"ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับตัวด้วยนะ"
มาริสาไม่เข้าใจพี่สาวและป้าของตัวเองเลยสักนิด แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มาริสาไม่เห็นด้วยกับการที่พวกเขาข่มเหงกาสะลอง เธอจึงไปพูดกับคุณนายแสงหล้าและหยดมณี แต่กลับกลายเป็ว่าพวกเขาหาเื่ลงโทษกาสะลองอย่างไร้เหตุผลหนักขึ้นกว่าเดิมอีก ยิ่งเธอพยายามปกป้องหรือให้ความช่วยเหลือมากเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งหาเื่กลั่นแกล้งกาสะลองมากขึ้นเท่านั้น.
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณสา ฉันชินแล้ว"
ใช่....หญิงสาวชินชากับการถูกพวกเขากดขี่ข่มเหงแบบนี้มานานแล้ว มันคงเป็กรรมที่ไม่รู้ว่าชาติของเธอกระมัง พวกเขาถึงได้ตามมาเอาคืนกันในชาตินี้
"แต่สาก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีนั่นแหละ"
"แม่ของตัวก็ไม่อยู่แล้วอะ มันไม่ใช่ความผิดของตัวสักหน่อย"
"ทำไมคุณป้ากับพี่หยดถึงไม่แยกแยะบ้างนะ"
มาริสาบ่นขึ้นอย่างลืมตัวจนทำให้มือที่กำลังเช็ดรองเท้าอยู่ต้องหยุดชะงัก
"เอ่อ....สาขอโทษนะ" มาริสารีบขอโทษเมื่อเผลอพูดอะไรออกมา
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณสา เื่แม่น่ะฉันทำไมได้ตั้งนานแล้ว" แม่ของเธอเสียไปตั้งสามสี่ปีได้แล้วล่ะ.
"เออนี่กาสะลอง วันนี้สาไปติดสอบเข้ามหาวิทยาลัยมา"
"สาเอาข้อสอบของพวกรุ่นพี่ปีที่แล้วมาให้ตัวด้วยนะ" มาริสารีบเปลี่ยนเื่พร้อมกับหยิบกระดาษปึกใหญ่มาให้กาสะลอง.
"ขอบคุณนะคะคุณสา" กาสะลองรีบรับมันมาด้วยความดีใจ แต่แล้วใบหน้าของเธอก็เริ่มสลดลง.
"ทำไมล่ะกาสะลอง เธอไม่ดีใจหรอ" มาริสาขมวดคิ้วอย่างสงสัย.
"ดีใจค่ะ แต่ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้สอบเข้ารึเปล่า" เธอบอกมาริสาอย่างเตรียมใจ
กาสะลองรู้มาว่าการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้นต้องใช้เงินเยอะมาก ไหนจะค่าเทอม ค่าที่อยู่ ค่ากินและต่างๆอีกมากมาย อีกทั้งถ้าคุณท่านไม่อนุญาตทุกอย่างก็คงจบลงเพียงแค่นั้น.
"ต้องได้สิ ตัวเรียนเก่งจะตาย" มาริสาปลอบใจ กาสะลองสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนทุกปี
"อีกอย่างนะอีกไใกี่วันอาจารย์ก็ใกล้จะประกาศผลนักเรียนที่ได้ทุนเรียนต่อแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็ตัวแน่ๆ" มาริสามั่นใจ.
"แต่ว่าคุณท่าน...."
"เื่นั้นน่ะเดี๋ยวสาจะไปช่วยพูดกับคุณลุงให้" มาริสาก็พอจะรู้ว่าเธอกำลังกังวลเื่อะไรอยู่.
"คุณลุงใจดีไม่เหมือนคุณป้า ท่านต้องอนุญาตให้ตัวได้เรียนต่ออยู่แล้วล่ะ" มาริสาบอกเธออย่างมั่นใจจนกระทั่งได้ยินเสียงรถของพ่อเลี้ยงคำจรขับเข้ามาจอด.
"คุณลุงคะ!"
"คุณลุง"
มาริสารีบเรียกพ่อเลี้ยงคำจรที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับดึงมือกาสะลองตามมาด้วย.
"มีอะไรหรอยัยสา?" พ่อเลี้ยงคำจรถามหลานสาวพลางหันไปมองกาสะลองที่ยืนก้มหน้าอยู่.
"คือว่า...."
"สาจะขออนุญาตคุณลุงให้กาสะลองได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยได้มั้ยคะ" มาริสาพูดขึ้น
"เธออยากเรียนหรอ?" พ่อเลี้ยงกำจรจึงถามเ้าตัว
"เอ่อ....ถ้าคุณท่านจะเมตตา"
"ฉันจะขออนุญาตทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะได้มีเงินจ่ายค่าเทอมไม่ต้องรบกวนเงินของคุณท่านกับคุณนายอีกค่ะ" กาสะลองบอกไปตามน้ำ เธอจะหาเงินเรียนเอง.
"เงินแค่นี้คิดว่าฉันจะไม่มีปัญหาส่งเด็กในบ้านแค่คนเดียวได้หรอ" พ่อเลี้ยงคำจรย้อนถาม
"คุณท่าน...." กาสะลองเงยหน้าขึ้นมองผู้มีพระคุณล้นหัวเธอด้วยความซาบซึ้ง
"หมายความว่าคุณลุงอนุญาตให้กาสะลองได้เรียนต่อแล้วใช่มั้ยคะ" มาริสาถามย้ำด้วยความดีใจ แต่ทว่า....
"ไม่ได้!"
แล้วเสียงของคุณนายแสงหล้าก็ดังขึ้นพร้อมกับเดินออกมา
"คุณป้า....!" มาริสาแอบถอนหายใจ คิดว่าผู้เป็ป้าจะโอ๋หยดมณีอยู่ข้างบนซะอีก.
