พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 46 มาหาลูก

    บทที่ 46 มาหาลูก




    ​มือของเขาจับไปที่ต้นคอของน้องชายอีกครั้ง อยากจะกลืนกินริมฝีปากนั่นอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นชัดจังหวะ ไม่แน่ว่าค่ำคืนที่ร้อนแรงนี้จะได้เริ่มตั้งแต่ที่พวกเขายังไม่ได้กินข้าวมื้อเย็นด้วยซ้ำ




    “มีอะไร” หลังจากที่คนเป็นพี่ผละออกไปอย่างหงุดหงิด เขาก็ตอบกลับสายที่โทรเข้ามา ก่อนจะเงียบไปชั่วครู่




    ​ปลายฝนแอบมองท่าทางของพี่ชาย เห็นเขาขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจ ก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา เมื่อเห็นต้นหนาวกดวางสายแล้ว เขาจึงได้เอ่ยปากถามขึ้น




    “พี่ครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เด็กน้อยเอียงคอเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ต้นหนาวที่มองเจ้าหนูน้อยซึ่งตอนนี้ปากของเขาบวมเจ่อดูยั่วยวนอย่างประหลาด เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมา




    ​ใครจะคิดว่าแผนของเขาพังไม่เป็นท่าอีกครั้งกัน!




    “พวกคุณเข้าไปไม่ได้นะครับ ที่นี่น่ะ...” ไม่ต้องรอให้พี่ชายตอบกลับ เสียงประตูก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงจนน่ากลัวว่ามันอาจจะพังได้ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนมากมายที่กำลังเข้ามาด้านในบ้าน




    ​ปลายฝนมองดูเสียงอึกทึกคึกโครมนั้นด้วยความมึนงง ก่อนจะได้เห็นออเดรย์ที่เดินแสยะยิ้มราวกับผู้ชนะเข้ามา ข้างๆกันนั้นเองก็มีชายที่อายุค่อนข้างมากเข้ามาด้วย เมื่อทั้งสองสบตากัน ดวงตาของชายชราคนนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แม้ว่าเขาจะพยายามข่มมันลงไปมากแค่ไหนก็ตาม กระนั้นน้ำตาหยาดเล็กๆก็ยังไหลออกมาอยู่ดี




    “เหมือนศิวิมลมากๆ เธอ....เหมือนกับแม่ของเธอมากจริงๆ” เมื่อได้ยินแบบนั้นพร้อมกับน้ำเสียงเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ปลายฝนก็รู้ได้ทันทีว่าตัวตนของผู้ชายคนนั้นเป็นใคร​




    ​คนที่บอกว่าตัวเองเป็นพ่อของเขาไงล่ะ




    ​พ่อที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน




    ​พ่อที่ทิ้งให้เขาต้องอดทนลำบาก เฝ้ารอความรักตั้งแต่เกิดจนกระทั่งรู้ความ




    ​พ่อที่แม้แต่ชีวิตที่แล้วทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยเจอ!




    “พี่” ถึงจะรู้ว่าคนที่มาใหม่นั้นเป็นใคร ทว่าปลายฝนไม่คิดจะเห็นชอบรับอีกฝ่ายเป็นพ่อบังเกิดเกล้า เป็นผู้มีพระคุณต่อเขาหรอก เพราะอย่างไรระหว่างเขากับอีกฝ่ายก็ปล่อยให้เหมือนในอดีต คิดเสียว่าไม่เคยรู้จักกันก็พอ




    ​เด็กน้อยที่เห็นคนแปลกหน้าวิ่งไปซ่อนหลังพี่ชายราวกับเห็นเกราะกำบังที่จะทำให้เขาปลอดภัย นี่ทำให้อาเธอร์ชะงักงันไปทันที เท้าที่เกือบจะก้าวเข้ามาหาลูก อยากจะกอดให้สมกับที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนก็หยุดลงไปด้วย




