4
เปลี่ยนใจ
ณ เรือนเคียงภูผา จวนสกุลหาน
ทุกคนต่างก็นั่งอยู่พร้อมหน้ากัน แต่กลับไร้เงาของหานอิงมี่และหานิซาน
“แล้วธิดาของเ้าไปไหนล่ะสหาย” เซี่ยถังยี่ถามหานหลี่หลุนที่ตอนนี้มีสีหน้ากลุ้มใจเล็กน้อย
“อีกสักครู่นางคงมากระมังสงสัยจะยังแต่งตัวไม่เสร็จ”
หาข้อแก้ตัวส่งๆ ไปก่อนละกัน
สักพักก็มีคนเดินเข้ามา หาใช่ใครที่ไหน เป็หานิซานนั่นเอง
“อ้าวเ้าคนเมื่อตอนนั้น” หานิซานร้องทักแล้วทำความเคารพทุกคนก่อนหันไปแนะนำตัวกับเฟยหง
“ใช่แล้วข้าคือหานิซาน บุตรชายคนรองของตระกูลหาน” จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งประจำที่ของตน
แล้วสตรีนางนั้นเล่า…
พลันน้ำเสียงของคนที่เขากำลังคิดถึงก็ดังขึ้นมาจากประตูห้อง
“ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องรอนานข้าหานอิงมี่รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดนึงจึงไปนอนพักมาเ้าค่ะ”
จากนั้นร่างบอบบางดั่งกิ่งหลิวกับใบหน้าขาวเนียนดั่งหยกเนื้อดีในอาภรณ์พลิ้วสีชมพูอ่อนก็ค่อยๆ ย่างเท้าเข้ามาตามแบบกุลสตรีที่ดีทำให้ทุกคนในที่ตรงนั้นตกตะลึง ยกเว้นหานิซานที่แอบหัวเราะ
ไปนงไปนอนอะไรกันน้องข้า...เ้าเพิ่งไปดวลหมากกับว่าที่สามีของตนเองมามิใช่รึ!?
แลเห็นทีคนที่ใมากที่สุดไม่พ้นจะเป็เซี่ยเฟยหงแต่เขาก็ซ่อนอาการนั้นได้อย่างแเีส่วนเซี่ยถังยี่และเซี่ยฮูหยินก็มองนางด้วยความชื่นชม
‘ข้าบอกแล้ว’เซี่ยถังยี่แอบส่งสายตาบอกเซี่ยฮูหยิน
‘ข้าเชื่อแล้วท่านพี่’นางส่งสายตาตอบกลับ
“คารวะท่านพ่อท่านแม่รอง ท่านแม่สาม ท่านเซี่ยถังยี่ ท่านเซี่ยฮูหยิน ท่านพี่หานิซาน และ…”นาง เดินเข้ามาตรงหน้าว่าที่คู่หมั้น ก่อนจะจงใจโค้งตัวให้อย่างช้าๆ
“คารวะท่านเซี่ยเฟยหงเ้าค่ะ”
นี่คือยายเด็กม้าเมื่อหลายปีก่อนจริงหรือมินึกว่าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เฟยหงมองสาวงามตรงหน้าอย่างชอบใจเขามิอยากถอนหมั้นแล้วสิ
“ถ้าทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้วก็ดีคืออย่างนี้…เฟยหงอยากมาพบหน้าว่าที่คู่หมั้นของเขามากทางเซี่ยฮูหยินก็อยากพบลูกสะใภ้เช่นกัน พวกเราจึงเดินทางมาที่นี่”
เซี่ยถังยี่เป็คนเปิดบทสนทนา ก่อนที่เซี่ยฮูหยินจะพูดต่อ
“แลอยากคุยเื่การจัดงานสมรสของทั้งสองคนด้วย”
“เช่นนั้นพวกเรามาคุยรายละเอียดกันเลยพวกเ้าอิงมี่กับเฟยหงช่วยออกไปก่อน…” หลี่หลุนพูดแล้วปรายตามองมาที่สองคนนี้
“ได้ขอรับงั้นลูกขอพาว่าที่คู่หมั้นไปนั่งคุยกันที่ศาลาริมน้ำได้หรือไม่?” เฟยหงเอ่ย ส่วนอิงมี่ก็ไม่ว่ากระไร ตามน้ำไปก่อนกระนั้นก็แอบปรายตามองอีกฝ่ายพลางด้วยความหมั่นไส้
พอรู้ว่าคู่หมั้นของตนเป็สาวงามเช่นนี้ก็แสดงกิริยาสนอกสนใจออกนอกหน้า นี่ถ้าหากข้าปรากฏตัวในรูปลักษณ์เด็กเปรอะเปื้อนคนนั้นเขาคงทำหน้าระอาเป็คนแก่เหมือนสมัยก่อนแน่แท้
“ได้สิหลานชายข้ายินดียิ่ง!” หลังจากหานหลี่หลุนอนุญาต เฟยหงก็หันมายื่นมือให้อิงมี่จับนางก็ต้องจับอย่างเสียมิได้
คอยดูเถอะ!! เมื่อใดที่เดินออกไปถึงข้างนอกนางไม่ไว้หน้าบุรุษผู้นี้แน่!!
