ตอนที่ 9 มิตรภาพ (1)
เสี่ยวจือจือโดดเรียนตลอด่บ่าย ขึ้นเขาไปเที่ยวเล่นพร้อมกับเอ้อร์หู่จนฟ้ามืดจึงจะกลับบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านมา สบเข้ากับใบหน้าถมึงทึงของพ่อตน เสี่ยวจือจือใกลัวจนหัวหด อุ้มเอ้อร์หู่ในอ้อมแขน พร้อมหันหลังอยากวิ่งหนี แต่ก็ถูกโจวมู่คว้าตัวกลับมาได้ก่อน
เพราะว่าโดดเรียน เสี่ยวจือจือจึงเจอกับการโดนตี ‘อย่างแรง’ เป็ครั้งแรกในชีวิต ก้นเล็กๆ ถูกฟาดไปสองครั้ง
โจวมู่ได้รับรู้ถึงการเข้าเรียนวันแรกของลูกสาว คิดไม่ถึงว่าเธอสามารถปีนข้ามกำแพง ทั้งยังทำเอาคุณครูใจนสลบ นี่มันก็...
“มื้อเย็นห้ามกินไก่ย่าง นี่เป็รางวัลที่พ่อซื้อมาให้เด็กดีที่ไปโรงเรียนอย่างเชื่อฟัง” โจวมู่ค่อยๆ แกะห่อกระดาษของไก่ย่าง
เสี่ยวจือจือและเอ้อร์หู่มองไก่ย่างตาแดงละห้อย
ไก่ย่างเป็ของทานเล่นที่เอ้อร์หู่โปรดปรานมากที่สุด และเสี่ยวจือจือเองก็ชอบไม่แพ้กัน หนึ่งคนหนึ่งเสือสนิทกันด้วยมิตรภาพการกินไก่ด้วยกันที่เหนียวแน่น
เอ้อร์หู่ส่ายหางอย่างไม่นึกสลด จนเกิดเป็เสียงสะบัดต้านอากาศดัง ‘ขวับขวับขวับ’
เสี่ยวจือจือไม่มีหาง เธอจับเสี่ยวฮวามาม้วนเป็ก้อน จัดวางลงในถ้วย ก่อนจะยื่นให้พ่อ พร้อมพูดขึ้นด้วยใบหน้าออดอ้อนเอาใจ “หนูแลกเสี่ยวฮวากับปีกไก่หนึ่งชิ้นนะคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของพ่อ เสี่ยวจือจือก็ก้าวถอยหลังและกล่าวขอร้องต่อ “แลกตีนไก่ แค่ตีนไก่ก็ได้ค่ะ”
โจวมู่มองเ้างูสามเหลี่ยมที่ถูกม้วนขดในถ้วยที่ไม่พอดีตัวจนล้นพูนถ้วยออกมา ยกยิ้มออกมาแม้ใจยังโกรธจัด งูสามเหลี่ยมตัวนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกเปลี่ยนเป็สิ่งของกี่อย่างแล้ว
เผชิญหน้ากับลูกสาวแบบนี้ โจวมู่จะทนเ็าต่อไปได้อย่างไร ส่งปีกไก่ให้ลูกสาวหนึ่งชิ้น ส่วนไก่ย่างที่เหลือก็โยนให้กับเอ้อร์หู่
หนึ่งคนหนึ่งเสือรีบรับปีกไก่ คาบเอาไว้ในปากและวิ่งออกไป...ทิ้งงูเอาไว้ในถ้วยบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจแล้ว มันก็เลื้อยออกมาจากถ้วยเงียบๆ ลงไปบนโต๊ะ เลื้อยต่อไปยังขาโต๊ะ เลื้อยลงแตะพื้น ก่อนจะเลื้อยตามเสี่ยวจือจือไปเงียบๆ เสี่ยวฮวาชอบกินกระดูกไก่อย่างมาก...
วันต่อมา เสี่ยวจือจือยังถูกโจวมู่ส่งไปยังโรงเรียนอนุบาล หากแต่วันนี้เอ้อร์หู่ถูกโจวมู่พาเข้าูเาไป ขนมในกระเป๋าก็ถูกโจวมู่ริบเกลี้ยง...เว้นก็แต่เสี่ยวฮวาที่ถูกเสี่ยวจือจือขโมยเอาไว้ได้ หุหุหุ!
หลี่โหย่วเหมยมองเห็นเด็กน้อยที่โจวมู่พามาส่ง ก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมาบ้าง หากแต่สามีของเธอทำงานในกลุ่มขนส่งของโจวมู่ เมื่อวานหลังจากกลับบ้านไปก็ได้ฟังสามีเล่าว่า โจวมู่ได้เลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็หัวหน้าหน่วยของทีมขนส่งย่อย ดูแลรถสามคัน
เธอต้องฝืนดึงรอยยิ้มให้อ่อนโยนมากที่สุด เพื่อต้อนรับเด็กน้อยด้วยความอ่อนหวาน
หลังจากเสี่ยวจือจือกล่าวลาพ่อของเธอแล้ว หันหลังกลับมาเห็นใบหน้าซีดขาวและใต้ตาดำคล้ำทั้งสองข้างของคุณครู ก็ยิ้มตาหยีและพูดขึ้น “ว้าว ไม่เจอกันแค่วันเดียว คุณครูสวยขึ้นนะคะเนี่ย”
ใบหน้าของหลี่โหย่วเหมยแดงขึ้นในทันที เมื่อครู่ยังยื่นมือหวังจะจูงเด็กน้อยเข้าห้องเรียน นาทีนี้กลับเปลี่ยนกลายเป็อุ้มเสียแล้ว
ภรรยาป้ายแดงอย่างหลี่โหย่วเหมยรู้สึกยินดีมากกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยของสามี แต่ก็กลัวว่าเขาที่หาเงินได้เยอะขึ้น แล้วจะเสียนิสัยเหมือนเพื่อนร่วมหมู่บ้านอย่างหลี่จินวั่ง หาเงินได้เยอะขึ้นไม่เท่าไรก็ไปในเมืองและพบรักกับหญิงม่ายเสียแล้ว
เธออุ้มเสี่ยวจือจือในอ้อมแขน พร้อมถามขึ้นอย่างเหนียมอายว่า “คุณครูสวยจริงๆ เหรอคะ”
เสี่ยวจือจือพยักหน้าหน้ายืนยันอย่างแรง “คุณครูเป็คนที่สวยที่สุดที่หนูเคยเห็นมาเลยค่ะ”
ภายในหมู่บ้านไม่เคยมีเด็กคนไหนปากหวานและรู้ใจเอ่ยชมคนอื่นขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นหลังจากหลี่โหย่วเหมยได้ยินก็จิตใจเบิกบานขึ้นมาทันที อุ้มเสี่ยวจือจือเข้าห้องเรียน วางนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะหันไปกำชับกับเพื่อนข้างกายซ้ายขวาเธออย่างดี “จือจือเด็กที่สุด พวกเธอห้ามแกล้งเพื่อนนะ”