บทที่ 47 ที่แท้ก็เป็นฝีมือไอ้สารเลวนี่เอง!
เสิ่นเจียไม่คิดเลยว่า คนขู่กรรโชกหลอกลวงคนอื่นแบบนี้จะกล้าพูดจาแบบนี้ สมัยนี้คนโกงนี่มันหน้าหนาขนาดนี้เลยเหรอ?
เสิ่นเปียวที่นั่งอยู่ในห้องอาหาร ได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นยืน เขาทนไม่ไหวแล้ว คว้าไม้เบสบอลที่วางอยู่ข้างประตูแล้วพุ่งไปเปิดประตูทันที
“ไอ้เวร! มาหาเรื่องถึงที่เลยเหรอ? คิดว่าบ้านเรานี้ไม่มีคนอยู่เหรอ? วันนี้แกได้ตายสมใจแน่!”
“อาเปียว ใจเย็น ๆ ก่อน!” เสิ่นเจียรีบวิ่งตามไปห้ามน้องชาย
พอเรื่องราวมาถึงตรงนี้ เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลก ๆ
อย่างที่อีกฝ่ายพูด เงินหนึ่งพันกว่าหยวน ไม่ใช่จำนวนมาก ถ้าจะหลอกลวงกันจริง ๆ จำนวนเงินแค่นี้มันน้อยเกินไป แล้วการที่พยายามอย่างหนักเพื่อเงินแค่นี้ ยิ่งไม่เหมือนลักษณะของพวกมิจฉาชีพเข้าไปใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น มิจฉาชีพทั่วไปอาจจะขู่ให้กลัว แต่ไม่มีทางมาหาถึงที่แบบนี้แน่ ๆ แถมอีกฝ่ายยังดูมั่นใจกว่าเธออีกด้วย
หรือว่า... คนคนนี้จะไม่ใช่คนหลอกลวง?
แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เสิ่นเปียวกระชากประตูออกอย่างแรง พร้อมกับเหวี่ยงไม้เบสบอลในมือฟาดเข้าที่หัวของอีกฝ่าย “ไอ้สารเลว!!! เอานี่ไปกินซะ!”
“โครม!”
เสียงทุ้มหนักดังขึ้นที่หน้าประตูพร้อมกับร่างสองร่างที่ล้มลงอย่างอ่อนแรง
เสิ่นเจียกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปที่หน้าประตู พบร่างของชายวัยกลางคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เลือดไหลนองเต็มไปหมด
ข้าง ๆ ชายคนนั้น มีร่างของคนที่เสิ่นเจียคุ้นเคยล้มอยู่ เมื่อเขาเห็นหน้าเธอ เขาก็ร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น “เจียเจีย ในที่สุด ผมก็ได้เจอคุณแล้ว…”
“เมิ่งเจียงอวี่?!” เสิ่นเจียสูดลมหายใจลึก เบิกตากว้างจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ผู้ชายตรงหน้า ไม่มีเค้าโครงความหล่อเหลา สง่างามอีกต่อไป ตอนนี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดและฝุ่น เสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าบวมช้ำจนแทบจำไม่ได้ ฟันหน้าหักไปสองซี่ เผยให้เห็นรูโหว่สีดำ เวลาพูดก็มีเสียงลมรั่วออกมา
เขาพยายามยันตัวขึ้นด้วยมือที่เปื้อนเลือด เสียงสั่นเครือ “เจียเจีย ผมถูกจับตัวไป เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว พวกมันหักขาผม แถมยังเอาผมไปทิ้งไว้ที่หน้าผา ผมโทรหาคุณเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับ ผมคิดว่าตัวเองต้องตายอยู่ที่นั่นซะแล้ว…”
สีหน้าของเสิ่นเจียเปลี่ยนจากตกใจเป็นเย็นชาทันที เธอจ้องมองใบหน้าที่บวมช้ำตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกอะไร ทันใดนั้น คำตอบก็ผุดขึ้นมาในใจ
ที่แท้ก็เป็นฝีมือไอ้สารเลวนี่เอง!
ที่เขาบอกว่าโทรหาเธอไม่ได้ คงไปหาตัวช่วย สร้างเรื่องโกหก แล้วมาหลอกลวงเธอถึงที่นี่เองเหรอ?!
เขาเพิ่งช่วยเสิ่นเมิ่งวางแผนเล่นงานเธอ ครั้งนี้มาหาเธอ คงจะมาล้วงเอาข้อมูลให้ยัยตัวร้ายนั่นสินะ!
หน้าด้านและไร้ยางอายจริง ๆ รู้ว่าเธอไม่ได้หลอกง่าย ๆ ก็เลยใช้วิธีที่น่าเจ็บใจแบบนี้เหรอ?!
“แล้วทำไมนายไม่ตายอยู่ที่นั่นเลยล่ะ!” เสิ่นเจียจ้องหน้าเขา
“เจียเจีย?” เมิ่งเจียงอวี่ถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เขามองหน้าเสิ่นเจียที่เย็นชาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ตอนนี้เขาดูใจสลายและหมดหวัง “เจียเจีย คุณส่งคนไปรับผมจากหน้าผาไม่ใช่เหรอ?! ทำไมตอนนี้คุณถึงเย็นชาใส่ผมแบบนี้? ผมทำทั้งหมดนี้เพื่อคุณนะ จนเป็นแบบนี้…”
“หุบปากไปเลย!” เสิ่นเปียวรีบพูดแทรก “ไอ้สารเลวเอ๊ย!! แกมันสมควรตายแล้ว!”
เขารู้สึกโมโหทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนนี้ เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ที่ทรยศพี่สาว แล้วยังไปช่วยคนอื่นรังแกพี่สาวอีก เขาจึงยกไม้เบสบอลขึ้นฟาดไปที่เมิ่งเจียงอวี่
“โอ๊ย! อาเปียว ทำไมนายถึงตีพี่แบบนี้ล่ะ?” เมิ่งเจียงอวี่ไม่ทันระวัง โดนตีไปสองที ขณะที่ปัดป้องไม้เบสบอลของเสิ่นเปียว เขาก็ขอความช่วยเหลือจากเสิ่นเจีย “เจียเจีย ช่วยผมด้วย อาเปียวจะฆ่าผม!”
“ฆ่านายแล้วมันจะเป็นยังไง?” เสิ่นเจียกอดอก ค่อย ๆ ย่อตัวลง “แสดงละครอยู่ใช่ไหม? ก่อนหน้านี้ไม่เห็นว่านายจะแสดงเก่งขนาดนี้ ตอนนี้นายกำลังเล่นละครอะไรอยู่งั้นเหรอ? แผนการข่มขู่หรือแผนการยุยง?”