ตอนที่ 180
“ที่นี่เหรอ” สตีฟหันไปถามองค์หญิงเงือกทั้งสอง
“ใช่นี่แหละ” ไอรีนพยักหน้า
ดูยังไงๆก็ถ้ำปลาไหลชัดๆ สตีฟคิดในใจภาพตรงหน้านั้นคือโพรงถ้ำใต้น้ำถ้ำหนึ่งสตีฟไม่รู้ว่าด้านในมีอะไรรออยู่หรือเป็นสถานที่แบบไหนแต่สองแฝดนั้นจะต้องอยู่ในนี้แน่ๆเขาเชื่อแบบนั้น
“หนูแอนนาหนูพร้อมมั้ย” สตีฟถามแอนนาที่เกาะอยู่ข้างหลังเขา เขานั้นไม่กล้าทิ้งแอนนาไว้บนเรือคนเดียวจึงพาลงมาด้วย
“พร้อมค่ะคุณลุง” แอนนาพยักหน้า
“เอาล่ะพวกเธอนำไปเลย” สตีฟบอกกับไอรีนและไอวีน่า
“อืม...เจ้าตามเรามาอย่าให้คลาดสายตาล่ะเพราะทางเข้านั้นเป็นเขาวงกตคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก” ไอรีนหันมาบอกก่อนเธอและน้องสาวจะว่ายน้ำเข้าถ้ำมืดๆนั่นไปทันที
เมื่อเงือกสาวทั้งสองว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำแล้วสตีฟก็รีบตามพวกเธอไปทันทีดีที่หมวกดำน้ำนั้นทำให้มองเห็นโลกใต้น้ำเสมือนตอนกลางวันไม่อย่างนั้นสตีฟคงลำบากแน่
“ในนี้ยังกับโพรงของมดแน่ะ” เมื่อเข้ามาได้สักพักสตีฟก็พูดขึ้นมาเพราะเส้นทางมันช่างคดเคี้ยวและมีหลายเส้นทางเหลือเกิน
“อะไรคือโพรงมดเหรอคะ” แอนนาสงสัย
“มันคือรังของมดยังไงล่ะ ภายในรังของพวกมดน่ะมีเส้นทางสลับซับซ้อนมากๆจนเหมือนกับเขาวงกต เหมือนที่นี่เลย” สตีฟอธิบายให้แอนนาฟังเพราะเขาเข้าใจว่าเธอไม่ได้เข้าเรียนแบบเด็กปกติจึงไม่มีการทดลองแบบเด็กๆเช่นการใช้กล้องส่องดูรังมดนั่นเอง
ตอนนั้นเองไอรีนก็หันมาบอกสตีฟและแอนนา
“ใกล้ถึงแล้วเห็นแสงสว่างนั่นมั้ยข้างหน้านั่นแหละ” ไอรีนชี้ไปทางข้างหน้าซึ่งสตีฟนั้นดูไม่ออกหรอกว่ามีแสงสว่างหรือไม่เพราะหมวกของเขานั้นมันมองเห็นสว่างไปหมดเหมือนตอนกลางวันนั่นเอง
ไม่กี่วินาทีต่อมาสตีฟและแอนนาก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกตะลึงเพราะเขาโผล่มาบนหน้าผาแห่งหนึ่งและภาพทีเห็นนั้นเป็นอะไรที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมาเห็นอะไรแบบนี้
“ว้าว !!!/นี่มัน !!!” เสียงแอนนาและสตีฟอุทานออกมาอย่างตกตะลึกเพราะภาพตรงหน้าที่ทั้งคู่เห็นนั้นคือภาพของปะการังนาๆชนิดที่ขึ้นเต็มพื้นที่สุดลูกหูลูกตาไปหมด
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองบาดาล !!” ไอรีนพูด
“นี่เราอยู่ใต้น้ำจริงๆเหรอ !!” สตีฟเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจเพราะภาพที่เขาเห็นนี่มันยังกับอยู่ในฝันยังไงยังงั้นสตีฟมองขึ้นไปบนเพดานก่อนจะเห็นสาหร่ายมากมายห้อยระย้าลงมาเหมือนกับโคมไฟ แถมสาหร่ายพวกนั้นมันยังเรือนแสงอยู่ด้วย
“หือนั่นมันฟองอากาศหรือเปล่า ที่ลอยขึ้นมานั่น” สตีฟเห็นมีฟองอากาศมากมายลอยขึ้นมาจากยอดของปะการังพวกนั้น
“ใช่แล้วล่ะด้านในมีอากาศเพราะบางเผ่าพันธ์ก็ต้องใช้อากาศในการหายใจอย่างพวกเผ่าพันธ์เต่าทางด้านโน้น !!” ไอวีน่าพูดพลางชี้ไปทางด้านเหนือของเมือง
“ที่นี่อยู่กันหลายเผ่าเหรอคะ” แอนนาถาม
“ใช่แล้วล่ะที่นี่มีหลายสิบเผ่าพันธ์อาศัยอยู่ร่วมกัน” ไอรีนตอบ
“แล้วเผ่าเงือกของพวกเธออยู่ที่ไหน” สตีฟถาม
“เราอยู่ฝั่งตะวันออกทางนั้นเห็นวังนั่นหรือเปล่า” ไอรีนชี้ไปทางตะวันออก
“ปะการังสีแดงๆนั่นน่ะนะวังของเธอ” สตีฟพูดเพราะเขาไม่เห็นวังที่เธอชี้สักหลังมีแต่ปะการังขึ้นเป็นต้นใหญ่ๆซึ่งปะการังแต่ละต้นที่เขาเห็นนั้นใหญ่ประมาณสี่สิบห้าสิบเมตรเลยทีเดียว แต่มีปะการังอยู่ต้นหนึ่งซึ่งดูโดดเด่นกว่าต้นอื่นเพราะมันมีขนาดใหญ่สุด
“ใช่แล้วล่ะนั่นคือพื้นที่ของเผ่าเงือกของเรา ส่วนทางนั้นเป็นพื้นที่ของ..............” ไอรีนค่อยๆอธิบายว่าพื้นที่ไหนของเผ่าอะไรบ้าง
ซึ่งสตีฟนั้นก็ฟังและจำได้ไม่หมดหรอกเพราะมันมีหลายเผ่าพันธ์เกินไป
“เอาล่ะช่างเรื่องอื่นก่อน พวกเธอรีบพาเราไปที่วังของเธอดีกว่า” สตีฟพูด
“ได้ตามเรามาทางนี้ เราต้องใช้ทางลับเข้าไปเพราะพวกเจ้าไม่ใช่เผ่าพันธ์พวกเราอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้บุกรุกได้” ไอรีนพูดเธอนั้นไม่อยากให้สตีฟถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้บุกรุกเพราะถ้าเกิดต่อสู้กันขึ้นมาเผ่าของเธออาจจะเกิดหายนะได้เพราะเธอเห็นความแข็งแกร่งของสตีฟมาแล้วนั่นเอง
“อ๊ะคุณลุงคะนั่นคืออะไรเหรอคะ” ตอนนั้นเองแอนนาก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่ด้านล่าง
“หืออะไรเหรอหนูแอนนา” สตีฟถามเธอ
“ก็ดูนั่นสิคะขบวบอะไรก็ไม่รู้” แอนนาชี้ให้สตีฟดู
“จริงด้วยขบวนอะไรล่ะนั่นกำลังมุ่งหน้าไปทางวังพวกเธอด้วยสิ” สตีฟมองตามมือแอนนาไปก่อนจะเห็นขบวนฝูงปลาขนาดใหญ่
“ขบวนนั่นมัน !!!” ไอวีน่ามองตามสตีฟและแอนนาก่อนจะอุทานออกมาอย่างตกใจ
“รู้เหรอขบวนอะไร” สตีฟถามเธอ
“นั่นมันขบวนงานแต่งน่ะสิ แถมที่ว่ายนำอยู่นั่นมันเจ้ามิคาเอล !!!” ไอวีน่าตอบสตีฟ
“เจ้านั่นเหรอมิคาเอล !!” สตีฟอุทานพลางเพ่งมองดูก่อนจะเห็นเจ้าปลาดุกตัวหนึ่งที่ว่ายนำหน้าขบวนอยู่
หน้าต่างUnknow Level : 517Error Error Error Error Error Error Error Error
“โว้วไม่ธรรมดาเลยเลเวลมากกว่าเจ้ามังกรดำที่เราเจอครั้งแรกนั่นอีก” สตีฟพูดออกมาเมื่อเห็นเลเวลของมัน
“ใช่แล้วล่ะนั่นคือมิคาเอลองค์ชายจากเผ่าปลาดุก ส่วนด้านหลังนั่นคือพ่อของมันราชาเผ่าปลาดุก” ไอรีนพูดสตีฟลองตรวจดูเจ้าราชาที่ว่านั่น
หน้าต่างUnknow Level : 545Error Error Error Error Error Error Error Error
“พ่อมันเวลเยอะกว่าอีกวุ้ย” สตีฟอุทานเบาๆหลังจากเห็นตัวพ่อที่เลเวลสูงกว่าเจ้ามิคาเอลเกือบสามสิบเลเวล
“พ่อของพี่สาวก็สู้เจ้าปลาดุกนี่ไม่ได้เหรอคะ” แอนนาถาม
“ใช่แล้วล่ะ เจ้ามิคาเอลนั้นแข็งแกร่งที่สุดในเมืองบาดาลแห่งนี้แล้ว” ไอรีนตอบ
“เอาล่ะรีบไปกันเถอะในเมื่อมีขบวนงานแต่งแบบนี้แสดงว่าพวกไอรี่และไอวี่กำลังจะถูกจับแต่งงาน” สตีฟพูดพลางเร่งให้ทั้งสองคนนำทางไปทันที
อีกด้านหนึ่ง
“องค์หญิงท่านรีบมาทำผมเร็วเข้า” อเล็กซานดร้าเงือกพี่เลี้ยงพูดกับไอรี่
“ทำไมต้องทำผมด้วยล่ะ” ไอรี่ถาม
“จะทำไมซะอีกล่ะคะก็วันนี้เป็นวันแต่งงานขององค์หญิงยังไงล่ะคะ เพราะทางโน้นกดดันมาเราจึงต้องเลื่อนงานแต่งมาให้เร็วยิ่งขึ้น” อเล็กซานดร้าพูดทำให้ไอรี่และไอวี่อุทานออกมาอย่างตกใจทันที
“งานแต่ง !!x2”
“อ๊ะจริงด้วยสิองค์หญิงเสียความทรงจำไปนี่นาเลยลืมเรื่องงานแต่งไป” อเล็กซานดร้าลืมว่าพวกองค์หญิงของเธอนั้นเสียความทรงจำไป
“นี่เอาไงดีอ่ะไอรี่ พวกเรากำลังจะโดนจับแต่งงานอ่ะ !!” ไอวี่กระซิบปรึกษาฝาแฝดของเธอ
“ฉันเองก็ไม่รู้ จะหนีก็ไม่ได้ตามน้ำไปก่อนมั้ย” ไอรี่เองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
“ก็ดีนะพวกเรามีตำแหน่งเป็นถึงองค์หญิงไม่แน่ว่าบางทีคนที่มาแต่งด้วยอาจจะเป็นเจ้าชายก็ได้ บางทีอาจจะหล่อมากๆ” ไอวี่พยักหน้า
“นะ..นะ...นี่พี่สาวเงือกเอ้ยไม่สิอเล็กซานดร้า เจ้าบ่าวของข้าและท่านพี่คือใครอย่างนั้นเหรอ” ไอวี่ถามเธอนั้นเริ่มชินกับการพูดแบบเชื้อพระวงศ์บ้างแล้ว
“เจ้าบ่าวของท่านคือองค์ชายมิคาเอลจาก เผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองบาดาล” อเล็กซานดร้าตอบ
“ว้าวชื่ออย่างเท่ แถมยังแข็งแกร่งที่สุดในเมืองบาดาล นี่ๆไอรี่ท่านมิคาเอลจะต้องหล่อสุดๆแน่เลยล่ะ” ไอวี่บอกกับฝาแฝดของเธออย่างตื่นเต้น
“นั่นสินะมิคาเอลถ้าจำไม่ผิดเป็นชื่อของอัครเทวทูตแห่งดินแดนสวรรค์ตามตำนานในเทพนิยาย” ไอรี่เองก็พอจะอ่านหนังสือแบบนี้มาบ้าง
จากนั้นสองแฝดก็ยอมให้พี่เลี้ยงของเธอแต่งหน้าทำผมให้อย่างว่าง่าย
หลายชั่วโมงต่อมา
“นึกไม่ถึงว่าพวกองค์หญิงจะลืมแม้กระทั่งวิธีว่ายน้ำ” อเล็กซานดร้าพูด
“อะ อะ อืม...พวกเราลืมหมดเลย” ไอรี่ตอบกลับไปแบบตะกุกตะกักเพราะจริงแล้วเธอว่ายน้ำเป็นแต่นี่มันไม่ใช่การว่ายน้ำธรรมดาเพราะการที่จะออกจากห้องเธอนั้นจะต้องกลั้นหายใจและว่ายน้ำเป็นระยะทางหลายร้อยเมตรน่ะสิแถมยังมีแรงดันน้ำอันมหาศาลจากใต้ทะเลถ้าเธอดำน้ำลงไปล่ะก็ตายก่อนแน่
“ช่วยไม่ได้งั้นข้าจะเป็นคนพาพวกองค์หญิงไปเอง พวกท่านจะได้ไปพบองค์ราชาด้วยเผื่อความทรงจำพวกท่านจะกลับคืนมา” อเล็กซานดร้าพูดก่อนจะรวบร่างของไอรี่และไอวี่มาไว้ที่เอวของเธอ
หมับ !! หมับ !! อเล็กซานดร้ากอดร่างของทั้งสองไว้ก่อนจะดำน้ำลงไปและรีบพาไอรี่และไอวี่ว่ายผ่านอุโมงยาวไปทันที
บุ๋งๆๆๆ ไอรี่และไอวี่พยายามกลั้นหายใจจนหน้าแดงพวกเธอรู้สึกปวดหัวจี๊ดจากแรงดันน้ำอันมหาศาล
ตู้ม !! เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาไอรี่และไอวี่ก็มาโผล่ที่อีกด้านหนึ่งของอุโมงที่เชื่อมกับห้องนอนของพวกเธอ
แฮ่กๆๆๆ !! ไอรี่และไอวี่รีบหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดทันทีเมื่อโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ
ไอวี่ยกมือขึ้นแตะจมูกก่อนจะเห็นว่าเลือดกำเดาเธอไหลออกมาเพราะแรงดันน้ำเธอรีบเช็ดมันออกก่อนที่พี่เลี้ยงเงือกของเธอจะสังเกตุเห็น
“เอาล่ะทางนี้องค์หญิงรีบตามข้ามาองค์ราชากำลังรอพวกท่านอยู่ !!” อเล็กซานดร้าปล่อยพวกเธอออกจากอ้อมแขนก่อนจะว่ายนำทางไป
ไอรี่และไอวี่รีบว่ายน้ำตามไปอย่างทุลักทุเลเพราะอเล็กซานดร้าที่เป็นนางเงือกนั้นว่ายน้ำได้เร็วมากๆ
“พวกท่านลืมแม้กระทั่งวิธีว่ายน้ำข้าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย” อเล็กซานดร้าเหลือมามององค์หญิงของเธอพลางพูดกับตัวเอง
ที่ห้องโถง
“ลูกหญิงเจ้าไม่เป็นอะไรนะ พ่อได้ยินมาว่าเจ้าสูญเสียความทรงจำเพราะเจ้าเครื่องพันธนาการนั่น” เงือกตัวใหญ่ตัวหนึ่งพูดกับไอวี่และไอรี่
“เอ่อ...หนูไม่เป....ลูกไม่เป็นไรค่ะ” ไอรี่พูดพลางเงยหน้ามองเงือกตัวใหญ่ที่มีมงกุฎสวมอยู่เธอลองตรวจสอบสถานะของเงือกตัวนี้ดูก่อนจะหน้าซีดเมื่อเห็นเลเวลของเงือกตัวนี้
หน้าต่างUnknow Level : 530Error Error Error Error Error Error Error Error
“แล้วลูกล่ะไอวีน่า” ราชาเงือกถาม
“หนะ หนะ หนูไม่เป็นอะไรค่ะ” ไอวี่เองก็เห็นเลเวลของราชาเงือกตัวนี้แล้วเช่นกันเธอจึงเกร็งไปหมดเพราะกลัวเงือกตัวนี้จะฆ่าเธอตายเพราะเธอคิดว่าเพียงแค่เงือกตัวนี้เข้ามากอดเธอเบาๆเธอก็ตายแล้ว
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วเสด็จแม่ของพวกเจ้ากำลังเตรียมพิธีอยู่ที่ห้องรับรองใหญ่ พวกลูกพร้อมแล้วใช่มั้ยสำหรับงานแต่งที่กำลังจะมาถึง” ราชาเงือกถาม
“ค่ะx2” ทั้งสองคนพยักหน้าเบาๆ
หลายชั่วโมงต่อมา
“องค์ราชาซูส และองค์ชายมิคาเอลเสด็จแล้ว !!!” เสียงเงือกคนหนึ่งประกาศการมาถึงขององค์
เปรี้ยง !! เปรี้ยง !! เปรี้ยง !! สิ้นเสียงประกาศก็มีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นมาทันทีก่อนจะมีฝูงปลาดุกค่อยๆว่ายผ่านเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่มีประชากรชาวเงือกที่มาเป็นสักขีพยานอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
“ไงโพไซดอน !! ไม่เจอกันนานบาดแผลเจ้าคงหายดีแล้วกระมั่ง” ซูสหรือราชาปลาดุกพูดกับราชาเงือก
“ก็ยังเจ็บๆอยู่บ้างแต่ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว” โพไซดอนหรือราชาเงือกพูดพลางยกมือขึ้นจับหน้าอกซึ่งมันมีแผลเป็นจากการต่อสู้กับราชาปลาดุกหรือซุสนั่นเอง
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วเพราะข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรไปก่อนที่บุตรสาวเจ้าจะถูกยกให้บุตรชายข้า ฮ่าๆๆๆๆ” ซูสหัวเราะออกมา
“เอาล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเจ้าเริ่มพิธีได้แล้ว !!!” ซูสพูดพลางว่ายน้ำไปรอยังพื้นที่ๆถูกจัดเตรียมเอาไว้ส่วนมิคาเอลก็ว่ายไปตรงหน้าของราชาเงือกเพื่อเตรียมตัวทำพิธีส่งมอบเจ้าสาว
ส่วนไอรี่และไอวี่นั้นถูกกักตัวเอาไว้อีกห้องตามธรรมเนียม
“ไหนๆเจ้าบ่าวมาแล้วเหรอ” ไอวี่ที่อยู่ห้องด้านหลังชะโงกหน้าออกมาดูทันทีที่ได้ยินเสียง
“ไม่ได้นะคะองค์หญิงพวกท่านห้ามโผล่หน้าออกมาจนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธี ยกมอบพวกองค์หญิงให้แก่องค์ชายมิคาเอลมันเป็นธรรมเนียม” อเล็กซานดร้าพูด
“อะไรกันจะให้ดูหน้าเจ้าบ่าวก่อนก็ไม่ได้” ไอวี่โวยวายออกมาแต่ก็ยอมหดหัวกลับเข้ามาพลางจินตนาการถึงเจ้าบ่าวหน้าตาหล่อเหลาโดยไม่รู้เลยว่าเธอและไอรี่นั้นกำลังจะเจอกับฝันร้าย
จบ...