
นกฮูกเรไร มีรูปลักษณ์ตัวเป็จั๊กจั่นตัวสีสีรุ้ง หน้าเป็นกฮูก มีหน้าที่สอดส่ง และมีนิสัยชอบสังเกตสอดรู้สอดเห็น และเปล่งเป็สัญญาณทิพย์ ที่มีเพียงแต่คนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะได้ยินเสียง ไม่แปลกนักที่ไตรยวายุไม่ได้ยิน
กลุ่มปรางค์นารี เดินทางมาถึงปากถ้ำที่เกิดเสียง บริเวณหน้าปากถ้ำเป็ลานกว้าง เนื่องด้วยวัยของวานรน้อย ยังไม่ถึงกำหนด ทำให้ย่อมมีาแเป็ปกติ ดั่งวานรทั่วไป แม้จะเป็วงศาของาาวานรผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้พระพายพัดผ่านก็จักไร้รอยขีดข่วน วานรน้อยผู้นี้มีหางดั่งมัจฉา มีความซุกซนว่องไวนัก แต่เื่การว่ายน้ำก็มิเป็รองสัตว์อื่น นามเด็กน้อยผู้นี้คือ มณฑี
" หลานท่านมัจฉานุ เหตุใดใช้มนตราแห่งเผ่าพันธุ์ในเขตสันตินี้ " ปรางนารีเอ่ย
สักครู่ มณฑีเอ่ยกลับ
" พี่ปรางค์ ข้าแค่หยอกล้อกับเพื่อนข้า"
...
" ใคร.. ผู้ใดเพื่อเ้า ช่วยข้าด้วยพี่ปรางค์ มันจะรังแกข้าแล้ว" เสียงปริศนาจากหลังพุ่มไม้
ปรากฏเป็มักรีผลชมพู แอบซ่อนตัวอยู่
.....
" ข้าแค่ขอความร่วมมือ รักษาแผลที่ตัวจากไอยราป่าทำร้าย" มณฑีพยายามแก้ตัว
" เ้าคงได้ซุกซน และแกล้งสัตว์อื่นในป่า เหมือนที่เคยทำ าาวานรที่อยู่ในถ้ำ แม้ร่วงรู้ก็คงระอา " ปรางค์นารี
" ข้าแค่เพียงจะชวนมันเล่น ช้างนั่นก็ไม่แยแสข้าเลยปล่อยให้ข้าเหงา แถมยังหงุดหงิดทำร้ายข้าด้วย "
....
" ก็เขาไม่ปรารถนาจะเล่นกับเ้า แล้วนี่เป็เขตที่ห้ามมิให้ใครใช้มนตราหรือรังแกใคร จงรักษาหน้าของปู่เ้าเถิดลิงน้อย " เสมอแขเอ่ยพร้อมส่งสายตาดุ
มักรีผลตัสน้อยรีบวิ่งเข้ามาหาเสมอแข พร้อมเข้าสู่อ้อมกอด
" เ้ารักษาเขาแล้วหรือไม่ " เสมอแข
...
" ไม่ๆๆๆ มันจะฆ่าข้า วิ่งไล่ข้าเหมือนลิงบ้า " มักรีผล
เสมอแขนิ่งเงียบ ค่อยๆมองดูมักรีผลตัวน้อย ซึ่งวัยเขาก็ใกล้เคียงกับมณฑีี มองดูสายตาเศร้าๆของเขา
" เ้าควรมีสหาย.. ไม่มีใครหวังผลประโยชน์จากเ้าในป่าแห่งนี้หรอกนะ เ้าเห็นแผลเขาหรือไม่"
" ข้าเห็น..... " มักรีผลชมพู
" เขาไม่ได้โกหกเ้า เขาแค่อยากได้ความเมตตาจากเ้า เ้าไม่ชอบเห็นความสุขของผู้อื่นรึ" เสมอแข
"........ " มักรีผล
แล้วเขาค่อยๆขยับ และค่อยๆเดินเข้าไปหามณฑีี มณฑีมองขึ้นไปที่ต้นสาละสูงต้นหนึ่ง เพ่งไปยังจั๊กจั่นจอมป่าวประกาศ มันกลับเบือนหน้าหนี ทำหน้ายียวนนัก
แต่พอหันไปกลับเจอไตรบวายุบินต่ำลงมาหา
" เ้าแปลกตาข้านัก เ้าคือนกหรือแมลง" ไตรยเอ่ยพร้อมยิ้ม
นกฮูกเรไร ทำท่าหวาดกลัว กำลังจะบินหนี แต่โดนไตรยคว้าเอาไว้ หมายจะหยอกเล่น หรือนำติดตัว มีแค่เสียงซักซนเล็ดลอดออกมา
" ช่วยข้าด้วย ครุฑจะกินข้า....."
แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะรู้ว่าไตรยเพียงมีท่าทีหยอกล้อ
" ชำระร่างกายเสียก่อน เราไม่ได้มาเยือนท่านาาวานรแห่งป่านี้มานานแล้ว เ้าคิดอย่างไร.. " ปรางค์นารีเอ่ยถามผู้เป็น้อง
" ข้ามีเื่อยากสอบถามเขาเช่นกัน" เสมอแข
....
" กุมภา... กินรีหญิง บริเวณใกล้เคียงนี้ มีกี่ตน เ้านำพามาเสียทีเดียว จะได้ปลอดภัยในการเล่นน้ำำ " ปรางค์นารีเอ่ยสั่งกุมภา
" ค่ะ " กุมภารับคำสั่ง
......
ในใจที่รู้สึกลำบากใจยิ่งจะห่างจากครุฑผู้นี้เสียไม่ได้ ปรางค์นารีมองมายังไตรยที่หยอกล้อกันนกฮูกเรไร
" เ้าตามข้ามา " ปรางค์นารีเอ่ย
แล้วบินไปยังบริเวณสระน้ำใส บรเวณใกล้เคียงกับถ้ำำ พร้อมเอ่ยให้ไตรยวายุเข้าใจ
" เ้าจงห่างจากสระนี้ 50 วา"....
หล่อนมองไปยังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง
" เ้าหันหลัวพิงก้อนหินนั่น แล้วโยนหินก้อนเล็ก... ฮูกเรไรตัวนั้นส่งส่งหนึ่งครา ให้เ้าโยนหนึ่งครึ่ง จนกว่าพวกข้าจะเล่นน้ำเสร็จ" ปรางค์นารี
เสมอแขบินมากระชั้นชิด สะบัดหางกินรีเข้าที่ดวงตาของไตรยวายุ
" โอ๊ย.. "
" ร้องได้ไม่สมบุรุษเลยนะ หากเ้าเหลือบมองมาสักหางตา ข้าจะตีๆๆๆ แล้วก็ตีเรื่อยๆจนกว่าตาเ้าจะมืดบอด กินรีอย่างข้าไม่เคยพูดเล่น " เสมอแขเอ่ย พร้อมทำสีหน้าน่ากลัวใส่ไตรยวายุ
ละอองเกสร ห่อหุ้มโดยไตรยวายุไม่รู้ตัว โอบอุ้มนำพาเขาไปยังหลีงก้อนหินใหญ่
" ไม่เป็ไร เ้าอยากเห็นเรือนร่างของนางไหมล่ะ ข้าจะพรรณนาให้เ้าได้ยินเป็ระยะๆก็ยังได้ " ฮูกเรไรตัวแสบบอกกับไตรย
" อย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกสัปดน" ไตรยวายุ
...
" เฮอะ!!.. เ้าควรเรียนรู้ความเป็ชายเข้าไว้" นกฮูกเรไร
สิ้นเสียงก็บินไปเกาะกิ่งต้นไม้ประจำตำแหน่ง เพื่อส่งสัญญาณ
+++++++++++++
ท้องฟ้าเบื้องบน มีเสียงฟ้าร้องคำรามผิดปกตินัก ทวาณพรู้สึกแปลกใจ จึงใช้จิตสำรวจรอยร้าวที่เกิดขึ้นเล็กน้อยบริเวณประตูเชื่อมระหว้าง์กับป่าหิมพานต์
ปรากฏสายฟ้าเล็ดลอดออกมาเพียงน้อย
บัดนี้ทวาณพที่ได้ยินเสียงกระแสจิตมาจากเมตารส
" ท่านพี่ ได้โปรดอย่างเพิ่งเปิดประตูให้ข้ายามนี้!!!!!! " เมตารส
++++++++++++
( ติดตามตอน 12 )