“ข้ายังไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเอ็งเลย ร้อนตัวไปได้นะไอ้จ้อย!!!” ^^
เ้าชายพูดไปขำไป เ้าอ้ายบัวคำที่นั้งเหลาไม้อยู่ข้างๆ ก็ยังแอบขำ รวมไปถึงบ่าวไพร่ที่ช่วยกันทำสะเปาอยู่นี้ ก็ยังขำ หัวเราะกันไปทั่ว 55555
“ปล่อยไอ้จ้อยมันนอนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ส่วนสะเปาถ้าเราทำเสร็จแล้ว ก็นำไปให้เ้าแม่กับน้องหญิง ดาคัวจัดของลงสะเปา เพื่อนำไปลอยที่วัด”
เ้าอ้ายบัวคำบอกกับเ้าชายเพื่อให้งานเสร็จทันเวลาที่เ้าแม่เกษรจะใช้สะเปา
“งั้นเรารีบทำกันเถอะๆ ว่าแต่ไม้ชิ้นนี้เราจะต้องใส่ไว้ตรงไหน!!!!” @ @
เ้าชายรีบช่วยทำเพื่อให้งานเสร็จทัน แต่ด้วยไม่เคยทำมาก่อนจึงไม่ทราบว่าไม้ชิ้นนี้ต้องติดตรงไหนยังไงบ้าง บางทีก็อาจจะทำให้สะเปาเสร็จล่าช้าไปกว่าเดิมก็ได้555
“เ้าอ้ายบัวคำ สะเปาเสร็จหรือยังเ้าค่ะ เ้าแม่ให้มาถาม และโครงของโคมที่จะเอาไปแขวนที่วัด เสร็จหรือยังเ้าค่ะ หญิงจะได้นำเอาไปติดกระดาษสีเ้าค่ะ และนี่น้ำชานะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงนำน้ำชามาให้เ้าอ้ายบัวคำและเ้าชาย และยังสอบถามถึงงานที่ทำว่าแล้วเสร็จไปถึงไหนแล้ว
“เสร็จเรียบร้อยพอดีเลยสะเปา น้องให้บ่าวยกไปให้เ้าแม่จัดของใส่สะเปาได้เลย ส่วนโครงโคมที่จะเอาไปแขวนที่วัด ทำเสร็จแล้วจ้ะ ถึงระดับมืออ้ายแล้ว อะไรก็เสร็จไปหมดไม่ต้องห่วง^^”
เ้าอ้ายบัวคำตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นอกมั่นใจว่างานไหนที่ถึงมือของตนแล้วนั้น จะต้องแล้วเสร็จไปหมดสะทุกอย่างงงงงง
“เ้าค่ะ เ้าอ้ายบัวคำของหญิงเก่งอยู่แล้ววววววว งั้นเชิญรีบดื่มน้ำชาได้แล้วเดียวคอจะแห้งนะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงพูดจาแซวเล่นกับเ้าอ้ายบัวคำอยู่เป็ประจำด้วยทั้งสองหางกันไม่มากถ้าเทียบกับเ้าอ้ายคำแก้ว พี่ชายคนโตของท่านหญิงอีกองค์
เ้าชายพูดกับท่านหญิงด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ออดอ้อนเล็กน้อย ทำให้ท่านหญิงหน้าแดงเพราะเขินขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มของเ้าชาย แต่มีเ้าอ้ายบัวคำและบ่าวคนอื่นๆที่ช่วยงานเ้าอ้ายบัวคำอยู่ใต้ต้นไม้นี้กลับจ้องมองไปที่ใบหน้าของเ้าชายว่าทำไมถึงได้พูดจาที่แสนนุ่มนวล อ่อนหวาน ออดอ้อนกับท่านหญิงของตนสะเหลือเกิน
“หญิงขอตัวลาไปช่วยงานเ้าแม่ก่อนนะเ้าค่ะ”
พูดเสร็จท่านหญิงก็รีบหันหลังกลับเลยทันที
เ้าอ้ายบัวคำถามเ้าชายโดยทันทีด้วยสีหน้าเข้มขรึม คิ้วขมวดเมื่อท่านหญิงหันหลังกลับไป ด้วยความที่หวงท่านหญิงและด้วยความอยากรู้ เมื่อบ่าวที่ช่วยงานจากที่จ้องมองเ้าชายอยู่นั้น เมื่อสิ้นคำถามของเ้าอ้ายบัวคำถึงกับก้มหน้าก้มตากันทันทีแต่หูนั้นยังฟังอยู่เสมอ
“คือเรา........................................”
