ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 13/06/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 4
แสงไฟสปอร์ตไลต์เย็นจัดสะท้อนผิวกระจกใต้อุ้งเท้า...
เสียงพนักงานเทสต์ไมค์จบลงพร้อมสัญญาณ “ห้านาทีถึงเวลาจริง” จากทีมโปรดักชัน
และในจังหวะที่เวทีซ้อมใหญ่แถลงข่าว Couple Campaign ถูกสั่งให้เตรียมขึ้นแสดง วินก้าวเท้าตามคนข้างกายด้วยจังหวะที่เหมือนหุ่นยนต์
“ยืนตรงนี้ครับคุณวิน”
เ้าหน้าที่ฝ่ายอีเวนต์แตะปลายแขนเขาเบา ๆ ก่อนถอยหลังหนึ่งก้าว
วินพยักหน้ารับ แม้ความรู้สึกในอกจะไม่ได้เรียบง่ายเท่าท่าทีที่แสดงออก
เวทีถูกจัดให้โปร่งแสง ใต้พื้นเป็แผ่น LED ฉายกราฟิกสีฟ้าเทาแบบคอร์ปอเรต
แผ่นหลังเป็โลโก้แบรนด์ในเครือเศวตาธรเรียงรายซ้อนกันจนเหมือนผนังโฆษณา
และที่ยิ่งกว่าความแวววาวของแบ็คดรอป ก็คือภาพสะท้อนของเขาและธาที่ปรากฏใต้ฝ่าเท้าบนกระจกเวทีนี้
‘ไม่มีที่ให้หลบ’
วินกลั้นลมหายใจขณะทีมซ้อมยื่นไมค์มาให้ พนักงาน MC พูดเล่นข้างเวทีว่า
“อย่าลืมนะคะ ตอนท้ายต้องพูดว่า ‘รักที่ไร้เงื่อนไข’ ตามสคริปต์...เราจะใช้เป็คีย์วลีขายแคมเปญเลยค่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าตึงเครียดในเสี้ยววินาทีนั้นถูกบดบังโดยธาที่ยืนข้าง ๆ รับไมค์พร้อมพยักหน้ารับคำ
“...คุณธารู้อยู่แล้วเหรอครับ?” เสียงถามในคอแทบไม่ดัง
อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่สายตานิ่งเฉียบสบกลับเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบือนหน้าไปด้านหน้าเวทีราวกับเตรียมขึ้นจุดเริ่มต้น
หางตาวินกะพริบรับความจริงเขาไม่ได้ฝันไป
ทีม MC เปลี่ยนสคริปต์...
และเขาเป็คนเดียวที่ไม่รู้
“3...2...1...ซ้อมเริ่ม!”
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นก่อนไฟเวทีสว่างพรึ่บ
แสงจากด้านหน้าสาดเข้าตาเต็มแรงจนเขาต้องกระพริบถี่
กล้องซ้อมหมุนเข้าประจำจุด ทีมโปรดักชันหลังกล้องเงียบกริบในความตั้งใจจับคำทุกประโยค
MC กล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงสบายหู จากนั้นก็โอนบทให้ คู่พันธะเรือธง กล่าวจบแคมเปญ
ตามสคริปต์ที่เขาเพิ่งรู้ว่าสะกดไว้ด้วยคำว่า รักที่ไร้เงื่อนไข
“คุณวินครับ”
วินรับไมค์ต่อจาก MC
กล้ามเนื้อที่นิ้วชาหนึบ
ใจเต้นไม่เป็จังหวะ
คำพูดในหัวปะทะกันอื้ออึง
ถ้าพูดตามสคริปต์ = ตอกย้ำว่าตนยินยอมพร้อมใจในความสัมพันธ์ที่ถูกบีบบังคับ
ถ้าไม่พูดตาม = ทำลายภาพลักษณ์บริษัท และเสี่ยงลากธาติดิ่งไปด้วย
ลมหายใจขาด่ เขาเงยหน้ามองเวทีตรงหน้าซึ่งฉายภาพสะท้อนตัวเองข้างอัลฟ่าผู้เป็เ้าของบริษัท
ดวงตาวาววับจากสื่อและทีมงานสะท้อนเข้ามาในม่านตาเหมือนหมุดนับสิบจ้องแทง
เขาต้องไม่พลาด...ไม่ว่าจะรู้สึกยังไง
“...และในฐานะคู่พันธะที่ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็ผู้ร่วมทุกการตัดสินใจ เราขอสัญญา”
เสียงวินนิ่ง เสียงจากลำคอทุ้มเรียบ ทั้งที่ข้างในเต็มไปด้วยเสียงหัวใจโต้เถียง
