ตอนที่ 10 ไม่หาเื่ (1)
เช้าวันต่อมาหมอกปกคลุมจนท้องฟ้าขมุกขมัวยิ่งกว่าเดิม สายตาที่มองไปเห็นเพียงความเลือนราง หมอกลอยปกคลุมราวกับอยู่ในแดนเซียน
สวี่เฉิงอวี๋ตื่นเช้ามาก ฟ้าเพิ่งจะสว่างนางก็ให้ลี่ว์จูกับอวิ๋นจูปรนนิบัติล้างหน้าแต่งตัวแล้ว
สวี่ซงซานกับสวี่ไท่จือกลับถึงบ้านวันนี้ สวี่เฉิงอวี๋คิดถึงความเคยชินยามปกติเวลาท่านพ่อและพี่ชายมักจะไปที่หมู่บ้าน ว่ามักจะกลับมา่เช้าตรู่เช่นนี เพื่อไม่ให้เื่ต่างๆ ในวันนี้ล่าช้า
นางไม่รู้ว่าผ่านเื่เมื่อวานมาแล้วเหลียงซื่อจะลดราวาศอกหรือไม่ แต่นางกลัวว่าเหลียงซื่อจะไม่หยุดและพยายามทำให้ลุกลามบานปลาย โดยเรียกให้พี่สามของนางไปหาท่านพ่อและพี่ชายของนางเพื่อพูดเื่ไร้สาระ นางจึงตื่นั้แ่เช้าเพื่อไปรอที่มุมประตู เวลาท่านพ่อและพี่ชายของนางกลับบ้านมา นางจะได้รีบพบหน้าท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่ของนางเป็คนแรก
เมื่อคืนนี้นางหลับไม่สนิท ยามนี้พอต้องมารอที่มุมประตูบ้านหนังตาจึงเริ่มหย่อนลง
นางนวดคลึงดวงตา อวิ๋นจูที่อยู่ด้านหลังเห็นจึงช่วยบีบไหล่ให้นาง “ข้าบอกว่าจะส่งคนมารอแทน พอนายท่านกับคุณชายใหญ่กลับมาค่อยรีบไปเรียนคุณหนู หรือให้พวกข้ารออยู่ที่นี่แล้วพอเห็นคุณชายใหญ่ให้เชิญคุณชายใหญ่ไปที่เรือนจ้านลู่ก็ได้ คุณหนูกลับบอกว่าไม่ได้ จะรอด้วยตนเอง เมื่อคืนนี้ก็หลับไม่สนิท ข้าทาแป้งลงไปมากขนาดนี้ ใต้ดวงตาที่ดำคล้ำยังปิดไม่มิดด้วยซ้ำ”
สวี่เฉิงอวี๋พูดเรียบๆ ว่าไม่เป็ไร จากพฤติกรรมที่อาหญิงสามคนนั้นของนางเคยทำนางจึงไม่กล้าละเลย ต่อให้รออยู่ที่เรือนนางก็นั่งไม่ติด ในใจมีเื่ให้คิด สู้มารอที่นี่ดีกว่า
ระหว่างที่นายบ่าวสองคนกำลังพูดคุยกันลี่ว์จูก็เรียกคุณหนูเสียงเบา ปลายนิ้วชี้ไปด้านนอก
สวี่เฉิงอวี๋มองผ่านหมอกตามไป นั่นคือท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่ของนางเดินตามหลังเข้าประตูกันมา
นางรีบลุกขึ้น สาวเท้าออกไปจากประตูแล้วขวางคนเอาไว้ที่มุมประตูอย่างพอดี
เื่ในหมู่บ้านอาจไม่ราบรื่นนักเพราะยามที่สวี่ซงซานเข้าประตูมามีสีหน้าไม่ดี แม้กระทั่งสวี่ไท่จือที่ตามหลังเขาเข้ามาก็ยังมีสีหน้าเป็กังวลเหมือนกัน
แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่รักหมอกในดวงตาพลันสลายหายไปทันที
สวี่ซงซานไปลูบศีรษะนาง ความเหนื่อยล้าหายไปกว่าครึ่ง หางตายกขึ้นน้อยๆ “เช้าขนาดนี้ เหตุใดเ้ามารออยู่ที่นี่เล่า”
สวี่เฉิงอวี๋เห็นว่าท่านพ่อของนางกลับมาจวนด้วยความเหนื่อยล้า เพียงแต่เื่ที่จะต้องไปขอบคุณที่จวนของเซียวิ่หางนั้นรอช้าไม่ได้ ต่อให้่เช้าไม่พูด่บ่ายก็ยังต้องพูดอยู่ดี
ดังนั้นนางจึงลังเลเพียงชั่วครู่เท่านั้น และลดเสียงลงเพื่อเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่เล่าให้เื่เบาลงไปมาก เพราะไม่อยากให้ท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่ที่เพิ่งกลับบ้านมาต้องมีโทสะอีก
ครั้นนางเล่าจบก็พินิจสีหน้าของท่านพ่อก็เห็นว่าย่ำแย่อย่างที่คาดการณ์ไว้ นางจึงเอ่ยเสียงอ่อนแล้วใช้มือเล็กไปคล้องแขนของท่านพ่อเอาไว้ “เื่ผ่านไปแล้ว ข้าเองก็ไม่ได้เป็อะไร ท่านพ่ออย่าได้โมโหด้วยเื่นี้เลยนะเ้าคะ ข้ามารอั้แ่เช้าเพราะคิดว่าเมื่อท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่กลับมา สมควรจะต้องเตรียมของขวัญเพื่อพาข้าไปขอบคุณคุณชายน้อยที่จวน ส่วนเื่อื่น...ข้ากลัวว่าสาวใช้ในจวนจะไม่รู้เื่แล้วพูดอะไรผิดไปจนทำให้ท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่คิดว่าข้าโอหัง หรือเป็คุณหนูเจ็ดที่มุทะลุ ถึงได้หาเื่ใส่ตัว จึงได้แต่ต้องมารอที่นี่ เพื่อจะได้เล่าเอง”
เดิมสวี่ซงซานคิดจะถามบางอย่าง แต่คำพูดถึงพรั่งพรูกลับค้างอยู่ในปาก เขาดึงนางไว้แล้วมองอยู่นาน “เ้าไม่ได้าเ็จริงๆ ใช่หรือไม่”
นางตอบ “เพียงแค่ใอยู่บ้างเท่านั้น ไม่ได้เป็อะไรเ้าค่ะ”