ยังคงเป็ปัญหาถกเถียงกันไม่จบสิ้นสำหรับเื่การหาคนที่จะมารับผิดชอบ ให้อาหารหมู และทำความสะอาดเล้าหมูของบ้านใหญ่
“คุณแม่ก็ให้อ้ายเยว่กับซูเม่ยรับผิดชอบไปสิคะตื่นเช้าหน่อยคงไม่เป็ไรหรอกค่ะ” พี่สะใภ้รองหาตัวตายตัวแทนเพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีวัน ลดตัวไม่ทำความสะอาดเล้าหมูอย่างแน่นอน
“ได้อย่างไรกัน ลูกสาวของฉันก็ต้องเรียนหนังสือ เธอน่ะเหมาะสมที่สุดแล้วล่ะจ้ะน้องสะใภ้รอง”พี่สะใภ้ใหญ่ทำเป็ยิ้มใจดีสู้ ไม่อยากจะแสดงความไม่พอใจออกมาทุกวันนี้ก็รู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ ที่แม้ว่าจะเป็หลานคนแรกและคนที่สองแต่ก็ใช่ว่าจะได้รับความรักความเอาใจใส่จากปู่และย่าอย่างที่ควรจะเป็
“ฉันตัดสินใจไปแล้ว หล่อนจะพูดทำไมให้มากความล่ะแม่เจิ้นฝาน?” ท่านแม่กู่วางตะเกียบในมือเสียงดัง ท่านเริ่มจะกินอาหารบ้านนี้ไม่ลงแล้วหลังจากที่ลูกสะใภ้สี่แยกครัวออกไป รู้สึกว่าจะกินอาหารได้น้อยลง
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะขอแยกบ้านค่ะ” พี่สะใภ้รองยื่นคำขาด
“เหลวไหล เห็นฉันเป็หัวหลักหัวตอหรืออย่างไรงานง่ายๆแค่เอาข้าวให้หมูกินหล่อนยังทำไม่ได้จะแทะกระดูกลูกชายฉันไปถึงเมื่อไหร่กัน” ท่านแม่กู่โมโหะโเสียงดังคาดว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆ กันก็คงจะได้ยินประโยคนี้ด้วย
“กะ ก็ฉัน” พี่สะใภ้รองเห็นแม่สามีโมโห หล่อนก็เริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว
“บ้านหลังนี้ฉันเป็คนดูแลหากใครไม่เคารพการตัดสินใจก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกแล้วก็อย่าได้คิดว่าจะได้เงินก้นถุงออกไป หากจะไปก็ไปแต่ตัว อย่าได้เอาสิ่งใดไปแม้แต่ชิ้นเดียวรวมไปถึงหลานของฉันด้วย” ท่านแม่กู่ประกาศกร้าว ทำให้ทุกคนต้องก้มหน้า ไม่กล้าเงยหน้าสบตาเลยแม่แต่คนเดียว
“แม่ครับ…ทำไปก่อน”กู่เจิ้นฝานสะกิดผู้เป็แม่พร้อมทั้งพูดอย่างไม่ออกเสียง
“ฮึก” พี่สะใภ้รองหันไปมองลูกชาย นึกเจ็บใจที่ถูกแม่สามีกดขี่อยู่เรื่อยมาเธอไม่มีอิสระทางความคิด หรือแม้กระทั่งการใช้เงินเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ภาวนาว่าปีใหม่ที่จะถึงนี้ขอให้สามีได้กลับบ้านทีเถิด
“เอาเถอะๆ พอได้แล้วล่ะ แม่เจิ้นฝานพี่น้องทุกคนต้องออกไปทำงานที่ทุ่งนาอีกอย่างลูกสี่กับภรรยาก็ไม่ได้อยู่กับเราแล้วพ่อกับแม่จึงหาวิธีเพิ่มแต้มค่าแรงให้กับบ้านของเราก็แค่ให้เศษอาหารแล้วก็รำข้าวเท่านั้นน่าจะไม่ใช่เื่ยากสักเท่าไหร่หรอกจริงไหม?”ท่านพ่อกู่พูดปลอบใจลูกสะใภ้รอง
“ค่ะ” พี่สะใภ้รองรับคำเสียงสั่น เธอโมโหจนอยากจะร้องไห้ออกมาอยากจะกรีดร้องดังๆ ในสิ่งที่เธอรู้สึกอัดอั้นตันใจ แต่ก็ทำได้เพียงกลืนคำพูดเ่าั้ลงคอไปได้แต่เฝ้ารอวันที่สักวันหนึ่งจะเป็วันของเธอกับครอบครัวบ้าง
