“พวกเธอจะต้องสังหารคนร้ายตรงหน้านี่คือบททดสอบสุดท้าย บททดสอบจิตใจ” ไคจินกอดอกจ้องมองผู้เข้าสอบทั้ง 4ที่ยังเหลืออยู่
ฟาคาร์คีจิน เอลฟ์ตาทรงกระบอกกับเด็กสีน้ำเงินยืนเรียงกันตรงข้ามคือไคจินที่ยืนขั้นไว้เื้ัคือเหล่าคนร้ายพร้อมรับโทษปะาออร์คชาย 2 คน มนุษย์ผู้หญิง 1 คน มนุษย์ชาย 1 คน
“1ใน 4 คนตรงนี้คือผู้บริสุทธิ์พวกนายจะต้องแบกรับความผิดบาปทั้งหมดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ฮีโร่ เอาละ เริ่มการทดสอบได้”
“ชิ้วววว”ะุแสงขนาดย่อมะเิหัวออร์คชายคนหนึ่งหายไปโดยพลันมันออกมาจากแขนปืนของเด็กสีน้ำเงิน
“หึหึ”ไคจินหัวเราะในลำคอ พนักหน้ามองผู้เข้าสอบที่ลงมือคนแรก
ฟาคาร์คีจิน เอลฟ์ตาทรงกระบอกมองหน้าราวกับจะหารือกัน
“ฉันขอจัดการออร์คอีกคนนะ”เอลฟ์คนเดียวเอ่ยบอกก่อน อีกสองคนพยักหน้ารับ โดรนทรงตลับถูกโยนไปใกล้ออร์ค “จัดการมันโทมี้”ทรงตลับกางขาทั้ง 8 ออกมาเป็แมงมุมเดินไต่ขึ้นที่คอก่อนปล่อยแก็สจนออร์คสลบล้มลงเอลฟ์เดินเข้าใกล้ ล้วงปืนออกมาจ่อหัวออร์คที่นอนอยู่ เอลฟ์สูดหายใจลึกขมวดคิ้วเครียด หลับตาหยี นิ้วคาอยู่ที่โก่งไก สูดหายใจเต็มปอดอีกครั้งลืมตามองออร์คที่ถูกกดอยู่
เอลฟ์ยิ่งกดปืนแน่นที่หัวเพ่งมองสายตาเด็ดเดี่ยว เอลฟ์ตาทรงกระบอกนึกถึงอดีตที่ผลักดันให้เขามาเข้าสอบเข้าสหพันธ์ฮีโร่
“เซรัส พี่เป็ฮีโร่ของฉันเลยนะ” เสียงโรยรินของสาวน้อยเผ่าเอลฟ์เอ่ยบอก“ช่วยโทมี่ด้วยนะพี่ ฉันพยายามปกป้องมันแล้ว”
เอลฟ์หนุ่มกุมมืออีกฝ่าย
“เธอต้องไม่เป็ไร พี่ขอโทษ”
แต่ไม่นานเธอก็สิ้นใจฮีโร่ให้ข้อมูลว่าเอลฟ์สาวถูกปล้นทำร้ายร่างกายระหว่างทางกลับบ้านคาดว่าเป็ออร์คเ้าถิ่นในเขต 7
“แกรู้ว่าพวกนั้นเป็ตัวอันตรายทำไมไม่จัดการ”
“แหมๆ เราไม่รู้เสียหน่อยว่าจะเกิดเหตุ” ฮีโร่ตอบกลับเรียบง่าย “แค่สันนิษฐานเองยังไม่มีหลักฐานเลยนะ”
“ถ้ามีหลักฐาน พวกนายจะช่วยไปจัดการออร์คพวกนั้นให้มั้ยละ?”
“โทษทีนะ” ฮีโร่ตอบคำ “พวกเราไม่ว่างจะจัดการเื่เล็กน้อยอย่างนั้นหรอกนะ”
ฮีโร่จากไป เอลฟ์หนุ่มเก็บความเดือดดาลกลับคืน เหตุร้ายครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังจากหญิงสาวพกเอาโดรนสุนัขสัตว์เลี้ยงมาให้เขาซ่อมแซมเธอเรียกมันว่าเ้าโทบี้ หลายครั้งแล้วที่โทบี้าเ็จนเธอต้องพามันมาซ่อมกับเขา มาบ่อยเสียจนบางครั้งเขาก็ซ่อมให้เธอฟรีบางครั้งเธอจึงเอาชิพประหลาดๆ จากที่บ้านมาเป็ของฝาก หรือบางคราก็เป็ของกิน
มันบ่อยครั้งเสียจนเซรัสรู้สึกสนิทสนมกับเธอไม่ต่างจากน้องสาวโดยที่ไม่ทันได้ฉุกใจคิดเลยว่าเหตุใดเ้าโทมี่ถึงาเ็เสียหายอยู่บ่อยครั้ง
อันที่จริง เขาก็เคยสงสัยทว่าคำตอบที่ได้ทุกครั้งกลับเป็ความซุกซนของเ้าสุนัขตัวนั้นเองมิได้มีออร์คเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ประการใด จนกระทั่งเหตุร้ายมาถึง
“หลักฐาน..ทำไมจะไม่มี” เซรัสรำพึงกับตัวเองขณะเอาหน่วยความจำของโทมี่ออกมาเปิดดูภาพออร์ครุมทำร้ายเข้ามาที่ภาพซึ่งก็ตัวโทบี่เอง กล้องส่ายไปมาแรงมองแทบไม่ออกพอกล้องหยุดชัดเจนโทบี้หันไปทางออร์ตสลับกับทางเอลฟ์สาวจากนั้นเป็เอลฟ์สาวที่เข้าขวางทางเหล่าออร์คไว้ออร์คกับเอลฟ์สาวมีปากเสียงกันรุนแรง
เซรัสกำมือแน่น นึกขึ้นได้ก่อนจากกันเขากำชับกับอีกฝ่ายให้ระวังเ้าโทมี่ไม่ให้าเ็เสียหายอีกเพราะนี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่จะซ่อมให้แล้วคงเพราะแบบนั้นเธอจึงเอาตัวเข้าขัดขวางอีกฝ่าย
ภาพที่เกิดต่อมา เอลฟ์สาวถูกทำร้าย ออร์คคนหนึ่งพลั้งมือทุบตีใส่เอลฟ์สาวจนสลบไปโทมี่เหมือนเข้าต่อสู้ แต่กลับถูกไม้ฟาด และฟาดอีกครั้งไปยังเอลฟ์สาว พวกออร์คดูใเล็กน้อยก่อนหัวเราะแล้วตัดสินใจปล้นเอาเงินจากตัวเอลฟ์สาวที่สลบไป
เซรัสเล่นภาพกลับ เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดย้อนเร็ว เดินหน้าเร็วเขาหยุดที่ภาพใบหน้าออร์คขัดเจน บันทึกภาพไว้ บันทึกทั้งในแทคแพดทั้งในความทรงจำของเขา
วันต่อมา เซรัสออกตามหาจนเจอออร์คทั้ง 3เขาเข้าทักท้วงเื่ที่เกิดพร้อมพกอาวุธมาด้วย เขาแทงมีดเข้าใส่ออร์คตัวหนึ่ง ทว่ามีดกลับทำอะไรผิวกร้านแกร่งของออร์คไม่ได้ใบมีดแตกหักแฉลบเฉือนตาข้างนึงของเอลฟ์หนุ่มแทน
“เฮ่ย แกคิดว่าตัวเองเป็ใคร? ฮีโร่เหรอ?” ออร์คที่ถูกลอบแทงหันมาหา
ตาที่พร่าไปข้างหนึ่งถูกชกเข้า จากนั้นเขายังถูกชกเข้าที่ท้องจนล้มลงทว่าโชคยังดีก่อนจะถูกรุมทำร้าย หุ่นโดรนลาดตระเวรผ่านเข้ามาขัดขวางจับกุมออร์คคนที่ลงมือได้ก่อนออร์คอีก 2 คนวางเฉย หัวเราะใส่เพื่อนที่ถูกจับ
“เดี๋ยวไปประกันตัวให้นะ โดนจับเื่โง่ๆ แบบนี้ขังแกได้ไม่นานหรอก”ออร์คคนหนึ่งบอกเพื่อนที่ถูกจับไปดวงตาเด็ดเดี่ยวที่มืดดับไปข้างหนึ่งจับจ้องไม่ลดละดวงตาข้างนั้นกลายเป็ตาทรงกระบอก โทบี่กลายร่างจากสุนัขเป็แมงมุมมีดเปลี่ยนเป็ปืนพร้อมสังหาร
บัดนี้ดวงตาเด็ดเดี่ยวของเอลฟ์ช่างซ่อมโดรนกำลังเป็ดาวตาเด็ดเดี่ยวเลือกทางเดียวเพื่อก้าวต่อไป
ปืนถูกลั่นไกในที่สุด
เซรัสลุกขึ้นเดินกลับมายืนที่เดิมสีหน้ามุ่งมั่นกับก้าวต่อไปของตน ฟาคาร์กลืนน้ำลายภาวนาไม่อยากให้ตนต้องสังหารผู้หญิง
“ฉันขอจัดการผู้หญิงนะ”คีจินเอ่ยก่อน ฟาคาร์โล่งอกก่อนกลายเป็ใเมื่อประโยคถัดไปของนักรบผมยาวเอ่ยขึ้น“เพราะฉันเป็ผู้หญิงเหมือนกัน ไม่อยากให้ผู้ชายมาจัดการน่ะนะ”
ผู้หญิงคีจิน นักรบดาบสั้นความเร็วสูงเป็ผู้หญิง
ร่างบอบบางแต่แข็งแกร่งเดินตรงไปยังผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มมือวาดมายังดาบที่ฝัก กำแน่นเฉียบคม ตั้งท่าเตรียมสังหาร
“ขอโทษนะ”คีจินเอ่ย มือตะบัดแทบมองไม่ทัน หัวของอีกฝ่ายหลุดหล่นไร้ความเ็ปไร้เสียงร้องใดใด ไร้ความทรมาน คีจินเดินกลับมา “หนักหน่วงกว่าที่คิดนะเนี่ย”
“ผู้หญิง?”เซรัสกับฟาคาร์อุทานแทบพร้อมกัน
“เฮ่ยยยยพวกนายไม่รู้ได้ไง ฉันออกจะเป็ผู้หญิง” คีจินเอ่ยด้วยเสียงแปลกใจ “ช่างเื่ฉันเหลือนายอีกคนฟาคาร์ กับมนุษย์ผู้ชาย รีบจัดการให้จบๆ เถอะ”
ฟาคาร์กลืนน้ำลายมือเย็นเหยียบ คนตรงหน้ายืนนิ่งหลับตารับชะตากรรม
“เร็วๆให้มันจบๆ ไป” ไคจินเอ่ย ยกมือปิดปากหาว “ออร์คอย่างแกน่าจะคุ้นชินกับการฆ่าอยู่แล้วนี่อย่ามาทำท่ารังเกียจหน่อยเลย”
ฟาคาร์ยังวางมือที่ซองปืน“ผมขอคุยกับเขาได้มั้ยครับ?”
“หึหึ”ไคจินสะอึกขำ “น่าสนใจ เอาสิ แต่ฉันจะจับเวลา ให้เวลา 5 นาที เหลือ 10วินาทีสุดท้ายฉันจะนับถอยหลัง หมดเวลานายกลับบ้าน อดเป็ฮีโร่”
“ครับ”ฟาคาร์พยักหน้ารับ เดินเข้าใกล้ชายนักโทษคนที่เหลือ
ฟาคาร์กลืนน้ำลายอึกชำเลืองไปเห็นร่างไร้ชีวิตที่นอนกองอยู่คนตรงหน้าดูนิ่งสงบอย่างประหลาด
“คุณทำอะไรมาเหรอครับ?”
“...”
“ทำไมคุณถึงต้องโทษปะา”ฟาคาร์ถามอีกครั้ง
ชายตรงหน้าถอนหายใจก่อนเอ่ย“ฏ ก่อความไม่สงบ เป็ภัยต่อความมั่นคงของเหล่าฮีโร่ พวกของฉันไม่เห็นด้วยกับกฎ3 ข้อของฮีโร่ก็แค่นั้น”
“ทำไมไม่เห็นด้วยละ?”
“มันทำให้ฮีโร่ทำเื่โง่ๆน่ะ” ชายคนนั้นตอบ “ฉันก่อการร้าย ฆ่าฮีโร่ไป 2 – 3 คนแต่ฉันเตรียมใจเื่นี้มานานแล้ว พวกฮีโร่จับกุมฉัน ทรมานฉันให้บอกความลับ”
ตอนนั้นเองฟาคาร์พึ่งสังเกตเห็นร่องรอยของร่างกายที่เต็มไปด้วยาแตาที่ลึกโพรงเพราะอดนอน สติที่ดูไม่สมประกอบ ช้าเชือนจากความเหนื่อยร้า
“แต่ฉันตายไปนานแล้วั้แ่วันที่ครอบครัวถูกทำลายโดยพวกฮีโร่”
“มันเกิดอะไรขึ้นครับ?”ฟาคาร์ถามต่อ
“เฮ่ย! ไอ้หนุ่ม จะคุยกันมากไปแล้วมั้ง?” ไคจินเอ่ย“มันเป็แค่คนเลวต้องโทษปะา มันพูดเพื่อให้รอดแค่นั้นแหละ”
ฟาคาร์เอาเจเอฟ80 ขึ้นสวมแล้วหันหาชายนักโทษ พลังต่อสู้รวม 32 สภาพร่างกายเหนื่อยร้าาเ็หลายแห่ง
“จัดการให้จบๆเถอะ” ชายนักโทษบอกอีกครั้ง
“บอกชื่อมา”
“เื่มากจังวะ”
“บอกชื่อบอกมาว่าฮีโร่ทำอะไร ชื่อฮีโร่พวกนั้นด้วย”
ชายนักโทษเงียบไปยิ้ม หัวเราะ กัดฟันแน่น ส่ายหน้ารุนแรง “แกเป็บ้าอะไรของแกวะ ฆ่าๆ ฉันไปเหอะพวกฮีโร่มันจอมปลอม ฉันชื่อนีราห์ ลูกฉันเป็ฏ มันต่อต้านพวกฮีโร่คงคิดว่าเท่ห์ละมั้ง แล้ววันหนึ่งมันก็หายตัวไป กลายเป็ศพฉันกับเมียตามทวงถามความยุติธรรมแต่พวกฮีโร่ไม่เคยเหลียวแล 3 ปีผ่านไป เมียฉันรับไม่ได้กับเื่นี้เธอฆ่าตัวตาย ไอ้ฮีโร่คนที่มันไม่เหลียวแลเื่นี้ก็ไอ้ไคจินนี่แหละ ฉันเข้าร่วมกับพวกฏหวังจะได้ร่วมก่อการร้ายฆ่าเ้าไคจินมันแต่ไม่สำเร็จฆ่ารุ่นน้องมันไป 2 คนแทน แล้วฉันถูกจับมาอยู่นี่ไง ฆ่าฉันได้แล้ว”
“109 8 7” ไคจินนับเสียงดังขึ้น
