว์ป่า พวกแมลงและสัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงพืชกินคนด้วย แต่ละตัวล้วนแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมมากป่าแห่งนี้มีแต่การฆ่าฟันกันตลอดเวลาเพื่อเอาชีวิตรอด

                ถ้าบอกว่ามหาวงกตไดดาลอสคือเขาวงกตที่อันตรายที่สุดป่านูเมลอสแห่งนี้ก็คือป่าที่อันตรายที่สุดเช่นกันแม้พื้นพี่ของป่านี้จะเทียบไม่ได้กับเขาวงกตก็ตาม แต่สัตว์อสูรของที่นี่แข็งแกร่งเทียบเท่าชั้นสามของเขาวงกตหรือแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำในบางสายพันธ์

                มีคนที่เคยเข้ามาในป่านี้แล้วรอดชีวิตไปได้บอกว่าป่านี้มีมังกรอาศัยอยู่ ทว่าก็ไม่มีใครเคยเห็นตัวพวกมันคงมีแต่ข่าวลือเท่านั้น

                “ถ้าข้าให้สัญญาณทุกคนวิ่งสุดแรง หนีไปให้ใกล้ที่สุด เดี๋ยวข้าจะตามไปเอง”

                อลิซเอ่ยโดยไม่หันกลับมามองพวกเขาตอนนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับกริซลีโลหิต สัตว์อสูรที่ดุร้ายมากตัวหนึ่งแถมระดับและสเตตัสของมันก็สูงมาก ถ้าจะมีคนสู้กับมันได้คงมีแต่นางเท่านั้น

                “ตะ.แต่ว่า”

                อาลิเซียเป็นห่วงอลิซและพยายามเอ่ยขึ้นมา

                “ไม่มีแต่ถ้ายังอยากรอดชีวิตก็ให้หนีไปก่อน”

                อลิซยังคงยืนขวางเจ้าหมีเอาไว้กรีซลีโลหิตมองพวกอาลิเซียแวบหนึ่งและหันกลับมาสนใจอลิซต่อแม้มันจะเป็นสัตว์ป่ากระหายเลือด แต่สัญชาติญาณการต่อสู้ของมันบอกว่าเจ้าตัวจ้อยตรงหน้านี้ไม่อาจประมาทได้เลย

                “ไป!!!”

                สิ้นคำอลิซก็พุ่งเข้าหาเจ้าหมีทันทีมันหวดกรงเล็บปะทะกับดาบของเธอจนเกิดประกายไฟแล่นแปรบปราบเห็นมันร่างใหญ่โตแต่ก็มีความว่องไวมากมันใช้กรงเล็บตะปบโจมตีใส่อลิซอย่างต่อเนื่อง

                “วิ่ง!!”

                เควินดันทุกคนให้ออกวิ่งพวกเขาวิ่งกันสุดแรง ขณะหันกลับไปมองอลิซเป็นครั้งสุดท้ายภาพที่พวกเขาเห็นคือนางฟาดฟันดาบปะทะกรงเล็บเจ้าหมีอย่างกล้าหาญ

                “อย่าให้การเสียสละของพี่หญิงต้องเสียเปล่าไปเร็วเข้า!!”

                เควินอดกลั้นและพาทุกคนหนีไปให้ใกลที่สุดแม้ที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้าย ทว่าสัตว์อสูรก็ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นเพราะพวกมันมักต่อสู้และกินกันเองอยู่เสมอผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้ในป่าแห่งนี้

     

     

    ศาสนจักรอาเซอุส

                “ท่านนักบุญเจมส์และคณะหายตัวไปขอรับ....”

                “อะไรนะ!! มันเกิดอะไรขึ้น??”