ทางด้านเถาฮวาเหลยกำลังง่วนอยู่กับการผสมอาหารให้หมู เธอเอาเศษอาหารผสมกับรำข้าวไปให้กับลูกหมูกินเนื่องจากว่าอายุยังน้อยหากว่าให้อาหารที่ย่อยยาก ก็อาจจะไม่ดีต่อลำไส้หากถามถึงประสบการณ์ให้การเลี้ยงหมูก็คงต้องบอกไม่มีเลยแต่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเรียนรู้กันได้แม้ว่าในยุคนี้จะพอมีอาหารเม็ดออกมาขายบ้างแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินซื้ออีกทั้งยังเป็การลงทุนที่ค่อนข้างมาก สำหรับการเลี้ยงเพื่อแลกแต้มค่าแรงจึงไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่
“ค่อยๆกินนะ” ่กลางวันเถาฮวาเหลยเอาอาหารและน้ำมาให้ลูกหมูกินเนื่องจากว่า่นี้อากาศร้อนมาก จึงจำเป็ต้องอาบน้ำคลายร้อนให้กับลูกหมูบ้างเพื่อให้พวกมันอารมณ์ดี และถือโอกาสทำความสะอาดเล้าหมูให้สะอาดไปในตัวด้วยป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจจะทำให้เกิดโรคติดต่อตามมา
หมูน้อยทั้งสองต่างส่งเสียร้องทักทายเ้าของซึ่งเถาฮวาเหลยยืนพูดคุยกับลูกหมูเป็เวลานาน กว่าที่เธอจะยอมเดินกลับเข้าไปภายในห้องแต่เมื่อเหลือบไปมองเล้าหมูของบ้านใหญ่ กลับพบว่าอาหารของลูกหมูได้หมดลงไปแล้วอีกทั้งน้ำก็ยังแห้งขอดอีกด้วย หากเป็แบบนี้คาดว่าอีกไม่นานหมูอาจจะล้มป่วยได้แต่เมื่อคิดไปคิดว่าก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เธอจะต้องสนใจโตจนป่านนี้แล้วกลับปัดความรับผิดชอบก็คงช่วยเหลืออะไรไม่ได้
“เวรกรรมอะไรของฉันนักหนา”แต่แล้วจากนั้นเพียงไม่นานพี่สะใภ้รองก็เดินตรงมายังเล้าหมู พร้อมกับอาหารที่เตรียมเอาไว้ลูกหมูต่างส่งเสียงร้องประท้วง คล้ายกับจะตำหนิเ้าของกลายๆ ว่ามาช้า ทำให้พวกมันทั้ง4 ตัวต้องหิ้วท้องรอ
“หุบปากเหม็นๆ ของพวกแกไปเลยนะ แค่ได้ยินเสียงฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”พี่สะใภ้รองรีบเทอาหารที่ผสมมาลงไปในกะบะอาหารลงบ้างไม่ลงบ้างเพราะเธอตักแบบหันหน้าออกจากเล้าหมูไม่ยอมหันไปมองว่าอาหารลงไปในกะบะที่เตรียมเอาไว้หรือไม่
เมื่อเทอาหารเสร็จก็เดินไปที่ริมน้ำเพื่อเทน้ำใส่ในกะบะขนาดใหญ่ให้กับลูกหมู หลังจากนั้นหล่อนก็สะบัดตูดกลับบ้านไปอย่างไวไม่ได้ทำความสะอาดคอกหมูอย่างที่ควรจะเป็ เถาฮวาเหลยได้แต่ตำหนิพี่สะใภ้รองในใจเนื่องจากว่าเล้าหมูอยู่ไม่ไกลกันสักเท่าไหร่ หากว่ามันส่งกลิ่นเหม็นมา แน่นอนว่าเธอเองก็ต้องได้กลิ่นเช่นเดียวกันแล้วถ้าหากว่าเป็แบบนี้สิ่งที่เธอทำมามันจะไปมีประะโยชน์อะไรกัน
“ทำไมพี่ไม่ทำความสะอาดเล้าหมูล่ะคะ?”เถาฮวาเหลยเดินไปถามพี่สะใภ้รองเธอจะไม่ยอมปล่อยให้ทุกอย่างที่ทำมาต้องสูญเปล่าโดยเด็ดขาด
“ว่าอย่างไรนะ?” พี่สะใภ้รองแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อน้องสะใภ้สี่เดินเข้ามาหาเื่เธอถึงในบ้าน
“ฉันถามว่าพี่ทำไมถึงไม่ยอมล้างเล้าหมู”เถาฮวาเหลยย้ำถามคำถามเดิมกับพี่สะใภ้รอง
