ห้องนอนหยางเป่ย คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง.
ภายในห้องเวลาเดี่ยวกัน....
ภายในห้องน้ำที่อบอวลด้วยไอน้ำร้อนชิงหลียืนนิ่งอยู่ภายใต้เรนโชเวอร์ที่สาดรดลงมา หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินอาบแก้มเนียนเธอปล่อยให้สายน้ำช่วยชะล้างร่องรอยแห่งความอ่อนแอที่กักเก็บไว้ไม่อยู่ทั้งความรู้สึกผิดและความเสียใจที่ยอมทำตามคำสั่งบิดาผู้เืเย็นทว่าเมื่อก้าวมาถึงจุดนี้แล้ว เธอก็ไม่มีทางหันหลังกลับไปได้อีกในเมื่อตอนนี้เธอได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของหยางเป่ย—ชายที่น่ากลัวเสียจนพ่อของเธอต้องส่งลูกสาวมาสังเวยเพื่อแลกกับอำนาจเพียงเศษเสี้ยวในมือเขา
หลังจากล้างคราบน้ำตาชิงหลีพยายามยัดร่างกายตัวเองลงในชุดนอนที่หยางเป่ยจัดหามาให้เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าที่ดูทรมานเสียจนใบหน้านวลซีดเผือดชุดนอนผ้าลื่นนั่นรัดรึงหน้าอกอวบอิ่มจนผิวขาวบางขึ้นปื้นแดงจัดประจานความคับแน่นที่บีบคั้น
“อึดอัดชะมัด...”เธอบ่นพึมพำพลางพยายามจะขยับเนื้อผ้าให้พ้นจากสรีระที่ถูกบีบคั้น
หยางเป่ยที่เดินกลับเข้ามาพอดีถึงกับชะงักงันไปทั้งร่างราวกับถูกมนต์สะกดสายตาคมกริบจับจ้องไปที่เนินเนื้อที่แทบจะะเิออกมาจากชุดนอนนั่นจนเขาต้องยกมือกุมขมับด้วยความหงุดหงิดที่ปนเปไปกับความ้าที่พลุ่งพล่าน“หน้าอกมึงนี่มัน... ถอดออกซะ!แล้วเอาเสื้อเชิ้ตกูไปใส่แทน” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วกระชากเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกจากตู้แล้วโยนใส่หน้าเธออย่างแรงจนเสื้อคลุมศีรษะเล็กๆของเธอไว้มิด “นี่เมียกูต้องใส่เสื้อไซส์ั์เพราะหน้าอกมึงแท้ๆมึงมันน่ารำคาญฉิบหาย!”
“ถ้าคุณทำแบบนี้ั้แ่แรกก็จบเื่แล้ว...”ชิงหลีบ่นอุบอิบขณะคว้าเสื้อเชิ้ตของเขามาไว้ในมือ
“หุบปาก!! อีโสเภณี!” หยางเป่ยตวาดลั่นห้องด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปจนแยกไม่ออก
ชิงหลีต้องรีบวิ่งกลับเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดอีกรอบอย่างรวดเร็วเพื่อหลบพายุอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ของสามีในนาม
ชายหนุ่มยืนสูดลมหายใจเข้าลึกอยู่กลางห้อง กลิ่นหอมกรุ่นของสบู่ที่ระเหยจากผิวอุ่นของเธอเมื่อครู่ยังคงลอยละล่องอยู่ในอากาศ...และกลิ่นนั้นมันเริ่มทำให้สติที่เขาพยายามรักษาไว้เริ่มกระเจิดกระเจิงจนเขาต้องยกมือขึ้นมาบีบสันจมูกแน่นเพื่อสะกดกั้นความฟุ้งซ่านที่เตลิดเปิดเปิง
หน้าห้องนอนหยางเป่ย คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 20:43 น.
สองสมุนยืนสุมหัวกระซิบกระซาบกันด้วยความระทึกเื่ความโหดของเ้านายที่ดูจะอาการหนักกว่าปกติโดยเฉพาะเื่เ้าสาวคนใหม่
“วันนี้กูได้ยินเสียงเฮียตะวาดลั่นตั้งหลายรอบแล้วน่ะนายหญิงจะยังรอดมีชีวิตอยู่ถึงพรุ่งนี้ไหมวะ”ลูกน้องคนแรกกระซิบถามพลางเสียวสันหลัง
“มึงไม่เห็นสายตาเฮียในห้องทำงานเมื่อวานถ้ามึงเห็นมึงจะไม่กล้าถามแบบนี้หรอก” ลูกน้องคนที่สองตอบด้วยสีหน้าสยดสยอง
“มึงเห็นอะไรวะ เล่าให้กูฟังบ้างสิ”ชายคนแรกเอ่ยถามด้วยความสังสัยและอยากรู้
“ก็ไอ้พวกเปรตนั่นน่ะสิมันเคยได้ต่อผู้หญิงของเฮียจนชิน เลยร้องขอปานันไปเป็หน่วยกล้าตายลองเชิงถามเฮียดูว่าขอต่อเมียรอบนี้ได้ไหม...แม่มึงเอ๊ย! กูนึกว่าเฮียจะฆ่าปานันทิ้งซะตรงนั้นสายตาเฮียนี่หยั่งกับจะกินเืคนพูดสดๆ ‘เมียกู...แต่มึงอยากจับกดให้จมเตียงงั้นเหรอ’มึงเอ๊ย! เสียงยังกะหลุดออกมาจากขุมนรก หันมามองหน้ากูแล้วถามอีกว่า ‘มึงก็คิดแบบนั้นสิ’ เยี่ยวกูแทบราด!” ลูกน้องคนที่สองยังพูดออกมาพลางมองแขนตัวเองที่ยังขนลุกไม่หาย
แกร๊ก!!
เสียงประตูเปิดผลาะออกพร้อมร่างสูงใหญ่ของหยางเป่ยที่ยืนทะมึนแผ่ซ่านรังสีอำมหิตอยู่ตรงกรอบประตูพลางจ้องมองไปยังลูกน้องที่แอบกระชิบกระซาบเื่ของเขาอยู่ “พวกมึงว่างนักใช่ไหม ถึงกล้ามายืนนินทาหน้าห้องกูตรงนี้!”เสียงเย็นเฉียบ ราวกับผุดออกมาออกขุมนรก
ลูกน้องทั้งสองเหงื่อกาฬไหลพราก แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นทว่าก่อนที่หยางเป่ยจะสั่งฆ่าใคร เสียงหนึ่งจากในห้องก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“คุณคะ... ฉันดึงป้ายเสื้อออกไม่ได้ ช่วยหน่อย!” เสียงของชิงหลีที่ดังลอดออกมา
สองสมุนถึงกับตาค้างด้วยความตระหนกปนฉงน... ‘ใครหน้าไหนกล้าเรียกใช้เฮียยังกับคนรับใช้แบบนี้!’
ปัง!!
หยางเป่ยกระแทกประตูปิดใส่หน้าลูกน้องทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ที่ร่างบางกล้าเรียกใช้เขาชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับมายังในห้อง “มึง!อีโสเภณี... มึงกล้าดียังไงมาใช้กู!” แม้จะบริภาษด้วยถ้อยคำหยาบหยามแต่ขาสองข้างกลับสาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็วเขาเอื้อมมือหนาไปกระชากป้ายเสื้อที่ติดอยู่ตรงต้นคอเธอออกให้อย่างแรงจนเนื้อผ้าแทบปริแยกตามแรงอารมณ์
หยางเป่ยขบกรามแน่นจนเป็สันเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมเดินมาทำตามที่ผู้หญิงคนนี้สั่ง...ทั้งที่ปกติคนอย่างเขา แค่ใครมองหน้ายังอาจจะไม่มีศีรษะไว้ประดับบ่าด้วยซ้ำ!
ห้องนอนหยางเป่ย คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 21:40 น.
