ปฐมบทที่ 4 วาทะา
จอกเงินวางลงข้างจานกระเบื้อง
อเล็กซานเดอร์เช็ดมือแล้วยืดตัวขึ้นสบสายตากับชาล์ผู้กำลังยิ้มบนมุมปาก
“เนื้อกวางคงถูกปากท่านยิ่งนัก”คาร์ลจิบเหล้าองุ่น
“อาหารมื้อนี้ก็แสนเยี่ยมยอดยิ่งนัก”อเล็กซานเดอร์วางมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะ “เบอร์กันดีนั้นอุดมสมบูรณ์ท่านคงล่ากวางเป็เสบียงได้มาก”
“ท่านโยมุสแห่งไวกิงชำนาญเื่การทำกับดักสัตว์”คาร์ลผายมือไปยังแม่ทัพร่างสูงใหญ่หัวแดง“สมแล้วที่เป็เ้าแคว้นเหนือ”
แม่ทัพโยมุสแก้มแดงด้วยฤทธิ์สุราดวงตาหวาน ยิ้มกว้าง “การเผาสะพานคิริออส สกัดหมูป่าและกวางป่าไว้ทางค่ายเรา”
“ทหารของท่านคงอิ่มท้องด้วยเนื้อแทบทุกคืน”ศาสนขุนพลหัวเราะในลำคอ
“วันนี้กองทัพจับเสบียงได้มากเป็พิเศษ”โยมุสยกจอกสุราขึ้นสูง
“เห็นทีข่าวลือจะเป็จริง”ยักษาพยักหน้า “โยมุส เทพแห่งความรื่นเริง”
เสียงหัวเราะดังลั่นค่ายทหารแม่ทัพเดนีเอลไม่น้อยหน้ารีบยกจอกอวยชัย “การเผาคิริออสเป็แผนการนำชัยของท่านชาล์าครั้งนี้จะได้จบลงเสียที”
“หากไร้เบอร์กันดีท่านชาล์ก็ยกทัพไปฟรังเกียตะวันออกโดยง่าย” ยักษายิ้ม
ความเงียบกลับมาอีกครั้งอเล็กซานเดอร์รู้ว่าทุกคนจับน้ำเสียงเชิงตำหนิได้ เขาจึงลองโยนหินถามทาง ด้วยอยากรู้ความคิดเห็นของขุนพลเหล่านี้
ท่าทีกระอักกระอ่วนใจเป็คำตอบชัดเจนคนเหล่านี้รู้เห็นเป็ใจกันหมด
“เช่นนี้แล้วหลุยส์คงสบายใจเมื่อเขามีน้องชายช่วยคุ้มกันแอมป์ตะวันตก” อเล็กซานเดอร์พยายามหัวเราะแทรกด้วยใน่ท้าย
มีเสียงฝืนหัวเราะตามอเล็กซานเดอร์เพียงหยิบมือแล้วก็เงียบลงทันใด
ศาสนขุนพลสูดหายใจครั้งหนึ่ง“เห็นจะมีกองหนุนให้ท่านหลุยส์ไว้ใช้สอย ต้านศึกกับพวกชนเผ่าตะวันออก”
คำกล่าวของอเล็กซานเดอร์หยุดเสียงหัวเราะของทุกคนในกระโจมจนเงียบสนิท