“เถาฮวาเหลย หล่อนคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงเที่ยวเตือนคนอื่นเขาการที่หล่อนล้างคอกหมูเช้ากลางวันเย็น มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกหมูสกปรกๆพวกนั้นโตมากไปกว่าลูกหมูในเล้าของพวกฉันหรอกนะเพราะฉะนั้นฉันจะขอเตือนด้วยความหวังดีว่า อย่าเสือก” พี่สะใภ้รองย้ำประโยคสุดท้ายอย่างเสียงดังฟังชัดพร้อมทั้งก่นด่าเถาฮวาเหลยในใจ ว่าหล่อนมีสิทธิ์มาสั่งสอนเธอั้แ่เมื่อไหร่แค่มีสามีถือหางใช่ว่่าจะเที่ยวตำหนิคนอื่นได้
“ฉันแค่ถามไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายในส่วนของพี่อยู่แล้วอีกอย่างคือถ้าคุณแม่กลับมา แล้วพบว่าเล้าหมูไม่เรียบร้อย ก็เกรงว่าพี่อาจจะโดนด่าอีกชุดใหญ่เท่านั้นน่ะค่ะ”เถาฮวาเหลยเลิกใกับท่าทางและน้ำเสียงที่พี่สะใภ้รองใช้ข่มขู่แล้วเพราะรู้ดีว่าที่ผ่านมาหล่อนพยายามข่มคนอื่นนั้นเพียงเพราะไม่้าอยู่ใต้อำนาจใครทั้งๆ ที่ความจริงแล้วหล่อนเองก็ไม่ได้เหนือไปกว่าพี่น้องคนอื่นๆ เลยสักนิด
เมื่อพูดจบเถาฮวาเหลยก็กลับเข้าห้องของตัวเองไปทิ้งให้พี่สะใภ้รองขนลุกขนพอง เมื่อคิดว่าแม่สามีกลับมาแล้วพบว่าเล้าหมูที่เธอรักยิ่งกว่าลูกนั้นไม่สะอาดคิดได้เช่นนั้นก็รีบเดินกลับไปทางเดิม และทำความสะอาดแต่แล้วเมื่อเห็นเล้าหมูของน้องสะใภ้สี่ที่แห้งสะอาด คล้ายกับว่าลูกหมู 2 ตัวนั้นไม่ได้ที่เล้านี้มาก่อน
“สะอาดนักใช่ไหมฉันก็อยากจะรู้นักว่าถ้าน้องสี่ที่ทำงานตากแดดกลางทุ่งนามาเห็นสภาพเล้าหมูที่สกปรกเ้าลูกหมูที่หิวโซจะยังรักและเทิดทูนเถาฮวาเหลยอยู่หรือไม่”พี่สะใภ้รองหันซ้ายหันขวาเห็นว่าไม่มีใครจึงลงมือตามความคิดของเธอในทันที
“คุณทำอะไรอยู่หรือคะ?” เถาฮวาเหลยเห็นว่าเลยเวลาที่สามีกลับบ้านมานานแล้วและตั้งใจว่าจะออกไปเอาอาหารให้กับลูกหมูทั้งสองด้วยแต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าสามีกำลังล้างเล้าหมูอยู่จึงเอ่ยถามขึ้น
“กำลังทำความสะอาดเล้าหมูน่ะครับ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ”กู่เซียวจ้านเงยหน้าขึ้นมาตอบภรรยา
“แต่ฉันเพิ่งจะทำความสะอาดไปเมื่อ่กลางวันเองนะคะ”เถาฮวาเหลยตอบ พร้อมทั้งขมวดคิ้วสงสัย ไม่คิดว่าเ้าลูกหมูพวกนี้จะทำสกปรกเร็วขนาดนี้
“แต่ตอนที่ผมมาถึง เล้าหมูก็สกปรกมากเลยนะครับไม่มีแม้กระทั่งน้ำให้พวกมันกิน” กู่เซียวจ้านพูด พร้อมทั้งหลบสายตาภรรยาเขาไม่คิดที่จะโทษภรรยา หากว่าเธอไม่เต็มใจที่จะดูแลลูกหมูพวกนี้แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเธอรับปากกับเขาเอาไว้แล้วแท้ๆ
“จะเป็ไปได้ยังไงคะก็ในเมื่อฉัน…” เถาฮวาเหลยหยุดคำพูดเอาไว้เพียงแค่นั้นจากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านใหญ่ เพื่อสอบถามเื่ราวกับพี่สะใภ้รองในเมื่อภายในบ้านมีเพียงเธอและพี่สะใภ้รองเท่านั้น
“คุณจะไปไหนครับ?” กู่เซียวจ้านะโไล่หลังภรรยายังไม่ทันที่จะพูดคุยกันรู้เื่ เธอก็รีบเดินมุ่งหน้าไปทางบ้านใหญ่ในทันทีชายหนุ่มรีบล้างไม้ล้างมือแล้วเดินตามภรรยาเข้าไป
