เวลาของการเดินทางไปยังประเทศภูวธารามาถึงทานตะวัน วารุณี และอำพลกำลังยืนรอรถตู้ของหน่วยงานมารับเพื่อไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตอนนี้มีหัวหน้ากองมาร่วมส่งพวกเขาไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศภูวธารา
“ผมขอให้พวกคุณเดินทางปลอดภัยแล้วก็ทำงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบสำเร็จกลับมานะ” หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำให้พรกับลูกน้องทั้งสาม
“ขอบคุณมากค่ะ/ครับ หัวหน้า”
“ถ้ามีอะไรหรือมีปัญหา ติดต่อหาผมได้โดยตรงหรือติดต่อหัวหน้างานของพวกคุณเลยนะไม่ต้องเกรงใจมีอะไรขาดเหลือเดี๋ยวทางเราส่งไปให้”
“ค่ะ/ครับ หัวหน้า” เมื่อบุคคลทั้งสามลาหัวหน้างานเรียบร้อยแล้วพวกเขาขึ้นรถตู้ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
“เฮ้อ” เสียงวารุณีถอนหายใจ
“วา แกเป็อะไร ถอนหายใจสะดังเชียว” ทานตะวันถามเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงติดตลกยิ่งเห็นสีหน้าที่รู้ว่าเพื่อนสาวรู้สึกเซ็ง เธอยิ่งขำ
“ไม่ตลกเลยทาน ได้ยินหัวหน้ากองบอกไหม เมื่อกี้นะ”
“ได้ยิน ท่านขอให้พวกเราทำงานสำเร็จกลับมาและถ้ามีอะไรบอกท่านได้เลย”อำพลเป็คนย้ำประโยคที่หัวหน้ากองเป็คนพูด
“นั่นไง แปลความหมายว่า พวกเราจะต้องอยู่จนจบงาน ไม่มีใครมาเปลี่ยน”
“เอาน่า ใจเย็น ไปแล้วอาจสนุกก็ได้ ถือว่าไปเที่ยวละกัน”
“บางทีพวกเราอาจได้ไปเที่ยวในประเทศภูวธารามากกว่าคนในประเทศนั้นก็ได้นะ”ทานตะวันตบบ่าและพูดปลอบใจตัวเองและเพื่อนๆ
“โอเค งั้นฉันจะถือว่าไปทำงานด้วยเที่ยวด้วยละกัน”
เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิทั้งสามคนเช็กอินเรียบร้อยเดินเข้าไปในเกทเพื่อรอเรียกให้ขึ้นเครื่องไปยังประเทศภูวธารา ่ว่างทานตะวันหาข้อมูลของประเทศภูวธาราหญิงสาวอ่านข้อมูลฉบับบย่อจากเว็บไซต์หนึ่งให้เพื่อนทั้งสองฟังจากสมาร์ตโฟนของเธอ
“ประเทศภูวธาราเป็ประเทศเพื่อนบ้านอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไทยมีลักษณะภูมิประเทศเทือกเขาสูงในทางตอนเหนือของประเทศส่วนตอนกลางเป็ที่ลาดเชิงเขามีน้ำตกและแม่น้ำไหลผ่านมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติของป่าไม้นานาพันธุ์อย่างครบถ้วนปัจจุบันผู้ปกครองประเทศคือ เ้าพงษ์นภดลธนดิลก และพระมเหสีนภานรีธนดิลก” ทานตะวันให้เพื่อนๆดูรูปของผู้ปกครองประเทศทั้งสองที่แต่งกายสวยงามสง่าตามชุดประจำชาติของประเทศภูวธารา
“ทรงพระสิริโฉมงดงามทั้งคู่” วารุณีบอกกับเพื่อนๆ
“ในเว็บนี้บอกว่า ปัจจุบันเ้าพงษ์นภดลธนดิลกอายุ 37พรรษา และพระมเหสีนภานรีธนดิลกอายุ 25พรรษา” อำพลหาข้อมูลต่อจากเพื่อนสาว
“พระมเหสีอายุเท่ากับพวกเราเลย ถึงว่า ทำไมถึงดูยังสาวอยู่” อำพลพูดต่อตามประสาชาวบ้านนิยมพูดกัน
“ท่านผู้โดยสารที่้าเดินทางจากสุวรรณภูมิไปยังประเทศภูวธาราให้เตรียมตัวได้เลยค่ะโดยให้เลขที่นั่ง...”
