วันถัดมาข่าวใหญ่ก็แพร่สะพัดจนทุกคนในตำบลผิงอันต่างรู้กันถ้วนทั่วเพียงแต่ไม่มีใครล่วงรู้ว่า เนื้อหากับสถานการณ์จริงนั้นแตกต่าง
ไป๋เสี่ยวโหลวพระเอกงิ้วบู๊ของหลีเซียงหยวน แท้จริงแล้วเป็หลานชายห่างๆ ของเถ้าแก่จินเ้าของร้านแลกเงิน “เหิงไท่” เถ้าแก่จินเห็นว่าเขาไร้บิดามารดา ขาดที่พึ่งจึงได้ตัดสินใจรับเขาเป็บุตรบุญธรรม ทั้งยังช่วยให้มีงานการทำในร้านแลกเงินทุกคนต่างรู้ดีว่า เถ้าแก่จินไม่มีบุตรชายบุตรบุญธรรมผู้นี้จึงมีโอกาสเป็ผู้สืบทอดกิจการ “เหิงไท่” มากกว่าใคร
แน่นอนว่าเื่ราวเหล่านี้หลิงจือเป็คนคิดแล้วฝากให้ตู้เหิงช่วยกระจายข่าวไปทั่วตำบลผิงอัน
ขณะทานมื้อเย็นตู้เหิงเอ่ยถามหลิงจือ “ภรรยาก่อนหน้านี้เ้ากลัวเถ้าแก่จินมองว่าไป๋เสี่ยวโหลวจะมาฮุบสมบัติไม่ใช่หรือ? ทำไมเ้าถึงต้องทำให้ชาวบ้านทั่วตำบลคิดว่าไป๋เสี่ยวโหลวจะมาสืบทอดกิจการของเถ้าแก่จินด้วยล่ะ?”
หลิงจือวางตะเกียบลงยิ้มพลางเอ่ย “เ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเลย ที่ข้าทำน่ะเรียกว่าสร้างกระแสมวลชน!”
ตู้เหิงหยุดทานข้าวมองหน้าหลิงจืองุนงง
“ที่ให้ทุกคนเข้าใจว่าไป๋เสี่ยวโหลวจะมาสืบทอดกิจการของเถ้าแก่จิน นี่คือตั้งใจให้คหบดีซูได้ยินต่างหาก”หลิงจืออธิบาย “หลายวันมานี้ ข้าก็ไปสืบเื่ตระกูลซูมาไม่น้อยเหมือนกันแม้ตระกูลซูจะมีตำแหน่งความดีความชอบ เป็ที่นับหน้าถือตาในตำบลผิงอันแต่กลับไม่มีที่นา ไม่มีกิจการร้านค้า อาศัยทรัพย์มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษสถานะทางการเงินถือว่ามีแต่ออกไม่มีเข้า กินบุญเก่าอย่างเดียวส่วนคุณชายใหญ่ตระกูลซู ซูหย่วนซาน พี่ชายของซูเมิ่งเสวี่ยก็เป็เพียงบัณฑิตผู้หนึ่งที่มุ่งคิดแต่จะสอบให้ได้ลาภยศ แม้จะสอบได้จริงก็คงประคับประคองครอบครัวได้ระยะหนึ่งเท่านั้นแล้วการสอบให้ติดก็ใช่จะง่ายซะเมื่อไหร่? ข้าเดาว่าคหบดีซูคงตระหนักถึงความจริงข้อนี้บ้างแล้วหากเป็ข้าคงยินดียิ่งที่จะได้แต่งงานผูกสัมพันธ์กับผู้ที่มีอำนาจแข็งแกร่งเช่นเถ้าแก่จิน…”
ตู้เหิงครุ่นคิดครู่หนึ่งในที่สุดความสงสัยก็กระจ่าง ยิ้มเอ่ยกับหลิงจือ “ภรรยา ข้าเข้าใจแล้วเถ้าแก่จินมีเงินทอง แต่ขาดยศถาบรรดาศักดิ์ ส่วนคหบดีซูมีบารมีชื่อเสียง แต่กลับขาดเงินทอง...หากทั้งสองตระกูลผูกสัมพันธ์กันย่อมได้สิ่งที่้าทั้งสองฝ่าย...แค่มีไป๋เสี่ยวโหลว มีสถานะบุตรบุญธรรมก็สามารถทำให้สองตระกูลได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ภรรยา เ้าช่างปราดเปรื่องยิ่ง!”
หลิงจือหันมาทางตู้เหิงพูดติดหัวเราะ “ท่านหมอ เ้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะ พอชี้แนะก็เข้าใจกระจ่างแจ้งนับว่าเป็บุรุษที่ฝึกได้!”
“ในเมื่อทุกอย่างเตรียมการพร้อมแล้วพรุ่งนี้ก็เป็วันนัดพบพวกเขาสองคนพอดีเช่นนั้นรีบให้ไป๋เสี่ยวโหลวส่งแม่สื่อไปที่จวนตระกูลซูเถอะ!”ตู้เหิงตื่นเต้นแววตาเป็ประกาย
หลิงจือกลับส่ายหน้าหัวเราะเอ่ยเสียงเนิบ “อย่ารีบร้อนไป ยังไม่ถึงเวลา…”
ตู้เหิงจ้องหลิงจือด้วยสายตาร้อนรนเอ่ยถาม “เช่นนั้น...ยังต้องรอจนถึงเมื่อไหร่?”
“ในเมื่อขาดแค่ขั้นตอนสำคัญเราก็ยิ่งต้องวางแผนให้ดี” หลิงจือเคลื่อนดวงตาดำขลับพลางเอ่ย“ความประทับใจแรกพบสำคัญมาก ข้า้าให้ไป๋เสี่ยวโหลวดูน่าทึ่งต่อหน้าคหบดีซูมีภาพลักษณ์สุดประทับใจในสายตาเขา”
“งั้น...ต้องทำเช่นไรเล่า?”
หลิงจือจ้องตู้เหิงนิ่งพลันมุมปากปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ตู้เหิงเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียืดตัวตรง จ้องมองแววตาใสแจ๋วคู่นั้น เอ่ย “ภรรยาอย่าคิดสร้างเื่อีกเชียวนะ...คราวก่อนบอกข้าเป็พวกตัดแขนเสื้อคราวนี้จะให้ข้าสวมบทบาทอะไรอีกล่ะ? เ้ารักษาใจ ข้าสนับสนุนแต่ขอร้องละ อย่ามาลงมือกับข้าทุกครั้งจะได้ไหม?”
หลิงจือหัวเราะขำก่อนเอ่ยปลอบ “วางใจเถอะ ท่านหมอครั้งนี้ข้า้าแค่ความช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้น อืม...แต่เ้าคนเดียวยังไม่พอเรียกเพื่อนเกย์ของเ้ามาด้วยซะสิ!”
“เพื่อนเกย์?” เห็นได้ชัดว่าตู้เหิงไม่เข้าใจคำคำนี้
หลิงจือเม้มปากเอ่ย“หมายถึงสหายสนิทของเ้า คุณเซี่ยที่เป็อาจารย์ในสำนักศึกษาน่ะ”
“อ้อ…”ตู้เหิงเกาศีรษะ “ปกติพี่เซี่ยก็คอยช่วยเหลือข้าอยู่แล้วว่าแต่...ภรรยา้าให้เราสองคนทำอะไรหรือ?”
หลิงจือยังไม่ทันตอบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
ตู้เหิงลุกขึ้นไปเปิดประตูกลับพบว่า “พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา” แขกผู้มาเยือนเป็เซี่ยอี้จือนั่นเอง
ภายใต้แสงจันทราสาดส่องปรากฏร่างสูงของเซี่ยอี้จือยืนอยู่นอกประตู เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มในมือถือจานกระเบื้องสีขาว เขานับว่าเป็ชายหนุ่มหน้าตาใช้ได้ผู้หนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ถึงขั้นหล่อเหลามาก แต่ก็ดูภูมิฐานมีความรู้
“น้องชายวันนี้ปักษ์ลี่ชิว แม่ข้าห่อเกี๊ยวเลยฝากให้ข้าแบ่งส่วนหนึ่งมาให้เ้ากับน้องสะใภ้ลองชิมด้วย”เซี่ยอี้จือกล่าวพร้อมกับยกจานในมือขึ้น
ตู้เหิงเมื่อได้กลิ่นหอมของเกี๊ยวลอยมาแตะจมูกในใจคิด เ้าคนกินเก่งในบ้านคงดีใจมากแน่ๆ
“ขอบคุณมากพี่เซี่ย!ท่านรีบเข้ามาก่อนเถิด ภรรยาข้ามีเื่อยากจะปรึกษากับท่านพอดี” ตู้เหิงรับจานมาพร้อมกับลากเซี่ยอี้จือเข้ามาในบ้าน
ก่อนหน้านี้เซี่ยอี้จือก็เคยแวะมาบ้านตู้เหิงบ่อยๆจึงคุ้นเคยกับหลิงจือเป็อย่างดี หลิงจือเองก็ไม่เกรงใจ คีบเกี๊ยวต้มชิ้นหนึ่งใส่ปากทันที
“หืม...เกี๊ยวไส้ซานเซียนอร่อยมาก!”
ท่าทางตะกละมูมมามของหลิงจือทำให้ตู้เหิงรู้สึกขบขันเขาเลื่อนจานมาตรงหน้าหลิงจือ เอ่ยเสียงนุ่ม “ยังไงข้าก็กินอิ่มแล้วภรรยาชอบก็กินให้หมดเถอะ!”
เซี่ยอี้จือชี้ไปทางตู้เหิงเอ่ยยิ้มๆ “น้องชาย ก่อนหน้านี้ข้าดูไม่ออกเลย เ้าเอาใจใส่ภรรยามากเชียวนะ น้องสะใภ้ช่างโชคดีจริงๆ…”
ตู้เหิงกลับส่ายหน้าเอ่ย“ภรรยาชะตาอาภัพจึงต้องมาแต่งงานกับหมอยาจกเช่นข้าข้าไม่มีปัญญาหาเสื้อผ้าอาหารดีๆ มาให้นาง จึงมีเพียงความใส่ใจเท่านั้นที่มอบให้ได้”
หลิงจือหน้าแดงก่ำแสร้งทำเป็โมโห “เ้ารู้ตัวก็ดีแล้ว!” ก่อนคีบเกี๊ยวชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามตู้เหิงพลางเอ่ยเสียงดุ “จานใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะกินคนเดียวไหวได้ยังไง? เ้ากะจะให้ข้าจุกตายหรือคิดจะขุนให้ข้ากลายเป็หมูกันแน่?”
ตู้เหิงไม่นึกโกรธเพียงหัวเราะหึๆ เอ่ย “ถึงภรรยาจะอ้วนก็ยังสวยอยู่ดีละนะ”
เซี่ยอี้จือที่เห็นทั้งสองหวานใส่กันอย่างไม่เกรงใจใครก็รู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกินขึ้นมาทันที
“เอ่อ...น้องชายเมื่อครู่เ้าบอกว่า น้องสะใภ้มีเื่อะไรจะปรึกษาข้างั้นหรือ?” เซี่ยอี้จือตัดสินใจจบฉากสวีตของพวกเขาไว้เท่านี้ก่อนที่ตัวเองจะสำลักความหวานตายเสียก่อน
หลิงจือวางชามตะเกียบในมือลงพูดน้ำเสียงจริงจัง “เอาละ เรามาเข้าเื่กันเถอะ! อีกสองสามวันข้างหน้าข้า้าให้พวกท่านสองคน ช่วยร่วมแสดงงิ้วฉากหนึ่งกับไป๋เสี่ยวโหลว”
“เอิ่มภรรยา เ้าล้อเล่นใช่ไหม?”ตู้เหิงยิ้มเจื่อน“ไป๋เสี่ยวโหลวเป็นักแสดงงิ้ว ย่อมเล่นงิ้วได้อยู่แล้ว แต่ข้ากับพี่เซี่ยคนหนึ่งเป็หมอ อีกคนเป็อาจารย์ จะขึ้นเวทีแสดงงิ้วไหวได้อย่างไร?”
เซี่ยอี้จือรีบเอ่ยต่อ“ใช่แล้ว น้องสะใภ้ เ้าจะให้ข้าขีดๆ เขียนๆ ยังพอได้...แต่ให้แสดงงิ้วนี่...ข้าไม่ถนัดเลยจริงๆ…”
หลิงจือมองพวกเขาสองคนเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าไม่ได้จะให้พวกท่านขึ้นเวทีแสดงงิ้วแต่จะให้แสร้งปลอมตัวเป็โจรูเา ไปดักปล้นคุณหนูซู!”
ตู้เหิงและเซี่ยอี้จือนิ่งอึ้งจ้องหน้ากันอย่างตกตะลึง ด้วยไม่เข้าใจว่าหลิงจือมีจุดประสงค์อะไรตัวเซี่ยอี้จือที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรกับเขามาก่อน ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่
ส่วนตู้เหิงนั้นนิ่งไปสักพักก่อนพลันเข้าใจกระจ่าง เอ่ย “ภรรยา อย่าบอกนะว่า...เ้าคิดจะให้ไป๋เสี่ยวโหลวเป็วีรบุรุษช่วยสาวงาม?”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า