ปัง
“พี่ทำแบบนี้ทำไมคะ” เถาฮวาเหลยใช้มือบางทั้งสองข้างทุบโต๊ะที่พี่สะใภ้รองนั่งอยู่กับลูกชายจนเกิดเสียงดังทำให้ทั้งพี่สะใภ้รองและลูกชายต่างก็สะดุ้งใไปตามๆกัน
“ไอหยา…ทำอะไรของหล่อนน้องสะใภ้สี่ ฉันเกือบจะหัวใจวายตายแล้วนะ”พี่สะใภ้รองเอ็ดเถาฮวาเหลยเสียงหลง จู่ๆ หล่อนก็มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียงมิหนำซ้ำยังมาทำเสียงดังอีกด้วย
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็คนถามพี่ว่ากำลังทำอะไรอยู่เื่นี้ฉันว่าพี่เล่นแรงเกินไปนะคะ” เถาฮวาเหลยถามด้วยน้ำเสียงโมโหเธอไม่สามารถที่จะเก็บอารมณ์ขุ่นมัวเอาไว้ได้อีก ยิ่งเมื่อเห็นว่าสามีที่ทำงานหนักมาทั้งวันต้องมานั่งล้างเล้าหมูเธอก็ยิ่งรับไม่ได้
“ฉันไปทำอะไรให้หล่อน พูดให้มันดีๆ นะ อย่ามาหาเื่กันเสียให้ยาก”พี่สะใภ้รองตอบลอยหน้าลอยตา ดูก็รู้ว่ามีพิรุธ
“พี่เป็คนทำให้เล้าหมูของฉันสกปรก ทั้งๆ ที่เมื่อกลางวันฉันล้างทำความสะอาดเสร็จหมดแล้ว”เถาฮวาเหลยพูดขึ้น
“ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไมอีกอย่างหล่อนเอาอะไรมาตัดสินว่าเป็ฝีมือของฉันล่ะน้องสะใภ้สี่จะกล่าวหาคนอื่นทั้งทีหล่อนต้องมีหลักฐานนะ”พี่สะใภ้รองพูดขึ้นอย่างเป็ต่อ ไม่ยอมรับเสียอย่างใครจะทำอะไรได้ในเมื่อภายในบ้านมีเพียงเธอและเถาฮวาเหลยเท่านั้นเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่เถาฮวาเหลยพูดคือความจริงหล่อนอาจจะไม่ได้ทำความสะอาดเล้าหมูอย่างที่พูดก็เป็ได้
“ฉันถึงถามพี่อยู่นี่ไงคะว่าพี่ทำไปทำไมพี่เองก็เห็นว่าฉันทำความสะอาดเล้าหมูเสร็จก่อนพี่อีก”เถาฮวาเหลยเถียงขึ้นอย่างไม่ลดละ
“จุ๊ๆ น้องสะใภ้สี่นี่ช่างพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นเสียจริงนะฉันต่างหากที่นั่งล้างเล้าหมูอย่างหลังขดหลังแข็ง ส่วนหล่อนนั้นเอาแต่นอนกลางวัน ไม่ยอมโผล่หัวออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันกับคนอื่นเขาเลย”พี่สะใภ้รองแต่งเื่ขึ้น
“พี่แน่ใจหรือคะว่าพี่ล้างเล้าหมูคนเดียวและไม่เห็นว่าฉันทำความสะอาดเล้าหมู?” เถาฮวาเหลยถามย้ำพร้อมทั้งนึกเื่ที่จะเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้แล้ว
“ฉันแน่ใจน้องสี่เองก็เห็นว่ากลับมาถึงสภาพเล้าหมูของเธอและของบ้านเราต่างกันมากเพียงใด”พี่สะใภ้รองหันหน้าไปหากู่เซียวจ้านที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาพอดี
“ฉันขอเตือนพี่เป็ครั้งสุดท้ายว่าให้พูดความจริงออกมาไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายนะคะ” เถาฮวาเหลยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ฉันมั่นใจ” พี่สะใภ้รองพูดขึ้นอย่างไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิดในเมื่อเธอมีพยายานก็คือน้องชายสี่ แล้วจะต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีก
“เอารำข้าวมาส่งครับ” เถาฮวาเหลยยิ้มมุมปากส่งไปให้พี่สะใภ้รองในขณะที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“มีเื่อะไรกัน?" ท่านแม่กู่ออกไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านมาเมื่อกลับเข้าบ้าน ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของเหล่าลูกสะใภ้ จึงรีบเดินเข้ามาดู
“คุณมาแม่ก็ดีแล้วล่ะค่ะ มาช่วยตัดสินให้ฉันทีเถอะค่ะน้องสะใภ้สี่กล่าวหาว่าฉันรังแกหล่อน”จากนั้นพี่สะใภ้รองก็เล่าเื่ราวทั้งหมดให้แม่สามีฟังเื่ที่เธอเรียบเรียงแต่งขึ้นมาเองทั้งหมดเธอใช้เวลา่บ่ายในการคิดเื่ใส่ร้ายน้องสะใภ้สี่ขึ้นมา
“คุณช่วยไปตามคนส่งรำข้าวมาให้ฉันทีได้ไหมคะ?” เถาฮวาเหลยพูดเสียงเบากับสามีในขณะที่พี่สะใภ้รองกำลังเล่าเื่ ที่เธอแต่งขึ้นมาให้แม่สามีฟังอย่างออกรสจนไม่ทันได้สังเกตว่าทางฝั่งบ้านสี่นั้นกำลังเคลื่อนไหวอยู่เช่นกัน
“ครับ” แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่า จะพาคนนอกมารับรู้เื่ภายในทำไมแต่เขาก็ยังเชื่อเต็มหัวใจ ว่าสิ่งที่ภรรยาพูดนั้นเป็เื่จริงเพราะเธอรับปากเขาหนักแน่น ว่่าจะเป็คนดูแลลูกหมูพวกนั้นแทนเขาเองจึงไม่คิดว่าภรรยาจะไม่ทำตามสัญญา แม้ว่าเมื่อกลับมาเขาจะรู้สึกสับสนเล็กน้อยก็ตาม
“เธอมีอะไรจะพูดหรือไม่เล่าสะใภ้รอง?” ท่านแม่กู่ได้ฟังความจากลูกสะใภ้รองจึงหันมาถามลูกสะใภ้อีกคนบ้าง
ตอนนี้ทุกคนในบ้านกำลังยืนดูการสืบสวนเื่ราวโดยท่านแม่กู่ แม้แต่พี่สะใภ้ใหญ่ ก็ไม่เชื่อในสิ่งที่พี่สะใภ้รองเล่าเพราะหากคนที่นอนสบายอยู่แต่ในห้อง คือพี่สะใภ้รองยังน่าเชื่อถือมากกว่าด้วยนิสัยของเถาฮวาเหลยแล้วนั้น ไม่มีทางเป็อย่างนั้นไปได้ ไม่เช่นนั้นท่านแม่กู่คงตัดสินไปแล้วทั้งๆพยานที่เห็นว่าเล้าหมูของบ้านสี่สกปรก ก็คือกู่เซียวจ้าน
“แน่นอนว่ามีค่ะ ฉันทำความสะอาดเล้าหมู รวมไปถึงให้อาหารลูกหมูทั้งสองตัวจากนั้นก็ไปเรียกพี่สะใภ้รองที่นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านพอดีว่าให้เธอเอาเศษอาหารไปให้หมูกิน เพราะตอนนั้นลูกหมูทั้ง 4 ตัวส่งเสียงร้องดังมากอาจจะเพราะกำลังหิวอยู่”เถาฮวาเหลยเล่าตามสิ่งที่เธอเห็นและพูดกับพี่สะใภ้รองออกไปให้ทุกคนได้ฟัง
ท่านแม่กู่ฟังด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเมื่อฟังจบก็มีสีหน้าลำบากใจ แม้ว่าจะรู้ดีอยู่เต็มอก ว่าลูกสะใภ้สี่คนนี้เป็คนขยัน ไม่มีทางปล่อยปะละเลยในหน้าที่แต่เป็เพราะไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันคำพูดได้ ท่านจึงได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น
“น้องสะใภ้สี่ จะพูดหรือกล่าวหาใครเธอจำเป็ต้องมีหลักฐานหรือไม่ก็พยานนะ” พี่สะใภ้รองพูดอย่างเหนือกว่าเธอมองออกว่าทุกคนไม่เชื่อในสิ่งที่เธอเล่าออกไปแต่แล้วจะทำไงได้ในเมื่อไม่มีหลักฐานมาชี้ชัดว่าเธอกุเื่ทั้งหมดขึ้นมา