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จหยางเป่ยอยู่ในกางเกงนอนเพียงตัวเดียวทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มที่แหวกลึกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำภายใต้มัดกล้ามแกร่งเขาแยกตัวไปนั่งทำงานที่โซฟาตัวยาวเพื่อสงบสติอารมณ์ที่คุกรุ่นมาตลอดทั้งวัน แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าคมเข้มที่ดูเ็าดุจน้ำแข็งที่เคร่งขรึมและดูอันตราย
ชิงหลีเอนกายลงบนเตียงกว้างที่หรูหราทว่ากลับรู้สึกอ้างว้างเธอสวมหูฟังเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอกนิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอสั่งซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ไปกว่าสิบชุดครั้งนี้เธอจงใจเลือกแต่ชุดที่ดูสุภาพและมิดชิดเพียงหวังว่าจะไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็โสเภณีให้ระคายหูอีก ทว่าหญิงสาวก็ต้องชะงักมือเมื่อพบว่าที่อยู่จัดส่งยังคงเป็บ้านตระกูลเจิ้ง สถานที่ที่เธอไม่สามารถกลับไปเหยียบอีกเป็ครั้งแน่นอนชิงหลีมองแผ่นหลังกว้างของหยางเป่ยอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจก้าวลงจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาเขาอย่างเงียบเชียบ
“มีอะไร?” เขาถามเสียงเรียบต่ำโดยไม่ละสายตาจากงานในมือ
“คือ... ฉันสั่งเสื้อผ้าใหม่ค่ะไม่ได้จะให้คุณจ่ายหรอกนะคะ แต่ว่า...”
“พูดมา ถ้าไม่พูดก็ไปให้พ้นหน้ากู”หยางเป่ยเอ่ยตัดบทอย่างหงุดหงิด
“ช่วยเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งเป็คฤหาสน์ของคุณให้หน่อยได้ไหมคะ?ฉันเข้าถึงระบบความปลอดภัยของบ้านคุณไม่ได้” เธอยื่นสมาร์ทโฟนให้เขาด้วยมือที่สั่นระริกทว่าพยายามรักษาความนิ่ง
หยางเป่ยพ่นลมหายใจอย่างรำคาญใจเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่ยืนชิดโซฟาในเสื้อเชิ้ตของเขา“มึงนี่กวนประสาทกูได้ทุกเวลาจริงๆ อีโสเภณี” เขาเอื้อมมือคว้าสมาร์ทโฟนไปกดรัวอย่างรวดเร็วทว่าแทนที่จะแค่เปลี่ยนที่อยู่ เขากลับกดชำระเงินผ่านบัญชีส่วนตัวโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองตัวเลขก่อนจะโยนโทรศัพท์คืนให้เธออย่างไม่ใยดี แล้วหันมาสำทับด้วยน้ำเสียงเข้ม
“จำใส่หัวไว้... พรุ่งนี้ลูกชายพี่ใหญ่จะมามันอายุเท่ามึง ทำตัวให้เรียบร้อย อย่าริอ่านไปอ่อยหลานกูเด็ดขาดไม่งั้นกูจะทำให้มึงรู้ว่ารสชาติของการตายทั้งเป็ มันหอมหวานและทรมานเพียงใด!!” หยางเป่ยทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่เย็นเยียบจนบรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นมาทันที
ชิงหลีรับสมาร์ทโฟนมาไว้ในมือก่อนจะพบว่ายอดเงินที่เขาจ่ายไปนั้นมหาศาลเขาไม่ได้จ่ายเพียงแค่ที่เธอเลือกไว้แต่เขาจ่ายทั้งหมดในตระกร้าที่เธอเลือกเก็บมาเผื่อเลือกด้วย หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นแววตาสั่นไหวรุนแรงเมื่อได้ยินถึงการมาของ หลานชายคนนั้นทว่าเธอก็ทำเพียงหันหลังเดินกลับไปที่เตียง นอนนอนขดตัวอยู่ภายใต้ความเงียบงัน...เพื่อรอรับมวลพายุที่จะพัดมา
ห้องนอน บ้านหลักตระกูลหยาง | เวลา 06:50 น.
