พอได้ยินว่าฉินซู่ปลอดภัยและขาของเขาก็ไม่เป็อะไรทุกคนจึงค่อยๆ วางใจ
การผ่าตัดครั้งนี้ใช้เวลานานถึงเจ็ดแปดชั่วโมงพวกเขารอั้แ่เที่ยงวันยันค่ำมืด
"สหายต่งเป็คนผ่าตัดเองจริงๆเหรอครับ?" หลี่ลี่แทบไม่อยากจะเชื่อ
เขาทำงานอยู่ในตำบลมาตลอดหลายวันแล้วที่ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้าน เลยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ไปทำงานอยู่ที่สถานีอนามัยของหมอหลี่แล้ว
ตอนนี้ในใจเขามีแต่ความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ
"ใช่ครับ" เผยเห่อไม่ได้สนใจกับความอยากรู้อยากเห็นของหลี่ลี่ แต่กลับยิ้มและพูดว่า"เป็ภรรยาของเขาที่ผ่าตัดเองครับพวกเราที่เป็หมอยังเก่งสู้เธอไม่ได้เลย"
"ตอนนี้อาการเป็ยังไงบ้าง?"ชายวัยกลางคนไม่ได้ถามอะไรมาก เขาสนิทกับต่งเสี่ยวเสี่ยวมากกว่าก็เลยเฝ้าอยู่จนถึงตอนนี้
"ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ขาของเขาาเ็สาหัสมาก ถึงการผ่าตัดจะสำเร็จแต่ก็ต้องเฝ้าดูอาการและรักษาต่อไปครับ"
"พวกคุณไม่ต้องห่วงผมเชื่อว่าถ้าภรรยาของเขาอยู่ด้วย อาการของเขาคงจะดีขึ้นในเร็ววันแน่นอนครับ"พูดจบเผยเห่อก็พาเจียงหนิงและคนอื่นๆ เดินออกไป
วันนี้ที่เขาพาคนนอกเข้าไปในห้องผ่าตัดเป็การฝ่าฝืนกฎของโรงพยาบาลตอนนี้เขาต้องไปคุยเื่นี้กับผู้อำนวยการก่อน
เผยเห่อและคนอื่นๆ เพิ่งจะออกไปได้ไม่นานพยาบาลก็ประคองต่งเสี่ยวเสี่ยวออกมาจากห้องพักของผู้ป่วยด้านหลังเป็เตียงรถเข็นที่ฉินซู่นอนอยู่
พอส่งพวกเขาไปที่ห้องพักผู้ป่วยแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอนหลังพิงเก้าอี้และหอบหายใจออกมา"ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอบคุณทุกคนที่ส่งฉินซู่มาโรงพยาบาลนะคะ"
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยเสียงแหบแห้ง "ทุกคนกลับไปก่อนเถอะค่ะที่เหลือให้ฉันจัดการเอง"
หลี่ลี่มองดูต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วรู้สึกแปลกใจ
ถึงเขาจะไม่ค่อยได้กลับหมู่บ้านแต่ชื่อเสียงของต่งเสี่ยวเสี่ยวเขาก็พอได้ยินมาบ้างนี่มันใช่ท่าทางของคนที่เอาแต่ใจตัวเองและขี้โวยวายตรงไหนกัน?
"เอาล่ะ งั้นพวกเราไปกันเถอะ"ชายวัยกลางคนพูดทัก พรุ่งนี้พวกเขาจะมาเยี่ยมใหม่
ชายวัยกลางคนเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยเป็คนสุดท้ายตอนที่เดินออกไปก็เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวเอนหลังพิงกำแพงอย่างเหนื่อยล้าและยังเอามือกุมท้องอยู่ด้วย
เขาคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินตามทุกคนออกไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนอนพักอยู่ที่นี่ประมาณยี่สิบกว่านาทีเหมือนกับฝันไป พอลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนแรงชายวัยกลางคนก็ถือของเข้ามาในห้อง
"พี่ใหญ่คะ นี่มันอะไรกัน?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจ พี่ใหญ่วางของกินลงบนโต๊ะ"เธอเข้าไปผ่าตัดตั้งหลายชั่วโมง กินอะไรหน่อยเถอะคืนนี้จะได้มีแรงดูแลฉินซู่"
คนบ้านเดียวกันมักจะมีความหวังดีให้กันเสมอต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าขอบคุณ "ขอบคุณนะคะพี่ใหญ่"
"ฉันได้ยินว่าที่บ้านยังมีลูกอีกสองคนเธอจะกลับไปก่อนไหม?" พี่ใหญ่ยิ้มแหยๆ "ยังไงซะฉันก็ยังโสด ไม่มีครอบครัวไม่มีเมียที่ต้องดูแลฉันจะอยู่ที่นี่ดูฉินซู่เอง"
"เธอค่อยมาพรุ่งนี้เช้าดีไหม?"
พี่ใหญ่พูดพลางบอกว่าเขารู้จักกับฉินซู่มานานแล้วสองคนพูดคุยถูกคอกัน และมักจะกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ
และได้พูดคุยกันอยู่บ่อยครั้งแต่ส่วนใหญ่ก็จะพูดถึงเื่ลูกทั้งสองคน
ตอนที่พี่ใหญ่ออกไปซื้อข้าวเขาก็คิดถึงเื่นี้ จึงได้ยกเื่นี้ขึ้นมาพูดกับต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกัดริมฝีปากเธออยากจะอยู่ที่นี่ดูแลฉินซู่ เพราะคืนแรกหลังผ่าตัดยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
แต่ลูกทั้งสองคนที่บ้านก็...
ถึงเธอจะฝากเสิ่นต้าลี่พาเด็กๆกลับบ้านไปก่อนแล้ว แต่พอนึกดูดีๆ จากนิสัยหัวดื้อของฉินไห่หยางคงไม่ยอมไปบ้านเสิ่นแน่
พอคิดได้แบบนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มร้อนใจ รีบลุกขึ้น "ฉันไปบอกคุณหมอเผยก่อนนะคะคืนนี้ฝากพวกคุณด้วย พรุ่งนี้เช้าฉันจะพาเด็กๆ มาเยี่ยมค่ะ"
"รบกวนพี่ใหญ่ด้วยค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็รีบเดินออกไปพอดีกับที่เผยเห่อคุยกับผู้อำนวยการเสร็จแล้วกำลังเดินตรงมา
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวเขายังมีเื่อยากจะพูดคุยกับเธออยู่บ้างแต่เธอรีบร้อนฝากฝังธุระเสร็จก็หันหลังวิ่งจากไปทันที
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะโบกรถ แต่บนถนนก็ไม่มีรถสักคัน
เธอเลยทำได้แค่เดินไปพลางโบกรถไปพลางจนกระทั่งใกล้จะถึงหมู่บ้านแล้วก็เจอรถม้าเล็กคันหนึ่งกำลังบรรทุกของกลับไปที่หมู่บ้านข้างๆ
พอเล่าเื่ต่างๆ ให้คนขับม้าฟังคนขับก็ยอมให้เธอขึ้นรถม้ามาด้วย
"น้องสาวเธอออกมาข้างนอกตอนกลางคืนมันไม่ปลอดภัยนะ!" คนขับรถม้าเป็ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าๆบนรถบรรทุกเกลือและเครื่องปรุงรส เขาไปซื้อของใช้ทั่วไปให้ชาวบ้านในหมู่บ้านข้างๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจอย่างหนัก"ที่บ้านยังมีลูกๆ อยู่น่ะค่ะ"
เขาไม่ได้พูดอะไรอีกคนขับม้ามองดูเธอแล้วก็ไม่อยากซักไซ้อะไรอีก เขาเลยส่งเธอที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบควักเงินที่ยับยู่ยี่ออกมาสองสามใบคนขับม้าหัวเราะออกมา "ขอบคุณเธอมากกว่าที่มาเป็เพื่อนฉันตลอดทางรีบกลับไปเถอะ"
พูดจบเขาก็หันม้าแล้วจากไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ลังเลอะไรเธอหันหลังเดินตรงไปยังบ้านของเธอ พอไปถึงก็เห็นว่าไฟในบ้านยังเปิดอยู่
เธอรีบผลักประตูเข้าไปฉินไห่เยว่และฉินไห่หยางได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาข้างนอกทันที
ตอนที่ฉินไห่เยว่วิ่งผ่านประตูเธอสะดุดธรณีประตูโดยไม่ทันไม่ตั้งตัว จนล้มลงกับพื้นเสียงดัง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาจึงเห็นว่าที่หน้าผากของเด็กน้อยมีแผล
