ตกกลางคืน พวกเขาจึงกลับไปที่ตระกูลหาน
ภายในห้องของหานเฟิง
หานเฟิงหายตัวเข้าไปในชั้นหนึ่งของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ
เขาโยนศิลาิญญาที่มีความบริสุทธิ์ห้าในร้อยและหกในร้อยใส่เตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่ง หานเฟิงสร้างไฟสามัญที่มีพลังมากกว่าเดิมไม่น้อยขึ้นมา เริ่มลงมือหลอมมัน
ศิลาิญญาชั้นต่ำเหล่านี้หลอมได้ยาก เวลาเพียงชั่วข้ามคืนเขาหลอมมันได้เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
วันต่อมา หานเฟิงและคนอื่น ๆ ขึ้นเขายอดหยกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ พวกครูฝึกหลินไม่เพียงแต่สอนพวกหานเฟิงให้สู้กับสัตว์อสูรเท่านั้น ยังบอกเล่าประสบการณ์ในการต่อสู้และวิธีการต่อสู้ให้กับพวกเขาอีกด้วย
ภายในพริบตาเวลาก็ผ่านไปอีกสองวันแล้ว
ระยะเวลาของการฝึกผ่านไปสามวันแล้ว ยังเหลือเวลาอีกสี่วัน
สามวันสุดท้ายจึงจะเป็เวลาทดสอบ
ในสองวันนี้ ในที่สุดหานเฟิงก็หลอมน้ำยาต้นกำเนิดทั้งหมดออกมาได้สำเร็จ
"ในที่สุดข้าก็สามารถเพิ่มพลังของข้าได้แล้ว"
เขาค่อย ๆ จิบมันลงไปหยดแล้วหยดเล่า เมื่อััได้ว่าถึงขีดจำกัดแล้ว ก็นั่งลงขมัดสมาธิ เริ่มโคจรกำลังภายใน
วันต่อมา เมื่อหานเฟิงลืมตาขึ้น กำลังภายในของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกหลายระดับ
ก่อนหน้านี้หานเฟิงพึ่งฝึกโคจรพลังระดับเส้นลมปราณที่สองให้มั่นคง บัดนี้เขาก้าวะโไปยังเส้นลมปราณที่สองขั้นปลายในรวดเดียว เพียงแต่ยังไม่ได้ทะลวงผ่านเท่านั้น
เส้นลมปราณทั้งแปด ทุกครั้งที่จะเปิดหนึ่งเส้นลมปราณ จะต้องสั่งสมกำลังภายในมากขึ้นถึงหนึ่งเท่า สองเท่า หรือแม้กระทั่งสามเท่าของกำลังภายในที่เปิดเส้นลมปราณครั้งก่อน
ไม่ว่าน้ำยาต้นกำเนิดจะเพิ่มพลังให้มากเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางที่จะเพิ่มกำลังให้เขาได้มากมายภายในคืนเดียว
วันที่สี่ วันที่ห้าผ่านไป
เมื่อเช้าของวันที่หกมาถึง จู่ ๆ หานเฟิงก็รู้สึกถึงแรงสั่นะเืไปทั่วทั้งกาย พลังอันเกรี้ยวกราดพุ่งออกมา เขาเปิดเส้นลมปราณที่สามแล้ว!
ครั้งนี้ หานเฟิงไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
ณ ลานฝึกยุทธ์ตระกูลหาน ครูฝึกหลินมองหานเฟิงด้วยความตกตะลึง "เ้าทะลวงผ่านเส้นลมปราณที่สองแล้วหรือ? "
หานเฟิงลังเลไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ขอรับ"
ครูฝึกหลินยังมีสีหน้าประหลาดใจอยู่เล็กน้อย นั่นเป็เพราะเปิดเส้นลมปราณที่สองไม่ควรมีกระแสพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ครูฝึกหลินทำได้เพียงคิดว่า ต้นเหตุเป็เพราะกรงเล็บสยบนิ่งของหานเฟิงเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์สูงสุดแล้ว
ไม่ผิด การต่อสู้ในสองสามวันที่ผ่านนี้มีผลให้ความเข้าใจของหานเฟิงที่มีต่อกรงเล็บสยบนิ่งลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เมื่อวานนี้ขณะที่อยู่ระหว่างการต่อสู้หานเฟิงจึงทะลวงข้ามขอบเขต กรงเล็บสยบนิ่งของเขาเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์สูงสุดในรวดเดียว เขาฆ่าสัตว์อสูรระดับสองที่มีพละกำลังแข็งแกร่งยิ่งด้วยกรงเล็บเดียว สร้างความตกตะลึงให้ครูฝึกหลินและคนอื่น ๆ
หานหรงและหานเจิ้งสีแสดงสีหน้าสลับซับซ้อน ภายในระยะเวลาสั้น ๆ หานเฟิงกลับก้าวข้ามพวกเขาไปแล้ว เมื่อกล่าวถึงเื่พลังต่อสู้ เขายิ่งล่วงหน้าพวกเขาไปไม่รู้กี่ก้าวแล้ว
มาถึงวันนี้ คงมีเพียงหานหลินที่สามารถเอาชนะหานเฟิงได้ผู้เดียวแล้วกระมัง
สีหน้าของหานหลินเคร่งขรึมขึ้น หานหลินััได้ถึงอันตรายคุกคามแผ่ออกมาจากร่างกายของหานเฟิง
หานหลินขมวดคิ้ว "ตอนนี้ข้าเปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว อีกทั้งยังมั่นคงแล้ว เหตุใดข้าจึงรู้สึกเช่นนี้ได้? "
ด้านหลังครูฝึกหลิน หานหย่งซิ่งและคนอื่น ๆ ต่างเหลียวมองหน้ากันด้วยความตะลึง
"ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้ว หากสำนักเสวียนิมา พวกเขาจะต้องถูกใจหานเฟิงเป็แน่ อีกเพียงไม่นานหานเฟิงจะต้องก้าวข้ามหานหลินอย่างแน่นอน ความก้าวหน้าของเขาน่าใยิ่งนัก" หานหย่งซิ่งเอ่ยออกมาอย่างอดไม่อยู่
สีหน้าเฝินหลีกลับค่อนข้างแปลกพึลึก "พวกท่านอย่าได้ลืมเล่า ตระกูลหานเรายังมีหานโหรวอีกคนนะ"
"ได้ยินว่าหานโหรวไม่ถูกชะตากับหานเฟิงนัก การทดสอบสองสามวันนับจากนี้จะต้องน่าสนใจมากเป็แน่"
วันนี้ พวกเขายังคงต่อสู้อยู่บนเขายอดหยก ตกกลางคืน หานเฟิงกลืนน้ำยาต้นกำหนดลงไปแล้วเริ่มฝึกฝน ภายในหนึ่งคืนหานเฟิงก็ฝึกกำลังภายในจนระดับของเขาเกือบมั่นคงแล้ว
วันที่เจ็ดผ่านไปอย่างราบรื่น ในยามเย็นของวันที่เจ็ดนี้เอง สุดท้ายหานเฟิงก็โคจรพลังระดับเส้นลมปราณที่สามของเขาให้มั่นคงได้โดยสมบูรณ์
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้ครูฝึกหลินและคนอื่น ๆ ตะลึงพรึงเพริด หานเฟิงทำให้ระดับพลังของเขาเสถียรได้ภายในไม่ถึงสองวัน ความก้าวหน้าระดับนี้รวดเร็วที่สุดที่พวกเขาเคยพบเห็นจนถึงตอนนี้
เว้นแต่จะเป็อัจฉริยะจากนอกเมืองเหรินจง
วันที่แปด เมื่อพวกเขามาถึงเขายอดหยก ครูฝึกหลินก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "นับแต่นี้ไปจนถึงยามบ่ายของวันที่สิบ พวกเ้าต้องใช้เวลาอยู่ในเขายอดหยก พวกเ้าต้องระวังให้มาก อย่าได้อยากรู้อยากเห็นจนเกินไป โดยเฉพาะหานเลี่ย เ้าได้ยินหรือไม่!"
สีหน้าของทุกคนตกตะลึง "ขอรับ!"
ในวันนี้ พวกหานหย่งซิ่งทั้งสามคนไม่ได้มา นอกจากยามบ่ายวันสุดท้ายแล้ว หลายวันนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
"ครูฝึกหลิน วันนี้ก็เป็วันฝึกของตระกูลหานหรือ? "
เสียงหัวเราะลั่นดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหันกลับไป เห็นเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยผู้หนึ่งเดินนำเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคนมาทางนี้
ครูฝึกหลินตอบเสียงเรียบ "ครูฝึกฉาง"
ดูจากท่าทีแล้ว เห็นได้ชัดว่าครูฝึกหลินไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขา
หานเฟิงมองคนกลุ่มนี้ด้วยความสับสน เมื่อเขาได้ยินแซ่ฉางของครู่ฝึกฉาง ดวงตาของหานเฟิงวูบไหวราวกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้
หานหลินเหลือบมองหานเฟิงแวบหนึ่งแล้วกระซิบเบา ๆ "ตระกูลฉางเป็หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ในเมืองเหรินจง"
"ระวังหน่อย ตระกูลฉางบาดหมางกับตระกูลหานเรามาโดย ตอนอยู่บนเขายอดหยก พวกเขาอาจจะโจมตีเรา"
หานเฟิงพยักหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ "พอดีเลย พวกเราจะได้สั่งสอนบทเรียนให้พวกเขา"
ถึงตอนนี้ ชื่อเสียงเลวร้ายของหานเฟิงในตระกูลได้ถูกขจัดไปหมดสิ้นแล้ว แต่คนนอกกลับไม่รู้อะไรมากนัก
เื่ในตอนนั้น คนทั่วทั้งเมืองเหรินจงต่างก็โจษจันกันไปทั่ว
หานหลินแค่นเสียงเย็น "หลายวันนี้พวกเราสองคนยังไม่เคยแข่งกัน ดังนั้นถือโอกาสใช้การทดสอบมาแข่งขันกันเป็อย่างไร? "
หานเฟิงแย้มยิ้มบาง ๆ ออกมา "ดี!"
ครูฝึกฉางได้ยินบทสนทนาระหว่างหานหลินกับหานเฟิงไม่ชัด แต่เขาก็รู้จักหานเฟิงเช่นกัน
"เขาไม่ใช่ขยะของตระกูลหานผู้นั้นหรือ?เหตุใดแม้กระทั่งเขาก็มาแล้ว หรือจะบอกว่าหัวกะทิตระกูลหานมีแต่ระดับเดียวกับขยะ? "
สีหน้าของครูฝึกฉางเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
หานเลี่ยและคนอื่นโมโหขึ้นมาในทันที ขณะที่พวกเขาคิดจะตอกกลับ ครูฝึกหลินกลับปรามพวกเขาไว้ สายตาของครูฝึกหลินเยือกเย็น "ครูฝึกฉาง ยังไม่ถึงคราวที่ท่านจะเข้ามายุ่งเื่ตระกูลหานเรา หานหลิน พวกเราไป"
เมื่อครูฝึกหลินจากไปแล้ว สีหน้าครูฝึกฉางพลันดำทะมึนขึ้นมา หลังจากถ่มน้ำลายออกมา ครูฝึกฉางก็เย้ยหยัน "เขาไม่ใช่แม้แต่ลูกหลานสายตรงของตระกูลหาน ยังจะกล้าพูดกับข้าเช่นนี้"
"ท่านวางใจ ตระกูลหานเป็เพียงเศษสวะกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ในเขายอดหยก พวกเราจะต้องเอาคืนให้ท่านอย่างแน่นอน" เด็กหนุ่มหน้าตาอึมครึมผู้หนึ่งเอ่ยด้วยสีหน้าดูถูกดูแคลน
ครูฝึกฉางรีบกล่าว "ฉางเหวินจวิน พี่ชายเ้ากำลังอยู่ใน่หัวเลี้ยวหัวต่อของการฝึก ครั้งนี้เขาจึงไม่ได้มากับเ้า ระดับพลังของเ้าจึงสูงที่สุด เปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว"
"เ้าไม่ต้องสนใจตระกูลหาน ขอเพียงแค่พบเจอคนตระกูลหาน ให้ฆ่าพวกมันซะ!"
ดวงตาของฉางเหวินจวินเป็ประกาย เขาแสยะยิ้มออกมา "วางใจ ข้าจะต้องให้พวกขี้แพ้ตระกูลหานหายไปจากโลกนี้ ไม่ช้าก็เร็วเมืองจงเหรินจะกลายเป็แผ่นดินของตระกูลฉางเรา!"