แสงแดดสีทองยามเช้าอันอบอุ่นสาดส่องเข้ามาในห้องที่เรียบเข้มตามผ้าม่านราคาแพงในห้องนอนสีเข้มที่เริ่มวุ่นวายตั่งแต่เช้าตรู่หลังหยางเป่ยลืมตาตื่นก่อนร่างบางตามนาฬิกาชีวิตของเขาราวครึ่งชั่วโมงเพื่อจัดการธุระส่วนตัวในยามของเขาให้เสร็จก่อนจะปลุกร่างบางขึ้นมาและก็เกิดความวุ่นว่ายระดับที่เขาคาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นในชีวิตวัยสามสิบแปดปีของเขา
ชิงหลีที่วุ่นวายตั่งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ เธอคลี่ชุดกี่เพ้าสีเข้มได้มาจากถุงช็อปปิ้งจากเมื่อที่ลูกน้องของหยางเป่ยไปซื้อมาให้ออกมาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหวาดกลัว
สายตาคมกริบของหยางเป่ยที่นั่งเอนหลังบนโซฟาตัวยาว จ้องมองร่างบางในชุดเชิ้ตตัวโคร่งของเขาอย่างจับผิด“มึงมีปัญหาอะไรกับชุดอีก อีโสเภณี? หรืออยากจะใส่เสื้อกูไปให้หลานกูดูกันแน่”
ชิงหลีไม่ตอบกลับ แต่เธอเดินมาหยุดตตรงหน้าชายหนุ่ม แล้วเอาชุดกี่เพ้ามาทาบที่ตัว“คุณคิดว่าฉันจะยัดตัวเองลงไปในไซส์ XS นี้ได้จริงๆ เหรอคะ?”
หยางเป่ยหรี่ตามองสลับไปมาระหว่างชุดตัวจิ๋วกับหน้าอกที่รัดรึงอยู่ภายใต้เชิ้ตขาวของเขาที่เธอสวมใส่ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย “เวรเอ๊ย! หน้าอกมึงมัน... จะใหญ่ไปไหนวะ!” เขาหยัดกายลุกจากโซฟาเดินตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบไม้โบราณที่มุมตู้เสื้อผ้าออกมา เขาประครองกล่องไม้เก่าใบหนึ่งออกมาด้วยท่าทางทะนุถนอมเล็กน้อยเขาบรรจงเปิดกล่องอย่างนุ่มนวลข้างในคือชุดกี่เพ้าของแม่ผู้ล่วงลับที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อดี“กูมีแต่ไซส์นี้... หน้าอกมึงกูไม่เคยัักูจะไปรู้ขนาดได้ไงลองเอาชุดสีน้ำเงินนี่ไปใส่ดู!” เขายื่นชุดกี่เพ้าของมารดาผู้ล่วงลับให้ร่างบาง
ชิงหลีรับชุดมาอย่างทะนุถนอม พร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดดิบๆของเขา “ไอ้คนแก่ลามก!” เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะวิ่งจี๊ดเข้าห้องน้ำไป
ชายหนุ่มชะงักมือค้างทันที“อีชิงหลี! มึงว่าใครแก่!” หยางเป่ยคำรามลั่นพลางพุ่งไปทุบประตูห้องน้ำเสียงดังปัง“กูเพิ่งสามสิบแปด! แก่กว่ามึงแค่สิบสามปีเองนะโว้ยออกมาให้กูสั่งสอนเดี๋ยวนี้!” หยางเป่ยสะบถสาปแช่งอยู่ในลำคออย่างหัวเสีย “อีชิงหลี... มึงจำไว้ มึงบอกกูแก่ใช่ไหม? ไว้เวลากูจับมึงกระแทกมึงอย่ามานอนร้องไห้อ้อนวอนให้คนแก่แบบกูหยุดก็แล้วกัน!” เขาเดินกลับไปหยิบสูทมาสววมด้วยความโมโหที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกที่ไร้หนทางระบายออกมา
เสียงเอะอะในห้องทำเอาลูกน้องที่เฝ้ายามอยู่หน้าห้องถึงกับตาสว่างตั้งเช้า
“มึงว่าถ้าห้องนี้ไม่เก็บเสียงป่านนี้คนทั้งบ้านไม่แห่กันมาดูแล้วเหรอวะ?” ลูกน้องซุบซิบกันขำๆเมื่อเห็นเ้านายมาเฟียมาดขรึมสติหลุดเพราะเมียเด็กเพียงคนเดียว
“มึงอย่าทำเป็เล่นเมื่อคืนไอ้สองตัวนั้นเกือบคอหลุดก็เพราะซุบซิบบเื่เฮียนี้แหละ”อีกตอบตอบกลับด้วยเสียงอันแ่เบา หวาดเกรงคนด้านในห้องที่กำลังโมโหหาทางระบายจะเอาะเิมาลงที่ตัวเองแทน ที่โดนเมียเด็กที่ทำให้เสียอาการ
เวลา 07:00 น.
ชิงหลีเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเข้มของมารดาหยางเป่ย อาภรณ์ไหมเนื้อละเอียดนั้นดูหลวมโคร่งเกินไปสำหรับร่างบางทว่า่หน้าอกที่เคยเป็ปัญหาหลักกลับรัดรึงเน้นสัดส่วนโค้งเว้าจนน่าหวาดเสียวเธอก้าวช้าๆ ไปหาร่างหนาที่ยืนกอดอกรออยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ "คะ...คุณคะ ขอยืมเข็มขัดหน่อยค่ะ มันหลวมไป"
หยางเป่ยที่กำลังจดจ้องมองออกไปด้านนอกผ่านมุมผ้าม่านหันกลับมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งเขามองสภาพเมียแต่งที่อยู่ในชุดตัวโคร่งปนเซ็กซี่อย่างประหลาดแล้วอยากจะบ้าตาย "ทำไมกูต้องแต่งงานกับผู้หญิงปัญหาเยอะแบบมึงด้วยวะ!"เขาตวาดพลางเดินไปกระชากลิ้นชักตู้ไม้สลักอย่างแรงก่อนจะโยนเข็มขัดหนังราคาแพงใส่หน้าเธออย่างแรงโดยไม่เบามือ
"โอ๊ย! เจ็บนะ!" ชิงหลีร้องลั่น หน้าผากนวลปรากฏรอยปื้นแดงจัดในพริบตา เมื่อปะทะกับหัวเข็มขัดโลหะเธอรีบยกมือกุมหน้าผากเบาๆ ม่านน้ำตาเอ่อคลอด้วยความเ็ปที่แล่นปลาบ
“แล้วทำไมมึงไม่เอามือรับล่ะอีโง่!!”หยางเป่ยสบถอย่างหัวเสีย ทั้งที่ลึกๆในใจกลับรู้สึกวูบไหวเมื่อเห็นรอยแดงบนผิวขาวจัดของเธอ แต่โทสะกลับมีมากกว่า"ยืนบื้อให้มันโดนทำไม!"
ชิงหลีก้มลงมองเข็มขัดเส้นยาวที่กองอยู่บนพื้น เธอพยายามนำมารัด่รอบเอวที่บอบบางจนดูเหมือนจะหักได้ด้วยมือเดียวเพื่อให้ชุดพอดูเป็ทรงขึ้นมาบ้างแต่ปัญหาก็ตามมาติดๆ เมื่อเข็มขัดของผู้ชายไซส์ั์อย่างเขาเหลือปลายยาวจนดูเกะกะเธอเงยหน้ามองหยางเป่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ หวังจะขอความช่วยเหลืออีกครั้ง
“อีชิงหลี... ถ้ามึงยังมีปัญหาอีกครั้งเดียวกูจะจับมึงโยนออกหน้าต่างไปเดี๋ยวนี้!” หยางเป่ยคำรามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ั์ตาคมปลาบจ้องเขม็งดุจพยัคฆ์หมายหัวเหยื่อ
ชิงหลีสะดุ้งสุดตัวเธอรีบก้มหน้าก้มตาเอาปลายเข็มขัดยัดเข้าไปตามตะเข็บชุดอย่างลนลานเพื่อให้มันพอดูได้และไม่ตลกจนเกินไป“สะ...เสร็จแล้วค่ะ”
หยางเป่ยใช้สายตาสำรวจร่างบางั้แ่หัวจรดเท้า เขายกมือนวดขมับแรงๆเพื่อระงับอาการปวดหัวที่รุมเร้ามาั้แ่เช้าตรู่ความวุ่นวายที่ผู้หญิงคนนี้สร้างขึ้นทำให้เขารู้สึกว่าการแต่งงานคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต“ตามมา”
เขาสั่งเสียงเรียบ พยายามไม่มองใบหน้าสวยที่รอยบวมเป่งตรงหน้าผากที่ประจานความใจร้อนของเขาก่อนจะก้าวเดินนำออกไปจากห้องเพื่อไปเผชิญหน้ากับเหล่าพยัคฆ์ ที่รออยู่ชั้นล่าง