หากเื่ราวของเขาแพร่งพรายออกไปคงต้องเกิดความโกลาหลขึ้นเป็แน่เปลวเพลิงฟ้า์นี้แข็งแกร่งเป็อย่างมากใบหน้าของเฟิ่งหยูเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ เขาหยิบคัมภีร์โอสถ์ขึ้นมาของสิ่งนี้ได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ นั่นหมายความว่าคัมภีร์นี้จะต้องเป็วิชาระดับสูง
“เ้าผ่านการทดสอบแล้ว”
เสียงชายชราดังขึ้นอีกครั้ง
“เ้าคือเ้าของเจดีย์ฟ้า์คนใหม่”
เฟิ่งหยูได้ยินแต่เสียงมองไม่เห็นใครจึงได้เอ่ยถามไป
“ท่านผู้าุโเจดีย์ฟ้า์คืออะไร” เสียงชายชราฟังดูแล้วใกล้หมดแรง อธิบายด้วยเสียงแหบแห้ง
“เจดีย์ฟ้า์มีอยู่ทั้งหมดเก้าชั้นแต่ละชั้นมีเงื่อนไขไม่เหมือนกันถึงจะเปิดได้เ้าในตอนนี้สามารถเปิดได้เพียงชั้นแรกเท่านั้นแต่ก็นับว่ามีประโยชน์ต่อเ้าไม่น้อย เจดีย์ฟ้า์ในชั้นแรกนี้เมื่อเปิดขึ้นจะมีขนาดเท่าที่เ้าเห็นเท่านั้น”
“เมื่อเปิดชั้นที่สองจะมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกมากและประโยชน์ที่ได้รับก็จะมากตามไปด้วย พลังฟ้าดินจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญเมื่อเ้าฝึกอยู่ในหอคอยฟ้า์นี้ ระยะเวลา 1 ชั่วยามข้างนอกนั้นเท่ากับเวลาหนึ่งเดือนในหอคอยนี้หากเ้าฝึกฝนอยู่ในหอคอยนี้หนึ่งปี ระยะเวลาภายนอกนั้นจะผ่านไปเพียงแค่สิบสองชั่วยามเท่านั้น”เสียงชายชรากล่าวอธิบาย
“ส่วนคัมภีร์โอสถ์ที่เ้าได้รับมานั้นเป็คัมภีร์เกี่ยวกับการปรุงโอสถและสมุนไพรต่าง ๆ ั้แ่ระดับแรก ไปจนถึงระดับที่เ้าไม่สามารถคาดเดาได้”
“ระดับที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย”เฟิ่งหยูใ และดีใจเป็อย่างมากเขาต้องเรียนรู้และฝึกหลอมโอสถให้ได้ เพื่อบิดามารดาของเขา
“ตอนนี้เ้าจงทำสัญญาเป็เ้าของคนใหม่ของหอคอยฟ้า์นี้ได้แล้วถึงเวลาที่ข้าต้องพักผ่อนแล้ว”เสียงแหบแห้ง หมดเรี่ยวแรงกล่าวขึ้น
“ขอบคุณท่านผู้าุโไม่ทราบว่าข้าน้อยจะเรียกท่านผู้าุโ...........”
“เ้าเรียกข้าว่าอู่หวังฉี ก็แล้วกัน” เสียงชายชราเอ่ยตอบกลับมา
“ตอนนี้เ้ากลับออกไปก่อนเถอะข้างนอกคงวุ่นวายกันน่าดูและดูเหมือนบิดาของเ้ากำลังตามหาเ้าอยู่”
“จงจำไว้พยายามอย่าให้ใครรู้เื่ราวของคัมภีร์โอสถ์และเจดีย์ฟ้า์เป็อันขาด เพราะจะนำภัยมหันต์มาสู่เ้าและครอบครัว”
“ขอรับท่านผู้าุโข้าน้อยจะไม่ให้ใครรู้เื่นี้เป็อันขาด”
เฟิ่งหยูรับปากอย่างหนักแน่นเขาตระหนักได้ด้วยตนเองถึงแม้ผู้าุโ อู่หวังฉีจะไม่เตือนเขาเขารู้ว่าจะมีอันตรายต่อเขาและครอบครัวรวมถึงตระกูลหากมีคนอื่นล่วงรู้มันคงเกิดาครั้งใหญ่เป็แน่
ด้านนอกมิติเจดีย์ฟ้า์.....
เมื่อเหตุการณ์สงบเฟิ่งหานหลี่รีบตะบึงขึ้นสู่ยอดเขา เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม ตามหาเฟิ่งหยูหายังไงก็หาไม่เจอจนเขาแทบทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเสียใจ แต่ทันใดนั้น
เฟิ่งหยูก็ปรากฏตัวขึ้นเขารีบพาตัวเฟิ่งหยู่ออกจากยอดเขาอย่างรีบร้อนเขาไม่รู้เฟิ่งหยู่ได้รับสิ่งใดมาบ้างแต่เขาต้องรีบนำตัวบุตรชายออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด เฟิ่งหานหลี่เป็ยอดยุทธ์ที่อยู่ในระดับนภาในเมืองนี้มีจอมยุทธ์ระดับนภาไม่เกินยี่สิบคน ระดับ์มีเพียงสามคนและเ้าเมืองอยู่ในระดับราชัน์ ซึ่งเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้แล้ว
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามมีจอมยุทธ์เดินทางมาถึงยอดเขาแห่งนี้จำนวนมาก พวกเขาไม่กล้าเข้ามาในตอนแรกเพราะกลัวว่าจะเป็จอมยุทธ์ระดับสูงต่อสู้กันซึ่งแต่ละคนหาได้รู้ไม่ว่าเป็สมบัติ์กำเนิดขึ้นมาหากพวกเขารู้คงเกิดาแย่งชิง ต่อเนื่องหลายปีเป็แน่แท้
เฟิ่งหยูและบิดา กลับมาถึงบ้าน เฟิ่งหานหลี่บอกให้เฟิ่งหยูกลับไปพักผ่อนก่อนแล้วค่อยเล่ารายละเอียดให้เขาฟังทีหลัง
หลังจากที่เขาสำรวจและเห็นว่าเฟิ่งหยูสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตแดนขั้นที่เก้าแล้วเขาตื่นเต้นเป็อย่างมาก และเขายิ่งห่วงความปลอดภัยของลูกชายของเขา
ตอนเย็นเฟิ่งหลิงเจียจัดเตรียมกับข้าวเสร็จจึงเรียกสองพ่อลูกมานั่งทานข้าว เฟิ่งหานหลี่จึงเอ่ยถามกับเฟิ่งหยู
“เ้าไปเจออะไรในวันนี้ทำไมพ่อตามหาเ้าตั้งนานแต่กลับไม่เจอ แล้วทำไมพลังยุทธ์เ้าถึงได้ก้าวหน้าเร็วขนาดนี้”
เฟิ่งหยูมองหน้าบิดามารดาของเขาและกล่าวว่า
“ข้าได้พบกับอาจารย์ของข้าและเขาได้ชำระร่างกายให้กับข้าพร้อมกับให้โอสถแก่ข้าด้วย”
เฟิ่งอยูไม่อยากให้บิดามารดา ต้องรับรู้เื่จริง เขาจึงอ้างอาจารย์ที่ไม่มีตัวตนแทน
“แล้วอาจารย์เ้าเขาได้สอนอะไรให้กับเ้าบ้างเขาสอนวิชาโอสถให้กับข้า”
เฟิ่งหยูกล่าว ออกไปเพราะยังไงเขาก็ต้องศึกษาคัมภีร์โอสถ์อยู่แล้ว เฟิ่งหานหลี่และเฟิ่งหลี่เจียดีใจเป็อย่างมากพวกเขาไม่ได้ถามอะไรมากเกี่ยวกับอาจารย์ของเฟิ่งหยูเพราะพวกเขารู้ว่าบุคคลระดับนั้นจะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่เป็อย่างมากและเขาก็ดีใจที่เฟิ่งหยูได้มีอาจารย์แบบนั้น
“ข้าต้องขอให้ท่านพ่อ ท่านแม่ปิดเื่นี้เป็ความลับด้วย เพราะอาจารย์ของข้าไม่อยากให้ใครรู้ท่านอยากอยู่อย่างสงบ ไม่อยากให้ใครไปรบกวน” ทั้งสองสามีภรรยา พยักหน้ารับและรับปากกับเฟิ่งหยูว่าจะไม่บอกใครเป็อันขาด
“แต่ข้าต้องรายงานตระกูลก่อนเพื่อที่เราจะได้กลับไปอยู่ที่ตระกูลเฟิ่งจากนี้ไปเราคงไปไม่ลำบากกันอีกแล้ว”
เฟิ่งหานหลี่กล่าวออกมาพร้อมกับหยิบกล่องไม้ที่เตรียมไว้ให้กับเฟิ่งหยู
เฟิ่งหยูเปิดกล่องออกมาดูมันคือคัมภีร์วิชายุทธ์สองม้วน ม้วนแรกชื่อ เท้าเหยียบนภา ม้วนที่สองเป็คัมภีร์หมัด ชื่อหมัดทะลายภูผา ขอบคุณท่านพ่อ
“ท่านพ่อข้าอยากเรียนวิธีซ่อนลมปราณท่านพ่อสอนข้าได้หรือไม่”
เฟิงหานหลี่มองออกว่าเฟิ่งหยูคิดอะไรอยู่
“ได้เดียวพ่อสอนให้เ้าเองแต่วิชานี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากแต่หากฝึกสำเร็จแล้วสามารถหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถปกปิดพลังลมปราณและพลังยุทธ์ของเ้าได้แม้แต่ขั้นนภาเองก็ยังมองระดับของเ้าไม่ออก หากเ้าฝึกฝนจนชำนาญแม้แต่ระดับราชันเทวะก็ยังไม่สามารถจับััของเ้าได้สิ่งนี้ข้าได้รับการสืบทอดมาจากปู่ทวดของเ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”
เฟิ่งอยูดีใจเป็อย่างมากหลังจากหลายปีที่พวกเขาต้องทนลำบากเขา้าเอาคืนพวกที่เคยรังแกเขาโดยเฉพาะตาเฒ่าทั้งหลายในตระกูล