“ว่าแม้ความสัมพันธ์ของเราจะมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา...แต่ทุกก้าวต่อจากนี้ เราจะเดินไปด้วยความเคารพในขอบเขตของกันและกัน...และความผูกพันที่ไม่มีเงื่อนไขนอกเหนือจากความเข้าใจ”
เงียบงันตามหลังคำพูดจบประโยค
ไม่ใช่เพราะทีม MC ช็อกแต่เพราะประโยคนั้น สวยเกิน
เสียงปรบมือดังขึ้นหนึ่งวินาทีหลังจากนั้น
ก่อนที่ไมค์อีกตัวจะถูกเคาะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว
เสียงทุ้มนุ่มของธาต่อประโยคโดยไม่สะดุดแม้ครึ่งวินาที
“...และเพราะแบบนั้นเอง เราจึงพร้อมนำเสนอโครงการที่ใช้ ‘การดูแล’ ไม่ใช่ ‘การควบคุม’ เป็หัวใจ”
กล้องซ้อมเลื่อนจับ
ทีม PR ที่ลุ้นหลังห้องถอนหายใจพร้อมกัน
แม้สคริปต์จะถูก ตบหน้า ด้วยการ improvise กลางเวทีแต่มันกลับ ทำงาน ดีกว่าฉบับเดิมหลายเท่า
หลังเวที
เสียงรองเท้ากระทบพื้นกระจกถูกกลืนในบรรยากาศกดทับหลังแสงไฟดับ
วินทรุดตัวนั่งลงข้างฉากหลังชั่วคราว กำไมค์แน่นเหมือนมือจะสั่นไม่หยุด
หยดเหงื่อแรกไหลลงจากไรผมเค็มขม
ธาเดินเข้ามาหยุดด้านข้างโดยไม่พูด
เพียงเอ่ยเสียงเบา เหมือนเก็บไว้ให้ได้ยินกันแค่สองคน
“Nice save”
ปลายนิ้วของอัลฟ่าหนุ่มแตะหลังมือเขาครึ่งวินาที เบามาก
แต่มากพอให้มือที่เคยเกร็ง สั่นน้อยลงกว่าครึ่ง
วินไม่ตอบ
ไม่หันไปมอง
แต่ก็ไม่ได้ดึงมือหนี
หลังเสียงสปอร์ตไลต์ดับลง ทีมงานสื่อสารดึงตัววินกลับหลังเวทีทันทีที่เขาก้าวพ้นขอบเวทีลงมาจากฉากโชว์รอยยิ้มมืออาชีพที่บีบกรามจนตึงไปทั้งหน้า
ยังไม่ทันได้สูดลมหายใจให้เต็มปอด มือขวาก็ถูกยัดด้วยโบรชัวร์ขนาดเอสี่หน้าปกเป็รูปเขากับธายืนเคียงกันในจังหวะหนึ่งของการซ้อมเมื่อครู่...ที่ช่างภาพไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่าย
“ลงพรุ่งนี้เช้าเลยค่ะ ต้นฉบับพร้อมแปลสามภาษาแล้ว” เสียงฝ่ายสื่อสาวรายหนึ่งพูดพลางส่งยิ้มประจบ ปลายนิ้วเธอกดปิดแฟ้มอีกฉบับในมือที่เหมือนกันทุกกระเบียด
วินนิ่ง เขาไม่ถามด้วยซ้ำว่าขออนุญาตกันบ้างหรือเปล่าเพราะรู้คำตอบดีจากสีหน้าคะนองชัยของอีกฝ่าย
เสียงฝีเท้าธาที่เดินตามมาจากเวทียังห่าง แต่เขาไม่รอให้ใครออกมาชี้แจง
มือโอเมก้าพลิกโปสเตอร์ขึ้น...ก่อนฉีกกระชากกลางภาพพิมพ์เสียงแกรก พร้อมสายตาที่กวาดมองทุกคนในทีมงานสื่อราวกับขีดเส้นเขตแดนระหว่าง 'มนุษย์' กับ 'ทรัพยากร' ให้ชัดเจนที่สุด
“ครั้งหน้า อย่าใช้หน้าผมทำกำไรโดยไม่ขอ” เสียงวินราบเรียบ แต่เย็นเฉียบกว่าอุณหภูมิในห้องแอร์ซะอีก
เขาโยนเศษโปสเตอร์ลงพื้นหน้าทีมงาน หันหลังกลับในจังหวะที่เงาธาทาบบนกระจกฝั่งตรงข้ามพอดี
รองซีอีโอหนุ่มยืนนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้เศษกระดาษจะปลิวผ่านปลายรองเท้าหนังราคาเฉียดแสน เขาเพียงขยับปลายนิ้วเล็กน้อยราวสะกดกลิ่นฟีโรโมนเดือดที่แทรกผ่านอากาศออกจากตัวเองไว้ไม่ให้ล้นทะลัก
ไม่มีใครพูดอะไร...แม้แต่เสียงหายใจก็ดูเบาลงในโถงกระจกยาวที่สะท้อนภาพเงาวินห่างไกลขึ้นทุกที
จนเมื่ออีกฝ่ายเดินลับมุมไปแล้ว ธาถึงได้ยกสายตาขึ้นอีกครั้งแววตานั้นไม่ได้มีแค่ความเครียดของผู้บริหารที่ควบคุมวิกฤตผิดพลาด แต่ยังปนความรู้สึกที่เรียกว่าชื่นชม
