Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 19

    ลำแสงสีทองสาดส่องลงมายังพื้นโลกอีกครั้ง กรในชุดกามเทพสีขาวสะอาดก้าวเดินออกมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจในวันนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเพิ่งถูกสอบสวนด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลยสักนิด แถมเทพธิดาทั้งสองคนนั้นยังมองเขาแปลกๆเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่เหมือนเทพปกติทั่วไป‘ฉันคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันก็ดีแล้วนะ วุฒิไกร และวิภาดาพวกเขาต้องเลิกรากันไปเพราะความเข้าใจผิด มันก็ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อนสิ จู่ๆจะรีบร้อนให้คนที่ไม่ได้เจอกันตั้งนานแถมเคยทะเลาะกันจนเรื่องราวใหญ่โตขนาดนั้น กลับมาเป็นแฟนกันใหม่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอยู่แล้ว’ ในใจของกรตอนนี้ยังคงเคืองสองสาวอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งนี้ก็เป็นแรงผลักดันให้เขาตั้งใจทำเควสมากขึ้น กามเทพหนุ่มเดินตรงมาเรื่อยๆ จากจุดที่ลำแสงวาร์ปส่งเขามายังโลกโดยที่มัวแต่เหม่อลอยคิดถึงเรื่องก่อนหน้าจนเกือบจะเดินชนกำแพงตรงหน้า ซึ่งทำให้เขาได้สติขึ้นมาในที่สุด“ใครเอากำแพงมาไว้ตรงนี้วะ!” กรบ่นออกมาพร้อมกับหันมองซ้ายขวาหาทางเดินต่อไป แต่แล้วกามเทพหนุ่มก็ไปสะดุดตาเข้ากับห้องด้านข้างที่มีกระจกเลื่อนกั้นอยู่ ภายในเต็มไปด้วยพยาบาลสาวในชุดสีขาวหลายคน สิ่งที่เห็นนั้นทำให้กรรู้สึกสะกิดใจขึ้นมาทันที เพราะว่าเขานั้นเลือกวาร์ปมาหาหนึ่งในเป้าหมายซึ่งก็คือวุฒิไกร และเขาควรจะอยู่ที่ทำงานมากกว่าโรงพยาบาลอย่างนี้“หรือว่า...เวรแล้วไง!” กรตะโกนออกมาดังลั่น เมื่อเขานึกได้ถึงเรื่องเมื่อคืนตอนที่ชายหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปด้วยความเร็วสูงเพื่อตามหาอดีตแฟนสาวของตน แต่ในตอนนี้เขากลับมาอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งมีความหมายเดียวที่กรคิดได้ก็คือ วุฒิไกรประสบอุบัติเหตุนั่นเอง เมื่อคิดได้ดังนั้นกามเทพฝึกหัดผู้ร้อนรนก็ไม่อาจอยู่เฉย เขาหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาแล้วเช็กGPSระบุเป้าหมายที่เขาตั้งค่าไว้ที่วุฒิไกร จากนั้นก็รีบวิ่งไปทันทีเพื่อให้เห็นสภาพชายหนุ่มกับตาตัวเอง‘ทำไมเวลาวาร์ปไปหาเป้าหมายมันไม่ไปโผล่ใกล้ๆนะ จะลำบากให้ฉันต้องคอยตามหาเองอีกทีเพื่ออะไรกัน’ กรอดที่จะบ่นขึ้นมาในใจไม่ได้ แต่ขาทั้งสองข้างก็เดินหน้าต่อไปยังห้องพักผู้ป่วยสุดทางเดิน แถมเมื่อมาถึงกรก็ทำได้แค่มองผ่านกระจกใสหน้าประตูเข้าไป และสิ่งที่เห็นก็เพียงปลายเท้าที่ถูกเข้าเฝือกห้อยกับราวเหล็กของคนป่วยเท่านั้น กามเทพหนุ่มร้อนใจขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่อาจยืนยันได้แน่ชัดว่าคนป่วยเป็นใครกันแน่ เขาจึงพยายามสาดส่องสายตาหาคนอื่นไปด้วย เผื่อจะเจอชายหนุ่มอยู่ด้านในอีกคน แต่ในที่สุดกรก็ไม่ทนอีกต่อไปเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครมาเปิดประตูให้เขาเมื่อไร กามเทพฝึกหัดเลือกเมนูสกิลในหน้าจอบนบัตรประจำตัวทันที‘ไร้ตัวตน’สกิลที่ทำให้กรนั้นไร้ซึ่งตัวตน ตอนนี้เขาสามารถเดินทะลุวัตถุได้ทุกชนิดภายในเวลา 3 นาที กามเทพหนุ่มเดินผ่านประตูห้องเข้าไปอย่างง่ายดาย จนมาถึงที่ปลายเตียงผู้ป่วย และนั่นก็ทำให้กรต้องช็อกทันที เมื่อเขาได้เห็นวุฒิไกรในสภาพที่แขนซ้าย และขาซ้ายเข้าเฝือกอยู่ ศีรษะ และใบหน้าบางส่วนถูกพันด้วยผ้าพันแผล ชายหนุ่มในตอนนี้กำลังหลับพักผ่อนอยู่คนเดียวอย่างสงบ“ไอ้เชี่ยเอ้ย!!! อะไรจะซวยแบบนี้วะ!” กรตะโกนดังลั่นระบายความคับข้องใจ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าของเขาบาดเจ็บสาหัส ซึ่งแน่นอนว่าอาจมีผลต่อเควสที่เขากำลังทำอยู่ กรเดินไปเดินมาอยู่ทั่วห้องอย่างอยู่ไม่สุข ในใจที่ร้อนรนของเขาทำให้กามเทพฝึกหัดผู้นี้คิดอะไรไม่ออก และที่จริงแล้วเขาไม่ได้กังวลเรื่องเควสเท่าไร แต่กลับเป็นความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นมาในใจมากกว่า‘ถ้าตอนนั้นฉันตามเขาไปด้วยก็คงดี อาจช่วยเขาได้ทันก่อนจะเกิดเรื่องขึ้น แถมตอนที่ตามยัยจินนี่ไปก็แค่ได้ข้อมูลนิดหน่อยจากปากของคนรอบตัวเธอ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่พอจะเดาได้อยู่แล้ว เฮ้อ! ไม่คุ้มค่าเลยสักนิด’ กามเทพฝึกหัดได้แต่โทษตัวเองอยู่เงียบๆ ตอนนี้กรคิดไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีเพราะมันผิดแผนที่เขาวางไว้ที่จะสร้างสถานการณ์ให้สองหนุ่มสาวได้มาเจอกันในบรรยากาศแสนโรแมนติก แต่ในเมื่อฝ่ายชายต้องมานอนเป็นผักแบบนี้บวกกับยังรู้สึกผิดอยู่ ในหัวสมองเทพของเขาจึงแทบจะว่างเปล่า แต่กรก็นั่งเศร้าอยู่เพียงไม่นานประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับมีหญิงสาวพุ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน ซึ่งก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนเธอคือจินนี่ผู้คลั่งรักนั่นเอง หญิงสาวผมเผ้ากระเซิงในชุดยับยู่ยี่ที่สวมใส่ตั้งแต่เมื่อวานเข้ามาหาวุฒิไกรที่ข้างเตียง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง“พี่ไกร ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย” จินนี่กล่าวออกมาเสียงอู้อี้ เธอพยายามอดกลั้นไม่ร้องฟูมฟายออกมาแม้ในใจจะทรมานมากก็ตาม กามเทพหนุ่มที่เห็นการกระทำทุกอย่างของหญิงสาวก็เกิดความเสียใจมากขึ้นไปอีก เพราะเขารู้ดีว่าจินนี่นั้นรักไกรมากเพียงใด แต่ด้วยภารกิจแห่งความรักของกามเทพ ทำให้เขาไม่อาจให้ความรักของเธอสมหวังและเป็นมือที่สามได้เด็ดขาด จึงต้องปล่อยให้จินนี่เป็นฝ่ายแอบรักข้างเดียวต่อไป‘จินนี่ สักวันหนึ่งถ้าเควสความรักของเธอปรากฏขึ้น