“ผมเป็พยานให้ได้ครับ” จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ไอหยา พ่อหนุ่มผู้นี้คือ?” ท่านแม่กู่เอ่ยถามขึ้น เพราะเื่ที่เกิดขึ้นภายในบ้านให้คนอื่นมารับรู้ด้วยนั้นย่อมเป็เื่ไม่ดีอย่างแน่นอน
“ผมเป็คนเอารำข้าวมาส่งให้พี่สาวคนนี้เมื่อตอนกลางวันครับ่ก่อนเที่ยงเธออกไปซื้อรำข้าว แต่เพราะสั่งเป็จำนวนมากเลยยกกลับมาไม่ไหวผมก็เลยอาสามาส่งให้ แต่เมื่อมาถึงก็เห็นพี่สาวกำลังล้างทำความสะอาดคอกหมูอยู่ผมยังอดทึ่งไม่ได้ เพราะคอกหมูของเธอสะอาดและแห้ง ราวกับว่าไม่มีหมูมาอยู่เลยล่ะครับนอกจากนั้นพี่สาวยังอาบน้ำให้หมูด้วยเธอบอกว่าลูกหมูจะได้อารมณ์ดีไม่หงุดหงิดง่าย”ชายหนุ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทุกคนฟัง
เดิมทีเขาตั้งใจจะเอารำข้าวมาส่งนานแล้วแต่เป็เพราะ่นี้มีคนเลี้ยงหมูจำนวนมากจึงติดส่งหลายบ้านและได้แวะบ้านพี่สาวคนสวยเป็หลังสุดท้ายเนื่องจากว่าเมื่อ่กลางวันได้เอามาส่งแล้วจำนวนหนึ่งจึงคิดว่าเธอน่าจะยังไม่รีบใช้รำข้าวสักเท่าไหร่
“ขอบใจพ่อหนุ่มมากนะ หวังว่าเื่นี้” ท่านแม่กู่กำลังจะขอร้องให้เขาเก็บเป็ความลับ
“ผมไม่พูดหรอกครับ แต่เื่ที่ผมพูดทั้งหมดคือเื่จริง พี่สาวท่านนั้นต่างหากพูดโกหกเพราะตอนที่ผมเอารำข้าวมาส่งเธอยังนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่เลยครับ”ชายหนุ่มพูดจบแล้วก็เดินจากไป
สิ่งที่ย้ำคำพูดของเขาได้เป็อย่างดีก็คือเศษของเปลือกเมล็ดแตงโมที่ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้รับการปัดกวาดแต่อย่างใดอาจจะเป็เพราะพี่สะใภ้รองเธอล้างเล้าหมูจนเหนื่อย จึงลืมเก็บกวาดทำลายหลักฐานและตอนที่ลุกออกไปดูลูกหมูพวกนั้น ก็ลุกออกไปทั้งที่ยังอารมณ์คุกรุ่น จึงไม่ได้สนใจเพียงแค่เปลือกเมล็ดแตงโมไม่คิดว่ามันจะกลายมาเป็หลักฐานมัดตัวเธอได้
“ว่าอย่างไรล่ะแม่เจิ้นฝาน หล่อนมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?” ท่านแม่กู่ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ เื่เก่ายังไม่สะสาง ก็มีเื่ใหม่เพิ่มเข้ามาเสียแล้ว
“เปลือกเมล็ดแตงโมนี้นานแล้ว จะมาเหมารวมว่าเป็ของฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ”พี่สะใภ้รองตอบไม่ตรงคำถาม เพราะตอนนี้เธอกำลังร้อนรน หากเป็แบบนี้คงไม่พ้นถูกจับได้เป็แน่เลยแกล้งตีรวนพูดจาไม่รู้เื่ไปก่อน
“เหลวไหล ใครจะไปซื้อของไร้สาระพวกนั้นมากิน” ท่านแม่กู่พูดขึ้น ท่านไม่มีวันเสียเงินซื้อเมล็ดแตงโมมานั่งแทะเล่นให้เสียเวลาทำมาหากินหรอก
“นั่นน่ะสิคะ ฉันลืมไปแล้วว่ารสชาติของเมล็ดแตงโมเป็ยังไง”พี่สะใภ้ใหญ่พูดขึ้นบ้างเธอมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าเื่ที่เถาฮวาเหลยพูดนั้นเป็เื่จริงไม่จำเป็ต้องมีพยานมายืนยันเลยด้วยซ้ำ
“ถ้าหล่อนไม่มีคำอธิบาย ต่อไปหล่อนก็เป็คนทำความสะอาดเล้าหมูให้กับลูกสี่เป็เวลา1 สัปดาห์ก็แล้วกัน” ท่านแม่กู่พูดขึ้นเมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าลูกสะใภ้คนรองเป็คนก่อเื่
“ได้อย่างไรกันล่ะคะคุณแม่” พี่สะใภ้รองพูดขึ้นอย่างไม่ลดละเพียงแค่เล้าหมูของที่บ้านเธอก็เหม็นจะแย่ ขืนให้มาทำของบ้านสี่ด้วยเธอกินอะไรไม่ลงกันพอดี
“ไม่เป็ไรหรอกครับแม่ เอาไว้ให้พี่รองกลับมาค่อยสะสางทีเดียวก็ยังไม่สาย”กู่เซียวจ้านพูดขึ้นน้ำเสียงเย็นะเื เขาเป็คนไม่โวยวาย แต่หากได้พูดออกไปแล้วก็ต้องเป็คำไหนคำนั้น
“พี่สะใภ้รองไม่คิดจะขอโทษฉันหน่อยหรือคะ?” เถาฮวาเหลยพูดขึ้นหลังจากที่เงียบฟังอยู่นาน
“นั่นน่ะสิ คนที่ควรจะขอโทษมากที่สุดก็คือน้องสะใภ้สี่นะแม่เจิ้นฝาน”พี่สะใภ้ใหญ่พยักหน้า อีกทั้งยังเห็นด้วยกับคำพูดของเถาฮวาเหลย
“………..”พี่สะใภ้รองยังคงนั่งนิ่งไม่เอื้อยเอ่ยสิ่งใดออกมา
“ทำความสะอาดเล้าหมูบ้านสี่ 1 เดือน แยกย้ายกันได้” ท่านแม่กู่พูดจบก็เดินออกไปไม่รอให้ลูกสะใภ้หรือใครพูดอะไรออกมาอีก มีเื่ไม่เว้นแต่ละวันจนน่าปวดหัว
“อย่าคิดว่าพี่จะรังแกอะไรเมียผมก็ได้นะครับ มาลองดูกันว่าต่อไปหากเกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีกผมจะทำยังไงกับบ้านพี่”กู่เซียวจ้านเดินเข้าไปกระซิบกับพี่สะใภ้รองให้ได้ยินเพียงแค่สองคนในเมื่อเธอเปิดศึกกันซึ่งๆหน้าแบบนี้ เขาก็ไม่มีความจำเป็อะไรที่ต้องเกรงใจกันอีกอย่าคิดว่าตัวเองเป็ภรรยาทหารแล้วจะรังแกพี่น้องคนอื่นๆ ได้
พี่สะใภ้รองได้แต่อ้าปากค้างตาโตกับสิ่งที่น้องชายสามีมากระซิบบอก ใจหนึ่งเธอก็รู้สึกผิดอีกใจหนึ่งก็รู้สึกโกรธ หากสามีอยู่คงไม่มีใครมารังแกเธอได้ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนเขาถึงจะกลับ รู้หรือไม่ว่าลูกเมียกำลังถูกพี่น้องรังแกอยู่
“เหนื่อยหรือเปล่าครับ?” กู่เซียวจ้านเข้ามาในห้องนอนกับภรรยาจากนั้นก็เอ่ยถามเธอขึ้น
“ทนได้ค่ะ” เถาฮวาเหลยรู้ว่าสิ่งที่เขาถามนั้นหมายความว่าอย่างไร
“อดทนอีกหน่อยนะครับ รอให้ผมเก็บเงินได้มากกว่านี้ เราจะย้ายออกจากที่นี่กัน”ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดเื่สร้างบ้านใหม่ แต่มันต้องใช้เงินจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องมีคูปองจำนวนมหาศาลพวกนั้นด้วยซึ่งความสามารถของเขายังไปไม่ถึงตรงนั้น
“ฉันอดทนเก่งกว่าที่คุณคิดนะคะ คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะคนที่คิดร้ายกับคนอื่น สักวันจะต้องแพ้ภัยของตัวเอง” เถาฮวาเหลยพูดปลอบใจสามีการที่เธอยอมคน ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องยอมแพ้ ให้กับความไม่ถูกต้องที่ผ่านมายอมเพราะไม่อยากสร้างปัญหา ให้สามีต้องผิดใจกับพ่อแม่แต่ในเมื่อมีคนประกาศตัวเป็ศัตรู เธอก็พร้อมที่จะรับมือเช่นเดียวกัน
“จะดีกว่านี้ครับถ้าหากว่าคุณสู้พวกเขากลับไปเหมือนอย่างวันนี้”กู่เซียวจ้านมองภรรยาด้วยความรักใคร่ เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าเริ่มรักเธอั้แ่เมื่อไหร่แรกๆ ที่แต่งงานกันยอมรับว่าอึดอัดมาก เพราะต่างฝ่ายต่างเงียบไม่ค่อยได้พูดคุยกันแต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก
“ค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ไว้หน้าใครเลย” เถาฮวาเหลยพูดยิ้มๆ เพราะสามีเอาแต่บอกให้ธอสู้ทั้งๆที่เขาควรจะบอกให้เธออย่าหาเื่ใส่ตัว มันก็แปลกดีเหมือนกันกับการใช้ชีวิตคู่คงต้องมีอีกหลายๆ เื่ราวที่เธอจะต้องค่อยๆเรียนรู้มันไป
ตลอดระยะเวลา1 เดือนที่ผ่านมา พี่สะใภ้รองทำตามคำสั่งของแม่สามีอย่างเลี่ยงไม่ได้เถาฮวาเหลยก็ปล่อยให้หล่อนล้างเล้าหมูไป วันไหนที่พี่สะใภ้รองล้างไม่สะอาด เธอก็มักขู่จะฟ้องสามีจึงทำให้พี่สะใภ้รองเหนื่อยสองรอบ แทนที่จะทำให้ดีั้แ่แรก
แม่สามีก็ดูเหมือนจะเมตตาเธอมากขึ้นอาจจะเป็เพราะว่าทุกครั้งที่ทำอาหารจานเนื้อ เธอก็มักจะให้สามีเอาไปให้พ่อแม่ของเขาด้วยเื่นี้จึงสร้างความพอใจให้กับท่านแม่กู่เป็อย่างมากเนื่องจากว่าชอบอาหารฝีมือของลูกสะใภ้คนที่สี่มากที่สุด
“พรุ่งนี้ฉันว่าจะเข้าไปในเมืองสักหน่อยนะคะ" เถาฮวาเหลยบอกกับสามี
“ไปทำไมครับ” กู่เซียวจ้านล้มตัวลงนอนข้างๆภรรยา ตอนนี้เธอไม่ได้ผอมแห้งแรงน้อยเหมือนเมื่อก่อนแล้วเริ่มจะมีน้ำมีนวลเพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงผิวพรรณก็เริ่มผ่องใสราวกับสาวแรกแย้มก็ไม่ปาน
“ไปเดินดูของใช้หน่อยน่ะค่ะ แต่รับรองว่ากลับมาทันให้อาหารเ้าลูกหมู 2ตัวนั้นใน่กลางวันแน่นอนค่ะ" เถาฮวาเหลยตั้งใจจะเอาหน่อไม้ดองในน้ำซุปไปขายในตลาดมืดเธอแอบไปสำรวจการตลาดในนั้นมา 2-3 ครั้งแล้วพบว่าขายอะไรก็ขายได้หมด จึงไม่รู้สึกกังวลเท่าไหร่
่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอทำหน่อไม้ดองสูตรพิเศษเอาไว้เป็จำนวนมากเลยทีเดียวลงทุนแค่ซื้อถุงใส่หน่อไม้เท่านั้น ส่วนผสมและเครื่องปรุงต่างๆ ก็เอามาจากในมิติหน่อไม้ก็เอามาจากบนเขา ในเมื่อสามีอยากจะสร้างบ้านใหม่เธอที่เป็ภรรยาจะนิ่งนอนใจได้อย่างไร สร้างบ้านทั้งทีก็ต้องสร้างให้แข็งแรงไปเลยไม่ใช่ว่าฤดูหนาวมาทีก็ต้องซ่อมหลังคาที แบบนั้นคงไม่ดีแน่
“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” กู่เซียวจ้านพยักหน้าจากนั้นก็คว้าร่างบางเข้ามากอดสิ่งที่ทำให้เขานอนหลับได้อย่างสบายใจก็คงจะเป็กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของภรรยาแต่่นี้รู้สึกกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ นี้จะรบกวนใจเขามากเป็พิเศษเพราะไม่อยากจะทำแค่นอนกอดแล้ว อยากจะทำมากกว่านี้ ่วันหยุดหน้า สงสัยต้องพาภรรยาเข้าไปตรวจร่างกายและสอบถามหมอว่า เขาสามารถทำเื่อย่างว่ากับภรรยาได้หรือยังเพราะที่ผ่านมาคุณหมอได้ขอเอาไว้ก่อนหน้า ว่าอยากจะให้เธอพักร่างกายก่อนเขาจึงจำต้องข่มใจและข่มอารมณ์เอาไว้