ตอนที่ 2
เช้าวันนั้นหลังจากที่ได้กินอาหารเช้าแล้ว หวังอ้ายเยว่ ก็จัดการทำความสะอาดบ้าน ที่เธอทำเพียงลวกๆ เท่านั้น ไม่ค่อยได้สะอาดสักเท่าไร เพราะต้องรีบออกไปคุยกับเพื่อนนอกบ้าน ซึ่งทำอย่างนั้นอยู่เป็ประจำ สามีของเธอก็ไม่เคยที่จะว่าเธอเลยสักครั้ง แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม เธอคิดว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเป็อันดับแรก
เธอจึงเริ่มทำความสะอาดห้องแต่ละห้อง ซึ่งบ้านหลังนี้มีอยู่สองห้องนอน มีห้องครัว และห้องน้ำที่แยกออกจากตัวบ้าน ส่วนน้ำ มีบ่อน้ำบาดาลอยู่หลังบ้าน เื่น้ำ จึงไม่ได้ลำบากมากนัก เธอเก็บกวาดเช็ดถู โดยมีหางน้อยๆ อย่างลูกสาวของเธอเดิมตาม เพราะ้าอยากจะช่วย และอีกอย่างหนึ่งคือ พ่อบอกว่าแม่ไม่สบาย ให้ดูแลแม่ให้ดีนั่นเอง ลูกสาวที่น่ารักของเธอ
หลังจากนั้นจึงเก็บผ้าต่างๆ ออกไปซัก เพราะไม่ได้ซักนานแล้ว ตอนที่ซักน้ำจึงดำเป็อย่างมาก จึงจำต้องซักอยู่หลายน้ำด้วยกัน กว่าที่น้ำจะหายดำ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะท้อ
หลังจากที่ซักผ้าเสร็จแล้ว จึงคิดที่จะนั่งพักเหนื่อยสักหน่อย กลับได้ยินเสียงเรียกชื่อของเธอดังมาจากนอกรั้วเสียก่อน เสียงนี้เธอจำได้เป็อย่างดี จะไม่ให้จำได้ ได้อย่างไรกัน เพราะว่ามันตามมาหลอกหลอน ในฝันอันยาวนานของเธอ บ่อยๆ ใน่นี้นั่นเอง
"อ้ายเยว่ อ้ายเยว่ เธออยู่บ้านหรือเปล่า ออกมาเปิดประตูให้ฉันหน่อย ฉันซูลี่ เพื่อนของเธอเอง"
ฉิงซูลี่ ที่เห็นว่า หวังอ้ายเยว่ ไม่ออกไปคุยกับทุกคนเหมือนทุกวัน จึงได้มาตามอีกฝ่ายที่บ้าน เพราะรู้สึกแปลกใจ ทุกวันจะต้องออกไปคุยด้วยกันแล้ว วันนี้มันไม่เหมือนเดิม
ส่วนหวังอ้ายเยว่ แม้จะไม่อยากออกไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ จึงเดินไปเปิดให้ด้วยความจำยอม
"มาแล้ว มาแล้ว เธอมาหาฉันที่บ้านมีอะไรอย่างนั้นหรือ" แสร้งถามออกไปเหมือนกับไม่รู้เื่ ทั้งๆ ที่พอที่จะเดาได้แล้วว่าเพราะอะไร
"ฉันเห็นว่าวันนี้ เธอไม่ออกไปคุยกับพวกเราเหมือนเดิม จึงเป็ห่วง กลัวว่าจะไม่สบาย เธอก็รู้ว่ามีคนให้ฉันคอยตามดูแลเธอให้ดี ถ้าฉันไม่ทำตามเขาอาจจะเสียใจได้"
ถ้าเป็เธอคนเก่า ก่อนที่จะไม่ไม้ฝันซ้ำๆ คงจะยินดีกับคำพูดหลอกลวงพวกนี้แล้ว แต่เมื่อลองมาพิจารณาดูแล้ว มันไม่ใช่ความหวังดีเลยสักนิดเดียว มันเป็เพียงความเสแสร้งและ้าสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวของเธอชัดๆ
"อย่างนั้นหรือ ขอบใจมากนะที่เป็ห่วง แต่ฉันไม่ได้เป็อะไรหรอก"
เธอพาฉิงซูลี่ เดินเข้าไปในบ้าน และเดินไปหาลูกสาวของเธอ ที่ยืนอยู่ เธอเพิ่งจะลองสังเกตลูกสาวของเธอดู พบว่า เมื่อลูกสาวได้เจอกับซูลี่ เหมือนว่าจะตื่นกลัวมากๆ เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกสาวและจับมือเอาไว้ ลูกสาวของเธอบีบมือของเธออย่างลืมตัว แต่ก่อนเธอไม่เคยสังเกตเลยสักนิดเดียว มัวแต่หลงกับคำพูดไร้สาระของอีกฝ่าย ถ้าลูกสาวของเธอกลัวอย่างนี้ ต้องมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน เอาไว้เธอจะต้องถามหลังจากที่จัดการให้เพื่อนสุดที่รักของเธอกลับไปเสียก่อน
"แล้ววันนี้ทำไมเธอถึงไม่ออกไปพูดคุยเหมือนทุกวันล่ะ อย่างนี้คนอื่นจะมองเธอไม่ดีเอาได้นะ ที่เป็ข้าทาสให้สามี เธออย่าไปยอมเด็ดขาดรู้ไหม งานอย่างนั้น สมควรที่จะให้สามีเป็คนทำ ถ้าเธอทำเอง มือของเธอก็จะแห้งกร้าน ถ้าอนาคต เธอได้เข้าไปอยู่ในเมืองหลวง จะได้ไม่มีใครมาว่าเธอได้ว่ามาจากชนบท ผิวหยาบกร้านได้"
พูดไปพร้อมทั้งมองเพื่อนสาวตรงหน้าด้วยความอิจฉา เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูสวยกว่าสาวชาวบ้านทุกคน สวยแล้วทำไมล่ะ ถ้าจะโง่ให้เธอหลอกได้ ความสวยก็ไม่มีประโยชน์อะไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็เผยสีหน้าเหยียดหยามออกมา ก่อนที่จะเก็บเอาไว้อย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะจับได้ว่าคำพูดขอเธอนั้นไม่ได้จริงใจเลยสักนิดเดียว
หวังอ้ายเยว่ ที่วันนี้จะพยายามที่จะจับตาดูเพื่อนรักของเธอทุกการกระทำ และก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นยิ้มเย้ยหยันเธอ คงคิดว่าจะหลอกเธอเหมือนทุกครั้งได้สำเร็จสินะ คำพูดเยินยอ แต่หาความจริงใจไม่ได้ แล้วอะไรกันกับการที่จะไปอยู่ในเมืองหลวง ในเมื่อลูกกับสามีก็อยู่ที่ชนบทอย่างนี้ แล้วจะเป็ไปได้อย่างไรกัน ช่างเพ้อเจ้อเสียจริง
"ไม่เป็ไรหรอก ฉันอยากช่วยแบ่งเบาสามีของฉันบ้าง เขาทำงานเลี้ยงเราสองคนก็ลำบากมากแล้ว เื่เล็กน้อยแค่นี้ ฉันทำได้"
"ไม่ได้นะ เธออย่าได้ยอมให้สามีกดขี่เด็ดขาดเลยนะ สวยๆ อย่างเธอไม่เหมาะกับการทำงานต่ำๆ อย่างนั้นหรอกนะ"
"ไม่เป็ไรหรอก ฉันมาคิดดูแล้ว ไม่อยากเอาเปรียบสามีมากเกินไป"
"ฉันว่าเธอต้องโดนสามีของเธอสั่งอย่างนั้นใช่หรือเปล่า ถ้าเขาให้เธอทำงานอย่างนี้ เขาไม่เหมาะที่จะเป็สามีของเพื่อนฉัน ที่ทั้งสวย และสามารถหาสามีที่ดีกว่านี้ได้ โดยที่ไม่ต้องทำงานพวกนี้เลยสักนิด เธอว่าไหม"
ทำไมวันนี้ หวังอ้ายเยว่ ไม่มีความเห็นคล้อยตามเธอเลยสักนิดเดียว ทุกครั้งแค่เธอพูดนิดหน่อยก็คล้อยตามแล้วนี่นา แล้วอย่างนี้จะทำให้สองผัวเมียขัดใจกันมากขึ้นได้อย่างไร พลางคิดพร้อมทั้งขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
ส่วนคนที่มองอยู่ก็พอจะจับทางได้แล้วว่าอีกฝ่าย้าให้เธอกับพี่หลีิ่ ทะเลาะกันเพราะเื่เล็กน้อยพวกนี้สินะ การทะเลาะกันบ่อยๆ ต่อไปก็จะเป็เื่ใหญ่ขึ้น วางแผนได้ดีไม่เบาเลย เป็เธอเองที่ตามคนไม่ทน มีความคิดที่โง่เขลา มองคนไม่ออกเลยสักนิดเดียว สามีของเธอเคยเตือนเื่เพื่อนคนนี้มาบ้าง แต่เธอก็เชื่อใจเพื่อน จึงได้เถียงไปนิดหน่อย จากนั้นเขาจึงไม่พูดอีกเลย
"ไม่หรอกสามีของฉันเป็คนดี ไม่เคยว่าอะไรฉันเลยสักนิดเดียว เขาเป็สามีที่ดีที่สุด จะทำงานหรือไม่ทำงาน เขาไม่เคยคิดที่จะว่าฉันเลยสักนิด เธอว่าสามีของฉันเป็คนดีหรือเปล่า แล้วเธอคิดว่าจะมีผู้หญิงที่อยากจะแย่งเขาไปเป็สามีบ้างไหม ซูลี่"
เมื่อเธอถามออกไปพร้อมทั้งสังเกตเพื่อนรักไปด้วย เห็นว่าชะงักกับคำถามไปครู่หนึ่ง ก็เปลี่ยนใบหน้ามายิ้มแย้มเหมือนเดิมอีกครั้ง เหมือนเื่ที่พูดนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน"
ตอบออกไปอย่างนั้นพร้อมทั้งมองหน้าของเพื่อนไปด้วย แต่กลับเจอแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเท่านั้น จึงได้ลอบถอนหายใจออกมา เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะไม่รู้หรอกว่าเธอนั้นแอบคิดไม่ซื่อกับสามีของเธอ
( ฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ )