ตอนที่1
ณ ที่แห่งหนึ่งแถบชายป่า เมือง เรออน
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านพุ่มไม้และยอดต้นไม้ใหญ่ในป่ารอบๆเมืองเรออน เสียงใบไม้เสียดสีดังแ่ๆ เคล้าเสียงนกร้องคลอเบาๆ บ้านหลังเล็กๆที่สร้างจากไม้เก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าราวกับเป็สถานที่ที่ถูกกาลเวลาลืมเลือนไม้หน้าต่างบางบานมีรอยร้าวและสีที่ถลอกออกบ้าง แต่ก็ยังคงดูอบอุ่น หน้าประตูบ้านมีพืชพรรณพื้นเมืองขึ้นแซมตามซอกกำแพงซึ่งทำให้บ้านดูเหมือนหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
“อย่ามัวแต่สนใจหนังสือเ้าจะพลาด่เวลาในการฝึกฝนเสียเปล่า ๆ ถ้าเ้าไม่สามารถต้านข้าได้ถึงสิบวันนี้ก็อย่าหวังจะได้พักเลย!”
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนสะท้อนออกมาเป็เสียงที่ดูอ่อนโยนและแข็งแกร่งไปพร้อมๆกันทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งเปิดหน้าหนังสือด้วยความเพลิดเพลินถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วมองไปที่นาฬิกาแขวนผนังเรือนเก่าในห้องหนังสือ
“แย่แล้ว!ข้าอ่านเพลินไปจนลืมว่าต้องซ้อมดาบกับท่านปู่!”
เด็กหนุ่มกุลีกุจอเก็บหนังสืออย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องหนังสือในห้องนั่งเล่นของบ้านเฟเรีย วัลเพออุส นั่งอย่างสงบหน้าเตาผิงไฟ มือเรียวยกขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่เข็มและด้ายกลับเคลื่อนไหวด้วยเวทมนตร์เย็บลวดลายลงบนผืนผ้าอย่างประณีตสีเขียวอ่อนของดวงตาเธอเปล่งประกายราวกับหยกที่ส่องแสงสะท้อนถึงอดีตอันยิ่งใหญ่และภูมิปัญญาที่เธอได้สั่งสมดวงตาคู่นั้นบอกเล่าเื่ราวของการเดินทางที่ยาวนานเกินกว่าชีวิตธรรมดาเธอจ้องมองไปยังหลานชายที่รีบวิ่งออกไปฝึกซ้อมกับปู่ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“เ้าต้องเติบใหญ่ขึ้นจนสามารถปกป้องตนเองได้เชส…เพราะว่าเราอาจไม่อยู่กับเ้าได้ตลอดไป”
ผมสีน้ำตาลอ่อนดวงตาสีเขียวเป็ประกายราวกับอัญมณีที่ให้ความรู้สึกโอบกอดโลกทั้งใบแม้ว่าเธอจะอายุมากแล้วแต่ร่างกายเธอก็ยังดูเหมือนสาวๆที่เพิ่งโตเต็มที่เสื้อผ้าที่เธอใส่นั้นเป็เดรสสีเขียวอ่อนตัดกับฟ้าที่เป็ส่วนเสื้อทำให้ดูเป็หญิงสาวที่ใจดีและอ่อนโยน
หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆหลังจากมองเด็กหนุ่มวิ่งออกจากบ้านไปที่ลานว่างเพื่อฝึกดาบกับคุณปู่ของเขาหรือก็คือสามีของเธอนั่นเอง
เฟเรียวัลเพออุส คือชื่อของเธอ เธอเคยเป็เพียงขุนนางตกอับธรรมดาๆในตระกูลหนึ่งเท่านั้นด้วยความหวังที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลเธอได้พยายามทุกทางในการจะเป็จอมเวทที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ และความพยายามของเธอก็ได้สำเร็จเมื่อเธออายุ15เธอจบการศึกษาจากสถาบันหลวงด้วยงานวิจัยเวทมนตร์บีบอัดระดับสูงเธอควบคุมปริมาณเวทมนตร์และทำให้เวทระดับต่ำๆมีพลังเทียบเท่าหรือบางครั้งก็มากกว่าเวทระดับสูงของจอมเวทระดับสูงซะอีกด้วยเหตุนั้นเธอจึงเริ่มมีชื่อเสียง และได้รับการทาบทามเป็อาจารย์ของสถาบันแต่ด้วยความกระหายในงานวิจัยเธอได้ปฎิเสธและได้เข้าร่วมเป็ผู้ช่วยของมหาจอมเวทในหอคอยเวทมนของเมืองเธอช่วยให้มหาจอมเวทแก้วงจรเวทโบราณได้อย่างน่าประหลาดใจและในที่สุดเธอก็ได้ขึ้นเป็ ปราชญ์แห่งหอคอยเวทมนตร์
คุณงามความดีที่เธอได้ทำให้อาณาจักรนั้นมีมากกว่าจะอธิบายได้จบในหนึ่งวันแต่จุดพลิกผันชะตาชีวิตของเธอก็มาถึงเธอรู้สึกว่าที่นี่ไม่มีความรู้อะไรเหลือให้เธอได้เรียนรู้อีกต่อไปเธอจึงสละตำแหน่งและยกให้ศิษย์เอกของเธอแทนหลังจากนั้นเธอก็เดินทางออกตามหาความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับเวทมน เธอเดินทางอยู่หลายปีจนกระทั่งถึงเวลาที่เธอกลับมาเพื่อจะเผยแพร่ความรู้ของเธอแผ่นดินอันสงบสุข บ้านเกิดของเธอก็ได้เกิดาขึ้น เป็าของเทพเ้าและปิศาจเธอจึงได้ร่วมต่อสู้เพื่อบ้านเกิด การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้เธอได้เจอกับวิลเลอร์สามีของเธอ ทั้งสองบุกฝ่าฟันศัตรูคนแล้วคนเล่าไปด้วยกันเพราะได้ยินข่าวว่ามีเด็กทารกมนุษย์ที่เป็ชนวนของาถูกจับขังไว้
ทั้งสองคิดเห็นตรงกันว่าจะช่วยเด็กคนนั้นทันทีและราวกับปาฏิหาริย์ ทั้งสองเป็มนุษย์ที่แข็งแกร่งมากจนแม้กระทั่งเทพและปิศาจยังไม่อาจต้านทานพลัง ถึงทั้งสองไม่อาจจะฆ่าแม่ทัพของเทพหรือปิศาจได้แต่ก็ทำให้าจบลงด้วยการล่าถอยของทั้งสองฝ่ายทิ้งไว้เพียงแต่ คริสตัลสีอเมทิสต์ทรงแปดเหลี่ยมก้อนหนึ่งไว้ในที่ตั้งค่ายของปิศาจ
ตัดกลับมาทางเด็กหนุ่มที่วิ่งออกไปพร้อมกับคว้าเอาดาบไม้ที่อยู่ข้างลานกว้างไปอย่างรวดเร็วนั้น
ทันใดนั้น เชสยกดาบไม้ขึ้นป้องกันด้วยสัญชาตญาณแต่ดาบของปู่กลับเปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตา เชสรีบะโถอยออกมาพลางยิ้มอย่างขี้เล่น “แค่นี้เอาข้าไม่ลงหรอก ท่านปู่!”
ชวิ้ง~ เสียงเด็กหนุ่มที่วิ่งเข้ามาพูดบอกชายวัยกลางคนยังไม่ทันได้พูดจบ ดาบเล่มเดิมก็วาดเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องรีบตั้งตัวและะโหลบทิ้งระยะออกมาก่อนจะบ่นพร้อมกับพูดตอบกลับไปเล็กน้อย
วิลพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็วเกร็งดาบในมือก่อนจะฟาดลงด้านข้างอย่างแกร่ง เชสตั้งรับได้ทันท่วงทีแต่รู้สึกถึงแรงมหาศาลจากมือของปู่ที่ดันเข้ามาราวกับจะบดขยี้เขาทั้งตัวขณะที่ดาบกระทบกันเสียงดังสนั่น
“เ้าต้องมองหาโอกาสทุกวินาทีอย่าปล่อยให้ดาบของศัตรูทำเ้าสับสน!”
