เขาดำผุดดำว่ายอยู่แถวหน้าหาด ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินขึ้นมา มือหนาเสยผมที่เปียกขึ้นลวกๆ แต่เท่ห์อย่างบอกไม่ถูก ผิวสีแทนมีเม็ดน้ำเกาะ แพรวพราวสะท้อนรับแสงแดด หยดน้ำไหลเป็ทางจากกล้ามไหล่มัดโต ไปจนถึงซิกแพ็คทั้ง 6 ลูกของเขา ขนอ่อนลำไลใต้สะดือ และกางเกงมัดเอวสีดำเงาเปียกแนบเนื้อจนเห็นเป้าตุงๆ ที่นูนสะดุดตา
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ใจเต้นตุบๆ ละสายตาจากบอดี้สุดเซ็กซี่ขยี้จุดนี้ไม่ได้
“ไม่ต้องอยากจับฉันทำผัวนะ ฉันไม่พิศวาสเธอ” เขานอนลงที่เปลมุมเดิม โดยไม่หันมองฉัน
“ไอ้บ้า! ใครจะอยากได้นายเป็ผัวกัน ตกต่ำสุดๆ”
“หึ..”
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วหลับตาลงพัก หลังต้มมาม่าเสร็จ ฉันก็ลักไก่กินก่อน เพระไม่อยากกินข้าวพร้อมกับหมาบ้า เขาตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง เทมาม่าที่เหลือในหม้อลงกินอยู่คนเดียวเงียบๆ
“กินแล้วล้างด้วย อย่ามักง่าย โน้น เสื้อผ้าเธอ จะแช่ให้ยุ่ยเลยรึไง”
“ฉันกลัวแพ้ผงซักฟอกกับน้ำยาล้างจาน” ฉันยกมือสวยๆ ของตัวเองขึ้นโชว์
“ถ้าเธอบอบบางขนาดนั้น คงตายั้แ่หายใจรับอากาศบนโลกนี้ละมั้ง”
“นี่!!”
“ไปรับผิดชอบของตัวเอง อย่าให้คนอื่นมาลองมือลองตีนให้”
ฉันถอนหายใจ เดินกระทืบเท้าน้อยๆ ลงบ้านไปซักผ้าด้วยท่าทางทุลักทุเล จับๆ บีบๆ โรยผงซักฟอก แล้วขยำๆ ขึ้นพาดกับราวไม้
หลังตากผ้าเสร็จ ฉันก็กลับมาคว้าถ้วยมาม่าไปล้างต่อ เขามองตามทุกฝีก้าว และส่ายหัวซ้ำๆ เหมือนหนักใจกับการกระทำของฉันเต็มทน
‘ถ้ามือฉันด้านละก็ สิ่งถัดไปที่จะทำคือตบปากนายให้แตก!‘
เมื่อแดดเริ่มจางหาย มีเพียงแสงจากโคมตะเกียงกับแสงจันทร์สาดส่องท้องทะเล ฉันคว้าผ้าถุงไปอาบน้ำก่อน เพราะทนเหนียวตัวไม่ไหว ส่องกระจกเล็กๆ ในห้องน้ำก็แทบกรี๊ดออกมา เพราะหน้าฉันเปรอะไปด้วยเขม่าถ่าน จนเหมือนลูกเสือบุกป่า ...ถึงว่า ทำไมไอ้บ้านั่นชอบมองหน้าฉันแล้วขำ
หลังอาบน้ำ สระผมเสร็จ ฉันห่อตัวออกมาด้วยผ้าถุงกระโจมอก จังหวะก้าวขาขึ้น ฉันดันเหยียบชายผ้าถุงตัวเองจนหลุดกองพื้น หน้าคะมำกับบันได กลิ้งลงคลุกทรายเหมือนลูกขนุน
ฟึ้บ!
ตุ๊บ!
“กรี้ดดดดด!”
ฉันกรี้ดลั่นด้วยความใ นั่งลูบหัวเข่าปร้อยๆ หันมองด้านข้างถึงนึกออกมาฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้นคนเดียว เพราะไอ้บ้านั่นนั่งจ้องฉันตาวาว น้ำที่ดื่มไหลเยิ้มออกปากไหลลงเป็ทาง
“ยะ อย่ามองนะ ไอ้โรคจิต” ฉันรีบคว้าผ้าถุงมาห่อตัวปิดส่วนลับไว้ แล้ววิ่งเข้าห้องด้วยความเร็วแสง ชนิดลืมความเจ็บ
ปั้ง!
ฉันปิดประตูอย่างแรง ยืนหอบ ยกมือขึ้นปิดใบหน้า กัดฟันแน่นด้วยความอับอาย ฉันผ้าหลุดต่อหน้าผู้ชาย เปลือยกายอย่างกับเด็กแรกเกิด
หลังตั้งสติได้ ฉันใส่เสื้อผ้าแล้วนอนบนฟูกที่หนาจากพื้นแค่นิ้วเดียว วันนี้ฉันจองที่ก่อน ไอ้บ้านั่นต้องเป็ฝ่ายนอนข้างนอกบ้าง
ก็อกๆ
“อะ อะไร”
“เรียบร้อยรึยัง ฉันจะเข้าไปเสื้อผ้า”
เสียงตอบแทรกผ่านประตูเข้ามา ฉันสำรวจดูรอบห้อง เห็นกระเป๋าเป้สีดำวางอยู่มุมประตู ก็รีบคว้าส่งให้ผ่านซอกที่แง้มให้เล็กๆ
“เอาไป”
“อย่าบอกนะ เธอจะนอนข้างในคนเดียว”
“ทำไม! ทีเมื่อคืนนายยังนอนข้างในคนเดียวเลย วันนี้ก็คิวฉันบ้าง”
“ฉันไม่ได้ล็อคห้องซะหน่อย เธอมีมือก็เปิดเข้ามาซิ”
“ให้ฉันเปิดเข้าไปนอนกับผู้ชายอันตรายอย่างนายเนี้ยนะ”
“ทำไม.. เธอกลัวตัวเองจะขึ้นขย่มฉันรึไง”
“อะ ไอ้บ้า! นี่นายกล้าพูดเื่พวกนี้หน้าตาเฉยได้ไง ฉันเป็ผู้หญิงนะ”
“อ่อโทษที ฉันลืมว่าเธอเป็ผู้หญิง พอดี มองยังไงก็ไม่มีความเป็ผู้หญิงเลยน่ะ”
เขาพูด พลางเหล่ตามองฉัน ทำมือชี้ๆ ตามจุดบอบบาง แล้วเบะปากใส่
“ปากหมาเหลือเกินนะ ฉันจะนอนในนี้ นายนอนข้างนอก จบ!”
“ไม่! นี่บ้านฉัน ฉันจะนอนข้างใน”
“แต่ฉันจองที่ก่อนนะ!”
“งั้นก็นอนด้วยกัน ฟูกตั้งใหญ่…”
“ใครจะนอนกับโรคจิตแบบนาย”
“โรคจิตบ้าอะไร เธอเปลื้องผ้าโชว์ฉันเองนิ ฉันแทบจะควักลูกตาออกมาล้างน้ำอยู่แล้ว.. ฝันร้ายแน่”
“ไอ้บ้า! นอนข้างนอกไปเถอะย่ะ”
ปั้ง!
ฉันปิดประตูใส่หน้าเขา ยืนกรี้ด เก็บอารมณ์ในใจ ผ่านไปพักใหญ่ เสียงเดินแถวนอกกระชานบ้านเงียบลง ฉันแอบมองผ่านซอกแผ่นไม้ฝาผนัง เห็นไอ้โรคจิต นอนตบยุงอยู่ในเปล พร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย
หันกลับมามองฟูกตัวเอง ที่ไร้ซึ่งความหนานุ่ม ผ้าห่มผืนบางกับมุ้งสีชมพูแป๋นกางอยู่ก็ถอนหายใจออกมา
“ใครจะนอนลง ร้อนก็ร้อน ยุงก็เยอะ เสียงแมลงร้องแสบหูอีก… เฮ้อ คิดถึงคอนโดฉันจัง คิดถึงลูกชายทั้งหลายของฉันด้วย”
ฉันบ่นพึมพำด้วยน้ำตาคลอเบ้า ภาพแห่งความสุขที่นอนบนเตียงหนานุ่ม ผ้าขนเป็ดชั้นพรีเมี่ยม กับแอร์ที่เปิดจนฉ่ำปอด และความเร้าใจหลังพวงมาลัยของลูกชายคันโปรด ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า
มาอยู่ที่นี่แค่ 2 วัน แต่ฉันรู้สึกเหมือนอยู่เป็แรมปี ลำบากทั้งกาย ทั้งใจ แถมปวดประสาทกับหมาบ้าสุดๆ
‘ต้องทำยังไง ฉันถึงจะได้หลุดพ้นจากนรกขุมนี้ซะทีนะ’