ภายใต้แสงสว่างที่เจิดจ้า เทวินมองไม่เห็นสิ่งใด ‘ที่นี่ ที่ไหนนะ? ทำไมมองไม่เห็นอะไรเลย?’ เขาไม่ได้แสบตากับแสงสว่าง พยายามมอง
ไปรอบๆตัว กลับมองเห็นแต่ความว่างเปล่าที่มีแต่แสงสว่าง
มองดูตัวเองที่ยังใส่ชุดนอนอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในห้องนอนก้าวขาเดินไปข้างหน้าระยะทางหนึ่งก็ยังไม่พบสิ่งใด ‘นี่เราอยู่ที่ไหน?’ ในขณะที่กำลังคิดถามตัวเองอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงดนตรีที่บรรเลงด้วยคีย์เสียงต่างๆ ที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว
เสียงดนตรีแว่วมาแต่ไกลๆ ‘ช่างไพเราะเหลือเกิน’ จึงเดินไปตามทิศทางของเสียงดนตรี ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ยิ่งได้ยินเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
รู้สึกเคลิบเคลิ้มกับเสียงดนตรีที่ไพเราะจับใจหยุดเดินและฟังเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงด้วยรอยยิ้มเสียงดนตรีทำให้เขามีความสุขเป็อย่างมาก
เมื่อหยุดเดินและกำลังซึมซับกับเสียงที่ได้ยินอยู่นั้นเสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่นั้นค่อยๆ เบาลงและหยุดไปแสงสว่างรอบตัวที่ทำให้มอง
ไม่เห็นสิ่งใดก็ค่อยๆ ลดแสงลงสิ่งต่างๆ รอบตัวค่อยๆ ปรากฏให้เห็น
‘โอ้!! ...ที่นี่คือ์?’ ตนเองตอนนี้ถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น
แสงสว่างเรืองๆทั่วทุ่งดอกไม้ที่สวยงามหลากหลายชนิดหลากสีสันสดใส ทุ่งดอกไม้ที่มีประกายแสงสว่างเรืองรองมองไปสุดลูกหูลูกตา
ข้างหน้ามีต้นไม้ต้นหนึ่งสีเขียวสดใส ไม่มีดอกผล ลำต้นสูงเท่าตัวเอง ดูแตกต่างจากต้นดอกไม้อื่นๆ
ต้นดอกไม้รอบๆตัวเริ่มพลิ้วไหวไปในทิศทางที่ต่างกัน กลับเป็เสียงดนตรีคีย์เสียงต่างๆ เหมือนกับเป็วงดนตรีออร์เคสตรา
‘เสียงดนตรีที่ไพเราะจับใจ ที่แท้ก็มาจากการบรรเลงของต้นดอกไม้เหล่านี้เอง แปลกจัง!!..’
‘…..’
ในขณะที่ต้นดอกไม้กำลังพลิ้วไหวบรรเลงเสียงดนตรีที่สุดแสนไพเราะจับใจ เทวินเหลือบไปเห็นแสงสว่างคล้ายกลุ่มก้อนเมฆขนาด
เท่ากับร่างกายคน กำลังเคลื่อนที่จากทิศทางหนึ่งมายังตัวเองอย่างช้าๆ
เมื่อเข้ามาใกล้ระยะหนึ่งแสงสว่างคล้ายกลุ่มก้อนเมฆนั้นค่อยๆลดแสงลงจึงค่อยๆ มองเห็นเป็สตรีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่ง เธอมีใบหน้า
อันงดงามหมดจรดผิวขาวสว่างเรืองราวกับกับไข่มุก สวมใส่ชุดไทยประยุกต์ เสื้อลูกไม้แขนสั้นสีขาวผ้าถุงยาวสีชมพูอ่อนที่มีประกาย
แสงสว่างเรืองๆ
เธอก้าวเดินมาที่เขาด้วยเท้าเปล่า ยามเดิน เท้าเปล่าััพื้นที่มีแสงสว่างเรืองๆนั้นก็มีละอองแสงคล้ายหมู่ดาวที่กระพริบ ล่องลอยขึ้น
จากพื้นที่เธอเหยียบแล้วค่อยๆ หายไป ดูไปช่างงดงามยิ่งนัก
เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ระยะหนึ่งจึงหยุดยืนแล้วรอยยิ้มจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่สวยงามก็ปรากฏบนใบหน้าเธอ นี่ช่างเป็รอยยิ้มที่
แสนอ่อนหวานอ่อนโยนยิ่งนัก
เทวิน ‘เทพธิดา!?’ ความงดงามที่ทำให้หัวใจของเขาเหมือนกำลังจะหยุดเต้น ได้แต่ตกตะลึงและสติแทบหลุดลอยไปกับความสวย
ความงดงามของเธอขณะนั้นดนตรีอันไพเราะที่บรรเลงจากเหล่าต้นดอกไม้ค่อยๆ เบาเสียงหายไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยเรียกชื่อเขา
“คุณเทวิน วิอัณณา” เสียงที่ไพเราะอ่อนหวานของเธอทำให้เขาที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้นค่อยรู้สึกตัว
เทวินพยายามตั้งสติจากอาการอึ้งแบบพูดไม่ออกก่อนจะเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก “เออ..เออ..คุณคือใคร?.."แล้ว..ก็..ผมอยู่ที่ไหนครับ?”
เธอยิ้มให้กับเขา “ให้คุณเรียกฉันว่า ธัญญา”
“..ธัญญา..” เทวินทวนคำเรียกชื่อของเธอหัวใจกลับเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อมองเธอ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาเป็อาการแบบนี้กับผู้หญิง
“คุณเทวิน ขอให้คุณทำจิตใจให้สบาย” เธอยิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วกล่าว
“คุณ...ธัญญา ..คุณรู้จักผม!?”
ธัญญาหันไปมองที่ต้นไม้ที่แตกต่างไปจากเหล่าบรรดาต้นดอกไม้ที่มีขนาดสูงพอๆกับเทวินต้นนั้นด้วยใบหน้าที่สงบเย็นเปี่ยมด้วยคุณธรรมเทวินมองหน้าเธอตอนนี้รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาตอนนี้อยู่ในสภาวะที่สงบสุขเป็อย่างยิ่ง
นิ่งอยู่สักพักก่อนที่ธัญญาจะบอกเล่าต่อเขา
“คุณเทวิน ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์ต่อไปนี้ฉันจะบอกกล่าวให้คุณเข้าใจ”
“เมื่อกาลก่อนฉันเป็มนุษย์ที่มีภพชาติร่วมกับคุณด้วยกุศลความดีที่เคยสร้างเมื่อสิ้นลมหายใจได้กลายเป็ร่างทิพย์มีวาระไปสู่ภพ์”
“แต่ด้วยบุพกรรมที่มีร่วมอยู่กับคุณทำให้เกิดเป็พันธะกรรมฉันยังคงไปสู่ภพ์ไม่ได้จนกว่าจะพ้นพันธะกรรมนี้”
เธอยิ้มด้วยรอยยิ้มเปี่ยมแววสงบก่อนกล่าวต่อ “ที่นี่คือมิติหนึ่งที่อยู่ระหว่างโลกมนุษย์และ์ เราเรียกว่า ‘มิติภพ’ ที่นี่ยังมีอีกหลายร่างทิพย์ของคนอื่นๆ ที่เหมือนกับฉัน แต่คุณสื่อสัมพันธ์ได้เพียงแค่ฉันที่มีวาระต่อกันจึงมีต้นไม้ทิพย์ต้นนี้เกิดขึ้นที่นี้” เธอมองไปที่ต้นไม้ทิพย์ต้นนั้น
“ต้นไม้ทิพย์ต้นนี้!?” เทวินพยายามทำความเข้าใจ
“ต้นไม้ทิพย์ต้นนี้ได้เชื่อมต่อระว่างมิตินี้เข้ากับต้นจันทน์ลูกหอมที่อยู่หลังบ้านของคุณต้นนั้นทำให้เราสื่อสารกันได้”
เทวิน : “ต้นจันทน์ลูกหอม!” ตอนนี้เหมือนเริ่มเข้าใจบ้างแล้ว ก่อนธัญญาจะกล่าวต่อ
“ใช่แล้วค่ะ เมื่อต้นไม้ทิพย์ต้นนี้มีดอกผลแห่งความเป็ทิพย์ก็จะเกิดผลขึ้นกับต้นจันทน์ลูกหอมที่สวนหลังบ้านของคุณในยามที่ผลเกิดขึ้น กล่าวได้ว่าจะมีสิ่งดีเกิดขึ้น คุณจะรับรู้ได้ ขอให้คุณรับประทานผลจันทน์หอมนั้น”เธอยิ้มให้กับเขาแล้วกล่าวต่อ
“แต่จะเกิดดอกผลแห่งความเป็ทิพย์เมื่อใดและคุณจะได้พบหรือได้รับสิ่งใดนั้นกำหนดเองไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรฉันจะคอยช่วยเหลือคุณกระทั่งสิ้นสุดวาระแห่งพันธะกรรม” เธอยิ้มให้กับเขาอีกครั้ง
ถึงตอนนี้บรรดาต้นดอกไม้เ่าั้เริ่มพลิ้วไหวเกิดเป็เสียงดนตรีขับขานที่ไพเราะขึ้นอีกครั้ง แสงที่สว่างเรืองๆอยู่รอบตัวก็ค่อยๆ สว่าง
ขึ้นเรื่อยๆและธัญญา เธอค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสว่าง
“ธัญญา! ...เดี๋ยวก่อนครับ คุณอย่าเพิ่งไป..คุณธัญญา..คุณธัญญา” เขาพยายามเรียกให้เธออยู่ ก่อนที่แสงสว่างและเสียงดนตรีค่อยๆ
หายไป
“ธัญญา..คุณธัญญา!!”
เทวินลืมตาตื่นจากความฝันขณะที่เอ่ยเรียกชื่อ ‘ธัญญา!’ ...ตอนนี้รู้สึกตัวกลับพบว่าตัวเองยังอยู่บนที่นอนและตัวเขาเพิ่งตื่นนอน
‘เฮ้อ!..’ นี่เราฝันไปหรือนี่! ช่างเหมือนกับว่าตนเองไปที่นั่นจริงๆ’