สวี่จือจือนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเตาด้วยความเหนื่อยล้าในหัวของเธอเอาแต่คิดถึงเื่หาเงิน ความยินดีก่อนหน้านี้พลันจางหายไปสิ้น
ถ้าเสื้อผ้าพวกนี้เป็สิ่งที่เธอหาเงินซื้อมาเองใครหน้าไหนจะกล้ามาวิพากษ์วิจารณ์กัน
ท้ายที่สุดแล้ว เธอยังไม่แข็งแกร่งพอ แค่เสื้อผ้าสามชุดก็สามารถก่อเื่วุ่นวายได้ขนาดนี้
สวี่จือจือมองเพดานด้วยความเหนื่อยหน่าย
ลู่จิ่งซานก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว
“จิ่งเหนียน” สวี่จือจือคิดแล้วดวงตาก็กลิ้งกลอก แล้วเดินออกไปหาลู่จิ่งเหนียน “เพิ่งกลับมาเหรอ?”
“มาหาผมมีอะไรเหรอ? พี่สะใภ้สาม” ลู่จิ่งเหนียนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ดูท่าทางนายวันนี้คงจะเก็บเกี่ยวได้เยอะเลยนะ”สวี่จือจือพูดพลางยิ้ม
“ก็พอได้” ลู่จิ่งเหนียนยิ้มแล้วตบหน้าอก“พี่สะใภ้สาม ถ้าพี่ขาดเหลืออะไร บอกผมได้เลยนะ”
“เฮ้อ!” สวี่จือจือถอนหายใจ
“ทำไมเหรอ?” ลู่จิ่งเหนียนถามอย่างร้อนใจ “พี่สะใภ้สามเป็อะไรไปเหรอ”
“เปล่าหรอก” สวี่จือจือทำท่าเหมือนมีเื่ในใจแต่พูดไม่ออก“ฉันแค่อิจฉานายเท่านั้นแหละ ถ้าฉันมีความสามารถแบบนี้บ้างก็คงจะดี ไม่ต้องโดนด่าเพราะแค่ซื้อเสื้อผ้าแล้ว” พูดจบเธอก็หน้าเศร้าลง
“พี่สะใภ้สามอย่าเสียใจไปเลยนะ” ลู่จิ่งเหนียนเกาศีรษะอย่างลำบากใจ“แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดเองนี่ พี่สามของผมส่งเงินและคูปองมาให้ที่บ้านทุกปี มันก็พอจะซื้อเสื้อผ้าให้พี่ได้สามสิบชุดเลยนะ”
เื่ที่เกิดขึ้นในบ้าน จะปิดบังเขาได้ยังไง
ตอนที่แม่ของเขาบ่นให้ฟัง ลู่จิ่งเหนียนก็ยังตำหนิสหายจ้าวลี่เจวียนอย่างจริงจัง“ลองคิดดูตอนที่พี่ใหญ่กับพี่รองของผมแต่งงานสิ”
พี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าทำงานที่โรงงานหม้อแปลงไฟฟ้าจำเป็ต้องมีนาฬิกาข้อมือพี่สะใภ้รองบอกว่าพี่รองขับรถไถเสื้อผ้าขาดบ่อย ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็คงสะดวกกว่านี้ ทุกคนต่างก็มีเหตุผล แต่ที่บ้านจะมีปัญญาหาของพวกนี้ให้ได้ยังไง
สุดท้ายก็ไม่ใช่พี่สามลู่จิ่งซานที่ออกหน้าหาคนมาช่วยจนได้มาเหรอนอกจากจะต้องใช้เงินและคูปองแล้ว ยังต้องมีเส้นสายอีกด้วย!
คนเขาซื้อเสื้อผ้าให้ภรรยาสามชุด มันผิดตรงไหนกัน? ถ้าตอนนี้จะหาซื้อของสามสิ่งที่สำคัญให้สวี่จือจือ ก็ยังไม่มีปัญหาเลย!
คำพูดเหล่านี้ทำให้จ้าวลี่เจวียนถึงกับพูดไม่ออก
“เมื่อก่อนแม่ยังบอกว่าพอพี่สามแต่งงานแล้วพวกเราจะช่วยกันใช้หนี้คืนให้เขา” ลู่จิ่งเหนียนมองแม่ของตัวเองแล้วพูด “ตอนนี้แม่คืนให้เขาหรือยังครับ?”