“เขาเรียกแล้ว พวกเราเตรียมตัวไปกันเถอะ” ทานตะวันบอกเพื่อนๆ
การเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศภูวธาราโดยการเดินทางทางอากาศใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่งเมื่อขึ้นเครื่องที่นั่งของทานตะวันไม่ได้ติดกับเพื่อนๆที่มาด้วยทีแรกอำพลจะแลกที่นั่งให้ แต่ทานตะวันบอกว่าไม่เป็ไรหญิงสาวนั่งตรงไหนก็ได้เพราะใช้เวลาไม่นานก็ถึงประเทศภูวธาราแล้วทานตะวันนั่งดูข้อมูลพิมพ์เขียว ข้อมูลวัสดุ และการติดตั้งเทอร์ไบน์ (กังหันน้ำ) ที่มาจากบริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศจีนที่จะทำการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ประเทศภูวธาราขณะที่ทานตะวันกำลังดูพิมพ์เขียวและโน้ตข้อมูลบางอย่างไว้ในไอแพดของเธอก็มีเสียงหนึ่งจากผู้โดยสารด้านข้างพูดขึ้นมาเป็ภาษาไทย
“คุณเป็วิศวกรเหรอ” ทานตะวันหันไปมอง คนด้านข้างเธอเป็ผู้ชายผิวสองสีมีหนวดเคราปรกหน้า ตัวของเขาหนา แขนดูมีกล้าม ภาพรวมเหมือนหุ่นผู้ชายที่ชอบออกกำลังกายเป็ประจำอายุหน้าจะราวสามสิบปลายๆ
“ค่ะ” ทานตะวันตอบรับเสียงสั้นจะไม่ตอบเลยก็ไม่ได้เธอไม่อยากมีปัญหาระหว่างเดินทาง “เดี๋ยวสองชั่วโมงครึ่งก็ถึงภูวธาราแล้วทนทนหน่อยละกัน” หญิงสาวคิดในใจแต่คนข้างๆเธอก็ยังไม่หยุดถามสักที
“คุณไปทำอะไรที่นั่น” หญิงสาวแกล้งถอนหายใจให้ชายหนุ่มด้านข้างได้ยินเป็การสื่อความหมายว่าเขากำลังรบกวนการทำงานดูเอกสารของเธอ
“ไปคุมงานค่ะ” หลังจากที่ทานตะวันตอบคำถามชายหนุ่มด้านข้างไปแล้วหญิงสาวกลับไปสนใจเอกสารของเธอ โดยไม่สนใจว่ามีสายตาของชายหนุ่มด้านข้างที่คอยมองเธอตลอดการเดินทาง
“ผู้หญิงคนนี้จัดว่าเป็ผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง แม้จะไม่ถึงขนาดสวยโดดเด่นแต่ก็จัดว่าหน้ามองแบบธรรมชาติสายตาและท่าทางส่อแววฉลาดและมีความมั่นใจในตัวเองสูง ดูหน้าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวของเขา”นายพลวสุธา ณรงค์เดชชัยพรคิดกับตัวเองในใจ ชายหนุ่มแอบมองทานตะวันเห็นหญิงสาวจดโน้ตเป็ประเด็นต่างๆไว้ โชคดีว่าเขาสามารถใช้ภาษาไทยได้ดี เพราะก่อนที่จะถูกส่งไปเรียนที่ยุโรปเคยไปเรียนโรงเรียนประจำที่ประเทศไทยมาก่อนหวังว่าเขาคงเดาไม่ผิดว่าหญิงสาวด้านข้างคนนี้คงเป็ทีมวิศวกรที่ทางประเทศไทยส่งไปควบคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ภูวธาราบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเองเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงครึ่งกัปตันเครื่องบินก็ประกาศว่าจะลงจอดที่ประเทศภูวธาราให้ผู้โดยสารเตรียมตัวให้พร้อมเก็บเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ปรับเก้าอี้ให้ตรง และคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยหลังจากนั้นเครื่องบินก็ลงจอดอย่างปลอดภัยผู้โดยสารในเครื่องเก็บสัมภาระส่วนตัวทยอยเดินลงจากเครื่อง
“หวังว่าเราคงได้พบกันอีก” ผู้ชายคนนั้นที่นั่งข้างเธอพูดกับเธอแล้วเดินยิ้มจากไปทานตะวันได้แต่ถอนหายใจขอให้อย่าเป็แบบที่ผู้ชายคนนี้พูดเลยเมื่อเดินไปถึงทางออกของสนามบินประจำชาติของประเทศภูวธาราก็มีรถตู้มารับบุคคลจากประเทศไทยทั้งสาม โดยมีธนกรยืนยิ้มให้กับเพื่อน
“แกจะดีใจมากเกินไปแหละที่เห็นพวกฉันมา” ทานตะวันว่าเพื่อนดูหน้ามันสิน่าหมั่นไส้มาก
“ฉันต้องดีใจอยู่แล้ว เหงาจะตายอยู่คนเดียว ไปเถอะ ภูวธารารอพวกแกอยู่”หลังจากออกจากสนามบินใช้เวลาในการเดินทางอีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงโรงไฟฟ้าสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีถนนหลวงตัดผ่าน่การเดินทางมีการข้ามเนินเขาเป็ระยะๆกลุ่มวิศวกรของประเทศไทยก็มาถึงโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำประมาณ 11.00น. เวลาในประเทศภูวธาราซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย กลุ่มทานตะวันได้เข้าไปรายงานตัวกับวิศวกราุโที่เป็หัวหน้าโครงการใหญ่ควบคุมโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