---------------------------
ณ ศาลาของจวนตระกูลหาน
ฟึ่บ! เมื่อพ้นสายตาผู้คน อิงมี่ก็สะบัดมือออกทันที
“ถึงแล้วก็ปล่อยมือข้าเสียทีเ้าค่ะ”จากนั้นนางก็พึมพำอะไรบางอย่าง ก่อนเอามือไปเช็ดกับเสื้อผ้าของตนแน่นอนว่าการกระทำนั้นย่อมสร้างความขุ่นเคืองใจให้เฟยหงอย่างยิ่ง
นางกำลังสื่อว่ารังเกียจเขา!?
กระนั้นเขาก็ยังมิได้พูดอะไรออกไปจนอิงมี่เป็ฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาเอง
“ขอเข้าเื่เลยนะเ้าคะข้าอยากให้ท่านถอนหมั้นเสีย ข้ามิ้าแต่งงานกับท่านเ้าค่ะ” นี่นางพยายามพูดกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพและให้เกียรติแล้วนะดูสิมีคำลงท้ายทุกคำ
“เพราะเหตุอันใดเล่า?”เฟยหงถามด้วยความสงสัยถึงตอนนี้เขาเริ่มคิดแล้วว่าเหตุผลที่นางเขียนในจดหมาย มันคงไม่ใช่เหตุผลจริงๆของนางแน่ๆ ดูจากการกระทำหลายๆ อย่างของนางแล้ว
หากนางคิดว่าตนเองไม่คู่ควรจริง มีหรือที่ผ่านมาจะจงใจปั่นหัวเขา...และมันได้ผลเสียด้วยเคลิ้มเลยทีเดียวเชียวล่ะ แต่เมื่อกี้กลับทำตัวแปลกๆอย่างกับว่ารังเกียจเขาจะเป็จะตาย
“ข้าก็เขียนไว้ในจดหมายแล้วนี่เ้าคะ”อิงมี่ตอบพลางยักไหล่ ให้ตายเถอะ เสียงหวานๆเมื่อกี้ที่นางพูดหายไปไหนกัน
“ข้า้าฟังเหตุผลที่แท้จริง”เฟยหงเอ่ยเสียงดัง ทำให้อิงมี่ใเล็กน้อยแต่ด้วยความที่หมั่นไส้เขาเป็ทุนเดิมอยู่แล้วทำให้นางพูดออกไปโดยไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อพูดดีๆ แล้วท่านมิจบ อย่าหาว่าตัวข้าหานอิงมี่ไม่ไว้หน้าท่านละกันเ้าค่ะ!
“แน่ใจหรือเ้าคะ?”ร่างบางพูดแล้วแค่นยิ้ม ยิ่งทำให้เฟยหงหงุดหงิดมากขึ้น
นี่นางตั้งใจยั่วโมโหเขาใช่หรือไม่!?