    “ดาร์ลิ้ง นี่คือพ่อของพี่เอง แล้วก็เป็นพ่อของดาร์ลิ้งด้วยนะ” ออเดรย์เห็นพ่อเสียการควบคุมเช่นนั้นเป็นครั้งแรกก็รีบกล่าวออกมา ถึงจะอยากหัวเราะสมน้ำหน้าตาแก่นี่มากขนาดไหน ทว่าตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาจริงๆ พ่อของเขาดูอกหักมากจริงๆในครั้งนี้ มากจนทำให้ลูกชายอย่างเขายังคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะกลับไปฆ่าตัวตายเพราะความเสียใจนี้เลยก็ได้




    “..........” ปลายฝนไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงชะโงกมองคนที่ได้ชื่อว่าพ่ออีกครั้งแล้วก็หดตัวไปซ่อนที่หลังของต้นหนาวทันที ออเดรย์อ้ำอึ้ง ไม่คิดว่าขนาดพ่อผู้ยิ่งใหญ่ของเขามาหาเองกับตัว เจ้าหนูนี่ก็ยังไม่ไว้หน้าเลย




    “ลูก...” อาเธอร์ที่รู้ว่าวันเกิดของลูกชายนั้นกำลังมาถึง และเขาเองก็อยากจะเข้าร่วมการฉลองในครั้งนี้ของลูกด้วย นี่ทำให้เขาทิ้งการงานทุกอย่างเพื่อบินตรงมาที่นี่ แต่สิ่งที่เขาได้ก็คือสายตาที่มองกลับมาเหมือนกับมองคนแปลกหน้า




    ​กล่าวได้ว่าทั้งบ้านนี้คงจะมีแค่ต้นหนาวเท่านั้นที่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ




    “ปลายฝน ทำความรู้จักกับเขาไว้ก็ดีนะ” ถึงอย่างนั้น เมื่อคิดในอีกมุมหนึ่งแล้ว ต้นหนาวที่รู้จักดีว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งขนาดไหน หากว่าน้องของเขาได้รู้จักตัวตนระดับนี้ ในอนาคตน้องก็จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน กรณีที่เขาเพลี่ยงพล้ำ น้องก็ยังมีพ่อที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง นั่นไม่ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี




    ​ถึงจะพึงพอใจที่น้องเลือกที่จะอยู่ข้างเขาและเชื่อใจเขามากกว่าใคร แต่ตัวเขาเองก็ต้องมองหาสิ่งดีๆให้น้องเหมือนกัน และการยอมรับอีกฝ่ายเป็นพ่อนั้นถือว่าเป็นอะไรที่ดีกว่า




    ​อาเธอร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของต้นหนาวพูดออกมาแบบนั้น ตัวเขาที่เป็นพ่อของเด็กน้อยยังต้องให้คนอื่นมาแนะนำอีกหรอ




    ​แต่ไม่คาดคิด หลังจากที่ต้นหนาวพูดแบบนั้น ไม่กี่นาทีร่างเล็กๆก็ค่อยๆขยับออกมาจากข้างหลังที่แข็งแกร่งของพี่ชาย ปรากฏตัวให้อาเธอร์ได้เห็นเต็มตา




    “สวัสดีครับ ผมปลายฝนครับ” คนตัวเล็กยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แม้จะยังไม่กล้ามองตากัน ทว่าอาเธอร์ก็รู้สึกมีความสุขมากๆแล้ว




    “ลูก มาให้พ่อดูหน่อยสิ”อาเธอร์เรียกเด็กน้อยให้เข้ามาหาตัวเอง แต่ปลายฝนไม่ขยับเลย เขาเพียงมองไปที่พี่ชายเหมือนต้องการขอคำอนุญาต




    ​ใจหนึ่งของต้นหนาวอยากจะส่ายหัวให้น้องเพื่อเอาคืนสองพ่อลูกที่กล้ามาขัดบรรยากาศของตัวเอง แต่สุดท้ายเพื่อตัวน้องเอง เขาก็เลยพยักหน้าตอบรับกลับไป เป็นสัญญาณให้ปลายฝนเข้าไปหาอีกฝ่ายได้ ซึ่งเด็กน้อยก็เหมือนแมวเชื่อง เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยก็ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ ให้คนเป็นพ่อที่มีสายเลือดเดียวกันได้ดูเต็มๆตา




    ​เนื่องจากข้อสงสัยใดๆไม่มีอีกแล้ว พวกเขาเป็นพ่อลูกกันจริงๆจากการมาเยือนบ่อยๆของออเดรย์ทำให้เก็บตัวอย่างจากผมของปลายฝนไปตรวจสอบได้ ดีเอ็นเอที่ตรงกันกว่า 99% นั้นเป็นการยืนยันที่แน่ชัดว่าปลายฝนเป็นลูกของเขาจริงๆ ทั้งยังเป็นลูกของผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจ




    ​มืออันสั่นเทาของอาเธอร์ก็ค่อยๆยื่นไปลูบหัวของลูกชายที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เห็นดวงตาใส่กระจ่างของอีกฝ่ายซึ่งเหมือนกับศิวิมลคนรักของเขาจริงๆ น้ำตาของคนเป็นพ่อก็ไหลอาบแก้มอย่างไม่กลัวว่าจะต้องอายใครอีก




    “ลูก” อาเธอร์พึมพำออกมาอีกคำก่อนจะคว้าร่างเล็กๆมาไว้ในอ้อมแขน พวกเขากอดกันกลมเสียเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่เงียบสงบ




    ​ผ่านไปหลายนาทีกว่าที่สถานการณ์จะสงบลง ต้นหนาวเชิญให้สองผู้ยิ่งใหญ่นั่งลง เขารู้ว่าทั้งสองคนมาที่นี่ทำไม ซึ่งเขาก็ไม่ใครจะพอใจนักที่คนเหล่านี้มีอิทธิพลมากจริงๆ กระทั่งเดินทางมายังเกาะส่วนตัวของเขาได้เร็วขนาดนี้ ทั้งๆที่แผนเพิ่งเปลี่ยนด้วยซ้ำ




    ​ก่อนหน้านี้เขาจอง “เกาะปลายฝนของพี่” เอาไว้ แต่รู้ตัวเสียก่อนว่าพวกสองพ่อลูกนั้นรู้แผนการของเขา ดังนั้นเส้นทางการบินจึงมีการปรับเปลี่ยนไปลงที่ “เกาะวัสสาที่รัก” แทน ใครจะไปคิดว่าสองพ่อลูกนั่นก็ยังตามมาได้ทันแม้ว่าจะถูกซ้อนแผนกันล่ะ




    ​เดิมทีคิดว่าสองพ่อลูกจะมาถึงวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดพอดี ส่วนเขาก็จะได้มีโอกาสเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุกในคืนนี้ก่อนที่ทั้งสองจะมา ท้ายที่สุดแผนของเขาก็พังไม่เป็นท่าอีกครั้งจนได้




    “ปลายฝนสบายดีนะลูก” อาเธอร์เอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลไม่เหมือนที่พูดกับออเดรย์ทำให้เขาอดที่จะเบะปากอย่างหมันไส้ไม่ได้




    “ก็ดีมั้งครับ เจอพ่อแม่บุญธรรมเอาเลือดไปขาย ไหนจะถูกรังแกสารพัดจากบ้านใหม่ที่รับไปเลี้ยงอีก” ออเดรย์กระพือไฟให้โหมกระหน่ำ เขาไม่ใช่คนที่จะชื่นชอบเห็นบรรยากาศที่อบอุ่นแบบนี้เสียหน่อย




    ​อาเธอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ที่จริงเขาได้รู้เรื่องนี้แล้ว และก็ได้ลงมือทำบางอย่างกับคนที่มันกล้าที่จะทำร้ายลูกของเขาแล้ว พวกสองคนผัวเมียนั้นคิดว่าจะติดคุกไม่นานแล้วก็ออกมาเพียงเพราะเป็นคดีทำร้ายร่างกายเด็กหรอ? ให้ตายเถอะ!การลงมือกับคนของตระกูลชาร์ลีย์น่ะมันแค่การทำร้ายเด็กที่ไหน มันคือการจรกรรม!




    ​สายเลือดของตระกูลชาร์ลีย์ถูกเอาไปทำอะไร? ดัดแปลงพันธุกรรม? หรือว่าเอาเลือดของพวกเขาไปทำเรื่องไม่ดีหรือเปล่า?




    ​ถึงแม้ว่าสองผัวเมียนั้นไม่มีปัญญาคิดไปถึงขั้นนั้น แต่เขาที่เป็นคนตระกูลชาร์ลีย์เองทำไมจะสร้างเรื่องให้เป็นแบบนั้นไม่ได้




    ​และเพราะการขโมยเลือดเอาไปเช่นนั้น ค่าเสียหายที่คนทั้งสองต้องรับผิดชอบนั้นมากกว่า 100 ล้านเหรียญ ถ้าคิดว่ามีเงินจะประกันตัวออกมาก็ได้ เขาพร้อมที่จะรอเล่นงานต่อ แต่ถ้าจะคิดว่าต้องติดคุกเพื่อชดใช้เงินล่ะก็....คิดว่าเงิน 100 ล้าน คนอย่างสองสามีภรรยา ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะหามาได้ล่ะ?




    ​ก็....ตลอดชีวิตก็ยังหามาไม่ได้เลยมั้ง




    ​คาดว่าติดคุกครั้งนี้ก็ไร้หนทางที่จะออกมาแล้วล่ะนะ...




    ​อย่างไรก็ตาม....โกรธก็เรื่องของการโกรธ แต่ที่เจ้าออเดรย์เอาเรื่องหดหู่มาพูดตอนนี้เนี่ย... มันอยากเจ็บตัวใช่ไหม?




    ​ออเดรย์ที่เห็นสายตาอาฆาตของพ่อก็แปลกใจ ทำไมสายตานั่นไม่ส่งไปที่พี่ชายบุญธรรมที่เลี้ยงน้องชายของเขาไม่ดีกันล่ะ ทำไมมันถูกส่งมาให้เขา นี่เขาทำอะไรผิดไปกัน? เขาก็พูดยุยงให้พ่อจัดการไอ้พี่ชายบุญธรรมน่าหมันไส้คนนั้นแล้วไง ไหงกลายเป็นลูกชายแท้ๆของพ่อที่ถูกหมายหัวล่ะ




    “ที่จริงผมมีความสุขดีครับ พี่ต้นหนาวดูแลผมอย่างดี” ปลายฝนที่เงียบอยู่นานเอ่ยออกมาเสียงเบา




    ​อาเธอร์ที่อยากจะสั่งลงโทษลูกชายของตนเองชะงักไป เขาหันมามองเด็กน้อยที่ตอบเขาเสียงเบาด้วยสายตาวิบวับ




    ​อ่า....ในที่สุด ลูกก็พูดกับฉัน ถือว่าครั้งนี้เจ้าออเดรย์โชคดีไป ไม่อย่างนั้น...ถ้าลูกของฉันเสียใจขึ้นมาอีก แกจะถูกจัดการแน่ๆ