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำแข็งแรงผมสีแดงเพลิงราวกับจะเผาผลาญศัตรูที่กล้ามาขวางและดวงตาคมกริบสีทองนั้นทำให้บุคลิกของเขาดูน่ายำเกรงขึ้นอีกไม่น้อยแถมพ่วงด้วยตำแหน่งวีรบุรุษของมวลมนุษย์ก็มากพอจะทำให้ใครหลายๆคนเคารพและหวาดกลัวได้ในเวลาเดียวกันแต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากับทำท่ามั่นใจในการต่อสู้ครั้งนี้เสียนี่
วิลเลอร์วัลเพออุส เป็อดีตนักพจญภัยผู้ใช้ดาบและเวทมน เรียกอีกอย่างคือเขาเป็นักดาบเวทวิลได้เลื่อนเป็นักพจญภัยระดับสูงสุดก่อนที่จะเกิดมหาาเทพปิศาจได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้นเขาเข้าร่วมการต่อสู้ทันทีด้วยความอยากที่จะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและคู่ควรกับเขามากพอในตอนนั้นวิลถูกเรียกอีกชื่อว่า เทพาจนไปเข้าหูเทพาตัวจริงในเผ่าเทพมันถึงกับลงมาเพื่อลบชื่อของวิลด้วยตัวเองโดยการดวลตัวต่อตัวแต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นกลับเป็มันเองที่ถูกลบชื่อเทพาไปตลอดชีวิตทันทีที่เริ่มต่อสู้มันพุ่งเข้าหาวิลด้วยความมั่นใจและหยิ่งยโส ในขณะที่วิลเพียงยืนนิ่งและปัดป้องดาบของมันอย่างง่ายดายมันโมโหมากและงัดกระบวนท่าดาบเทพมากมายมาใช้แต่ถูกวิลทำลายกลางกระบวนท่าจนเสียความมั่นใจไป
วิลสวนกลับเพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ทำให้มันรับมืออย่างยากลำบากและเริ่มรู้สึกคิดผิดที่มาท้าทายเขาสุดท้ายมันก็ถูกวิลใช้กระบวนท่าที่เรียบง่ายที่สุดแต่กลับทางพลังเป็อย่างมากจัดการนั่นก็คือการปรับคลื่นพลังเวทให้สั่นเป็ความถี่ที่มากพอจะตัดทะลุเกราะเทพได้อย่างง่ายดายเป็กระบวนท่าที่วิลคิดขึ้นระหว่างผจญภัยแต่เป็ท่าเดียวกับที่วิลใช้ตัดหัวัก่อนจะขึ้นเป็นักผจญภัยระดับสูงสุด
กลับมาที่การต่อสู้ของวีรบุรุษของมนุษย์กับพระเอกของเราต่อกันดีกว่าขณะพูดวิลก็ได้ถีบตัวพุ่งไปด้วยความเร็วที่มากกว่าการฝึกครั้งไหนๆ พอเชสได้เห็นดังนั้นก็เพ่งมองหาช่องว่างก่อนจะหลบโดยขยับร่างกายให้น้อยที่สุดแล้วฟันสวนกลับในขณะที่ดาบของวิลกำลังฟันพลาดจากบนลงล่างเชสวาดดาบไป่ช่องท้องที่เปิดว่างเป็ช่องว่างก่อนจะรู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แล้วดาบที่ฟันลงพลาดกลับไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นแต่กลับ พลิกกลับมาฟันแทยงไปทางเชสอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องเปลี่ยนจากรุกมาเป็รับ เพื่อป้องกันดาบของปู่อย่างรวดเร็ว
ปัก- เสียงของดาบไม้ที่กะทบกันอย่างจังดังขึ้น เชสพยามออกแรงดันสู้อย่างสุดกำลัง