                ผู้ถามเป็นชายชราร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งแม้เส้นผมบนศีรษะจะเหลือไม่มากทว่าใบหน้าอวบใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเมตตาของเขานั้นกำลังฉายแววตกใจเมื่อทราบเรื่องคนที่เข้ามารายงานเป็นนักบวชชราผู้หนึ่ง

                ส่วนชายชราร่างอ้วนผู้นี้คือประมุขแห่งศาสนจักรอาเซอุสพระสันตะปาปาจัสตินที่เจ็ด ทั้งสองอยู่ในวิหารใหญ่แห่งศาสนจักร

                “เมื่อเช้าถึงกำหนดที่ท่านเจมส์จะต้องกลับมาจากภารกิจและทีมรับตัวก็เดินทางไปแล้ว แต่รอจนผ่านไปนานมากก็ไม่เห็นจะกลับมาข้าเลยส่งคนไปตาม แต่ว่า..”

                “แต่อะไร??”

                จัสตินที่เจ็ดถามต่อตอนนี้เขาเริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว

                “ทีมที่ไปถึงที่หมู่บ้านนั้นรายงานกลับมาว่านอกจากศพชาวบ้านแล้ว ยังพบศพนักเวทของเราทั้งสองคนด้วยขอรับแต่ค้นหาโดยรอบแล้วไม่พบคนอื่นอีก คนที่หายไปคือนักบุญเจมส์ นักบุญหญิงอาลิเซียพาลาดินเควิน พาลาดินอลิซ นักเวทลิลลี่ และผู้คุ้มกันออลันโดกับพาลาดินแมธทิวที่ไปรับตัวพวกเขาพร้อมนักเวทสองคนนั้น”

                “อลิซเนี่ยนะหายตัวไปนางเป็นพาลาดินที่แข็งแกร่งที่สุดคนนึงเลยนะ!!”

                จัสตินที่เจ็ดไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริงเพราะทุกคนต่างทราบดีว่าอลิซคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน

                    “ทางเราพยายามติดต่อด้วยอุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลแล้วแต่ติดต่อทางนั้นไม่ได้เลยเหมือนกับว่าพวกเขาอยู่ในสถานที่ที่มีคลื่นพลังเวทหนาแน่นจนรบกวนการสื่อสารทางไกลขอรับ”

                นักบุญชรารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “แล้วนักเวทสองคนที่ตาย...ได้เรื่องไหม?”

                “ผลการชันสูตรนักเวทที่ชื่อดีน น่าจะถูกนักเวทอีกคนที่ชื่อจอหน์ฆ่าขอรับอาวุธสังหารในมือจอห์นตรงกับรอยแผลบนตัวดีนแต่ว่าจอห์นที่ตายนั้นยังไม่ทราบว่าใครฆ่าขอรับ”

                “คนของเราฆ่ากันเองเพื่ออะไร??”

                จัสตินที่เจ็ดเริ่มมึนหัวเพราะข้อมูลแต่ละอย่างไม่เชื่อมโยงกันเลย

                “เรื่องนี้เราจะสืบต่อขอรับข้าส่งมหาปราชญ์ที่เชี่ยวชาญเวทมิติไปตรวจสอบร่องรอยการใช้เวทมิติของสองคนนั้นแล้วคาดว่าจะได้คำตอบในวันนี้”

                “เรื่องนี้สำคัญมากอย่าเพิ่งแพร่งพรายออกไป ดำเนินการในทางลับไปก่อน ตามหาพวกเขาให้เจอและค้นหาให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

                “ทราบแล้วขอรับ”

                นักบุญชราคำนับและจากไปปล่อยให้จัสตินที่เจ็ดล้มตัวนั่งบนม้านั่งอย่างหมดแรง

                “ทำไมช่วงนี้ถึงได้เกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายไปหมดหวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไรนะเจมส์ เด็กน้อยพวกนั้นด้วยพวกเขาคืออนาคตของศาสนจักรเรา..”

                สันตะปาปาจัสตินที่เจ็ดถอดทอนใจเหม่อมองภาพของเทพอาเซอุสบนผนังเทพอาเซอุสผู้สง่างามและเปล่งประกายทำให้จิตใจของจัสตินที่เจ็ดสงบลงได้อย่างประหลาดก่อนที่เขาจะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน