ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 264 สาเหตุ

มาถึงปัจจุบันที่พ่อที่พ่อฟ้ามาถึงสถานีตำรวจเขตเหนือของเมืองS

เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นที่เขตเหนือเพราะงั้นถึงแม้ว่าออสจะพาสร้อยไปที่ตัวเมืองแล้วแต่ก็ต้องขับรถกลับมาที่สถานีตำรวจของเขตนี้อยู่ที่ เพราะจำเป็นต้องให้ตำรวจในท้องที่เป็นคนดำเนินการ

 

หลังจากมาถึงพวกออสก็โดนสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่หลายชั่วโมงจากนั้นจึงถูกพามานั่งรอที่ห้องประชุม

 

หลังจากที่พ่อฟ้ามาถึง นายขุนเขาที่โดนตำรวจลากไปสงบสติอารมณ์อีกห้องก็ถูกะพามาซึ่งเขาก็ฟ้องเจ้านายตัวเองทันที โดยหาว่าออสลักพาตัวลูกสาวตน

 

“หมายความว่าไงที่ว่าเอาปืนจี้ แถมยังลักพาตัวเด็กอีก เป็นคนแบบนี้งั้นสิ แล้วสร้อยลูกสาวของหมอนี่ตอนนี้อยู่ที่ไหน”พ่อฟ้าประชดออสเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินขุนเขาฟ้องก่อนจะหันไปถามตำรวจด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“พ่อคะลองฟังก่อนอาจจะเข้าใจผิดก็ได้”ฟ้าพยายามพูดแก้ตัวให้ออส แต่พ่อของเธอก็ไม่สนใจแล้วเงียบใส่

 

“ไม่ผิดหรอกคุณฟ้าไอ้ระยำนี่แหละ เอาปืนขู่ผมแล้วก็พวกชาวบ้านที่เข้ามาช่วยแล้วเอาตัวสร้อยไป”ขุนเขายืนกรานสายตาเขาไม่ได้มองฟ้า แต่จ้องมาที่พวกออสอย่างดุร้าย เขาเลยไม่ได้สังเกตุสายตาไม่พอใจของฟ้าเลยสักนิด

 

ขุนเขาไม่นั้นไม่ได้รู้เลยว่าออสคือคนรักของลูกสาวเจ้านายตนถึงพ่อของฟ้าจะยังไม่ยอมรับก็เถอะ

 

“สวัสดีครับ ผมว่าคุณพ่อนั่งลงก่อนดีกว่าเดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่เขาก็อธิบายเอง”ออสลุกขึ้นทักทายพ่อของฟ้าแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรไป เขาบอกให้พ่อของฟ้านั่งลงแทนเพราะเดี๋ยวตำรวจหรือไม่ก็เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเด็กก็ต้องอธิบายสถานการณ์อยู่แล้วเขาพูดไปพ่อฟ้าที่อคติก็คงไม่ฟังหรอก

 

พ่อของฟ้าทำเมินสิ่งที่ออสพูดแต่ก็เดินไปนั่งอยู่ดีทำให้ออสได้แต่ยิ้มแห้งๆ 

 

ส่วนขุนเขาเมื่อเห็นว่าเจ้านายตัวเองไปนั่งแล้วก็เดินตามไป รวมทั้งฟ้ากับลมด้วย

 

“นายต้องช่วยผมนะไอ้พวกนี้มันเส้นใหญ่แน่ๆ ทั้งเจ้าหน้าที่กระทรวงทั้งตำรวจเข้าข้างมันหมด ทั้งๆที่มันเอาตัวลูกผมไปแต่ตำรวจไม่ทำอะไรมันเลย”พอนั่งขุนเขาก็ร้องขอให้เจ้านายตัวเองช่วย โดยที่มีฟ้ามองไปที่เขาด้วยความขุ่นเคืองเพราะแบบนี้มันทำให้พ่อของเธอไม่ชอบออสเข้าไปใหญ่

 

“แล้วแกเอาลูกไปทำอะไรมา”พ่อของฟ้าถามกลับ

 