“ผมดีใจนะ ที่ทางส่วนกลางส่งพวกคุณมาได้ข่าวว่าแต่ละคนเป็มือหนึ่งในสายงานตัวเองทั้งนั้นเลย” วิศวกราุโกล่าวชมและอ้างถึงคำพูดที่หัวหน้ากองได้พูดกับเขา
“หัวหน้าชมเกินไปแล้วค่ะ พวกเราแค่ทำตามหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น”ทานตะวันตอบรับวิศวกราุโ
“ไป ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ผมเป็เ้ามือเอง พาพวกคุณไปทานร้านอาหารอันดับหนึ่งในประเทศภูวธารา”จากนั้นคนทั้งห้าคนนั่งรถออกจากโครงการก่อสร้างไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงใจกลางประเทศภูวธาราบรรยากาศร้านอาหารจัดแบบศิลปะตามประเทศภูวธาราซึ่งคล้ายๆกับศิลปะทางเหนือของประเทศไทยอาหารส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงหรือมีชื่อเรียกเหมือนอาหารไทยแต่รสชาติอาจจะเบาและจัดจ้านน้อยกว่าอาหารไทยโดยหลักๆการสนทนาในโต๊ะอาหารจะพูดถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและมอบหมายหน้าที่ตามส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบเพื่อเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ตลอดการสนทนาของทีมวิศวกรประเทศไทยอยู่ในสายตาของนายพลวสุธาที่นั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนทหารด้วยกันอยู่ทางด้านข้าง
“ดิน รู้จักคนโต๊ะนั่นเหรอ” นายพลถกลเกียรติเพื่อนทหารรุ่นเดียวกับนายพลวสุธาถามด้วยความสงสัยเห็นเพื่อนของเขามองไปทางนั่นตลอดเวลา เหมือนสายตาจะจับจ้องไปทางผู้หญิงสองคน แต่เขาไม่แน่ใจว่าคนไหนเพราะพวกเธอนั่งติดกัน
“เจอกันตอนนั่งเครื่องกลับมาจากประเทศไทยน่าจะเป็กลุ่มวิศวกรจากประเทศไทยที่มาคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ” นายพลวสุธาตอบข้อสงสัยของเพื่อน
“เออ พูดเื่นี้ก็ดีเลย ฝ่าาจะเสด็จเป็การส่วนพระองค์เมื่อไหร่”นายพลถกลเกียรติถามเพราะเขาเป็หนึ่งในองครักษ์อารักขา
“สัปดาห์หน้าพวกเราจะปลอมตัวเป็นักอนุรักษ์ป่าไม้ที่คอยอำนวยความสะดวกในการสร้างโรงไฟฟ้าและถือโอกาสไปเดินป่าพนาไพรด้วย”
“เออ ก็ดี น่าสนุก ั้แ่พระองค์ขึ้นครองราชย์ งานพวกเราก็ยุ่ง ไม่ได้เดินป่ากันนานแล้ว”นายพลถกลเกียรตินึกถึงภาพวันวานที่สมัยหนุ่มๆ เขา นายพลวสุธานายพลธราธร และเ้าพงษ์นภดลธนดิลกชอบเดินป่าพูดได้เลยว่าป่าในประเทศภูวธาราพวกเขาเดินมาหมดแล้วและบางส่วนได้มีโอกาสข้ามฝั่งไปเดินป่าที่ประเทศไทยมาแล้วด้วย
“เดี๋ยวฉันมา” นายพลวสุธาขอตัวกับเพื่อนทันทีที่เขาเห็นทานตะวันเดินเข้าห้องน้ำหลังจากที่ทานตะวันทำธุรส่วนตัวเสร็จหญิงสาวเดินออกมาล้างมือที่อยู่หน้าห้องน้ำซึ่งตั้งอยู่ระหว่างห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงขณะที่หญิงสาวล้างมืออยู่ ส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยตัวเอง ปรากฏว่าสายตาหญิงสาวเห็นผู้ชายที่นั่งข้างเธอบนเครื่องบินมาเมื่อเช้าในกระจกที่เธอส่อง
“สวัสดีครับ เราเจอกันอีกแล้วนะ” วสุธาทักหญิงสาวด้วยสายตาและสีหน้ายิ้มแย้มแม้เขาจะไม่ได้ยิ้มจากทางปากก็ตาม
“สวัสดีค่ะ” ทานตะวันทักเขากลับหลังจากนั้นหญิงสาวก็รีบล้างมือแล้วเดินจากเขาออกไปทันที
“เรียบร้อยไหมทาน” วารุณีถามเพื่อนสาว
“เรียบร้อย เราไปกันเถอะ” ทานตะวันเดินตามกลุ่มของเธอออกจากร้านอาหารไปโดยมีสายตาของนายพลวสุธามองไปทางทานตะวันด้วยสายตาหมายมั่น “ครั้งหน้าเราคงได้รู้จักกันสักที”ชายหนุ่มคิดในใจ