รักจังจอดรถอยู่หน้าโรงแรมคริสตัลบลูมองอี้เหยียนลงจากรถพร้อมถือถุงใส่แฮมเบอร์เกอร์ไปด้วย เธอมองตามก่อนยกมือจะเรียกเขาอย่างหงุดหงิดใจแต่ไม่ทันจึงหันมาคลี่ถุงเบอร์เกอร์ที่อยู่บนหน้าตัก
“ค่าตอบแทนอะไร ทำลืมโดนหลอกมากกว่าคบไม่ได้จริงๆ อีตาบ้านี่” รักจังทำหน้าบูดบึ้งล้วงหยิบเบอร์เกอร์ก่อนคลำโดนบางอย่างถึงกับเลิกคิ้วฉงนแปลกใจรีบฉีกถุงออกหยิบเงินออกมาดูตาลุกวาวยิ้มกว้างชอบอกชอบใจจนลืมเบอร์เกอร์ที่อยู่บนตัก
อี้เหยียนถือถุงเบอร์เกอร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หยุดอยู่หน้าห้องเคาะประตูเป็จังหวะด้วยความทะเล้นจนมีคนเปิดเขาจึงยื่นถุงเบอร์เกอร์ให้ทันที
“ไหนว่าไปหาหมอแล้วทำไมกลับเป็ถุงเบอร์เกอร์ แต่ก็ช่างเถอะ เบอร์เกอร์อร่อย” ยกทัพรับถุงเบอร์เกอร์เดินนำอี้เหยียนเข้ามาด้านในมองลีโอกับหลุยเทียนเปานั่งเล่นวิดีโอเกมเชื่อมจอทีวี
“นึกว่ามากันครบแล้ว ดีนะมาก่อน” อี้เหยียนฉีกยิ้มเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแล้วเดินมานั่งเปิดฝาดื่มที่โซฟาเดี่ยว
“อีกสักพักน่าจะถึง พี่โฮนัดประชุมไม่พลาดกันอยู่แล้ว” หลุยเทียนเปาวางอุปกรณ์เครื่องเล่นลงเดินไปที่ครัวปั่นแครอททำเครื่องดื่มทำให้อี้เหยียนสวมรอยเล่นแทน ยกทัพนั่งกินเบอร์เกอร์พลางเลื่อนมือถือเปิดดูไปเรื่อยๆ อย่างนิ่งคิดหาลู่ทางที่จะทำให้ได้เจอหญิงที่้าเจอก่อนเลื่อนสายตามองหลุยเทียนเปาช้าๆ
“ไปเดตมาไม่เห็นเล่าให้ฟัง เธอน่ารักไหม” ยกทัพเปิดบทสนทนาไปทางคนที่ยืนปั่นแครอททำให้อี้เหยียนและลีโอหันมองตามด้วยความแปลกใจ
“แฟนคลับก็เหมือนกันทุกคนนั่นแหละ” คำตอบเรียบๆ ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“เดี๋ยวนะเฮียออกเดตั้แ่เมื่อไหร่” อี้เหยียนทำหน้างง
“จริงๆ ฉันต้องเป็คนไปออกเดตแต่ติดงานต้องบินเลยให้เปาเปารับแทน” ยกทัพแก้ต่าง
“สาวติดลิฟต์ที่บอกกันไว้ไง” ลีโอขยายความ
“อ้อ จำได้แล้วที่พูดกันเมื่อคราวก่อน เฮียเดตแทนเป็ไปได้ยังไงกัน เดตแรกเลยนะคิดว่า” อี้เหยียนยิ้มกว้างเท้าแขนพาดโซฟามองหลุยเทียนเปาเทแครอทปั่นเสร็จใส่แก้วเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาเดี่ยวแทนที่อี้เหยียนที่ไปนั่งทับที่ตน
“เสียดายจริงๆ เดี๋ยวหาทางพาเธอไปเดตอีกครั้งดีกว่า” ยกทัพยิ้มกริ่มเอามือลูบคาง