...และกังวล
ไม่ใช่เพราะวินฉีกโปสเตอร์ต่อหน้าคนทั้งทีม
แต่เพราะความเงียบของเขาหลังจากนั้น เงียบจนเหมือนไม่มีอะไรเหลือให้ฟังอีกแล้ว
เศษกระดาษยังหล่นกราวอยู่ตรงนั้น บนพื้นกระจกที่เย็นจัดเกินกว่าที่ศักดิ์ศรีโอเมก้าคนหนึ่งควรเหยียบยืนด้วยการถูกซื้อ
เสียงลมเย็นกระทบม่านผ้ากันยูวีของระเบียงชั้นสูง คล้ายเสียงกระซิบของเมืองที่ไม่เคยหลับ แสงจากอาคารสำนักงานฝั่งตรงข้ามสาดผ่านราวกันตกกระจก ละลายกับเงาอึมครึมของคนสองคนที่ยืนอยู่ในความเงียบ
“ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันกลายเป็แบบนั้น”
ธาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนานเกินพอสำหรับคนฟังจะเข้าใจว่าเขาคิดอยู่จริง ๆ ไม่ใช่แค่หลบหน้า วินยืนพิงราว ร่างกายโน้มออกเหมือนคนอยากถอยหลัง แต่ก็ยังไม่ไปไหน
ม้วนโปสเตอร์ในมืออีกฝ่ายถูกยื่นมา...พร้อมคำขอ
“ผมจะขอให้ฝ่ายสื่อแก้แคมเปญทั้งหมด”
คำพูดฟังดูง่าย แต่สำหรับผู้ชายอย่างเขาที่ไม่เคยยอมให้ความรู้สึกนำทางอะไรเลยมันเกือบจะฟังเหมือนคำสารภาพเงียบ ๆ
วินหันมา ดวงตาไม่สะท้อนแสงไฟใด ๆ จากเมืองด้านหลังเลยสักนิด
“แล้วถ้าผมไม่ให้อภัยล่ะ”
ธาชะงัก วินไม่ได้พูดเสียงดัง แต่คำพูดนั้นแข็งกว่าลมหนาวที่พัดปะทะผิวเสียอีก
“ผมไม่ใช่พร็อพนะครับ ไม่ใช่รูปในโปสเตอร์ ไม่ใช่คำโปรยสวย ๆ สำหรับใช้แลกกำไร”
มือที่ถือม้วนโปสเตอร์แน่นขึ้นเพียงเสี้ยววิ แต่ธาไม่พูดแทรก...ไม่เถียง...ไม่แม้แต่หลบตา
“ถ้าคุณขอโทษเพราะถูกติงจากที่ประชุม ผมก็ไม่จำเป็ต้องเชื่อ” วินพูดต่อ ดวงตาไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้แข็ง “เพราะคนที่คิดว่าคำขอโทษเป็เครื่องมือ...จะไม่เคยรู้หรอกว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับคนที่ถูกทำร้าย”
ธาไม่ได้พูดอะไรอยู่พักใหญ่ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปวางไว้เหนือรอยปริขาดของโปสเตอร์ขาดครึ่งที่ถูกพับเก็บ ไม่แตะตัววิน ไม่ดึง ไม่ฝืน
“นายไม่ใช่พร็อพ”
เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่น้ำหนักนั้นกลับเหมือนทุบแผ่นคอนกรีตใต้เท้าให้แตกร้าว วินขมวดคิ้วนิด ๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ แต่ธาไม่ปล่อยให้ความเงียบทำลายความหมาย
“และผม...จะให้ทีมเอารูปทั้งหมดออกจากสื่อ ภายในสัปดาห์นี้”
สายตาวินสบตาเขาเต็ม ๆ ครั้งแรกในรอบหลายวัน ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีคำขอบคุณ ไม่มีคำให้อภัย แต่ไม่มีการหลบตาอีก
นั่น...เพียงพอสำหรับธาในคืนนี้
สายลมยามดึกยังคงพัดผ่านราวกันตก เสียงใบไม้จากกระถางริมระเบียงเสียดสีเบา ๆ ธาไม่ขยับมือจากจุดเดิม เพียงแค่วางไว้เหนือรอยขาด เฝ้ามองภาพเงาในโปสเตอร์ซึ่งจะไม่มีอีกต่อไปในวันพรุ่งนี้
วินยืนนิ่ง ปลายนิ้วข้างหนึ่งคลายจากขอบระเบียง วางลงข้างโปสเตอร์ ห่างเพียงครึ่งฝ่ามือจากมือของธา
พวกเขายังไม่ได้แตะกัน...
แต่คืนนี้มีบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป