24 2-2
ตอนที่ 28 อย่าไปฟังที่เขาพูดเยอะ
ทั้งสามยืนกรานจะกางกระโจมที่พักอีกหลังด้วยตัวเอง พร้อมเข้าอยู่ทันทีไม่กล้าที่จะรบกวน
เหลิงหยุนเจียวมิได้รั้งสามพี่น้องและมิได้พูดจาเกลี้ยกล่อมแต่อย่างใดเช่นกัน บอกกล่าวเพียงแค่ว่าอย่าได้ลืมกินยารักษาาแ ส่วนตนเองก็พาเหลิงเจียวเหนียงกลับเข้าไปในกระโจมของตนเพื่อพักผ่อน
หลังจากเข้ามาด้านในกระโจมแล้ว เหลิงหยุนเจียวก็ได้ถอดหมวกไม้ไผ่ปีกกว้างออก หยิบกระต่ายย่างที่ยังกินไม่หมดออกจากกระดาษมันและรับประทานต่อ
“ขนมก่อนหน้านี้ ไยเ้าจึงให้แม่คนนี้กินก่อนล่ะ?”
นางเพิ่งกัดแทะขากระต่ายย่างได้หนึ่งคำ พลันนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นจึงได้เอ่ยถามขึ้นทันที
เหลิงเจียวเหนียงที่กำลังพลิกตัวนอนพักผ่อน ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีในคราวแรก เพียงขยับตัวหันกลับไปมอง ดวงตาคู่สีทองพิสุทธิ์ใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
เหลิงหยุนเจียวลอบชำเลืองมองปราดหนึ่ง แล้วเอ่ยถามเป็คำรบสองย้ำว่า
“ทั้งที่ไป๋ซือิให้ขนมม๋าสู่แก่เ้า ดูเ้าเองก็อยากกินมากเช่นกัน แต่ไฉนจึงให้แม่กินก่อนรึ?”
เหลิงเจียวเหนียงกระพริบตาปริบๆ ทำท่าทำทางเหมือนไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่นัก คล้อยหลังอึดใจต่อมา จึงค่อยตอบกลับไปว่า
“ก็นั่นเป็ขนมจากคนแปลกหน้า หากแม่จ๋ารับประทานก่อนแล้วไม่เป็อะไร ย่อมหมายความว่าขนมม๋าสู่ชิ้นนั้นปลอดภัยไม่มีพิษ”
เหลิงหยุนเจียวที่กำลังแทะขากระต่ายเคี้ยวกรุบพลันชะงักค้างไปชั่วจังหวะ แต่ไม่นานก็กลับสู่สภาวะปกติดังเดิม
ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้น นางมักจะมองเหลิงเจียวเหนียงผู้นี้เป็เด็กน้อยไร้เดียงสา
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า เด็กน้อยผู้ใสซื่อไร้เดียงสาที่ว่านี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมเจนจัดพอควร
กระนั้นเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนมีต้นสายปลายเหตุ เมื่อสืบย้อนไปถึงความทรงจำอันเลวร้ายของเ้าของร่างเดิม ทั้งที่ตัวเ้าของร่างเดิมเคยกระทำกับเด็กน้อยผู้นี้ก็ดี ทั้งคนนอกที่รุมข่มเหงรังแกทำร้ายก็ดี จึงไม่น่าแปลกใจนักว่าเหตุใดเขาจึงกลายมาเป็อย่างที่เห็น
“แม่ไม่อยากให้เ้าต้องมาครุ่นกังวลเื่นี้ในภายภาคหน้า แม่คนนี้ย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดมีพิษหรือไม่มี ดังนั้นจากนี้ไปก็อย่าได้กังวลอีก”
ได้ฟังแบบนั้น เหลิงเจียวเหนียงก็มุ่ยหน้ากังขาใจไม่น้อย
“แต่เท่าที่เคยเห็น แม่จ๋าก็เผลอกินเข้าไปตลอด”
“....” ก็เพราะก่อนหน้านี้มันไม่ใช่ข้าไง!
แต่แน่นอนว่า เหลิงหยุนเจียวไม่สามารถพูดออกไปเช่นนั้นได้
นางมาจากอีกโลกหนึ่ง และั้แ่วินาทีแรกที่เข้าร่างกายนี้ ก็นับเป็เ้าของโดยชอบธรรม
สำหรับอดีตที่ล่วงเลยผ่านมา ก็เป็เพียงกาลอดีตที่ล่วงเลยผ่านไปแล้ว ไยต้องขุดค้นขึ้นมาจดจำใส่หัวเล่า?
“หากยังไม่หยุดพูด เดี๋ยวแม่จะจับเย็บปากเสียนี่”
เหลิงเจียวเหนียงรีบหดหัวลงโดยไว ศีรษะกว่าครึ่งใบซุกซ่อนอยู่ใต้ผ้านวม ดวงตาสีทองพิสุทธิ์คู่นั้นถลึงมองเหลิงหยุนเจียวเจืออย่างระแวดระวัง
“แล้วก็...”
เหลิงหยุนเจียวสบถพึงพำบ่นกับตัวเองรอบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นต่อว่า
“อย่าไปฟังคำพูดคำจาของเ้าลุงขี้เหร่ให้มากนัก สักแต่จะทำตามเขา ชีวิตของเ้ามีแต่จะย่ำแย่ดิ่งลงเหวรู้หรือไม่?”
เ้าตัวน้อยใช้สองมือกำขอบผ้านวมยกขึ้นคลุมโปงไว้แ่า ก่อนจะก่นเสียงแ่อ่อนราวกับลูกแมวตอบกลับคำหนึ่ง
“อันที่จริงแล้ว...ลุงขี้เหร่เองก็พูดแบบเดียวกับแม่จ๋าเลย เขาบอกข้าว่าอย่าไปฟังสิ่งที่แม่จ๋าพูดให้มากนัก กลัวว่าจะซึมซับเื่แย่ๆ จนทำให้ข้ากลายเป็คนไม่ดีเข้า...”
เหลิงหยุนเจียวกำลังหยิบตัวกระต่ายย่างขึ้นมาแทะกินเนื้อพอดี แต่เมื่อได้ยินวาจาประโยคนี้เท่านั้น มือทั้งสองข้างที่กุมจับหัวกระต่ายพลันกระชับบีบแน่นขึ้นบัดดล
นางออกแรงหนักขึ้นเรื่อยๆจนได้ยินเสียงกะโหลกแตกดัง‘แกร๊ก’ให้ชวนสยองขวัญมิใช่น้อย หัวกระต่ายชิ้นนั้นแตกละเอียดเป็เสี่ยงคามือของนางกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที เสมือนถูกค้อนหนักทุบจนแหลกเละไม่มีชิ้นดี
“จริงรึ?”
เหลิงเจียวเหนียงมิทราบเช่นกันว่ากำลังเห็นภาพหลอนหรือคิดไปเอง ทั้งที่เห็นว่าแม่จ๋าของเขากำลังคลี่ยิ้มอยู่แท้ๆ แต่ไฉนจึงได้ดูน่ากลัวชวนะเืขวัญประหนึ่งว่ากำลังอยากจะฆ่าใครสักคน พบเห็นดังนั้น เ้าตัวน้อยรีบพยักศีรษะรัวๆยิ่งกว่าไก่จิกข้าวเปลือกเพื่อสื่อว่าสิ่งที่พูดไปล้วนเป็ความจริง
“น่าจะปล่อยเ้าหมอนี่ให้ตายข้างทางไปเสียก็ดี เอาล่ะ นับแต่นี้เ้าควรอยู่ให้ห่างจากเขาไว้จะดีกว่า ไม่ต้องไปสนใจฟังคำพูดของเขาอีก”
เหลิงหยุนเจียวได้แต้ยิ้มแห้งไม่กล้าพูดมากไปกว่านี้ และรีบเบี่ยงประเด็นเปลี่ยนเื่ทันควัน
“ยะ-อยาก...อยากจะกินขนมม๋าสู่หน่อยมั้ยขอรับแม่จ๋า? เดี๋ยวข้าไปขอจากลุงขี้เหร่ให้...”
“เ้าอยากจะมีฟันไว้เคี้ยวขนมต่อ หรือจะไปหาลุงขี้เหร่ดีจ๊ะ?”
“....” เหลิงเจียวเหนียงเหลือบมองไปทางกองเศษกะโหลกที่ถูกบดขยี้จนป่นปี้อยู่บนพื้นปราดหนึ่ง จากนั้นจึงรีบก้มหน้าสลดในทันใด
......
วันต่อมา
ทันทีที่เหลิงหยุนเจียวตื่นขึ้น ก็แอบได้ยินเสียงสนทนาเจื้อยแจ้วอยู่ด้านนอก แต่มิได้ฟังชัดถนัดสองหูปานนั้น
ผลักม่านกระโจมเดินตรงออกมา พบเห็นว่าสามพี่น้องกำลังนั่งล้อมเป็ครึ่งวงกลมอยู่ด้วยกันโดยมีโม่เฉินหยวนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ตกลงตามนี้ ข้าจดสิ่งที่บอกหมดไว้แล้ว ท่านเองก็โปรดระวังตัวด้วย”