“เหมือนว่างเลยจะขึ้นคอนเสิร์ตอยู่แล้ว พี่โฮไม่ปล่อยให้ไปไหนหรอก” หลุยเทียนเปาแย้งขึ้นพร้อมยกแก้วดื่มแครอทปั่นแต่คนที่ทำหน้าแหยงกลับกลายเป็อี้เหยียนที่เกลียดแครอทเข้าไส้
“หลังคอนก็ได้” ยกทัพฉีกยิ้มเ้าเล่ห์
“ถ้าเธอเป็แฟนคลับเราเธอต้องไปคอนแน่” ลีโอหันกลับมาเล่นเกมต่อ
“นั่นสิแบบนี้ต้องเพิ่มกิจกรรมพิเศษซะแล้ว” ยกทัพดีดนิ้วอย่างมีไอเดียที่บรรเจิด
“คนมากมายนับพันจะหาเจอหรือไง” หลุยเทียนเปายังคงแย้งขัดไม่หยุด
“นั่นสิ” ยกทัพฉุกคิดทำหน้าห่อเหี่ยวก่อนเหลียวมองประตูที่ถูกเปิดออกหลังจากที่ไม่ได้ล็อกมันั้แ่ไปเปิดให้อี้เหยียน โฮนัมจาเดินมากับหวังโอชุนเข้ามาด้านพร้อมปิดประตูส่งท้าย
“มาก่อนได้ยังไงระดับองค์ชายเหยียนต้องรั้งท้าย” โฮนัมจาเดินแวะครัวแซวอี้เหยียนที่พิงโซฟายิ้มยียวน
“มีสาวสวยขับรถมาส่งก็เร็วทันใจแบบนี้ครับ”
“อะไรกันคิดจะเปิดตัวหรือไงคนนี้ตัวจริงใช่ไหม” ยกทัพเปลี่ยนเื่เข้าเื่อี้เหยียนที่กระตุกยิ้มชอบใจ หลุยเทียนเปามองหวังโอชุนลากเก้าอี้หนังมานั่งตีคู่กับตนแล้วยิ้มทักทาย
“น้องเล็กของเราจะเปิดตัวแซงหน้าพี่ๆ ได้ยังไงกัน แบบนี้ต้องหาบ้างแล้ว” ลีโอวางอุปกรณ์เครื่องเล่นลงเมื่อชนะอี้เหยียน
“จะทำอะไรปรึกษากันก่อนก็ดี” โฮนัมจาเดินเข้ามาพร้อมเครื่องดื่มเสริมอาหารทั้งเจ็ดแก้วที่ใส่ถาดยกมาวางแจกตรงหน้าทุกคนก่อนหยิบแก้วของตัวเองมากระดกดื่มนำหนุ่มๆ ในสังกัด
“ไม่หรอกครับ เป็หนุ่มโสดอยู่กับค่ายสบายใจสุดแล้ว ไม่อยากผูกมัดใครเนอะเฮีย” อี้เหยียนยิ้มกว้างหันไปหาแนวร่วม
“อืม” หลุยเทียนเปาตอบสั้นๆ วางแก้วแครอทของตนที่เพิ่งหมดไปเปลี่ยนมากระดกเครื่องดื่มเสริมอาหารที่โฮนัมจาทำให้
“ลีดเดอร์ของพวกเราไปไหนนะ” ยกทัพเหลียวมองประตูที่ปิดสนิทไร้คนเข้ามาอีก
“รูปเยวอนเมาหนักขนาดนั้นคงปรับความเข้าใจกันอยู่” หลุยเทียนเปาผ่อนลมหายใจยาววางแก้วลงบนโต๊ะ
“ขยับนิดขยับหน่อยก็เป็กระแส วงการนี้มันอยู่ยากเหมือนกันนะ” ยกทัพกระดกเครื่องดื่มเสริมอาหารช้าๆ ก่อนมองมาที่แก้วแล้วชั่งใจกับรสชาติที่ไม่ถูกลิ้นแต่ก็ดื่มจนหมด
“เอาละๆ เข้าเื่กันดีกว่า” โฮนัมจากอดอกมองหน้าทุกคนในห้องที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ “คอนเสิร์ตของริเวอร์จะเริ่มในอีกไม่กี่วันขอความร่วมมือในการอย่าทำให้ตกเป็ข่าวอะไรมากนัก หลังจากงานนี้เรียบร้อยหนึ่งอาทิตย์เราต้องทัวร์คอนเสิร์ตกันรอบโลกตามที่โปรโมทไว้เริ่มจากไตหวัน”