ฟาคาร์กลืนน้ำลายอึกชักปืนขึ้นเล็งหัวชายตรงหน้า กาลเรียส่องสว่างประกาย นิ้วเขาสอดเข้าไกปืนเขาจับที่ปืนมั่นด้วยมือทั้งสองข้าง
“32” ไคจินนับช้าลงราวกับท้าทายอีกฝ่ายให้ตัดสินใจ “โอกาสสุดท้ายแล้วนะ เ้าหนุ่มฉันไม่ใช่คนใจดีหรอกนะ”
มือที่ถือปืนนิ่งงัน เขายิงขึ้นฟ้าในที่สุด
“1”ว่าแล้วฮีโร่ระดับปีกัก็ทอดถอนใจหันมองเด็กหนุ่ม“เธอจะทิ้งโอกาสของการเป็ฮีโร่จริงๆ เหรอ แค่ฆ่าสวะพวกนี้เนี่ยนะ”ไคจินโปรยมือไปทางคนร้าย
“ครับ” ฟาคาร์ถอยหายใจ ลดปืนลงไหล่ลู่หมดแรง แต่สายตาแน่วนิ่ง“ผมคิดว่าให้เขามีชีวิตอยู่ต่อเป็การลงโทษที่เหมาะสมกว่า”
ไคจินส่ายหน้ากอดอกมองอีกฝ่าย
“ส่วนคุณ”ฟาคาร์หันไปทางฮีโร่ระดับปีกั “ก็ทำหน้าที่ฮีโร่ ตามคนร้ายมาลงโทษให้ได้ฮีโร่จะต้องทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม ต้องปกป้องผู้อื่น กฎข้อที่ 1 ทุกชีวิตต้องอยู่ภายใต้การปกป้องของฮีโร่คุณไคจินต้องทำตามกฎข้อนั้นด้วยนะครับ”
ไคจินจ้องมองอีกฝ่ายกลับนิ่งงัน กอดอกรับฟัง นักโทษหัวเราะเบาๆ ก่อนถูกฮีโร่เ้าหน้าที่ข้างสนามนำตัวออกไปร่างไร้ชีวิตที่เหลือค่อยถูกนำออกไป ฟาคาร์กลับมายืนข้างผู้เข้าสอบคนอื่นๆ
“นายนี่มันบ้าชัดๆ”คีจินเอ่ยบอก
“หึพวกออร์คไม่มีทางเป็ฮีโร่ได้อยู่แล้ว” เซรัสซ้ำเติม
“ปีหน้ายังมีนี่นา”ฟาคาร์ตอบกลับ “เดี๋ยวฉันจะตามพวกนายไป หวังว่าปีหน้าจะไม่เจอบททดสอบอะไรแบบนี้อีกนะ”
ในที่สุดไคจินตรงมายืนตรงหน้าผู้เข้าสอบทั้งหมดสายตาไล่เรียงไป เด็กสีน้ำเงิน เซรัส ฟาคาร์ คีจิน แล้วกลับยังฟาคาร์เขาส่ายหน้ายกแทคแพดขึ้นดู รูดนิ้วไปมาก่อนหยุดมือแล้วเอ่ยขึ้น
“ยินดีด้วยพวกเธอทุกคนสอบผ่านเข้าเป็ฮีโร่ของสหพันธ์”
เด็กสีน้ำเงินเซรัส คีจินพยักหน้ารับพร้อมกัน เว้นเพียงฟาคาร์ที่นิ่งรู้ชะตากรรม
“กรัชเซรัสกับคีจิน” ไคจินขานชื่อ “พวกเธอทั้ง 3 ได้เป็ฮีโร่ของสหพันธ์โดยฟาคาร์ไอ้หนุ่มตัวแสบ ลูกครึ่งออร์คจะเป็ฮีโร่หัวหน้าทีมของพวกนาย”
“หา!” ทั้ง 3 อุทานขึ้น
“พวกเธอคงมีคำถามเนอะ”ไคจินยิ้มแล้วเดินออกมา “ฉันจะอธิบายให้ฟัง นี่คือบททดสอบจิตใจ เมื่อนานมาแล้วมีการทดลองหนึ่งให้อาสาสมัครกดปุ่มปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่คนอื่นเพื่อดูว่าเผ่าพันธุ์เ่าั้จะทนกระแสไฟฟ้าได้ระดับไหนยิ่งกดปุ่มมากครั้งเข้ากระแสไฟฟ้ายิ่งแรงขึ้น แรงจนผู้ถูกทดสอบเสียชีวิต
“ดูโหดร้ายใช่มั้ย?แต่ความจริงแล้ว ไฟฟ้าไม่ได้ถูกปล่อยออกมา การทดลองนั้นไม่ได้ทดลองการทนต่อไฟฟ้าหากแต่เป็การทดลองทางจิตวิทยา มันทดลองอาสาสมัครว่าจะยอมทำตามหรือไม่หากได้รับคำสั่งผู้คนมากมายทำตามอย่างไม่ขัดคำสั่ง มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่ยอม
“และการทดสอบเมื่อสักครู่นี้ก็เช่นกันนักโทษที่เรานำตัวมาทั้งหมดเป็นักโทษปะา ไม่เว้นแม้แต่นีราห์หมอนั่นฆ่าฮีโร่ไป 2 คนจริง และต้องรับโทษปะา ไม่มีใครเป็ผู้บริสุทธิ์แต่พวกนายไม่รู้ความจริงนั้น พวกนายรู้ว่ามีผู้บริสุทธิ์อยู่คนหนึ่งคำสั่งของฉันเป็คำสั่งที่ผิดกฎ
“นี่คือบทสอบจิตใจว่าพวกเธอจะเข้มแข็งพอที่จะเป็ฮีโร่แข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านแม้ถูกฮีโร่ระดับสูงกว่าสั่งให้ทำในสิ่งที่ผิดหรือเปล่า”ไคจินว่าแล้วมองมายังฟาคาร์ สายตาเปี่ยมความหมาย “ถึงจะเป็ลูกครึ่งออร์คแต่ตลอดการทำหน้าที่ผู้คุมสอบที่ผ่านมา ฉันก็ไม่เคยพบเจอใครที่สามารถผ่านบททดสอบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบว่าง่ายๆ ฉันยังไม่เคยเจอใครที่มีหัวจิตหัวใจเป็ฮีโร่อย่างแท้จริงเท่ากับเธอจงรักษามันเอาไว้นะ
“สำหรับพวกเธอที่เหลือ”ไคจินหันบอกคนอื่นๆ “นี่เป็บททดสอบพร้อมกับบทเรียนแรกของพวกเธอในฐานะฮีโร่ฝึกหัดขอต้อนรับสู่โลกของฮีโร่นะ จงเรียนรู้และเติบโตเป็ฮีโร่ที่แท้จริงให้ได้”
ฟาคาร์ตกตะลึงเขายิ้มดีใจ น้ำตาเอ่อล้น คีจิน นินจาสาวกำมือแน่นชกลมดีใจเซรัสพยักหน้าเก็บอารมณ์กอดอกแน่น ส่วนกรัชเด็กสีน้ำเงินหันมองฟาคาร์ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสนใจพร้อมเอามือกุมที่อกของตัวเอง
“สำเร็จแล้วนะฟาคาร์”ฟิมปรากฏตัวออกมา ฟาคาร์พยักหน้ารับ “แชทไปบอกจาราสก่อนมั้ย?”
“ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวกลับไปบอกพ่อด้วยตัวเองดีกว่า”
“ยอมเรียกว่าพ่อแล้วเหรอ?”
“ก็นะ”ฟาคาร์เอ่ยพลางเดินตามทุกคนออกจากลานประลอง “ฉันทำตามสัญญาได้แล้วนี่นา”