“ลืมที่ข้าสอนไปแล้วหรือยังไงเชสเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าเ้าทั้งทักษะ และพละกำลัง จงอย่ารับดาบตรงๆ”
พูดจบวิลก็หมุนควงดาบโค้งเพื่อชักนำดาบของเชสให้หลุดการควบคุมและหลุดจากการป้องกันไปทำให้มีช่องว่างบริเวณตัว จากนั้นวิลก็ถีบเข้ากลางลำตัวของเชสอย่างจังทำให้เชสกระเด็นออกไปกลิ้งหลายตลบทีเดียว
“อั่ก โถ่ว ท่านปู่มันก็ต้องมีคิดไม่ทันกันบ้างแหละน่า ข้าจะเอาจริงแล้วนะ แค่นี้จิ๊บๆ ย๊ากก”
เชสะโออกมาอย่างกวนๆแล้วเร่งความเร็วด้วยเวทเพื่อย่นระยะหลังจากใกล้ถึงด้านหน้าขอวิล เขาก็ใช้เทคนิคเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบสายตาไปเข้ามุมอับด้านหลังของเชสแต่มีหรือที่วิลจะไม่รู้ทันวิลแค่ยกดาบมากันอย่างง่ายๆ แต่คราวนี้เชสกลับไม่ได้ฟันเข้าไปตรงๆอย่างทุกครั้งแต่เชสใช้ดเทคนิคการหมุนทวนดาบปัดป้องให้ดาบที่วิลป้องกันเบี่ยงออกด้านข้างเล็กน้อยก่อนจะใช้ด้ามจับกระจกเข้าหาตัวของวิลซึ่งก็เกิดโล่มานาขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว
“โธ่ ปู่ แบบนี้มันขี้โกงนี่ไหนว่าฝึกดาบ ห้ามใช้เวทมนอื่น นอกจากเสริมกำลังกาย กับเสริมเวทให้ดาบไงล่ะ”
เชสบ่นอุบหลังจากกที่คิดว่าครั้งนี้จะได้ตั้นหน้าปู่เข้าให้สักทีแล้ว
“ ที่เ้าทำให้ข้าใช้เวทป้องกันออกมาได้ก็ถือว่าเ้าสอบผ่านแล้ววันนี้พอแค่นี้แหละ เ้าทำได้ดีมากที่เหลือก็ไปฝึกวิชาดาบด้วยตัวเองต่อซะ” พูดจบวิลก็เดินหันหลังเข้าไปในบ้านทิ้งให้เชสมองตามตาปริบๆอย่างเสียดายที่ไม่ได้เอาคืน
“หึสักวันข้าจะต้องเจาะทะลุการป้องกันและเอาชนะปู่แบบขาดลอบให้ได้เลย คอยดูสิ ไปฝึกต่อดีกว่าเรา”
เชสเดินไปที่หุ่นฝึกที่แกะสลักจากหินลึกลับที่ท่านปู่เป็คนหามาให้หินนี่กันได้แม้กระทั่งพลังของจอมเวทระดับ วีรชนอย่างวิลหากอยากทำลายก็ต้องใช้พลังเต็มที่สัก 3 ครั้งใส่มันเลยทีเดียว
“เมื่อการฝึกซ้อมเสร็จสิ้น เฟเรียเดินออกมาจากบ้านยืนอยู่ที่หน้าประตูสายตาของเธอจับจ้องไปที่เชสที่กำลังฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่นแววตาของเธอเจือด้วยความรักและห่วงใย “เด็กคนนั้น...เขากำลังจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งวิลเลอร์ ข้าหวังว่าเขาจะพร้อมเผชิญหน้ากับโลกใบนี้เมื่อถึงเวลา”
วิลเลอร์พยักหน้าสายตาจับจ้องไปที่หลานชายอย่างเงียบๆเขารู้ดีว่าความสงบสุขของครอบครัวนี้อาจไม่ยั่งยืน“เราเลี้ยงดูเขามาอย่างดีที่สุดแล้ว เฟเรีย ไม่ต้องห่วง เขาจะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่เข้ามาหาเขา”