“แล้วเปาเปาจะไปได้หรือครับ ขาดไปแฟนคลับไม่ชอบใจแน่นอน” ยกทัพออกความคิดเห็นมองหลุยเทียนเปานั่งดื่มเครื่องดื่มช้าๆ ก่อนตอบ
“งานคอนเสิร์ตริเวอร์ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว”
“แสดงว่าไปได้” ลีโอยิ้มกว้างปรบมือชอบใจ
“ใช่” หลุยเทียนเปาพยักหน้ารับ
“ต้องฉลองสักหน่อยแล้ว” อี้เหยียนหันมาส่งซิกให้กับยกทัพอย่างรู้กัน โฮนัมจาส่ายหน้าไปมามองทั้งสองอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนเหลือบมองประตูที่ถูกเปิดออกปรากฏชายที่มาช้าสุดเดินเข้ามาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มาถึงก็พ่นควันเลยลีดเดอร์” ลีโอมองตาปริบๆ เงยหน้ามองจุนฮยอกเดินเข้ามาหยิบแก้วที่วางอยู่มาดื่มพร้อมมองหน้าลีโอและทุกคนที่มองมาทางตนเอง
“โทษทีมาช้า นายมาเร็วกว่าได้ยังไงกันอี้เหยียน ปกติต้องโทรตามเกือบสิบรอบกว่าจะรับสายได้” จุนฮยอกมองหน้าอี้เหยียนที่ยิ้มกว้าง
“คนเราเปลี่ยนกันได้ครับลีดเดอร์”
“เชื่ออี้เหยียน เชื่อแมงมุมดีกว่า” โฮนัมจาส่ายหน้าไปมาเดินไปเก็บแก้วล้าง
“เชื่อสักครั้งเถอะครับ” อี้เหยียนลุกขึ้นตามไปเย้าแหย่โฮนัมจาที่ครัว หลุยเทียนเปามองตามด้วยรอยยิ้มก่อนหันกลับมาสบตากับหวังโอชุน
“ต้อนรับกลับวงอย่างเป็ทางการ” หวังโอชุนเอ่ยเสียงเรียบยื่นมือไปทางหลุยเทียนเปาที่พยักหน้ารับจับมือกลับในระหว่างที่ยกทัพขยับเข้ามานั่งเล่นเกมแข่งกับลีโออย่างสนุกสนานทำให้จุนฮยอกนั่งแทนที่อย่างสุขุมหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาผู้หญิงที่เพิ่งไปส่งที่บ้านด้วยรอยยิ้ม
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สงสัยข่าวที่ว่าเยวอนถูกหักอกจะไม่ใช่เื่จริง” ยกทัพแซวขึ้นพลางเหล่มองจุนฮยอกที่ลดมือถือลงหยิบรีโมทปิดจอทีวีกระตุกยิ้มยักคิ้วให้ยกทัพที่หัวเราะร่วนส่ายหน้าไปมาแต่คนที่ค้างเห็นจะเป็ลีโอที่กำลังจะชนะเกมเมื่อครู่
“โปรดิวมีเพลงพิเศษด้วยนี่เห็นว่าจะให้แสดงขึ้นคอนเสิร์ต” จุนฮยอกวกเข้าเื่ในขณะที่โฮนัมจาเดินเข้ามาอีกครั้งโดยมีอี้เหยียนเดินตามมาติดๆ
“นี่แหละคือสิ่งที่เรียกประชุมกันพร้อมหน้า คอนเสิร์ตเล่นสดเตรียมตัวไว้ได้เลย” โฮนัมจาบอกพร้อมนั่งลงยิ้มให้หนุ่มๆ หลุยเทียนเปาหันมองหน้ากับหวังโอชุนช้าๆ ก่อนอมยิ้มให้กันและกันจนยกทัพเลิกคิ้วเหล่มองจับผิดวางอุปกรณ์เครื่องเล่นไว้ที่โต๊ะหันมาตั้งใจฟังโฮนัมจาอธิบายขยายรายละเอียดถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