คาร์ลกำจอกเหล้าแน่นดวงตาเต็มไปด้วยประกายเพลิงจับสีขึ้นบนโหนกแก้มจนเส้นบนขมับกระตุกถี่ แต่ริมฝีปากยังฉีกยิ้มย่องให้แก่อเล็กซานเดอร์เขาคลายมือจากจอกเหล้าก่อนยักษาจะทันสังเกต
“ท่านอเล็กซานเดอร์ก็รู้ดี”วาจาประดิษฐ์แสนอ่อนโยนดึงความสนใจจากดวงตาสีน้ำข้าวมายังชาล์“ราชสกุลลอร์เรนต้องส่งกีเนเวียแต่งเข้าราชวงศ์แกเบรอทญาทัว (แก-เบอ-ทะ-ยา-ทัว)(Каролингская)เพื่อเป็ภริยาเรา”
อเล็กซานเดอร์สบตาคาร์ลเขม็ง
ชาล์ยิ้มบางบนมุมปาก “การที่ดันเต้ชิงตัวนางก็แสดงถึงความทะเยอทะยานเป็ประจักษ์หวังใช้ท่านเป็สะพานแต่งตั้งขึ้นเป็ดยุกแห่งฟรังเกีย”
เหล่าขุนนางต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคาร์ล
“เื่บุกออกจากราชวังฟรองเซ็นเบิร์กด้วยเวทมนตร์ดำยังเป็ที่น่าสงสัย แม้แต่สังฆราชยังถึงกับสั่งให้นำตัวราชินีกีเนเวียไปไต่สวน”คาร์ลยกจอกเหล้าองุ่นขึ้นดื่มก่อนจะเสียดเสียงหัวเราะ “หน้าที่นี้ควรเป็ของศาสนขุนพลมิใช่หรือ”
อเล็กซานเดอร์หัวเราะสวนพร้อมตบหน้าตักแ่เบาก่อนจะชี้ไปยังชาล์“การตัดสินใจของสังฆราชแห่งฟรองเซไม่ผ่านการรับรองจากคณะสังฆราชใหญ่แห่งคอนสแตนติโนเปิล”
เสียงฮือฮาดังขึ้นมากลางกระโจมเหล่าเ้าเผ่าหันมองไปทางคาร์ล
“ไหนว่าสังฆราชลงวินิจฉัยแล้ว?”เสียงผู้คนกำลังลือไปรอบกระโจม
“สังฆราชแห่งฟรองเซยังไม่ได้รับการแต่งตั้งหรือ”!” เ้าเผ่าซุบซิบเสียงระงม
“จริงไหม”อเล็กซานเดอร์ส่งตากลมใสซื่อไปให้คาร์ล
“ถ้าเช่นนั้นเรากำลังรบโดยไม่ได้รับการหนุนอันชอบธรรมจากศาสนขุนพล” โยมุสกระซิบกับเดนีเอล
“ความชอบธรรมแก่ชาวเมืองฟรองเซ็นเบิร์กล่ะ”เฟซองแทรกคนทั้งสอง
กรามของคาร์ลกำลังขบแน่นระหว่างริมฝีปากกระตุกถี่มือกำจอกเงินจนไร้สี เ้าเหนือหัวส่งตาคมแก่ศาสนขุนพล
ยักษาผายมือออกกว้าง “เช่นนั้นแล้ว”ดวงตาประกายเพชรกวาดมองผู้อื่น “กิจใดเป็ของอาณาจักร ศาสนขุนพลก็มิอาจก้าวก่าย”
เหล่าเ้าเผ่าพยักหน้าเห็นร่วมกับอเล็กซานเดอร์
“หากศึกเพื่อคนของฟรองเซก็เป็กิจของฟรองเซ” ชายผู้หนึ่งสรุปความ
“ท่านเลโต้!” คาร์ลตวาดหยุดคำกล่าวจากเ้าเผ่าแห่งเมืองริมทะเลตะวันตก
เสียงสนทนาในกระโจมถึงกับเงียบกริบไร้เสียงช้อนกระทบชามกระเบื้อง
ทุกสายตาพุ่งตรงไปยังคาร์ลด้วยคำถาม
เฟซองถอยมายืนข้างไหล่ขวาของนายตนแล้วจับอย่างแ่เบา
คาร์ลหันมองไปยังไหล่ตน“ใครสั่งให้เ้าจับไหล่ข้า”
“ข้า...” เฟซองคุกเข่า“ข้านึกกลัวเกินไป” ชายหนุ่มก้มหน้าลงแนบหัวเข่า
ดวงตาสีเข้มเบิกโพลงแล้วผ่อนลมหายใจคาร์ลปรับสายตาดุแล้วหันกลับไปยิ้มให้แก่ผู้นำคนอื่น “ขออภัยท่านเ้าเผ่าทั้งหลาย”ผู้เป็ใหญ่ทำทีวนนิ้วชี้ข้างใบหู “เสียงในกระโจมดังไปหน่อย”
“เมื่อครู่ท่านเรียกข้ามีความอันใดหรือ” เลโต้หรี่ตามองคาร์ล
ชาล์ยิ้มไปให้เลโต้“ข้าเพียงคิดถึงหอยนางรมจากอากีแตน” คาร์ลยกจอกเงินเปล่าขึ้นจิบ“หากไร้เรือจากนอร์มันดีก็คงอดชิมเนื้อนุ่มหวานละมุนเหมือนลิ้นสาว”
เลโต้ทุบอกตน“ในงานเฉลิมฉลอง ข้าจะนำไปร่วมงานเลี้ยงอย่างแน่นอน”
ยักษากวาดทุกอย่างออกจากโต๊ะอาหาร“เราเดินทางมาในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อหารือว่าาเกิดขึ้นได้อย่างไร”อเล็กซานเดอร์ดึงแท่งบรรจุราชสาส์นทองคำออกจากปลอกแขนขวา สารจากคณะสังฆราชแห่งคอนสแตนติโนเปิล
เฟซองเดินมารับราชสาส์นเขาตรวจสอบตราผนึกขี้ผึ้งบนลวดลายทองคำ เมื่อแน่ใจว่าเนื้อความผนึกแน่น จึงเปิดรับแผ่นกระดาษปาปิรุสมาคลี่อ่านเสียงดัง“ให้ชาล์แห่งฟรังเกียรอการแต่งตั้งแกรนด์ดยุกแห่งฟรองเซ ณ เมืองนอร์มันดี”
ความเงียบสงัดกระจายไปทั่วบริเวณอีกครั้ง
“ท่านจะอยู่ที่นี่และทิ้งโอกาสเป็ดยุกหรือจะเดินทางกลับนอร์มันดี เพื่อรับโอกาสนั่น” เสียงยักษาทำลายความเงียบ
“แด่แกรนด์ดยุกแห่งฟรองเซผู้ยิ่งใหญ่”เสียงอวยชัยปรีดาตามมาในทันที
แต่ในโสตประสาทของชาล์มีเพียงคำถามของอเล็กซานเดอร์
...เขาจะยอมเป็ชาล์ผู้ไร้พ่ายหรือดยุกผู้ด่างพร้อยแพ้ศึกแห่งเบอร์กันดี...
