บทที่ 9 ต่อไปนี้พี่คือพี่แท้ๆ ของผมเลย!
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อ "โจวหยุนเทียน" บนหน้าจอ ถังคุนก็รู้ทันทีว่านี่คงเป็ท่านโจวที่พนักงานสาวจ้าวิ่พูดถึง
"ถังคุน ให้เกียรติผมหน่อย ยอมๆ กันไปเถอะ เื่นี้ถือว่าหายกัน"
"โจวหยุนเทียน ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว เื่นี้ไม่ใช่คุณจะมาขอโทษแล้วหายกันง่ายๆ บอกไว้เลยนะว่าผมจะเอาเื่คุณให้ถึงที่สุด ผมให้เวลาคุณสองวัน เอาเงินที่แอบเอาไปคืนมา ไม่งั้นก็รับผลที่ตามมาเองแล้วกัน" พูดจบ ถังคุนก็วางสายไป เขามองพนักงานที่เดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก สายตาดูเคร่งขรึมขึ้น
"เชี่ย! กูให้มึงยืมเงินก็บุญหัวมึงแล้ว ยังจะมาขู่กูอีก เดี๋ยวกูจะบอกพ่อกู เดี๋ยวมึงได้มากราบตีนกูแน่!" โจวหยุนเทียนสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาโทรหาตำรวจให้ปล่อยตัวจ้าวิ่ แต่คราวนี้พวกนั้นกลับบ่ายเบี่ยง ถึงปากจะบอกว่าจะช่วย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครยอมทำอะไรสักคน
โจวหยุนเทียนวางสายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง บรรยากาศรอบตัวเขาดูน่ากลัวจนลูกน้องไม่กล้าเข้าใกล้
"พี่โจว ให้พวกเราไปสั่งสอนไอ้ถังคุนนั่นมั้ยครับ?" ลูกน้องคนหนึ่งที่คอยติดสอยห้อยตามโจวหยุนเทียนเสนอขึ้นมา
"แซ่ถังเหรอ? หยุนเทียน เล่าให้ละเอียดหน่อยซิ" หลินเจ๋อิไม่ได้สนใจเื่นี้เท่าไหร่ แต่พอได้ยินแซ่ 'ถัง' เขาก็เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง นี่คือสัญชาตญาณของคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง
"พี่หลิน ก็แค่ไอ้เด็กเวรนั่นแหละ เพิ่งมาอยู่ฝูไห่ได้ครึ่งปี ชื่อถังคุน มันโง่เป็ควาย ผมหลอกมันไปสามสิบล้านให้มาเปิดบริษัทด้วยกัน แล้วเมื่อสองสามวันก่อนผมช็อต เลยยืมเงินจากบัญชีบริษัทไปล้านนึง มันก็เลยมาโวยวายใส่ผม มันนึกว่าตัวเองเป็ใคร? เดี๋ยวผมจะบอกพ่อจัดการมันให้ราบคาบแน่!" หลายปีมานี้ โจวหยุนเทียนใช้ชีวิตสุขสบายภายใต้การดูแลของพ่อ เขาจึงไม่แคร์เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้เลยแม้แต่น้อย แค่รู้สึกเสียหน้าที่โดนถังคุนตอกกลับ เพราะั้แ่พ่อเขาได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา
หลินเจ๋อิอยู่ในฝูไห่มานานกว่าโจวหยุนเทียน แถมตระกูลหลินก็ฝึกฝนเขามาดีกว่าเยอะ เขาเอาชื่อ 'ถังคุน' ไปเทียบกับรายชื่อบุคคลสำคัญที่ผู้ใหญ่ในตระกูลเคยเตือนไว้ แล้วเหงื่อเย็นก็แตกพลั่ก โจวหยุนเทียนไอ้โง่นี่ มันกำลังจะลากตระกูลโจวไปลงเหว! ชัดๆ !!!
"หยุนเทียน ถ้าแกเชื่อพี่ ก็รีบเอาเงินไปคืนเขาซะ ถ้าไม่พอ พี่จะให้แกยืมก่อน ไอ้คนนี้แกไปยุ่งด้วยไม่ได้ แม้แต่พ่อแกก็ยังสู้เขาไม่ได้ นี่มันเมตตาแกแล้วนะเว้ย ถ้ามันเอาจริงขึ้นมาเมื่อไหร่แกซวยแน่! ผู้หญิงน่ะมีถมไป แกอย่าทำเื่โง่ๆ จนทำให้ตระกูลแกเดือดร้อนเลย" ถึงแม้ว่าโจวหยุนเทียนจะเป็พวกเสเพล ไม่เอาไหน แต่เขาก็มีข้อดีคือเชื่อฟังและมีความกตัญญู เพราะฉะนั้นหลินเจ๋อิก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยเตือนสติ
"พี่ นี่มันเื่อะไรกัน? ไอ้แซ่ถังนั่นมันเป็ใครกันแน่?" คำพูดของหลินเจ๋อิทำให้โจวหยุนเทียนใมาก ปกติต่อให้เขาทำอะไรเกินเลยไป พี่หลินก็แค่เตือนเบาๆ แต่คราวนี้ยิ่งกว่าเตือนภัยซะอีก!
"ไม่ต้องถามมาก รู้แค่ว่าเขาไม่ใช่คนที่แกจะไปยุ่งด้วยก็พอ หมอนั่นเป็ถึงขั้น 'องค์ชาย' เลยนะเว้ย! " การที่ผู้คนเรียกว่า 'องค์ชาย' ได้ จะต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ
คำว่า 'องค์ชาย' ทำให้โจวหยุนเทียนเริ่มเหงื่อตก แต่ทว่าเขาเองก็เคยถูกเรียกว่าเป็องค์ชายแห่งฝูไห่ บางทีคำว่าองค์ชายของเราอาจไม่เหมือนกัน
"พี่ มันจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจริงเหรอ?" โจวหยุนเทียนถามอย่างมีเลศนัย เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะโดนยัยตัวแสบจ้าวิ่นั่นลากลงนรก!
"พี่ ผมติดหนี้บุญคุณพี่ครั้งนี้ ผมนับถือพี่เป็พี่แท้ๆ ของผมเลย มีอะไรก็บอกได้ผมไม่มีข้อแม้เลยสักนิด วันนี้ถ้าไม่ได้พี่ ผมคงกลายเป็คนบาปของตระกูลโจว ทำเสียชื่อเสียงไปหมด พ่อผมมีลูกชายคนเดียวคือผม ถ้ารู้เขาไม่มีทางปล่อยผมไปแน่!" ถึงแม้ว่าโจวหยุนเทียนจะเป็คนเหลวไหล แต่เขาก็รู้ว่าที่เขามีชีวิตสุขสบายได้ก็เพราะพ่อของเขา ถ้าทำให้พ่อเดือดร้อน ตระกูลโจวก็คงจบเห่ เขาอาจจะต้องลำบากกว่าเดิม!
……………………….