จะคืนอะไร? เมื่อก่อนพวกเขายังไม่มีปัญญา ตอนนี้ก็ยังไม่มี
พอนึกถึงเื่พวกนี้ ลู่จิ่งเหนียนก็รู้สึกผิดอย่างมากพวกเขาบ้านใหญ่เป็หนี้บุญคุณพี่สามมากเกินไป
“เฮ้อ” สวี่จือจือถอนหายใจอีกครั้ง “นั่นก็เงินของพี่สามของนาย ไม่ใช่ของฉัน”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ” ลู่จิ่งเหนียนหัวเราะ
“ถ้ามันเหมือนกันจริง ทำไมแค่เสื้อผ้าสามชุดถึงเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้”สวี่จือจือเบ้ปาก “เห็นไหมว่าเงินของตัวเองเท่านั้นถึงจะใช้ได้เต็มปากเต็มคำ”
“นับถือๆ” ลู่จิ่งเหนียนยกนิ้วโป้ง “สมแล้วที่เป็พี่สะใภ้สามของผมมีความคิดที่แตกต่างจริงๆ”
ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยมีความคิดแบบนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงในชนบทพวกเธอต่างก็ยึดสามีเป็ใหญ่ ลู่จิ่งเหนียนรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนที่รู้ใจ
“มีความคิดไปก็เท่านั้น” สวี่จือจือเบะปาก“หาเงินไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์”
“เอ่อ...” ลู่จิ่งเหนียนยิ้มแห้งๆ
“พวกนายคุยอะไรกันอยู่เหรอ” เสียงของลู่จิ่งซานดังมาจากข้างหลัง
เขาเกือบจะพูดคำว่า ‘ถ้าพี่สะใภ้สามไม่รังเกียจมาทำกับผมก็ได้นะครับ’ ออกไปแล้ว ดีที่เขาตอบสนองเร็ว กลืนคำพูดนั้นกลับเข้าไป
สวี่จือจือโมโหอยู่ในใจ ลู่จิ่งเหนียนมีวี่แววว่าตอบตกลงแล้วแท้ๆแต่สุดท้ายก็ต้องหุบปากเพราะประโยคเดียวของลู่จิ่งซาน เธอเหลือบมองเขาด้วยความไม่พอใจ
คนคนนี้ชอบโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมาคอยแต่จะขัดขวางเื่ของเธออยู่เรื่อย
แต่ว่าวันนี้ก็แค่ลองเชิงลู่จิ่งเหนียนดูเท่านั้น รอให้ลู่จิ่งซานกลับกองทัพไปก่อน เธอก็จะเริ่มแผนการของเธอได้แล้ว
สวี่จือจือเริ่มรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
“คุณไปทำอะไรมา” ดวงตาคู่สวยเหลือบมองชายหนุ่ม“ทำไมรองเท้าถึงได้เปื้อนแบบนี้ คุณลงไปในไร่มาเหรอ?”
ลู่จิ่งซานชะงักไป จากนั้นก็พยักหน้าอย่างเป็ธรรมชาติ แต่หลังจากที่เข้าบ้านไปแล้ว เขาก็รีบทำความสะอาดรองเท้าทันที
ตอนที่สวี่จือจือเข้าไปในบ้าน ก็เห็นว่าเขากำลังอ่านหนังสือเล่มเดิมอีกแล้วพอเห็นเธอเข้ามา เขาก็วางหนังสือลงแล้วถาม “คุณอยากได้อะไรก็เขียนรายการมาสิ เดี๋ยวผมจะให้จิ่งเหนียนช่วยหาให้”
เมื่อกี้ที่เธอไปหาลู่จิ่งเหนียนก็เพื่อจะหาของพวกนี้เองเหรอ?
สวี่จือจือเองก็ไม่ได้อธิบายอะไร แต่ก็มีของบางอย่างที่เธอ้าจริงๆ
ผู้หญิงในหมู่บ้านสมัยนี้เวลาเป็ประจำเดือนถ้าบ้านไหนมีฐานะไม่ดีก็จะเย็บผ้าใส่ขี้เถ้าหรือซังข้าวโพด ถ้าบ้านไหนมีฐานะดีหน่อยก็จะใช้กระดาษชำระราคาถูกรองไว้ มันไม่ค่อยถูกสุขอนามัยเท่าไหร่ แต่เื่พวกนี้จะให้บอกกับลู่จิ่งซานก็คงจะไม่เท่าไปบอกลู่จิ่งเหนียนโดยตรง
“ไม่มีอะไรหรอก” สวี่จือจือส่ายหน้า
ลู่จิ่งซานก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ดูจากท่าทางของเธอเหมือนว่าจะมีของที่อยากได้อยู่ เขาเลยนึกถึงเื่เสื้อผ้าสามชุดขึ้นมาอีกครั้ง เขาวางหนังสือลงแล้วเดินออกไปข้างนอก
“ก็ไม่ได้พูดอะไร” ลู่จิ่งเหนียนแปลกใจที่จู่ๆพี่สามก็เรียกเขาออกมา “พี่สะใภ้สามไม่ได้บอกว่าจะซื้ออะไรนะ”
แต่แค่บ่นกับเขาว่าอิจฉาที่เขามีเงินเท่านั้นเอง
“อ้อ ฉันเข้าใจแล้ว” ลู่จิ่งเหนียนตบศีรษะตัวเองแล้วพูด “ต้องอยากซื้อของพวกนั้นแน่ๆ แต่ไม่กล้าพูดออกมา”
“อะไร?” ลู่จิ่งซานถาม
“ก็แบบนั้นไง” ลู่จิ่งเหนียนหน้าแดงแล้วเกาศีรษะ“ของที่ผู้หญิงใช้ตอนเป็ประจำเดือนน่ะ”
“คนชนบทอย่างเราใช้ขี้เถ้าอะไรพวกนั้น มันไม่สะอาด”ลู่จิ่งเหนียนพูดด้วยหน้าแดงๆ “แต่คนในเมืองใช้ผ้าอนามัยกับกระดาษชำระ”
เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะเคยได้ยินคนพูดถึงแล้วก็ลองหามาเก็บไว้บ้าง ยังไม่ได้คิดจะเอาไปขายเลย ถ้าพี่สะใภ้สาม้าก็ต้องให้พี่สะใภ้ใช้ก่อนอยู่แล้ว แต่พี่สะใภ้สามรู้เื่พวกนี้ได้ยังไงกัน?
ลู่จิ่งเหนียนรู้สึกสงสัย เขาเป็พ่อค้าคนกลาง ของพวกนี้ในสายตาของเขาก็ไม่ต่างจากของทำเงินอื่นๆแต่พอได้ยินลู่จิ่งซานพูดก็รู้สึกหน้าแดงขึ้นมา
“แล้วมีอะไรอีกที่ผู้หญิงต้องใช้” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นายก็เอามาให้หมดเลย เงินฉันจะให้ตามหลัง”
“พี่สามดูถูกน้องชายหรือไง?” ลู่จิ่งเหนียนพูด “ผมเป็น้องชายพี่นะ เมื่อก่อนถ้าไม่ได้พี่ผมคงตายไปแล้ว”
เมื่อก่อนตอนที่เขาอายุแค่สี่ขวบ ชอบไปเล่นน้ำตอนหน้าร้อนเอาหัวมุดลงไปในอ่างน้ำในบ้าน แล้วพลัดตกลงไป เกือบจะจมน้ำตาย ก็เป็ลู่จิ่งซานที่โตกว่าเขาแค่ปีเดียวช่วยเอาไว้ แม้แต่เงินก้อนแรกที่เขาเอาไปทำธุรกิจก็เป็ลู่จิ่งซานที่ช่วยสนับสนุน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลู่จิ่งซานนั้นแน่นแฟ้นกว่าพี่ชายแท้ๆ ทั้งสองคนของเขาเสียอีก
จะเอาเงินเหรอ? นี่มันดูถูกเขาไม่ใช่เหรอ?
เขาโกรธแล้ว!
ด้วยความโกรธเคือง เขาจึงรีบไปที่ฐานลับของเขาแล้วก็ขนของที่ผู้หญิงใช้ได้ทั้งหมดออกมา ทั้งน้ำมันบำรุงผิว ครีมทาผิว ยางรัดผม แม้กระทั่งชุดชั้นในแปลกๆที่ได้มาจากผ้าอนามัย เอาใส่ถุงผ้าแล้วโยนให้ลู่จิ่งซานทั้งหมด
ลู่จิ่งซาน “...” มันจะเยอะไปหน่อยไหมเนี่ย?
แล้วนี่อะไรเหมือนเสื้อกล้ามก็ไม่ใช่ ผ้าก็น้อยขนาดนี้จะใส่ได้เหรอ?
ลู่จิ่งเหนียนกลอกตาใส่ “ยังไงพี่ก็เอาไปให้พี่สะใภ้เถอะรับรองว่าเธอต้องดีใจแน่ๆ”
เพื่อชีวิตสมรสที่ราบรื่นของพี่ชาย ลู่จิ่งเหนียนก็ทุ่มสุดตัว
ลู่จิ่งซานที่ได้ของมา “...”
แล้วอันนี้...จะเอาไปให้ภรรยายังไงดี?
ยากเหลือเกิน!
.............................