เ้าชายไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปในตอนนี้ ว่าชอบท่านหญิง เพราะท่านหญิงเองก็ยังไปได้ไม่ไกล และมีบ่าวอยู่ที่นี่เยอะอีกด้วย
“เราทำโคมลอยกันต่อเลยไหมขอครับเ้าบัวคำ”
เสียงพี่จ้อยดังมาจากด้านหลังต้นไม้เพื่อ้าที่จะช่วยเ้าชายนายของตน
“ใช่ๆ เราไปทำโคมลอยกันเถอะ เดียวงานของเ้าบัวคำจะไม่เสร็จเอาได้นะ”
เ้าชายเปลี่ยนเื่พูดทันที แล้วหันกลับไปยักคิ้วขอบคุณพี่จ้อยที่มาได้ตรงจังหวะมาก
“นั้นสิ! งั้นเรามาเริ่มทำโคมลอยกันเลย”
เ้าอ้ายบัวคำ ยังคงห่วงงานมากกว่าเื่ที่ตนอยากรู้ เพราะพูดอวดเอาไว้มากว่างานไหนที่ถึงมือตนนั้นล้วนเสร็จเสมอ
“ว่าแต่ โคมลอยคืออะไรหรือ”
เ้าชายทรงถามเ้าอ้ายบัวคำทันทีด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่าโคมลอยที่กำลังจะทำคืออะไร
“โคมลอยหรืออีกชื่อว่าว่าวลมที่เราจะทำก็คือ โคมที่ปล่อยลอยขึ้นไปตามกระแสลมแต่ก่อนที่เราจะปล่อยขึ้นไปนั้นต้องเราลมควันไฟในว่าวเพื่อให้มีแรงส่งตัวว่าวขึ้นไปเมื่อตัวว่าวถูกลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วก็จะล่องลอยไปตามกระแสลม จึงเรียกว่าว่าวลมพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวอธิบายว่าโคมลอยหรือว่าวลมคืออะไร
“ถ้าเมื่อการทำซุ้มประตูป่ากับสะเปามีความหมายแล้ว การปล่อยโคมลอยมีความหมายด้วยหรือไม่”
เ้าชายทรงถามเ้าอ้ายบัวคำต่อว่าการปล่อยโคมลอยนั้นมีความหมายอะไรหรือเปล่า
“มีขอครับ โบราณว่าเอาไว้ถ้าเราปล่อยโคมลอยให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าในวันเดือนยี่เป็งคือการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี บนสรวง์ เทพเ้า เทวดา ที่อยู่บนท้องฟ้าโน้นนนนนน พ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำพูดไปพร้อมกับแหงนมองท้องฟ้าและชี้ขึ้นไปพร้อมๆกัน เหมือนกับว่าจะเห็นอะไรบนท้องฟ้ายังไงอย่างงั้น ทำให้ทุกคนในที่นี้ต้องแหงนหน้ามองตามเ้าอ้ายบัวคำกันทั่วหน้า
“อ้อ เราพอจะเข้าใจแล้ว เราเริ่มทำกันเลยดีกว่า”
เ้าชายไม่รอช้าอยากเห็นว่าโคมลอยจะเป็หน้าตาแบบไหนเร็วๆ
“ท่านชาย เย็นนี้อยู่เสวยอาหารเย็นด้วยกันนะพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำชวนเ้าชายทานข้าวเย็นที่คุ้มด้วยกันเพื่อเป็การตอบแทนที่อยู่ช่วยงาน
“ได้สิ ขอบใจเ้าบัวคำมากนะ”
เ้าชายตอบแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย
_______________________________________________________________________________
“ท่านหญิงเ้าค่ะ ได้ข่าวว่าเย็นนี้ท่านชายจะร่วมโต๊ะเสวยกับเ้าอินทร์ เ้าบัวคำด้วยนะเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นเมื่อรู้ข่าวว่าเ้าชายจะเสวยอาหารเย็นที่คุ้มมาจากในครัว จึงรีบมาบอกข่าวให้ท่านหญิงทราบทันที
