บทที่ 12 ชมเล่อเหนียงเล่นกล (รีไรต์)
เฝิงเสี่ยวฮวาะโออกมาพลางกล่าวว่า “พวกนั้นช่างไร้ยางอายยิ่งนัก พวกมันกล้าแม้แต่จะปล้นเสบียงของพวกเรา”
“น่าเจ็บแค้นที่สุดคือแม้แต่แพะพวกมันก็ยังเอาไปด้วย แพะตัวนั้นข้ายังไม่ได้กินแม้แต่คำเดียวเลย เสียแรงเลี้ยงพวกมันแท้ ๆ”
ฉินเหล่าซื่อจ้องมองเฝิงเสี่ยวฮวาอย่างเ็า ไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับนางอีก
พี่สะใภ้สามยังรู้จักปกป้องสัมภาระและคน แต่พี่สะใภ้รองผู้นี้ พอมีของดีก็กระตือรือร้นยิ่งกว่าใคร ทว่าพอมีเื่ก็วิ่งเร็วกว่ากระต่ายเสียอีก
ตอนแรกหากไม่ใช่ว่าเหล่าเอ้อร์เผลอไปชั่วขณะ หญิงเห็นแก่ตัวเช่นนี้จะได้แต่งเข้าบ้านเป็ภรรยาของพี่ชายรองของเขาได้อย่างไร
จนกระทั่งแม่เฒ่าฉินและคนอื่น ๆ กลับมาได้ยินว่าเสบียงถูกปล้น สีหน้าจึงไม่สู้ดีนัก
เฝิงเสี่ยวฮวาะโไปมาพลางพูดจาถากถางว่า แม่เฒ่าฉินไม่ควรเก็บแพะตัวนั้นไว้ น่าจะฆ่ากินเนื้อเสียตั้งนานแล้ว
แม่เฒ่าฉินยกกล้องยาสูบฟาดไปที่นางทันที
“หุบปากเสีย หากเ้ากล้าพูดอีกคำ ข้าจะโยนเ้าไปให้หมาป่ากินบนเขานั่นแหละ อย่างไรสมัยนี้บ้านไหน ๆ ก็ไม่ขาดสะใภ้หรอก”
“ข้าวปลาอาหารไม่ใช่ข้าทำหายเสียหน่อย พวกท่านมีกำลัง มีอาวุธก็ไปเอาคืนจากพวกมันสิ เหตุใดต้องมาลงที่ข้า”
เฝิงเสี่ยวฮวาบ่นพึมพำพลางใช้มือป้องศีรษะ นางถูกฉินเหล่าเอ้อร์จ้องมองอย่างดุร้าย ก่อนจะถูกดึงตัวไปด้านข้าง
แม่เฒ่าฉินรับเด็กทารกมาไว้ในอ้อมแขน เมื่อเห็นฉินเยาเยาแม้ใบหน้าจะมีรอยแดงเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายสดใส ไม่ได้ดูหวาดกลัวอย่างที่คิด นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เล่อเหนียงของย่า ไม่ได้ใกลัวใช่หรือไม่”
“ไม่ต้องกลัวนะ ย่ากลับมาแล้ว ย่าจะปกป้องเล่อเหนียงเอง!”
ฉินเยาเยายิ้มกว้าง พ่นน้ำลายเป็ฟองตอบกลับ พลางยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาหวังจะััใบหน้าของนาง แต่ด้วยความที่ยังเด็กนัก จึงพลั้งมือตบเข้าที่ใบหน้าของนางเต็มแรง
เพียะ!