“เอ่อ…”กลายเป็นว่าขุนเขาไม่กล้าที่ตอบทำเอาพ่อฟ้าหงุดหงิดกว่าเก่า

 

ส่วนอีกทางออสก็ไปนั่งแล้วโดยที่มะลิขยับให้จูนมานั่งข้างๆออสแทนเพราะอีกข้างมีอีฟนั่งอยู่ถัดไปก็เป็นริกกี้

 

“นี่นายคงไม่ได้หื่นจนหน้ามืดไปบังคับเอาตัวเด็กนั่นมาจริงๆใช่มั้ยเนี่ยฮึ”จูนที่พึ่งมานั่งข้างๆถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

 

แต่จูนก็ไม่รู้หรอกว่าตกลงมันยังไงกันแน่เพราะเอาจริงๆถ้าออสจะสั่งให้อีฟกับพวกคนในทีมไปลากเด็กผู้หญิงสักคนมาให้พวกนี้ก็คงทำตามอย่างไม่ลังเลเลย

 

“ใช่ซะที่ไหนหละ เด็กนั่นอายุ10-11เองแถมยังป่วยหนักด้วยถ้าฉันไม่เข้าไปช่วยอาจจะได้เป็นศพไปแล้วก็ได้ แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้านายของหมอนั่นคือพ่อฟ้า”ออสหันไปแยกเขี้ยวใส่จูนแล้วค่อยตอบ

 

“แล้วสรุปมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ตอนแรกฉันว่าจะช่วยทางฝั่งพ่อฟ้าแล้วเปิดตัวในฐานะทายาทประธานธนาคารแบบสวยๆซะหน่อยเหมือนจะไม่ได้แล้วสิเนี่ย”จูนขอคำอธิบายจากออส

 

ตอนแรกจูนนั้นตั้งใจว่าจะช่วยพ่อฟ้าให้ติดหนี้บุญคุณของตัวเองโดยที่ไม่สนใจเลยว่าจริงๆใครจะผิดจะถูก แต่พอมีออสมาเกี่ยวข้องก็คงทำแบบนั้นไม่ได้แล้วตอนนี้เธอต้องรู้ก่อนว่าจริงๆมันเกิดอะไรขึ้นจะได้จัดการต่อได้ถูก

 

ออสกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่ก่อนที่ออสจะได้พูดอะไรตำรวจอีกคนก็เดินเข้ามาในห้องประชุมเสียก่อน

 

“สวัสดีผมร้อยตำรวจเอกต้นกล้าหรือจะเรียกผู้กองต้นกล้าก็ได้ ผมเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้ ตอนนี้ผมได้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่า่ยแล้วขอสรุปเรื่องให้ทุกคนเข้าใจตรงกันนะ"นายตำรวจพูดก่อนจะเดินไปหน้าห้อง เขาคือคนที่สอบปากคำของขุนเขาแล้วก็ออสหลังจากที่ทุกคนมาถึงสถานี ก่อนหน้านี้ระหว่างที่ออสมานั่งรอผู้กองต้นกล้าก็ไปสรุปเรื่องกับตำรวจคนอื่นก่อนจะเข้ามาที่ห้องประชุม

 

ถือว่าคดีนี้โชคดีมากทีเดียวเพราะผู้กองคนนี้ถือเป็นตำรวจน้ำดีที่มีอยู่ไม่มาก เขาตั้งใจทำงานและไม่ใช่พวกรับสินบนใต้โต๊ะอะไรแบบนั้น

 

“ทางเราได้รับแจ้งว่ามีการให้อาวุธปืนข่มขู่และลักพาตัวเด็กผู้หญิงไป แต่พอสายตรวจเข้าไปก็พบว่าพ่อของเด็กผู้หญิงหรือนายขุนเขาที่นั่งอยู่ตรงนั้นเอาลูกที่ป่วยอยู่ไปรักษากับร่างทรงซึ่งอ้างว่าเด็กผีเข้าก็เลยใช้ไม้เฆี่ยนตีเด็กโดยอ้างว่าไล่ผีตามคลิปนี่”พูดจบเขาก็พยักหน้าให้หมวดอนุชิตซึ่งเจ้าตัวก็เปิดคลิปที่ริกกี้ถ่ายขึ้นจอข้างหน้า

 

“ไอ้ขุน ฉันบอกให้แกหาลูกไปหาหมอแต่แกพาไม่หาหมอผีเนี่ยนะ”เมื่อเห็นคลิปพ่อของฟ้าก็ตวาดใส่คนงานของตัวเองด้วยความโกรธ

 

“ร่างทรงนาย ไม่ใช่หมอผีไม่เหมือนกะ..”ขุนเขาที่พยายามจะแย้งต้องหุบปากลงทั้งที่พูดยังไม่จบหลังจากที่หันไปเห็นสายตาของเจ้านายตัวเอง 

 

ขุนเขานั้นไม่เคยกลัวอะไรไม่เคยยอมใครเลยแต่เขากลัวนายศิวกรเป็นที่สุดเพราะเจ้านายเขามีบุญคุณกับเขามาเยอะมาก

 

ส่วนเรื่องที่เขาจะแย้งนั้นคือร่างทรงกับหมอผีมันไม่เหมือนกันแต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้ก็จะไม่สนใจบางทีก็เรียกปนๆกันไปเพราะคิดว่ามันก็เหมือนๆกัน

 

นายศิวกรนั้นตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่พอมาถึงตรงนี้ก็พอจะเดาได้แล้ว ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่จะเอาตัวเด็กไปก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะพ่ออยากขุนเขาดันพาลูกไปให้คนอื่นเฆี่ยนเนื่องจากความเชื่อบ้าๆ  ส่วนพวกออสไอ้ที่บอกว่าโดยปืนจี้เอาเด็กไป ก็คงเพราะทนเห็นเด็กโดนเฆี่ยนตีไม่ไหวก็เลยไปเอาตัวเด็กออกมานั่นแหละ

 

“ต่อเลยนะครับ”ผู้กองหนุ่มพูดก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อมองว่าทุกคนฟังอยู่หรือไม่

 

“คนพวกนี้ที่บังเอิญอยู่ที่นั่นด้วยทนเห็นไม่ไหวก็เลยเข้าไปห้ามแล้วก็เอาตัวเด็กออกมา ส่วนที่มีการใช้ปืนเราก็ลองสอบดูแล้วพบว่าเป็นการขู่เพื่อเปิดทางเท่านั้น ไม่มีใครบาดเจ็บร้ายแรง มีแค่ชาวบ้านคนหนึ่งโดนยิงถากๆเท่านั้น”

 

“มีใครจะแย้งอะไรมั้ยครับ”พอพูดจบผู้กองสันติก็ถามทุกคนแต่สายตามองไปที่ขุนเขาเพราะเขาก็รู้ว่าถ้าจะมีใครแย้งก็คงมีแต่หมอนี่

 

แน่นอนว่าขุนเขาทำท่าจะอ้าปากพูดเพื่อแย้งว่ามันเป็นการไล่ผีไม่ใช่จงใจทรมานแต่ก็ต้องหุบปากอีกครั้งเมื่อเห็นนายศิวกรจ้องเขาเขม่งเพื่อบอกอ้อมๆให้เขาไม่ต้องพูด

 

เมื่อไม่มีใครพูดอะไรผู้กองจึงพูดต่อ

 

“ผมประสานทางโรงพยาบาลที่สร้อยไปรักษาแล้วเดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะส่งหลักฐานการตรวจร่างกายสร้อยมาให้อ๋อใช่่เกือบลืมตอนนี้น้องก้อยปลอดภัยดีแล้วครับส่วนรายละเอียดขอให้ติดต่อถามจากทางโรงพยาบาลเอง"

 

"ต่อนะครับ..หลังจากนั้นเราจะเรียกคนที่อ้างว่าเป็นร่างทรงเต่าดำมาสอบแล้วฟ้องร้องเรื่องการทารุณเด็กต่อไป”