ฉันจะทำให้มันเป็นจริงให้ได้ และเธอจะได้รักกับคนที่เขารักเธอจริงๆ เธอจะต้องพบรักแท้ในสักวันหนึ่งแน่นอน’ กรกล่าวคำสัญญาต่อหญิงสาวขึ้นมาในใจ ด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยเธอให้สมหวังได้ สักครู่หนึ่งก็มีชายหนุ่มเข้าประตูห้องมาอีกคน และเขาก็คือเพื่อนของวุฒิไกรที่มางานเลี้ยงเมื่อคืนด้วยนั่นเอง เขาเดินเข้ามานั่งข้างๆจินนี่พร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกถึงความเศร้าหมอง และตึงเครียด“จินนี่ พี่มีเรื่องไอ้ไกรจะบอกเธอ ทำใจดีๆไว้นะ” น้ำเสียงที่เคร่งขรึมแฝงความกังวลออกมาจากปากชายหนุ่ม เขาจดจ้องไปยังหญิงสาวด้านข้างเพื่อพิจารณาดูอาการของเธอว่าพร้อมจะรับฟังเรื่องราวหรือไม่“...บอกมาเถอะค่ะ ถ้าเป็นเรื่องของพี่ไกรจินนี่ก็พร้อมจะฟัง” หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเตรียมพร้อมทำใจก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายเล่าออกมา“คือ...หมอบอกกับพี่ว่า ไกร...มีโอกาสที่จะไม่เหมือนเดิม...ไม่ใช่ว่ามันจะเดินไม่ได้หรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นสมองของมันที่กระทบกระเทือน และแขนขาที่บาดเจ็บในส่วนของเส้นเอ็น คือ...เอิ่ม เข้าใจใช่ไหม คือ...แบบว่าเขาจะเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติน่ะ แต่ก็สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ แบบนั้นแหละ” ชายหนุ่มกล่าวออกไปอย่างติดๆขัดๆ เขาพยายามที่จะพูดให้ฟังดูลื่นหูที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ทำร้ายจิตใจหญิงสาวเกินไป อย่างไรก็ตามความจริงก็คือความจริง จินนี่ที่ตั้งใจฟังถ้อยคำทุกคำจากรุ่นพี่ของเธอก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปจนพูดไม่ออก หญิงสาวตัวเกร็งนิ่งไปสักครู่น้ำตาก็ไหลตามออกมาโดยไร้ซึ่งเสียงร้อง จากนั้นก็ลุกขึ้นวิ่งปาดน้ำตาออกไปนอกห้องทันทีโดยไม่บอกกล่าวอะไรสักคำ ในด้านของกามเทพหนุ่มที่ได้ยินคำพูดทั้งหมดจากปากของชายหนุ่มก็แข็งค้างไปเช่นกัน ด้วยสภาพที่ไม่ปกติของไกรมันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้วิภาดากลับมาตกหลุมรักเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าความรักจะเป็นเรื่องของจิตใจไม่ใช่ร่างกายภายนอก แต่ในเมื่อทั้งสองยังไม่ได้เป็นอะไรกันก็ยากที่ฝ่ายหญิงจะกลับมาเหมือนเดิม แต่เรื่องที่ทำให้กามเทพฝึกหัดต้องประหลาดใจยังไม่หมดเท่านั้น เมื่อผู้ป่วยบนเตียงซึ่งเป็นต้นเหตุเรื่องราวแสนเศร้าทั้งหมดลืมตาตื่นขึ้นด้วยดวงตาที่มุ่งมั่น ไม่ได้มีอาการอ่อนแรงของคนที่บาดเจ็บสาหัสเลยแม้แต่น้อย แล้ววุฒิไกรก็กล่าวบางอย่างออกมากับเพื่อนของตน“ฉันต้องขอโทษแกด้วยนะที่ต้องให้ช่วยโกหก ถึงแม้ว่าจินนี่จะดีกับฉันแค่ไหน แต่ยังไงเธอก็เป็นได้แค่น้องสาว ที่สำคัญฉันยังรักดาอยู่ ฉันจะกลับไปคืนดีกับเธอ และจะไม่มีใครมาแยกเราสองคนได้อีก”