“เวลานี้ชาล์เดอพรอว็องค์ป่วยด้วยโรคทรวงอกไม่นานแผ่นดินนี้จะตกเป็ของเ้าหญิงเลเน่” ั์ใหญ่เสริมความ
ผู้คนมองไปมาระหว่างอเล็กซานเดอร์กับคาร์ลต่างก็รู้ว่าเื่เมื่อครู่ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับการแต่งตั้ง
“ลูกแกะถูกจับโยนลงตรงหน้าหมาป่าแบบไม่มีที่มาที่ไป”เดนีเอลกระซิบแ่เบาดึงความสนใจของโยมุส
“ข้าไม่เห็นแกะสักตัว”โยมุสตบหน้าตักเดนีเอลแรง ๆ
“คนโง่อย่างเ้าไม่มีวันเห็นลูกแกะแม้พวกมันวิ่งผ่านหน้า”เดนีเอลปาดสายตาคมมองไปทางคาร์ล
“เลเน่เป็ลูกแกะเหรอ”โยมุสเสียดเสียงถามเพื่อน “ใช่ไหมไอ้หนุ่ม”
“เออ...”เดนีเอลมองไปยังดวงตาของคาร์ล “แล้วหมาป่าตัวไหนจะไม่ตะครุบเหยื่อตรงหน้า”
ว่าที่กษัตริย์ยกมือสั่งทุกคนในกระโจมให้เงียบเสียงลงเขา้าฟังคำพูดต่อไปจากอเล็กซานเดอร์ให้ชัดเจน
“กีเนเวียจะไปพบสังฆราชแห่งคอนสแตนติโนเปิล”ดวงตาสีน้ำข้าวจ้องคาร์ล
เฟซองกระซิบข้างใบหูคาร์ล“อาจเป็หลุมพรางหรือเปล่านายท่าน”
คาร์ลปัดมือให้เฟซองถอยห่าง“เราจะยกทัพกลับ ถ้าเ้าหญิงเลเน่ยอมอภิเษกกับเรา” ขุนทหารท่านอื่นกำลังงุนงงจนไม่ทันพูดทักท้วง
“ขอให้ท่านปล่อยพิราบขาวหนึ่งร้อยตัวในยามเช้า”ยักษาสรุปความ
โยมุสตบโต๊ะและคำรามลั่นดวงตาขมึงแข็งกร้าว “พิราบขาวหนึ่งร้อยตัว!” มือหนาชี้หน้ายักษา “ท่านอเล็กซานเดอร์คิดว่าพวกเราโง่หรือเปล่า!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นตามโยมุสทันที“คิดวางแผนตัดการสื่อสารของพวกเราอย่างนั้นหรือ”
เมื่อโยมุสเห็นมีแรงสนับสนุนจากขุนพลท่านอื่นก็คำรามต่อว่าลั่นกระโจม“นั่นคือพิราบสื่อสารสิบสองเหล่าทัพ ท่านอเล็กซานเดอร์คิดว่าพวกเราโง่หรือ!”
ว่าที่าากลับเงียบ ยังคงวางท่าทีคำนึงต่อการเจรจาครู่ใหญ่
โยมุสหน้าเสียจนต้องหันไปขมึงตาใส่ชาล์“ท่านชาล์!” เขาว่าเสียงแข็งพร้อมพุ่งไปยังนายตน “หากปล่อยพิราบสิบสองเหล่าทัพ ข้าจะขอถอนตัวจากศึกครั้งนี้”
“ถ้าปล่อยพิราบก็เหมือนยอมแพ้เราจะอยู่ไปทำไม” ขุนพลหลายเผ่าพูดตาม
ดวงตาสีน้ำข้าวจ้องตอบโยมุสทันใด“สิ่งที่ท่านโยมุสกล่าวนั้นถูกต้อง”
“แล้วท่านเสนอเช่นนี้ไม่ดูถูกคนเหนือไปหน่อยเหรอ!” แม่ทัพผมแดงตวาด
อเล็กซานเดอร์กลับยิ้มตอบแบบเด็กไม่แยแส
“ศาสนขุนพลเป็เช่นนี้หรือ”เหล่าแม่ทัพเริ่มตำหนิอเล็กซานเดอร์
