“หรงหรง ดูใครเดินมาโน่นสิ นั่นไม่ใช่พี่สาวของเธอหรอกหรือ แต่ดูๆ ไป ทำไมหล่อนถึงไม่มีราศีของลูกคุณหนูเอาเสียเลยล่ะ หรือว่าจริงๆ แล้วเกาจิ้งฮวาเป็ลูกที่พ่อของเธอรับอุปการะไว้เท่านั้น” อ้ายฉิงพูดขึ้น
“อาฉิง เธอพูดอะไรอย่างนั้นล่ะ คุณหนูหวาหวาน่ะ เธอเป็ดาวเด่นของห้องฉันเลยนะ ทั้งเื่นิสัยดี มีน้ำใจ แถมยังเรียนเก่งที่สุดในห้องด้วย ความสามารถเพียบพร้อมอย่างนี้ไม่มีทางที่จะเป็แค่เด็กในอุปการะหรอก” อ้ายฉือแสร้งทำเป็แย้งคำพูดน้องสาว
“เื่นั้นมันจะเอามาสรุปได้ที่ไหนล่ะพี่ฉือ นี่หรงหรง ฉันเคยได้ยินข่าวมาเหมือนกันนะว่าภรรยาเก่าของพ่อเธอน่ะ เป็ผู้หญิงไม่ดี มีข่าวฉาวโฉ่มากที่สุดในยุคนั้นเลยนะ แม่ฉันยังเคยเล่าให้ฟังเลย เธอช่วยบอกฉันหน่อยสิว่ามันเป็เื่จริงอย่างที่คนเขาพูดกันหรือเปล่า” อ้ายฉิงยังพูดต่อ
“ไม่รู้สิ ตอนนั้นฉันยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ ฉันก็เลยตอบพวกเธอไม่ได้ แต่ว่า...ข่าวลือถ้ามันไม่มีมูล มันจะถูกคนอื่นพูดขึ้นมาได้ยังไง จริงไหมเกาจิ้งฮวา” เกาหรงเรียกชื่อพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ให้ความเคารพเลยแม้แต่น้อย
เกาจิ้งฮวาไม่ได้หันไปโต้ตอบกับเด็กหญิงเกเรทั้งสามคน เธอรีบเดินไปซื้อขนมปังกับนมเพื่อกินเป็มื้อเที่ยง เธอกินมื้อเที่ยงอย่างนี้ทุกวันเพราะแม่เลี้ยงไม่ได้ให้เงินไปโรงเรียนตามที่บิดาสั่งไว้ และเธอก็ไม่กล้าบอกกับเขาเพราะกลัวว่าเธอกับพี่ชายจะต้องถูกทำโทษด้วยการให้อดอาหารหากบิดาต้องเดินทางไปติดต่องานที่ต่างประเทศ
อ้ายฉือทนไม่ไหวเมื่อเห็นเกาจิ้งฮวาเมินกับคำพูดของเกาหรง เธอจึงเดินไปขวางหน้าเกาจิ้งฮวาเอาไว้ “นี่ยัยลูกไม่มีแม่ เธอไม่ได้ยินที่หรงหรงถามเธออยู่หรือ แม่ของเธอทำเื่ไม่ดีลับหลังพ่อเธอจริงหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นเธอเป็ลูกของใครล่ะ เธออาจจะไม่มีสายเืเดียวกับหรงหรงเลยก็ได้นะ”
“หลีกไป ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ” เกาจิ้งฮวาพยายามจะเดินเบี่ยงออกไปแต่ก็ยังถูกอ้ายฉือขวางเอาไว้
“เธอกล้าเมินคำพูดของฉันหรือ” อ้ายฉือคว้านมกับขนมปังในมือของเกาจิ้งฮวาแล้วโยนลงถังขยะไป “ไปหยิบขึ้นมากินสิ ไม่ใช่ว่าเธอเคยชินกับอาหารแบบนี้หรอกหรือ”
“พี่ฉือ พี่ทำอย่างนั้นได้ยังไง” อ้ายฉิงพูดพร้อมกับยกถาดอาหารที่เธอกินเหลือมาใส่มือเกาจิ้งฮวา “พี่จิ้งฮวา ฉันขอโทษแทนพี่สาวฉันด้วยนะ พี่กินข้าวในถาดนี้ก่อน ฉันเพิ่งกินไปไม่กี่คำ พี่ตัวเล็กนิดเดียว ข้าวแค่นี้คงจะพอนะคะ”
สองพี่น้องแซ่อ้ายหัวเราะเสียงดัง ทั้งคู่ไม่ลืมที่จะหันไปมองสีหน้าของเกาหรงด้วย เมื่อเห็นว่าเกาหรงนั่งอมยิ้มอยู่ ทั้งคู่จึงยิ้มรับและคิดในใจว่าวันนี้พวกเธอต้องได้รางวัลใหญ่ไม่น้อยเป็ค่าตอบแทนด้วยแน่ๆ
นักเรียนที่นั่งอยู่ในโรงอาหารไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเกาจิ้งฮวาเลยแม้แต่คนเดียว เพราะทุกคนต่างก็กลัวความร้ายกาจของพี่น้องแซ่อ้าย อีกทั้งเกาหรงยังมีคุณพ่อเป็ถึงประธานบริษัทผลิตอาหารแปรรูปรายใหญ่ของประเทศอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักเรียนในโรงเรียนต่างก็กลัวและไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงเกเรทั้งสามคนนี้
เกาจิ้งฮวาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างพยายามระงับความโกรธเอาไว้ อีกไม่กี่วันเธอก็จะจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้นแล้ว เธอจึงไม่อยากให้มีเื่ทะเลาะเบาะแว้งในโรงเรียนเกิดขึ้น