เฟเรียหันกลับมามองวิลเลอร์สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง “ถ้าเช่นนั้น…เราจะต้องเตรียมตัวกันให้พร้อมคืนนี้วิลเลอร์ การเดินทางที่ยาวนานของเราจะต้องจบลง แต่ชีวิตของเขาเพิ่งเริ่มต้น”
่บ่ายหลังการฝึกวาดาบจบลงเชสได้เข้ามาบอกกับสองวีรชนอย่างเคยว่าเขาขอออกไปเดินเล่นในเมืองเชสเป็ที่รักของชาวเมืองมากมายเนื่องจากในเวลาว่างเขามักจะเข้าไปเดินเล่นในเมืองบ่อยๆและช่วยเหลือออะไรเล็กๆน้อยๆชาวเมืองที่พบเห็นอยู่เสมอๆทำให้กลายเป็ที่รักของชาวเมืองได้อย่างง่ายดาย วันนี้ก็เป็อีกวันที่เขาตั้งใจจะลงไปเที่ยวเล่นและเนื่องจากเขาได้นัดกับเ้าของร้านอาหารแห่งนึงในเมืองไว้ว่าเขาจะเอาวัตถุดิบจากป่าปิศาจรอบเมืองไปให้แลกกับการที่เขาจะได้กินฟรี บ่อยๆที่ร้านนั่นเอง
“เอาล่ะ ทีนี้ก็เตรียมตัวเรียบร้อยข้าไปก่อนนะท่านปู่ท่านย่า แล้วข้าจะรีบกลับมาก่อนมื้อค่ำ”
เชสเดินไปทางป่าลึกเข้าไปอีกหน่อยเพื่อออกล่าสัตว์ปิศาจตามเคยเส้นทางเดินของเชสไม่ต่างจากทุกครั้งที่เขาเคยมาแต่ครั้งนี้ป่าดูต่างออกไปเล็กน้อยจนเชสััได้ดอกไม้ สมุนไพรเจริญเติบโตได้ดีกว่าปกติมาก ร่องรอยนั้นพาเชสไปถึงแหล่งน้ำแห่งหนึ่งกลางป่าซึ่งเป็แหล่งน้ำปกติที่สัตว์ป่าต่างๆมาดื่มกินเป็ประจำแต่วันนี้ไม่มีสัตว์ป่าตัวไหนออกมาเลยยิ่งเข้าใกล้ก็รู้สึกถึงพลังงานเข้มข้นมากขึ้นแต่ก็สั่นไหวไม่มั่นคง
เชสตัดสินใจค่อยๆเดินตามไอพลังที่ััได้อย่างลึกลับนี้เข้าไปอย่างช้าๆพอถึงจุกที่เป็แหล่งน้ำเขาเห็นแสงสีฟ้าจางๆสั่นไหววูบวาบอยู่ในนั้น เชสเสริมพลังไปที่ดวงตาเพื่อที่จะมองเห็นชัดเจนและไกลขึ้น
สิ่งที่เชสเห็นนั้นก็คืองูตัวใหญ่ที่มีเกล็ดสีขาวส่องประกายราวกับไข่มุก มันกำลังขดตัวอยู่บริเวณบ่อน้ำแห่งนั้นนั่นจึงเป็สาเหตุที่ไม่มีสัตว์ป่าชนิดไหนกล้าเข้าใกล้ ขนาดตัวมันใหญ่มากและยาวมากกว่า 10 เมตร นี่อาจเป็สัตว์ปิศาจระดับสูงที่อยู่ในป่าลึกก็ได้ เชสคิดในใจแต่ทำไมมันถึงออกมาจากอาณาเขตไกลขนาดนี้ล่ะ ขณะที่คิดเชสก็สังเกตุร่างกายมันอย่างถี่ถ้วนพบว่ามีหลายจุดที่มีเืซึมออกมาพร้อมกับเกล็ดบางเกล็ดที่หลุดหายไปคาดว่ามันได้รับาเ็สาหัสจึงหนีมารักษาตัวที่บ่อน้ำแห่งนี้จากาแคิดว่าเป็สัตว์ปิศาจระดับสูงประเภทหมีเพราะจากขนาดกรงเล็บและความลึกของาแแทบจะเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว
เชสจ้องมองแสงสีน้ำเงินจางๆรอบตัวของงูขาว รู้สึกถึงความเยือกเย็นที่ซึมลึกถึงขั้วหัวใจตัวของงูขาวส่องประกายราวไข่มุกขนาดที่ใหญ่โตกว่าสิ่งมีชีวิตปกติในป่าดูแปลกประหลาดและเต็มไปด้วยความน่าค้นหางูขาวตัวใหญ่นั้นก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาหามันมันจึงจ้องกลับอย่างไม่ไว้ใจ และขู่ออกมาเพื่อป้องกันตัว
“ข้าไม่ได้มาทำร้ายเ้า อย่ากลัวไปเลยแต่เ้าไม่ควรอยู่ที่นี่เ้าเข้าใจที่ข้าพูดไหมเ้างู”
เชสลองพูดกับงูที่จ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตางูขาวมองเชสอย่างไม่ไว้ใจมากนักแต่ก็มีแววตาอ่อนลงเนื่องจากาแที่มันได้รับสาหัสเป็อย่างมากถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้มันคงต้องตายภายในคืนนี้อย่างแน่นอน
“ข้าจะช่วยเ้าในเมื่อข้ามาเจอเ้าถือว่าเป็โชคชะตาของเ้า เอาล่ะข้าจะเข้าไปหาเ้าแล้วนะ”
เชสค่อยๆเดินเข้าไปหางูขาวอย่างช้าๆโดยอยู่ในสายตาของมันตลอดเวลาในใจของมันคิดว่า ถ้าเชสคิดจะทำร้ายมันมันอาจจะสู้ได้แค่ตายไปกับเชสเพราะมันก็ััพลังในตัวของเชสได้รางๆถึงยังไงมันก็ต้องตายในคืนนี้ถ้าเชสไม่ช่วยมันจึงก้มหัวลงนอนหลับตาไม่สนใจเชสอีกต่อไป ปล่อยให้เชสทำอะไรตามใจ
เชสเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ตัวมันเขาเอามือจับที่ลำตัวขนากใหญ่ของมันค่อยๆปล่อยพลังเวทแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมันอย่างแ่เบาเพื่อวิเคราะห์อาการโดยรวมงูขาวนั้นเองก็รู้สึกถึงพลังเวทของเชสที่เข้ามามันช่างอบอุ่นและเบาสบายดังนั้นมันจึงไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนงูขาวได้เผลอหลับไปและตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนกลางดึกมันพบว่าาแทั้งหมดของมันได้หายไปหมดแล้วไม่เหลือกระทั่งความอ่อนเพลียจากการาเ็เลยด้วยซ้ำ ตัวมันได้แค่นึกขอบคุณเชสอยู่ในใจและจดจำเชสไว้ในใจเพื่อตามหาและตอบแทนอีกครั้งเมื่อได้พบกับเขา
____________________________________________________________________________
ย้อนกลับมา่ที่เชสกำลังรักษาเ้างูขาวอยู่นั้น
“เอาเสร็จแล้วหือเ้านี่คงจะเหนื่อยมากสินะ ถึงกับหลับไปเลย ถือว่าได้ทบทวนเวทรักษาของคุณย่าไปด้วยเราเองก็ไปบ้างดีกว่า โชคดีนะเ้างู”
พูดจบเชสก็เดินจากไปเพื่อตามหาหมูป่าหลังดำเป้าหมายวัตถุดิบที่จะต้องไปส่งร้านอาหารในคราวนี้เดินไปไม่นานก็เจอฝูงของมันอยู่สามสี่ตัว เชสเลือกใช้วิธีพุ่งเข้าไปต่อยตีกับหมูป่าราวกับคนบ้าหมูป่าทั้งสี่ตอบโต้กลับทันทีที่มันโดนโจมตีแต่ความเร็วของเชสนั้นทำให้มันทำอะไรไม่ได้เลยแถมยังโดนทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวจนขาดใจตายกันทั้งฝูง
ช่างน่าสงสารหมูป่าฝูงนี้แท้ๆสาเหตุที่เชสใช้วิธีป่าเถื่อนแบบนี้ก็เพราะเขาไม่อยากให้เกิดความเสียหายกับเนื้อหนังของหมูป่ามากเกินไปจึงเสริมเวทที่หมัดและละเลงทุบเข้าไปที่หัวทำให้พลังเวทกระจายไปภายในหลายต่อหลายครั้งจนสมองมันหยุดทำงานถือเป็ซากที่สมบูรณ์ไร้ที่ติเลยทีเดียว