“ที่คุ้มรับรองไม่มีให้เสวยหรือยังไงกัน”
ท่านหญิงบ่นขึ้นมาเบาๆ แต่ในแววตานั้นกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
![]()
“เ้าแม่เกษรให้มาถามท่านหญิงว่าวันนี้จะทำอะไรขึ้นโต๊ะเสวยเ้าค่ะ เพราะวันนี้เ้าแม่เกษรคงไม่ได้เข้าไปช่วยในครัว จัดเตรียมของยังไม่เสร็จไปวัด จึงให้ท่านหญิงเข้าครัวแทนเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นที่พึ่งกลับจากในครัวจึงแจ้งข่าวอีกข่าวให้ท่านหญิงเข้าครัวแทน เพราะเ้าแม่เกษรยังจัดเตรียมของไปวัดไม่เสร็จ
“งั้น.......วันนี้จะทำน้ำพริกมะเขือส้ม ผักลวกสักนิด ปลาทอดสักหน่อย ป่ะงั้นเข้าครัวไปทำกัน”
ท่านหญิงเมื่อพอจะคิดเมนูอาหารออกแล้วจึงรีบชวนพี่ดำพี่ปิ่นเข้าครัว ส่วนอาหารนอกเหนือที่ท่านหญิงพูดมา ก็มีจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเสวยไว้อยู่แล้วบ้าง
“ผางประทีปยังไม่ได้หยอดขี้ผึ้งเลยนะเ้าค่ะ”
พี่ดำที่กำลังช่วยท่านหญิงทำไส้ผางประทีปอยู่ จึงถามขึ้นมา
“ทำอาหารให้เ้าป้อก่อน เราทานเสร็จค่อยมาหยอดก็ได้ ส่วนพี่ปิ่นข้ารู้ว่าพี่ไม่เข้าครัวกับข้าแน่ งั้นก็นั้งทำใส้ผางประทีปนี้ให้เสร็จด้วยก็แล้วกัน”
ท่านหญิงให้พี่ปิ่นทำต่อเพราะรู้ว่าพี่ปิ่นไม่ชอบเข้าครัวทำอาหาร จึงให้พี่ดำเข้าไปช่วยงานในครัว
ทุกคนต่างเมื่อยล้าจากการเตรียมของในงานยี่เป็งที่จะถึงนี้ เ้าอ้ายบัวคำจึงได้ให้เ้าชายมาล้างเนื้อล้างตัวที่เรือนของตน ก่อนไปเสวยอาหารเย็นที่เรือนใหญ่ ส่วนเ้าอินทร์ตอนนี้พึ่งกลับมาถึงคุ้มเพราะไปเข้าเฝ้าเ้าหลวงในคุ้มหลวงมาจึงมารอที่เสวยข้าวที่โต๊ะเสวยแล้ว อาหารได้จัดเตรียมขึ้นบนโต๊ะเรียบร้อย มีเ้าอินทร์นั้งดูดบุหรี่ขี้โยพูดคุยกับเ้าแม่เกษร แต่เ้าชายและเ้าบัวคำยังไม่มา เ้าแม่เกษรจึงได้ให้ท่านหญิงไปเรียกที่เรือนของเ้าอ้ายบัวคำให้มาโดยเร็ว
ท่านหญิงเมื่อเดินไปถึงเรือนจึงได้เรียกเ้าอ้ายบัวคำบนเรือน แต่ภาพที่ท่านหญิงเห็นนั้น.......
เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งยืนหันหลังอยู่ มองเห็นแผ่นหลังที่ขาวเนียนหน้าเข้าไปััเบาๆ พอบุรุษผู้นี้ค่อยหันหน้ามาช้อนสายตามองมาที่หญิงสาว โดยมีใบหน้าที่เนียนใสไรที่ติ มีคิ้วเข้มเรียงกันสวยงามรับกับดวงตาสีดำกลมโตเข้มขรึมน่าชวนมอง ที่ลับกับจมูกโด่งเป็สันกับริมฝีปากที่แดงอมชมพูยิ้มทีไรโลกทั้งใบช่างสดใส เมื่อไล่สายตาลงมาเห็นกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนมีความกำยำและชัดเจนในทุกมัดกล้ามทั้งกล้ามแขน กล้ามหน้าอกนั้นช่างน่าชวนมอง ดูหนักแน่นแข็งแรงเหลือจริง พอมองลงมาเห็นกล้ามหน้าท้องเป็มัดๆ ทีละชั้น ละชั้น ละชั้นถูกแซมด้วยขนรำไรๆ มองลงมากว่านั้นเป็กางเกงสะดอสีฟ้าที่พลิ้วไหวตามแรงที่ชายหนุ่มหันกลับมามอง
“เราใส่เสื้ออีกแปปก็เสร็จแล้ว จะรีบตามขึ้นไป!”
เ้าชายตอบด้วยน้ำเสียงและอาการที่ใอยู่นิดหน่อย จึงรีบคว้าเอาเสื้อมาใส่ทันที แต่ตอนนี้ท่านหญิงกลับนิ่งเงียบสนิดไม่ได้ตอบอะไร กลับมีใบหน้าที่แดง ดวงตานั้นไม่กะพริบเลย
“น้องหญิงเป็อะไร!!!!! ป่ะๆไปทานข้าวกัน ประเดี๋ยวเ้าป้อรอนาน”
เ้าอ้ายบัวคำเดินมาจับแขนท่านหญิงเขย่าอยู่เล็กน้อย ก็พาท่านหญิงลงจากเรือนไปทานข้าว
ท่านหญิงพูดมาด้วยน้ำเสียงราวกับวิญาณออกจากร่างไปแล้ว สติไม่อยู่กับตัวแล้วกระมัง พอเริ่มตั้งสติได้รีบเดินตามเ้าอ้ายบัวคำไปติดๆ ส่วนเ้าชายที่ใส่เสื้อเรียบร้อยแล้วนั้น ก็ยิ้มหวาน เขิน อยู่ผู้เดียวแล้วจึงรีบตามไปเช่นกัน
_____________________________________________________________________
“น้ำพริกมะเขือส้ม ของลูกหญิงยังลำขนาดเหมือนเดิม”
เมื่อทุกองค์เสวยกันเสร็จแล้วเ้าอินทร์ได้ชมน้ำพริกที่ท่านหญิงทรงทำขึ้นโต๊ะเสวยในวันนี้
“ขอพระทัยเ้าค่ะ ลูกจะทำให้เสวยบ่อยๆ นะเ้าค่ะ” ^^
ท่านหญิงขอบพระทัยเ้าอินทร์ที่ทรงชม ตอนนี้สายตาท่านหญิงั้แ่เริ่มทานจนทานเสร็จไม่กล้าแม้แต่หันไปมองเ้าชายเลยเพราะอะไรทำไมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน
“ท่านชายวรเมธ ประเดี๋ยวเชิญเสด็จที่ห้องทรงงานสักครู่พ่ะย่ะค่ะ เ้าบัวคำด้วยนะ”
เ้าอินทร์ได้เชิญเ้าชายกับเ้าอ้ายบัวคำ เข้าไปคุยราชการกันต่อนิดหน่อย
พอเ้าอินทร์ลุกเดินเข้าไปในห้องทรงงานตามด้วยเ้าชายและเ้าอ้ายบัวคำ ท่านหญิงจึงหันกลับไปมองที่พี่ปิ่นแล้วส่งยิ้มให้หนึ่งที เป็อันรู้กันเช่นเคยว่าอยากรู้เื่ข้างในนั้น เขาคุยสนทนาราชการอะไรกันอยู่แต่ก็ออกอาการมากไม่ได้เพราะเ้าแม่เกษรยังนั้งอยู่ที่โต๊ะเสวยด้วยเช่นกัน
“ลูกหญิง โคมติดกระดาษเสร็จแล้วหรือยัง เดียวให้บ่าวเอามาให้แม่ดูก่อนเอาไปแขวนที่วัดนะ วันนี้แม่เหนื่อยมาทั้งวันขอตัวกลับเข้าห้องไปพักผ่อนก่อนนะลูก”
เ้าแม่เกษรถามถึงโคมที่จะนำไปแขวนที่วัดว่าแล้วเสร็จหรือยังและขอตัวกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้เ้าแม่เกษรคงต้องไปอยู่วัดกับเ้าจากคุ้มอื่นๆทั้งวัน
“เสร็จแล้วเ้าค่ะเ้าแม่ ลูกให้บ่าวเอาไปให้ดูนะเ้าค่ะ เ้าแม่ต้องพักผ่อนเยอะๆนะเ้า”
ท่านหญิงกล่าวกับเ้าแม่เกษรเสร็จ จึงเดินไปส่งเ้าแม่ที่ห้องพักแล้วค่อยกลับไปหยอดผางประทีปให้เสร็จ
ท่านหญิงเดินมาที่ระเบียงไม้ด้านหน้าเรือนเพื่อเตรียมยอดผางประทีป โดยพี่ปิ่นได้เตรียมไส้เทียนรูปตีนกาเรียงกันไว้รอพร้อมยอดน้ำเทียนขี้ผึ้งลงไป แต่ด้วยคืนนี้อากาศหนาวเย็น มีลมพัดพาลมหนาวมาตลอดเวลา ท่านหญิงจึงได้ใช้ผ้าคลุมไหล่ที่หนาขึ้นกว่าปกติเพื่อเพิ่มความอบอุ่นกายที่ร่างน้อยนี้ แต่เมื่อท่านหญิงค่อยๆ หยอดน้ำเทียนขี้ผึ้งลงในผางประทีปที่ทำจากดินเผาทีละอันอยู่นั้น ได้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยืนจ้องมองมาที่ท่านหญิง โดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัว
จากภาพเบื้องหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ ที่ได้มองมาได้เห็นว่า......
__________________________________________

ภาพโคมลอย , ว่าวลม ขอบคุณแหล่งที่มา:https://lannainfo.library.cmu.ac.th