เกาหรงเห็นอย่างนั้นก็ไม่อยากให้เื่สนุกจบลงเร็วนัก เธอแกล้งปัดมือไปโดนถาดอาหารเข้าเต็มๆ “โอ๊ะ...ขอโทษด้วยนะฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เศษอาหารเปื้อนกระโปรงเลอะไปจนถึงรองเท้านักเรียน เกาจิ้งฮวามองหน้าเกาหรงนิ่ง “ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเธอก็รู้ดี ในเมื่อมือไม้อ่อนจนควบคุมทิศทางไม่ได้ขนาดนี้ ฉันแนะนำให้เธอไปพบคุณหมอด่วนเลยนะ ก่อนที่ประสาทสั่งการส่วนอื่นจะใช้งานไม่ได้ตามไปด้วย”
“แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” เกาหรงพูดอย่างโมโห
อ้ายฉิงรีบใช้มือถือค้นหาคำว่าประสาทสั่งการทันที ก่อนที่จะยื่นให้เกาหรงดู “เกาจิ้งฮวาคงหมายความว่าสมองของเธออาจจะทำงานได้ไม่ดีหรือเปล่า”
เกาจิ้งฮวาไม่ได้อยู่ต่อ เธอรีบเดินออกจากโรงอาหารเพื่อไปทำความสะอาดเสื้อผ้า วันนี้ก่อนเริ่มเรียน่บ่ายเธอมีนัดกับอาจารย์แนะแนว เพื่อปรึกษาเื่การเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมปลาย และที่สำคัญเธออยากรู้เื่ทุนการศึกษามากที่สุด
เกาจิ้งหยวนนั่งดูคลิปวิดีโอที่ถูกส่งมาอยู่เงียบๆ เพราะเขากับน้องสาวเข้าเรียนอยู่คนละโรงเรียน ตัวเขาเรียนอยู่โรงเรียนชายล้วน ส่วนน้องสาวเรียนอยู่โรงเรียนสตรี ถึงแม้บางครั้งบิดาจะทำตัวห่างเหินจากสองพี่น้องไปบ้าง แต่เื่การเรียนบิดาของพวกเขาให้ความสนใจเป็อย่างมาก อีกทั้งเกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวาต่างก็เรียนดีกันทั้งคู่ พวกเขาจึงได้เข้าเรียนที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง ผิดกับเกาหรงที่ต้องใช้เส้นสายของคุณตาคุณยายและเงินบริจาคจำนวนมากเพื่อให้ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสตรีชั้นนำของเมือง
เมื่อคราวที่เกาจิ้งหยวนรู้ว่าน้องสาวมักจะถูกเกาหรงและสองพี่น้องแซ่อ้ายรังแกที่โรงเรียน เขาจึงไปจ้างนักเรียนหญิงที่มีไหวพริบหลายคนให้คอยติดตามดูน้องสาวของเขาอยู่ห่างๆ แต่เขาก็ไม่ได้ให้เด็กหญิงเ่าั้ยื่นมือเข้าไปช่วย เขาแค่้าหลักฐานมาไว้ในมือเท่านั้น ส่วนเื่อื่นเขาจะเป็คนจัดการเอง
“จิ้งหยวน นายมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว”
หลิวตงเป่าเป็ลูกชายคนเดียวของคุณลุงหลิว เลขาส่วนตัวของบิดาเกาจิ้งหยวน แม่ของหลิวตงเป่าเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ คุณลุงหลิวเลี้ยงหลิวตงเป่ามาด้วยตัวเอง เพราะคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของเขาต่างก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว เรียกได้ว่าหลิวตงเป่าเติบโตมากับบิดาแค่สองคนเท่านั้น เพราะเขาเกิดปีเดียวกับเกาจิ้งหยวนและเกาจิ้งฮวา ทำให้เด็กทั้งสามถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันและสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง
“วันนี้นายว่างไหม เลิกเรียนเราไปรับหวาหวาที่โรงเรียนด้วยกัน” เกาจิ้งหยวนบอก
“ได้อยู่แล้ว ค่าเสียเวลาของฉันไม่มาก นายเลี้ยงบะหมี่เ้าประจำของเราให้ฉันสักชามก็พอ น้ำอัดลมไม่ต้องเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” หลิวตงเป่าพูดพร้อมกับยักคิ้ว
“ขี้งก” เกาจิ้งหยวนยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า