“หากข้าพูดไปแล้วท่านจะรับมันได้หรือเ้าคะ?”ว่าแล้วก็ทำหน้ากวนประสาท
“ลองพูดมา”เฟยหงตอบนางด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ภายในร้อนเหมือนูเาไฟที่กำลังจะปะทุออกมา
“ข้าไม่อยากแต่งงานกับท่านเพราะข้าไม่ชอบท่านเ้าค่ะ…ข้าเกลียดคนแบบท่าน”
นางพูดออกไปเรียบๆแต่เฟยหงฟังแล้วราวกับมีคนเอาบาทามายันหน้าก็มิปาน
ทั่วทั้งอาณาจักรไท่นี้ยังไม่เคยมีสตรีผู้ใดกล้าพูดปฏิเสธเขาเช่นนี้ ยิ่งบอกว่าเกลียดแล้วด้วย
“คนแบบข้ามันทำไมรึ?”เฟยหงกัดฟันถาม ส่วนอิงมี่ยิ่งเห็นสีหน้าเขาตอนนี้นางก็ยิ่งชอบใจเห็นทีคงจะลืมไปแล้วกระมังว่าถ้าอยากถอนหมั้น ต้องพูดเช่นไรที่นางทำไม่ต่างอะไรจากการเอาน้ำมันไปสาดลงในกองไฟเลย
“เสเพลเ้าค่ะข้าเกรงว่าขืนแต่งกับท่านไปแล้วท่านจะนำกามโรคมาสู่ข้า” นางโพล่งออกไปแล้วแกล้งทำสีหน้าหวาดกลัวอย่างแเี
“อย่างงั้นรึแล้วเ้าคิดหรือว่าข้าชอบเด็กม้าดีดกะโหลกแบบเ้า” เฟยหงเป็ฝ่ายพูดบ้างแต่อิงมี่ก็หัวเราะอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าเมื่อสองปีก่อนตอนพบข้าที่ตลาดท่านยังชวนข้าไปโรงเตี๊ยมอยู่เลยนั่นล่ะคนเดียวกันกับเด็กม้าดีดกะโหลกที่ท่านเกลียดนักหนา” เล่นเอาเฟยหงถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“และสรุปง่ายๆพวกเราจะถอนหมั้นกัน”
“ข้าไม่ถอน”เฟยหงเอ่ยสั้นๆ แต่ได้ใจความ ทำเอาอิงมี่ใไม่น้อยด้วยนางก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปบ้าง
“ได้โปรดเถิดท่านเฟยหงท่านเองก็มิได้รักข้านี่” นางพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอนแล้วไปคุกเข่าตรงหน้าแม่ทัพหนุ่ม หากแต่เฟยหงกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ
“จะมาเล่นงิ้วตอนนี้มันก็มิทันแล้วล่ะ”ถ้าไม่ได้เห็นวาจาที่นางกล่าวว่าเขาเมื่อครู่ เขาคงยอมแต่โดยดีแต่ในเมื่อนางอยากทำหน้ากากตัวเองแตกแล้ว จะเก็บมาใส่ใหม่อย่างไรก็ไม่เนียน
เกลียดเขานัก เขาก็ไม่ยอมให้นางถอนหมั้นได้สมใจหรอก!
“…..” อิงมี่ได้แต่เงียบ
“เ้าพลาดแล้วล่ะอิงมี่ข้าเข้าบ้านดีกว่า ป่านนี้ผู้ใหญ่คงคุยเื่ของเราเสร็จแล้ว” เซี่ยเฟยหงยักคิ้วแล้วเดินเข้าไปในบ้านทิ้งให้นางยืนเซ็งตัวเองอยู่ข้างนอกคนเดียว…
เมื่อกี้ข้าพูดอะไรลงไป ไม่น่าเลยข้าน่าจะยอให้เขาตายใจแล้วค่อยออดอ้อนเพื่อขอถอนหมั้นแต่ทำไงได้ในเมื่อข้าหมั่นไส้ไอ้คุณชายเสเพลนั่นมากจนระงับปากไว้ไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะมิมีหนทางในการล้มงานหมั้นนี่นา ขอแค่มีเหตุอันสมควรเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนให้คิด ใจเย็นๆ ไว้ตัวข้า…