ณ กระท่อมหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน กับมีชายหนุ่มรูปงามวัยสิบเจ็ดปีที่กำลังรดน้ำแปลงผักอยู่ หลังจากที่ชายหนุ่มรดน้ำแปลงผักเสร็จก็มานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ พร้อมกับนั่งคิดถึงบ้างอย่าง
เฮ้อ..ผ่านไปสิบสองปีแล้วที่เขามาอยู่ในโลกของผู้ฝึกตน เดิมเขามีชื่อว่าลู่เสียน เป็เพียงพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งกับต้องมาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เมื่อเขาได้เสียชีวิตลงดวงิญญาของเขาก็ได้มาโผล่ยังโลกของผู้ฝึกตน แล้วเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กชายวัยห้าขวบปีที่มีนามว่าลู่เสวียน พร้อมกับได้รับความทรงจำ
นับจากนั้นลู่เสียนจึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมกับทิ้งชื่อเดิมของตนเอง จากนั้นจึงใช้ชื่อว่าลู่เสวียนซึ่งเป็ชื่อของร่างนี้แทนั้แ่นั้น
ลู่เสวียน อาศัยอยู่กับท่านย่านามว่าลู่จิวหงจนเขาอายุได้สิบปี ท่านย่าก็จากไปเพราะอาการเจ็บป่วยที่เรื้อรังมานาน ก่อนที่ท่านย่าจะจากไปได้บอกให้เขาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกผู้มีพร์เพื่อที่จะได้เป็ศิษย์ของสำนักหรือนิกายที่แข็งแกร่ง
ลู่เสวียนกับต้องผิดหวังเพราะรากฐานการฝึกตนของเขาไม่มีจึงไม่อาจฝึกฝนได้ เขาจึงกลับไปใช่ชีวิตเหมือนที่เคย และอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ปลูกผักขายเลี้ยงชีพั้แ่นั้น
ลู่เสวียนหยุดคิดเื่ราวที่ผ่านมาของตนเองก่อนจะเดินไปที่ด้านหลังของกระท่อมไม้ที่ใช้เป็ที่ทำครัว ก่อนจะเริ่มหุงข้าวและทำกับข้าวอย่างง่ายอีกสองอย่าง เมื่อหุงข้าวและทำกับข้าวเสร็จก็มานั่งกินอาหาร หลังกินเสร็จแล้วลู่เสวียนจึงเอาชามไปล้าง ในระหว่างที่ลู่เสวียนกำลังล้างชามสายตาของเขามองไปยังท้องฟ้า เห็นผู้ฝึกตนที่เหาะผ่านไป
‘ในชีวิตนี้ข้าคงหมดหวังที่จะเป็ผู้ฝึกตนแล้ว’
{ติ๊ง! ระบบกำลังทำการเชื่อมต่อกับโฮสต์..}
{ติ๊ง! ทำการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับระบบสุ่มรางวัลสุดเทพ}
‘เหลือจะเชื่อเขาอยู่ในโลกผู้ฝึกตนมาสิบสองปี ไม่คิดว่าจะได้รับระบบ’
{ติ๊ง! โฮสต์้ารับรางวัลแพ็กเกจมือใหม่หรือไม่?}
“้า”
{ติ๊ง! ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับช่องวางมิติเก็บสิ่งของได้ไม่จำกัด ยกเว้นสิ่งมีชีวิตเป็รางวัลแพ็กเกจมือใหม่}
{ติ๊ง! โฮสต์้าสุ่มรับรางวัลหรือไม่?}
“้า”
ลู่เสวียนกล่าวด้วยความดีใจ
{ติ๊ง! ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับกายาเทพเ้าโบราณะ โฮสต์้าหลอมรวมกับกายาเทพเ้าโบราณะหรือไม่}
“้า”
{ติ๊ง! ทำการหลอมรวมเข้ากับร่างกายของโฮสต์เสร็จสิ้น การสุ่มรับรางวัลจะเริ่มอีกครั้งในอีกสามสิบวันข้างหน้า}
เขาต้องรออีกหนึ่งเดือนสินะสมกับเป็ระบบกายาที่ได้รับมาเขากับไม่รู้สึกเจ็บจากการหลอมรวมแต่อย่างใด
หลังจากนั้นลู่เสวียนล้างชามจนเสร็จ ก็คิดอยากจะทดสอบกายาเทพเ้าโบราณะที่ได้รับ ก่อนจะเดินไปยังต้นไม้ใหญ่แล้วชกไปที่ต้นไม้เบาเบา
“ตูมม!!”
ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงภายใต้การชกเบาเบาของลู่เสวียน
“สุดยอดแค่เพียงชกด้วยกายเนื้อกับมีพลังถึงเพียงนี้แล้ว”
เมื่อได้ทดสอบร่างกายแล้วลู่เสวียนจึงไปล้างหน้าล้างมือและบ้วนปากเพื่อจะเข้านอน
ในตอนเช้าลู่เสวียนตื่นขึ้นมาล้างหน้าบ้วนปากก่อนจะเดินมาที่แปลงผักของตนเพื่อจะเก็บผักนำไปขายในเมือง เมื่อลู่เสวียนเก็บผักได้เยอะแล้วจึงนำเอาตะกร้าสะพายมาใส่ผักให้เต็ม ก่อนจะนำตะกร้ามาสะพายหลังแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่เมือง ด้วยระยะทางสิบลี้(ห้ากิโลเมตร) ลู่เสวียนใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็มาถึงในเมืองต้าเทียน (หนึ่งเค่อเท่ากับสิบห้านาที) จากนั้นลู่เสวียนจึงตั้งแผงขายผักอย่างง่ายที่เคยทำประจำแล้วเริ่มทำการขาย
“ลู่เสวียนข้า้าผักสี่กำมือนี้ เ้าขายผักราคาเท่าใด”
“ข้าขายหนึ่งเหรียญเงินท่านป้า”
“นี้หนึ่งเหรียญเงิน”
“ขอบคุณท่านป้าที่อุดหนุน”
“ข้าขอถามท่านป้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดถึงมีผู้คนในเมืองเยอะกว่าปกติ”
“วันนี้จะมีพิธีการคัดเลือกผู้มีรากฐานพร์เข้าไปเป็ศิษย์ของนิกายเทพกระบี่หยก พิธีคัดเลือกจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วยาม หากเ้าสนใจก็ไปดูได้”
“ขอบคุณท่านป้าที่บอกกล่าว”
หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) ลู่เสวียนจึงขายผักหมดเขาได้เงินจากการขายผักสิบเก้าเหรียญเงิน ลู่เสวียนนั่งพักไปหนึ่งเค่อก่อนจะเก็บแผงขายผักลงใส่ตะกร้าไม้สะพายแล้วเดินไปยังสถานที่คัดเลือกผู้มีรากฐานพร์