เชสวาดมือเปิดช่องเก็บของมิติมันคือหนึ่งในเวทอัตลักษณ์ของเชสเวทแห่งความว่างเปล่าสองวีรบุรุษสอนเวทนี้ให้ั้แ่ที่ได้รู้ว่าเชสมีคุณสมบัติแห่งความว่างเปล่าถามว่ารู้ได้ยังไงน่ะหรอ ตอนเด็กๆเชสถูกเสือดาวไฟพุ่งเข้าใส่ตอนออกล่าครั้งแรกด้วยตัวเองเสือดาวไฟเป็สัตว์ปิศาจระดับสูงพิเศษอยู่ในเขตป่าลึกเข้าไปอีกมากไม่รู้สาเหตุที่มันโผล่ออกมา
กว่าปู่ของเชสจะรับรู้และตามมาช่วยเชสก็าเ็มากจนแทบหนีไม่ไหวตอนนั้นเองเชสยกมือขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองได้มีช่องว่างมิติโผล่ออกมาทำให้เสือดาวไฟตัวนั้นหายไปในช่องว่างมิติโดยสมบูรณ์แม้แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะไปโผล่ที่ไหนหรือถูกขังอยู่ในมิติว่างเปล่าที่ไหนสักแห่งหรือไม่กลับมาปัจจุบันต่อ
หลังจากเก็บวัตถุดิบทั้งสี่เข้าเวทมิติเชสก็เดินออกจากป่าเพื่อจะเข้าเมืองไปร้านอาหารร้านโปรดของเขาสักทีที่นั่นเชสได้กินฟรีทุกครั้งเวลาไปอาหารที่นั่นก็อร่อยมากถึงจะน้อยกว่าฝีมือตัวเขาเองและย่าเฟเรียของเขาก็เถอะแต่สิ่งที่ทำให้เชสเลือกที่จะไปที่นั่นบ่อยๆคือเขาจะได้ฟังเหล่า นักพจญภัยที่มาเล่าเื่การพจญภัยคต่างๆนาๆของตัวเองกันที่นี่มากมายแม้บางเื่อาจจะฟังดูขี้โม้ เกินจริง ไปบ้างแต่มันก็ทำให้เขาสนุกได้
คุยกับนักเขียน
เอาล่ะคลอดตอนที่ 1 แล้วเรี่องนี้ตั้งใจทำมาก มีวางพล็อตแล้ว มีไทม์ไลน์เื่แล้วจนจบ
อยากให้ปรับปรุงใดๆแนะนำเข้ามาได้อย่างไม่ต้องเกรงใจเลยนะครับเพื่อเอาไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
“ในตอนแรกนี้เราได้เห็นชีวิตที่แสนอบอุ่นและเรียบง่ายของเชสแต่ดูเหมือนว่านั่นจะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่างอาจจะไม่ได้สงบสุขอย่างที่เห็น... ขณะเดียวกันความลับที่ปู่ย่าของเขาเก็บงำไว้อาจกลายเป็กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเชสไปตลอดกาล
…อะไรที่ทำให้สองวีรชนต้องจากบ้านและทิ้งเชสไว้ในวันนั้น? แล้วเชสจะเติบโตและเข้มแข็งพอที่จะเผชิญกับชะตากรรมที่รอเขาอยู่หรือไม่?
ติดตามตอนต่อไป…เมื่อการผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นและเชสจะค้นพบคำตอบที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในครอบครัวที่เขารักเตรียมตัวให้พร้อม เพราะครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อมธรรมดาแล้ว!”
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมติชมนะครับ
เราชอบคนเดาเนื้อเื่นะเพราะเราก็ชอบเดา555