"ถ้านังกาสะลองมันไม่อยู่แล้วใครจะอยู่รับใช้ฉันล่ะ" คุณนายแสงหล้าพูดต่อ.
"อีกอย่างน้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญหาหาเงินมากมายมาเป็ค่าเทอมอย่างที่อวดได้ยังไง"
"สุดท้ายแกก็ต้องแบมือมาขอเงินฉันอยู่ดี"
ก็นั่นแหละ! เื่เงินภายในบ้านนางเป็คนจัดการเองและกาสะลองก็ไม่เคยได้เงินค่าแรงเลยสักบาทเพราะถูกคุณนายแสงหล้าหักค่าแรงเป็ค่าส่งเสียให้เรียนหนังสือหมดแล้ว .
"แล้วถ้ากาสะลองได้ทุนล่ะคะ คุณป้าจะยอมรึเปล่า?" มาริสาย้อนถาม.
"คุณสาคะ" กาสะลองรีบปรามเพราะผลยังไม่ออกมาเลยว่าจะได้เธอจริงรึเปล่า.
"ไม่ได้" แต่คุณนายแสงหล้าก็ยังยืนยันคำเดิม.
"แกมันก็แค่ขี้ข้าอย่าริอาจเผยอตัวมาเทียบเท่าลูกสาวของฉัน" คุณนายแสงหล้าเดินไปจิกหัวกาสะลองที่ยืนก้มหน้าเงียบอยู่
"ที่ฉันยอมให้แกเรียนจบถึง ม.6 มันก็บุญหัวแกเท่าไหร่แล้วห่ะนังกาสะลอง!" ความจริงนางจะให้นังเด็กคนนี้ได้เรียนแค่ ป.6 ด้วยซ้ำไป.
"แค่คุณลุงอนุญาตแล้วนี่คะ" แต่ดูเหมือนครั้งนี้มาริสาจะไม่ยอมจริงๆ
"แต่รายได้ทุกบาทของที่นี่อยู่กับฉัน ฉันเป็คนจ่ายเงินให้ทุกคนรวมทั้งค่าเทอม ค่ากิน ค่าจ่ายของแกทุกบาททุกสตางค์ด้วย" คุณหญิงแสงหล้าพูดอย่างเหนือกว่าพลางหันไปมองสามีที่ยืนสงบปากสงบคำอยู่.
"หรือแกจะให้ฉันหักเงินของแกเพื่อแลกกับการยอมให้นังกาสะลองมันได้ต่อมหาลัยล่ะ?" นางท้าทายหลานสาว
"ค่ะ" มาริสายอมรับคำท้านั้น.
"คุณสา!" แต่กาสะลองกลับไม่เห็นด้วยที่มาริสาจะต้องเสียสละตัวเองเพื่อเธอ.
"คุณหญิงคะ ฉันไม่เรียนแล้วก็ได้ค่ะ"
"คุณท่านอย่าหักเงินคุณสาเลยนะคะ" กาสะลองรีบขอร้อง
"สาจะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยก็ได้ค่ะ"
เพี๊ยะ!
แต่ทันทีที่พูดจบมาริสาก็ถูกผู้เป็ป้าตบจนหน้าหัน.
"นังหลานโง่! ฉันอุตส่าห์ไปเอาแกมาเลี้ยงเพื่อแกจะได้ไม่ต้องทนปากกัดตีนถีบอยู่กับพ่อจนๆ ของแก"
"แทนที่แกจะกอบโกยชีวิตสุขสบายจากฉันให้ได้มากที่สุด แต่แกกลับคิดสั้นยอมลำบากเพราะคนใช้งั้นหรอ!"
คุณหญิงแสงหล้ามองหลานสาวด้วยความผิดหวัง....นางเคยผิดหวังกับน้องสาวไม่รักดีที่ใฝ่ต่ำหนีไปแต่งงานกับชาวบ้านจนๆทีหนึ่งแล้ว แต่มาริสาก็ยังเลือกที่จะลงไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำเหมือนแม่ของตนเอง
หากเพราะไม่เวทนาเห็นแก่ที่น้องสาวตาย แล้วทิ้งลูกไว้กับสามีจนๆ ล่ะก็....นางคงไม่ส่งคนออกไปตามหาแล้วเอามาริสามาเลี้ยงไว้เสียเองหรอก.
"ก็ได้ ถ้าแกอยากให้มันได้เรียนนัก"
"แล้วเรามาดูกันว่านังกาสะลองมันจะใจแตกท้องไม่มีพ่อกลับมาเหมือนอีฟองคำแม่ของมันรึเปล่า!"
คุณนายแสงหล้าหันไปมองกาสะลองด้วยแววตาสมเพช แล้วกระทืบเท้าเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะลากสามีของนางตามไปด้วย
"อย่าไปสนใจคำพูดของคุณป้าเลยนะ"
มาริสาเอ่ยขึ้นเมื่อผู้เป็ป้าออกไปแล้ว
"ไม่เป็ไรหรอกคะ ฉันชินเสียแล้ว" กาสะลองยิ้มรับกับความจริงนี้ที่เธอได้ยินมาั้แ่จำความได้.
"แต่คุณสาอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ"
"คุณไม่เคยลำบาก อีกอย่างเรียนมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินเยอะมากเลยนะคะ" กาสะลองอยากให้มาริสาทบทวนดูอีกครั้ง
"ตอนเด็กๆสาอยู่กับพ่อ ช่วยพ่อขุดดินถอนหญ้ารับจ้างอยู่เลย" มาริสายิ้มให้ เธอเองก็เคยลำบากมาก่อนและไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากที่ใด
"เื่แค่นี้เอง สาสบายมาก"
..............................