เธอรีบอุ้มฉินไห่เยว่เข้าไปในบ้าน เป่าเบาๆไปที่หน้าผากของเขา "ไห่เยว่ไม่ต้องกลัวนะแม่เป่าให้แล้ว"
ลมหายใจอุ่นๆปะทะเข้าที่หน้าผากของฉินไห่เยว่ เธอรู้สึกถึงความคุ้นเคยขึ้นมาในทันทีเธอเลยหยุดดิ้น และปล่อยให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มเธอไว้แบบนั้น
พอห้ามเืเสร็จแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นรอยแผล เธอรื้อหาของในตู้จนเจอผ้าก๊อซที่เหลืออยู่นิดหน่อย
วุ่นวายอยู่พักใหญ่เธอก็ออกไปหาสมุนไพรมาตำให้ละเอียดแล้วแปะลงไป จากนั้นก็ใช้ผ้าก๊อซและเทปติดไว้
ฉินไห่หยางยืนอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำได้แต่ยืนมองต่งเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังวุ่นวายอยู่แบบนั้น
รอจนกระทั่งทำแผลเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอนหลังพิงเตียงแล้วถอนหายใจออกมา "ไห่เยว่ ตอนนี้ลูกยังเจ็บอยู่ไหม?"
"ไม่เจ็บแล้วค่ะ" ฉินไห่เยว่พูดเสียงเบา ก่อนจะนึกอะไรสำคัญขึ้นมาได้เธอรีบะโขึ้นมาแล้วจับมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาไว้ "พ่อหนูเป็ยังไงบ้างคะ?"
ฉินไห่หยางวิ่งตามเข้ามาทันที
ตอนที่เขาวิ่งมาท้องของเด็กสองคนก็ร้องโครกครากออกมา พวกเขาหน้าแดงด้วยเขินอายแต่ก็ยังมองต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างไม่ละสายตา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจโชคดีที่เธอกลับมาบ้าน "ไม่ต้องห่วงพ่อของพวกลูกผ่าตัดสำเร็จ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว"
"แล้วอาเสิ่นล่ะ?"
เมื่อรู้ว่าพ่อปลอดภัยแล้วฉินไห่เย่วและฉินไห่หยางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะตอบอย่างแ่เบาว่า"อาเสิ่นเฝ้าพวกเราอยู่ที่นี่ตลอด พวกเราก็ไม่ทำอะไรเลยยังไม่ได้กินข้าวด้วย พอดีที่บ้านเขามีเื่ด่วน ก็เลยกลับไปก่อน"
พอได้ยินแบบนี้แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ "แม่จะไปดูว่าในครัวมีอะไรเหลืออยู่บ้างจะได้ทำอะไรให้พวกลูกกินกันก่อนพรุ่งนี้เช้าแม่จะพาพวกลูกไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลนะ"
ตอนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหนื่อยมากแต่เธอก็ยังฝืนยิ้มออกมา
พอเดินไปถึงประตู ท้องของเธอก็ร้องดังออกมา
บรรยากาศในห้องก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันทีเธอหัวเราะกลบเกลื่อน "แม่ลืมกินข้าวไปเลยเดี๋ยวแม่จะไปทำเดี๋ยวนี้ล่ะ"
เมื่อเข้าไปในครัวก็พบว่าไม่มีอะไรให้กินแล้วเหลือแค่ไข่ไก่สองฟองกับมะเขือเทศอีกนิดหน่อย
เธอใช้ของพวกนี้ทำบะหมี่ไข่มะเขือเทศสามชามหลังจากกินเสร็จพวกเขาก็รีบเข้านอน