“ข้านั้นรู้ตัวเองดีว่าทักษะการทูตเลวร้ายเพียงใด”ศาสนขุนพลสูดหายใจ “ท่าทีใดที่ล่วงเกินข้าก็ขออภัย”
“ท่านสั่งให้เราปล่อยนก”โยมุสตบโต๊ะ “ก็น่าจะพูดให้ชัดเลยว่า คุกเข่ายอมแพ้แก่ชาล์แห่งพรอว็องค์”
“พวกท่านเผาสะพานคิริออสด้วยน้ำมันดินจนท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันดำมืด” ยักษามองตาของเหล่าขุนพล “แผนการก็เพื่อพรางตาฝั่งปราสาทเบอร์กันดีมิใช่หรือ”
รองแม่ทัพขยับตัวไปข้างหน้าแต่คาร์ลคว้าข้อมือกระตุกหยุดไว้เสียก่อน
จังหวะนั้นดวงตาของอเล็กซานเดอร์ก็จ้องมายังเฟซอง“ในเวลานี้ ท่านไม่สามารถแต่งตั้งราชทูตเพื่อเจรจา”ั์ใหญ่ยักไหล่ทีหนึ่ง “เพียงข้ามหมอกดำ พวกท่านก็ถูกทหารของเบอร์กันดีแทงหอกจนตายดับแล้ว”
“แต่ก็ไม่จำเป็ต้องยอมปล่อยนกพิราบสื่อสารปล่อยกวางหรือหมูป่าก็ได้” โยมุสขึ้นเสียงโต้
“ท่านบอกข้าเองว่าสัตว์ป่าไม่ข้ามไปฝั่งเบอร์กันดี” อเล็กซานเดอร์พยักหน้า “ท่านจะปล่อยกี่ตัวดี” มือหนาผายมาตรงหน้าโยมุส
แม่ทัพร่างใหญ่จึงไหล่กระตุกทำท่าจะโต้ตอบแต่เดนีเอลคว้าดึงให้หุบปาก
“เพื่อแสดงความจริงใจคาร์ลต้องยอมเสียการสื่อสารทัพ” อเล็กซานเดอร์ละสายตากลับมายังคาร์ล“พวกท่านได้นกกลับมาภายในสามวันอยู่แล้วนี่”
ชาล์เดอฟรองเซหรี่ตามองแต่ก็ยังไร้ซึ่งคำตัดสิน
“มีเพียงพิราบขาวหนึ่งร้อยตัวที่สามารถบินสูงเป็สัญญาณแก่เบอร์กันดี”มือหนาโบกสูงขึ้นเหนือศีรษะ
เฟซองก้มลงกระซิบข้างหูเ้านาย“ท่านชาล์ โปรดพิจารณาให้ดีเสียก่อน”
คาร์ลจึงทุบบนโต๊ะดังสนั่นสามครั้งเพื่อหยุดเื่ที่กำลังบานปลายแล้วหันไปจ้องตัวต้นเื่“เชิญท่านอเล็กซานเดอร์พักผ่อนก่อน” ดวงตาสีเข้มขมึงสั่งเฟซอง
“ทหาร” เฟซองมองทหารผู้เข้ามาตามสั่ง“พาท่านอเล็กซานเดอร์กลับค่าย”
“ขอบพระคุณสำหรับเืแห่งไคส์และเนื้อกวางย่างแสนเลิศรส”ยักษาทุบอกเคารพให้แก่เหล่าเ้าเผ่าทุกคน แล้วเขาก็ถอยออกจากกระโจมไปในทันที
เมื่อโยมุสเห็นว่าปลอดภัยแล้วเขาก็อ้าปากเตรียมจะพูดทันทีแต่ก็ต้องชะงักเพราะคาร์ลยกมือขึ้นห้าม
“เราเข้าใจความเป็ห่วงของท่านดี”ว่าที่าาสบดวงตาของเหล่าขุนพล
แม่ทัพแดนเหนือใบหน้าแดงก่ำถึงใบหูถอนหายใจดังแรง ๆ หลายครั้ง
เดนีเอลตบไหล่ของเพื่อนแ่เบาหลายทีเพื่อสงบอารมณ์ร้อน
ว่าที่าาชี้ให้ทุกคนสนใจราชสาส์นในมือของเฟซอง