แม่เฒ่าฉินหัวเราะเสียงดังอย่างเอ็นดู “ช่างเถิด ตบก็ตบไปเถิด ขอเพียงทุกคนในครอบครัวปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว เื่อื่นมิใช่เื่สำคัญ ครั้งก่อนก็พวกเรามิใช่หรือที่กินผลไม้ กินพืชผัก จนเดินมาถึงที่นี่ได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น มีเล่อเหนียงที่เป็ดั่งดวงดาวแห่งโชคลาภอยู่ที่นี่ พวกเรายังจะกลัวอดตายอีกหรือ”
เฝิงเสี่ยวฮวาเม้มปากเล็กน้อย นาง้าจะเอ่ยสิ่งใดบางอย่างออกมา แต่ถูกฉินเหล่าเอ้อร์จ้องมองอย่างดุดัน นางจึงได้แต่เงียบ
“เก็บข้าวของเถิด พวกเราต้องรีบเดินทางกันในคืนนี้ ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว”
เฝิงเสี่ยวฮวากลอกตาอย่างเหยียดหยัน ทารกตัวเล็ก ๆ คนเดียว พวกเ้ายังนับถือราวกับเป็เทพเสียอย่างนั้นละ
เด็กน้อยฉินเยาเยาซุกอยู่ในอ้อมกอดของท่านย่า นั่งอยู่บนแคร่หามชั่วคราวที่เหล่าซานและเหล่าซื่อช่วยกันทำขึ้น และครอบครัวตระกูลฉินก็ถือคบเพลิงออกเดินทางอีกครั้ง
คิ้วเล็ก ๆ ของเยาเยาขมวดเข้าหากัน พยายามครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างไร
เมื่อวานตอนที่ท่านย่าลงจากูเามาเกิดพลาดท่าล้มลง าเ็ที่เท้า เมื่อครู่นี้เพราะเื่ของพี่ชายทั้งสองท่านย่าจึงรีบร้อนเดินตามไป ตอนนี้เท้าของท่านย่าน่าจะเจ็บหนักขึ้นเป็แน่
น่าเสียดายที่สมองเล็ก ๆ ของนางยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป
เมื่อฉินเยาเยาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
นางนอนอยู่ในอ้อมแขนของมารดา ใบหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
นางอยากปัสสาวะ!
ถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของนางจะเป็เพียงทารกน้อยที่ยังไม่ครบเดือน แต่จิติญญาของนางคือผู้ใหญ่ การให้นางทำเปียกราดในผ้าอ้อมนั้น นางทำไม่ได้จริง ๆ
ฉินเยาเยาอยากจะปลุกท่านแม่ แต่เมื่อมองดูมารดาผู้ให้กำเนิดที่อยู่ในอ้อมกอดของท่านพ่อ นอนหลับอย่างสบาย มีรอยคล้ำใต้ตาปรากฏชัดเจน นางจึงอดสงสารไม่ได้
ตอนที่นางใกล้จะกลั้นไว้ไม่อยู่ แม่เฒ่าฉินผู้เฝ้ายามอยู่ก็สังเกตเห็นว่าเยาเยาตื่นแล้ว
นางเดินเข้ามาอุ้มฉินเยาเยาไปด้านข้าง แก้ผ้าห่อตัวออก แล้วให้ฉินเยาเยาฉี่
เมื่อปลดปล่อยแล้ว ดวงตากลมโตของฉินเยาเยาก็เริ่มมองไปมา
แม่เฒ่าฉินมองดูดวงตากลมโตที่มองไปมาของหลานสาวตัวน้อย นางหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือไปแตะที่ศีรษะเล็ก ๆ ของเยาเยา
“เ้าเด็กน้อยเ้าเล่ห์คนนี้ คิดแผนอะไรอีกแล้ว”
ฉินเยาเยาอ้าปากเล็ก ๆ พ่นฟองน้ำลายออกมา มือเล็ก ๆ แกว่งไปมาไม่หยุด “อื้อ อื้อ อื้อ”
“ดี ๆ ๆ ไปกันเถิด” แม่เฒ่าฉินพูดด้วยความเอ็นดู
นางอุ้มฉินเยาเยาเดินออกไป นางรู้ว่าเ้าเด็กน้อยนำโชคคนนี้ของนางกำลังจะเล่นกลอีกแล้ว
หลังจากเดินออกไปได้ไกล แม่เฒ่าฉินก้มมองดูหลานสาวตัวน้อย กำลังจะพูดคุยด้วย แต่เกือบจะถูกไข่ไก่และไก่ที่กระพือปีกอยู่บนพื้นทำให้ใจนสิ้นสติ
นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก เมื่อพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่บริเวณนั้น นางจึงคลายใจลง แล้วจึงเอ็ดใส่ฉินเยาเยาอย่างมันเขี้ยว