    “งั้นหรอ” อาเธอร์มองไปที่ต้นหนาว ได้ยินจากออเดรย์มาบ้างว่าเจ้านี่คิดกับลูกชายของเขาไม่ซื่อตรง ถึงแม้ว่าเจ้าออเดรย์จะไม่พูดว่าลูกของเขาดูเหมือนจะมีใจให้อีกฝ่ายไม่น้อยเหมือนกันด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะให้เขาจัดการต้นหนาว แต่เขาไม่ได้โง่แบบนั้นเสียหน่อย มองดูว่าคนสองคนคิดเห็นตรงกัน อีกอย่างเขาก็ไม่คิดไปห้ามด้วย ถ้านั่นเป็นความสุขของลูก




    ​ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะเขาเอง ถ้าจะต้องจัดการใครสักคนมันก็คงต้องเป็นเขา ถ้าตอนนั้นเขาไม่โง่แล้วก็ถอดใจไปที่จะตามหาคนรัก เขาอาจจะพบตัวของปลายฝนเร็วกว่านี้ พาเด็กน้อยไปอยู่ต่างประเทศด้วยกัน เรื่องในตอนนี้ก็คงแตกต่างออกไป




    ​กระนั้นก่อนจะมาที่นี่ เขาก็สืบข่าวเรื่องของต้นหนาวมามากแล้วเหมือนกัน เจ้าหนุ่มนี่ก็เป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่ง ตอนอายุยังน้อยก็รับหน้าที่ต่อจากบิดามารดาที่เสียชีวิตลง ทั้งยังเลี้ยงดูปลายฝนไม่ให้ต้องลำบาก




    ​เมื่อเทียบกับออเดรย์แล้ว ดูเหมือนต้นหนาวคนนี้จะเก่งกว่าหนึ่งช่วงตัว ไม่ใช่ว่าเขาบริหารงานเก่งหรือมองภาพรวมเก่งอะไรนะ แต่ความตั่งมันของเขานั่นแหละที่ทำให้ดูเหนือกว่าออเดรย์




    ​เด็กคนนี้ดูเป็นคนยึดติดอย่างมาก เมื่อเขาตัดสินใจว่าจะปกป้องปลายฝน เขาก็ทำมันทุกอย่างจริงๆ เอาเถอะ...มีลูกเขยที่รักลูกชายของเขาขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่




    ​และเพราะว่าเขาไม่ได้มีความคิดหัวโบราณ อีกอย่างเด็กๆในประเทศของเขานั้นก็มีอิสระที่จะทำอะไรด้วยตัวเองอยู่แล้ว หลังจากนี้เขาที่ได้รับหน้าที่เป็นพ่อ มีบทบาทแค่คอยดูให้ลูกไปถูกทาง หลังจากที่ก้าวไปลองดูแล้ว ถ้าบาดเจ็บก็คอยรักษา ถ้าไปได้สวยก็จะคอยสนับสนุน




    ​นี่เป็นทัศนคติของเขา แม้จะห่วงเด็กน้อยตรงหน้ามากกว่าเจ้าออเดรย์ตัวแสบเล็กน้อย ทว่า....ดูๆแล้ว ลูกชายของเขาก็ไม่น่าจะใช่คนโง่นะ




    “คุณ.....แล้วคุณพ่อล่ะครับ” ปลายฝนที่ดูเหมือนไม่มั่นใจ แต่เขาก็เอ่ยถามออกมาได้ในที่สุด




    ​เมื่อถูกเรียกว่าพ่อ อาเธอร์ก็รู้สึกเหมือนหัวใจของเขากระชุ่มกระชวยอย่างมาก คิดถูกจริงๆที่ไม่รีบมาเจอตัวเล็กก่อนหน้านี้ ดูจากที่ออเดรย์เล่า เหมือนคนกำลังตกใจกลัว คิดว่าเขาจะมาพาไปอยู่ที่อื่น ดังนั้นเขาจึงหายไปก่อน ไม่เข้ามาจู่โจมอะไร ถึงอยากจะพาไปอยู่ใกล้ๆกันที่ต่างประเทศมากแค่ไหน แต่ถ้าลูกไม่อยากไป เขาก็แค่พาตัวเองมาอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว




    ​อย่างไร งานของเขาก็ทำที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นนี่




    “พ่อก็สบายดี” อาเธอร์พูดออกมาเสียงแหบพร่าเหมือนคนจะร้องไห้




    ​ต้นหนาวมองดูน้องชายและพ่อของอีกฝ่ายพูดคุยกัน รู้สึกว่าตัวเองนั้นดูเหมือนคนนอกไปทุกๆที ดังนั้นเขาจึงแกล้งกระแอมออกมาเพื่อเรียกให้น้องชายสนใจตนเอง




    “กินกันก่อนเถอะ น้องคงหิวแล้ว” เขาไม่พูดเปล่า แต่หั่นชิ้นปลาตรงหน้าเพื่อป้อนน้องด้วย




    ​เห็นท่าทางเอาอกเอาใจที่น่าหมันไส้นั้น แม้ว่าอาเธอร์จะไม่เหมือนออเดรย์ แต่เขาก็ยังอดที่จะพ่นลมออกจากจมูกไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี่จงใจขัดบทสนทนาของเขา!




    “ขอบคุณครับ ผมหิวแล้วจริงๆ” ปลายฝนพูดออกมาอย่างดีใจ เมื่ออาเธอร์ได้ยินแบบนั้น จิตใจขุ่นมัวที่คิดว่าต้นหนาวนั้นจงใจจะลดบทบาทของตนเองก็ละทิ้งอคตินั่นไปหมด เขาตกใจมากที่ตัวเองมาขัดทำให้ลูกต้องทนหิวเพราะเขา




    ​ชายชรากุลีกุจอ หั่นผักเป็นลูกเต๋าเล็กๆ หั่นเนื้อหมูในจานของตนเอง ส่งสิ่งที่คิดว่าอร่อยไปให้ลูกใหม่จนหมด




    “อ๊ะ ขอบคุณครับ” ปลายฝนรับเอามาอย่างมีความสุข




    ​เมื่อได้กิน ก็ดูเหมือนเขาจะผ่อนคลายขึ้นไม่น้อยเลย ใบหน้าของอาเธอร์มีความสุขมาก กระทั่งเขายิ้มออกมาเลยด้วยซ้ำ




    “โอ้ ให้ตาย! เสือยิ้มยากนี่กำลังเห่อลูกใหม่จริงๆ” ออเดรย์แขวะออกมาคำหนึ่งก่อนจะกินเนื้อวากิลย่างของตนเอง แต่ถึงจะพูดเหมือนอิจฉาเด็กน้อยที่ได้รับความรักจากพ่อบังเกิดเกล้า กระนั้นมือของเขาก็ยังหั่นเนื้อในจานของตนเป็นชิ้นเล็กๆแล้วส่งให้เด็กน้อยด้วยอีกคน




    “ดาร์ลิ้ง อันนี้อร่อยที่สุดนะครับ อร่อยกว่าเนื้อหมู เนื้อปลา พวกนั้นอีก” ออเดรย์มองไปที่จานของคนเป็นพ่อและพี่ชายบุญธรรมของปลายฝน เด็กน้อยของเขาเลือกที่จะกินเนื้อปูด้วยการปรุงแบบแปลกๆ เขาจึงส่งเนื้อวัวย่างไปให้อีกฝ่ายได้ลองชิมบ้าง




    “อื้อ อร่อย ขอบคุณครับ” เด็กน้อยพูดขอบคุณไปรอบๆวง ท้ายที่สุดแล้วอาหารที่เหลือก็คือเนื้อปูในจานที่เขาได้กินไปคำสองคำ ที่เหลือได้แต่กินหมูกินปลากินเนื้อวัวจนอิ่มท้องจากการเอาอกเอาใจของคนทั้งสามคน




    .....................................





    คล้ายกับเรื่องพี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ ที่คุณอ่าน