“จดหมายฉบับนี้กำลังขู่พวกเราว่าจะยอมแพ้เพื่อเป็าาหรือจะอยู่อย่างชาล์ไร้ร่มเงาตลอดไป”
สีหน้าโกรธเกรี้ยวของเหล่าเ้าเผ่าเริ่มคลายลงในทันใด
“ข้าเชื่อว่าไบเซนธิริกได้ลงวินิจฉัยกับสังฆราชแห่งฟรองเซแล้ว”ชาล์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ไม่เช่นนั้นอเล็กซานเดอร์จะไม่วางหมากตัวใหม่ลงบนกระดานรบ”
“เห็นชัดว่าอเล็กซานเดอร์ได้ร่วมมือกับราชินีกีเนเวียแล้ว”เฟซองขบฟันดัง
คาร์ลหรี่ตาส่งแววตำหนิต่อว่าความคิดเห็นเมื่อครู่
เฟซองยังไม่ยอมแพ้ “เขาสามารถตอบท่านได้แม้แต่การเข้าพบเลเน่ โดยไม่ต้องปรึกษากีเนเวียแผนการครั้งนี้อาจเป็กับดักมิใช่หรือ”
“แผนการกับดัก จงใจหรือ หรืออ่านใจ” ชาล์กระซิบแ่กับตนเองระหว่างดวงตาเข้มมองไปยังโต๊ะว่างเปล่าที่ยักษาเคยนั่ง
“เขาพูดว่าชาล์แห่งพรอว็องค์ป่วยและกีเนเวียต้องไปไบเซนธิริก” เดนีเอลช่วยทวนความ “หมายความว่าแผ่นดินจะเป็ของบุตรสาวอย่างนั้นหรือ”
“สิ่งหนึ่งที่ดันเต้ทำให้แผนการของอเล็กซานเดอร์ผิดพลาด”คาร์ลลดเสียงลง “คือเขาไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชาย”
“ถ้าเขาได้บุตรชาย พระเ้าโลธาริ่งก็ต้องสั่งคุ้มครองราชวงศ์อย่างแน่นอน”เดนีเอลเห็นร่วมกับคาร์ล
“ศึกครั้งนี้ไม่ใช่การชิงตัวกีเนเวียเพื่อเป็ภริยาของข้า”คาร์ลกล่าวทวนวัตถุประสงค์ให้แก่เหล่าขุนพล“ไม่ใช่แม้แต่การลากดันเต้หรือกีเนเวียไปลงทัณฑ์” ดวงตาเข้มมองไปยังเลโต้“แต่เราทำศึกเพื่อแผ่นดินอันเป็สมบัติของพวกเราทุกคน”
“แต่ชื่อเสียงของท่านชาล์ผู้ไร้พ่ายต้องหม่นหมองเมื่อาครั้งนี้จบลง” โยมุสเสียดเสียงพร้อมกับส่ายหน้าถี่ “นั่นจะทำให้ท่านต่อรองกับเผ่าอื่นยากขึ้น”
“เลเน่ไม่ได้เป็เพียงเหยื่อล่อนางยังเป็คำขู่อีกด้วย” คาร์ลจ้องหน้าโยมุส “หากเลเน่ได้รับการพิทักษ์จากหลุยส์เดอบาวาเรียล่ะ”โยมุสเบิกตาโพลงทันใด
“ไม่ว่าจะเป็อนุภริยาหรือแต่งเข้าราชสกุลกับบุตรชายคนใดก็ตามในราชวงศ์บาวาเรีย”เดนีเอลอธิบายแทนคาร์ล “เมื่อโลธาริ่งที่สองสิ้นลง สิทธิ์อันชอบธรรมสูงสุดของฟรังเกียกลางจะตกเป็ของราชวงศ์บาวาเรียสายแกเบรอทญาทัวหัวรั้น”
“โอ๊ย!ข้าไม่มีวันยอมก้มหัวให้เ้าบาวาเรียหัวสูงนั่นหรอก” โยมุสส่ายหน้าอย่างหนัก
เมื่อคาร์ลเห็นว่าทุกคนเข้าใจดีแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมาครู่หนึ่ง“ปล่อยนกพิราบทั้งหมด”