“เ้าเด็กคนนี้ เกือบทำให้ย่าใตายแล้วรู้ตัวบ้างหรือไม่”
ฉินเยาเยารู้สึกผิดเล็กน้อย นางเอาแต่ห่วงว่าคนในบ้านจะได้กินอาหารเช้าหรือยัง จึงรีบย้ายของออกไปเพื่อให้พวกเขากินจนอิ่มท้อง
แต่กลับลืมไปว่าต้องทักทายท่านย่าก่อน
ดูสิ ท่านย่าถึงกับใขนาดนี้
ฉินเยาเยารีบยิ้มกว้างให้ท่านย่าอย่างน่ารัก
แม่เฒ่าฉินเห็นแล้วถึงกับใจละลาย รีบอุ้มหลานสาวขึ้นมากอดแนบอกแน่นไม่สนใจว่าหลานจะรังเกียจหรือไม่ แล้วหอมแก้มนุ่ม ๆ ของหลานไปสองฟอดใหญ่
ดวงตาของแม่เฒ่าฉินแดงก่ำ ์ช่างเมตตาตระกูลฉินของพวกเรา ที่ส่งเทพธิดาน้อยผู้น่ารักและแสนรู้เช่นเ้าตัวน้อยมาเกิดในตระกูลของนาง
จากนั้น นางจึงรวบชายเสื้อของตนทำเป็ถุง ใส่ไข่ไก่ทั้งหมดลงไป แล้วอุ้มเยาเยาไว้แนบอกและถือไก่ไว้ในมือ ฮัมเพลงเบา ๆ เดินกลับที่พัก
เมื่อกลับมาถึง ทุกคนในครอบครัวก็ตื่นกันแล้ว
พวกเขาเห็นไก่ตัวอ้วนที่อยู่ในมือแม่เฒ่าฉิน ต่างก็แสดงความยินดีออกมาอย่างปิดไม่มิด
“ท่านแม่ เ้าไก่ตัวนี้ท่านจับมาจากที่ใดกันเ้าคะ ตัวใหญ่น่าดู”
เฝิงเสี่ยวฮวาเอ่ยถามพลางมองไก่ในมือท่านแม่อย่างตะกละตะกลาม
แม่เฒ่าฉินตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์นัก “เก็บได้แถวข้างทางนั่นละ เห็นอยู่เป็ฝูงเชียว”
เฝิงเสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้นก็คิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยว่า “ไก่ตัวเดียวคงไม่พอพวกเรากินหรอก ข้าออกไปจับมาอีกสองสามตัวดีกว่า”
ว่าจบนางก็วิ่งออกไป
ส่วนคนอื่น ๆ ได้แต่มองตามหลังเฝิงเสี่ยวฮวาเหมือนกับมองคนโง่
“สะใภ้สาม เ้ารับไก่ไปทำความสะอาดเถิด จะได้กินกันให้อิ่มท้องแล้วเดินทางกันต่อ”
สือไห่ถังรับคำ แล้วรับไก่กับไข่ไก่ไปจัดการ
ส่วนเหล่าซื่อกับเหล่าซานก็ช่วยกันก่อเตาอย่างง่าย ๆ ขึ้นมา
ฉินลิ่งอวี่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ คอยดูแลฉินลิ่งเหวินและฉินลิ่งอันที่ยังไม่ฟื้น
เด็ก ๆ พากันนั่งยองมองดูไก่ที่ยังกระพือปีกด้วยความสนใจ ดวงตากลมโตฉายแววฉงนสงสัย
“ท่านย่า ไก่ตัวนี้อ้วนจัง ท่านย่าจับมันได้อย่างไรขอรับ”
“ก็จับมันมาแบบนี้นี่ละ” แม่เฒ่าฉินตอบอย่างคลุมเครือ
“ลิ่งเหวินกับลิ่งอันยังไม่ฟื้นอีกหรือ” แม่เฒ่าฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล ขณะมองดูหลานทั้งสองที่ยังคงไม่ได้สติ
ฉินเยาเยาเอื้อมมือป้อม ๆ ออกไปคว้าหาพี่ชายพลางส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอ
นางอยากไปดูพี่ชายทั้งสอง
สวี่ซิ่วอิงคิดว่าลูกสาวหิว จึงรีบเข้าไปรับนางมาจากอ้อมแขนของแม่เฒ่าฉิน ก่อนจะหันหลังแล้วป้อนนมใส่ปากของนาง
ฉินเยาเยารู้สึกเหมือนมีบางอย่างนุ่ม ๆ ถูกยัดเข้ามาในปากโดยไม่ทันตั้งตัว นางจึงเริ่มดูดตามสัญชาตญาณ
นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเงียบงัน พลางคิดในใจว่าช่างเถอะ ขอเพียงได้อิ่มท้องก่อนแล้วค่อยว่ากัน
เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ฉินเยาเยาก็เอนศีรษะเล็ก ๆ ของนางลง แล้วหลับใหลไป
ท่ามกลางห้วงนิทรา ฉินเยาเยารู้สึกราวกับว่ามีสิ่งบางอย่างที่นางหลงลืมไป