ระบบของข้าทำได้แค่คัดลอก
แต่ชาวบ้านที่ได้มองรูปวาดของสมุนไพรเ่าั้แล้ว พวกเขาก็หายไปและไม่กลับมาอีกเลย สิ่งนี้ทำให้เขาผู้เป็พนักงานของร้านสมุนไพรปวดใจมิน้อย ที่ชาวบ้านไม่ค่อยได้สนใจเื่นี้เท่าที่ควร
และเมื่อเขาได้เห็นต้นตานเซินหรือโสมคนจนที่ไป๋หนิงนำมา เขาก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อย นานแล้วที่ไม่มีผู้ใดนำตานเซินมาขายเป็จำนวนมากขนาดนี้
“ที่แท้ก็เป็ตานเซินนี่เองขอรับ”
“เดี๋ยวข้าขอชั่งน้ำหนักและประเมินราคาให้นะขอรับ” ว่าแล้วเขาก็ยกทั้งกระบุงไปยังเครื่องชั่งในทันที
ชายวัยกลางคนนำต้นตานเซินออกมาอย่างทะนุถนอม และนำมีดที่แสนคมกริบออกมาและตัดรากสีม่วงของตานเซินออกมา แล้วนำไปวางบนตาชั่ง
“สองกิโล” แล้วเขาก็เดินกลับมาที่ที่ไป๋หนิงยืนอยู่
“ขออภัยที่ให้รอนานขอรับ ข้าได้ชั่งเฉพาะส่วนรากแล้ว ทั้งหมดได้สองกิโลขอรับ”
“ปกติตานเซินนั้นขายอยู่ที่กิโลละหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงขอรับ”
“แต่เป็ราคาของรากตานเซินที่ตากแห้งนะขอรับ”
“แต่เนื่องจากสมุนไพรของแม่นางยังไม่ได้ทำการตากแห้ง แต่ก็มีความสมบูรณ์เป็อย่างมาก ข้าจึงประเมินราคาที่กิโลละหนึ่งพันสามร้อยตำลึงทอง”
“แม่นางเห็นด้วยกับราคานี้ไหมขอรับ?” ชายวัยกลางคนก็ยังพูดจาออกมาอย่างอ่อนน้อมและแสนจะไพเราะ
ทำให้ร่างบางที่เห็นสิ่งนี้ก็พยักหน้าลงเบาๆ “เ้าค่ะ ข้าพอใจที่ท่านให้ราคานี้”
“เช่นนั้นแม่นาง้าเป็เงินตำลึงหรือว่าตั๋วเงินดีขอรับ”
“ข้าขอเป็ห้าร้อยตำลึง ส่วนอีกสองพันตำลึงข้าขอเป็ตั๋วเงินเ้าค่ะ”
และเมื่อร่างบางได้ทำการค้าสำเร็จ ไป๋หนิงก็เดินตรงไปที่ร้านฟาไฉ่ ที่เป็ร้านฝากเงินชื่อดังในทันที
“ยินดีต้อนรับแม่นางน้อย ้ามาฝากเงินใช่หรือไม่เ้าคะ?” พนักงานสาวที่นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าไป๋หนิงเดินเข้ามา
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” ไป๋หนิงที่เดินเข้ามาภายในร้านก็นั่งลงตรงข้ามกับพนักงานสาว ก่อนที่มือบางจะตวัดพู่กันเขียนชื่อของตนเองลงไปในกระดาษอย่างสวยงาม
“แม่นางเขียนชื่อลงไปอีกที่เ้าค่ะ” พนักงานสาวชี้นิ้วไปอีกที่เพื่อให้ร่างบางตวัดพู่กันเขียนชื่อของตนเองลงไป
เมื่อทำการฝากเงินแล้วเรียบร้อยไป๋หนิงก็ต้องประทับมือทั้งฝ่ามือลงไปในกระดาษที่เป็หลักฐานในการเปิดบัญชีเงินฝาก
และเมื่อทุกกระบวนการเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อย ไป๋หนิงก็ได้รับป้ายหยกสีเขียวสลักคำว่าฟาไฉ่มาไว้ในการ
โดยป้ายหยกนี้ไว้ใช้ฝากและถอนเงินในครั้งต่อไป ไป๋หนิงจึงต้องนำป้ายหยกสีเขียวมรกตนี้เข้าไปไว้ในสาบเสื้อ
ระบบแจ้งเตือน! นำเข้าป้ายหยกร้านฟาไฉ่สำเร็จ
เมื่อการนำเข้าสำเร็จแล้วไป๋หนิงก็เดินออกมามุ่งหน้าไปที่ตลาดสดเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบในการทำอาหาร
ตอนนี้ร่างบางได้มายืนอยู่ตรงร้านขายเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีเพียงร้านเดียวในตลาดสดแล้ว ถึงแม้ตอนนี้เนื้อสัตว์ในร้านค้าดังกล่าวจะเหลือไม่มากแล้ว แต่เนื่องจากที่อยู่ในทางตอนเหนือ ทำให้มีอากาศที่เย็นสบาย ทำให้เนื้อพวกนี้ไม่เน่าเสียง่าย สามารถวางขายได้ถึงตอนเย็นเลยทีเดียว
“ท่านลุงข้าขอเนื้อหมูสันคอตรงนี้เ้าค่ะ หนึ่งกิโล”
“เนื้ออกไก่ตรงนี้หนึ่งกิโลเ้าค่ะ”
“ได้เลยแม่นาง เ้าเลือกเองได้เลยนะ ลุงจะรอชั่งน้ำหนักให้”
มือบางก็ทำการเลือกเนื้อตามที่ตนเอง้าจนครบแล้ว ก็เดินไปตักน้ำมาล้างมือที่เหนียวเล็กน้อย แต่ก็ต้องเห็นถึงเครื่องในหมู และเครื่องในไก่จำนวนมากที่ถูกวางทิ้งไว้ในถังไม้
ทำให้ร่างบางรีบล้างมือและเดินกลับมาหาท่านลุงคนขายอีกครั้ง
“ท่านลุง เครื่องในพวกนั้นท่านขายไหมเ้าค่ะ”
“เครื่องในพวกนั้นหรือ ปกติไม่ค่อยมีชาวบ้านคนไหนนิยมซื้อมันไปทำอาหารเลยนะแม่นาง”
“เ้าแน่ใจหรือที่จะซื้อมัน?” ลุงคนขายที่เป็เ้าของร้านที่มีประสบการณ์การขายเนื้อสัตว์มาอย่างยาวนานหลายสิบปีพูดขึ้นมา ในทุกวันเขาต้องทิ้งเครื่องในพวกนี้ไปจำนวนมาก เพราะไม่มีชาวบ้านคนไหนมาซื้อมันไป
“เ้าค่ะ ข้า้าจะซื้อมัน” ไม่นานนักเครื่องในจำนวนมากและเนื้อหมูก็ถูกร่างบางขนออกมาจากร้านขายเนื้อ ไป๋หนิงรีบแบกเนื้อและเครื่องในเหล่านี้เข้าในมุมมืดของตรอกในทันที เพื่อที่จะนำเนื้อพวกนี้เข้าไปเก็บในกระเป๋า
ระบบแจ้งเตือน!นำเข้าเนื้อหมู เนื้อไก่ เครื่องในหมู เครื่องในไก่ สำเร็จ
ก่อนที่จะกลับร่างบางก็เดินเลือกซื้อเครื่องปรุงและเกลือไว้จำนวนหนึ่งแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเก็บของภายในระบบ
ข้าวของมากมายล้วนถูกไป๋หนิงซื้อจนหมด หกร้อยตำลึงทองหมดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แล้วร่างบางก็ได้รีบเดินทางกลับหมู่บ้านทันที คราวนี้ไป๋หนิงเดินกลับมาถึงหมู่บ้านก็ตกเย็นไปเสียแล้ว เพราะการเดินเท้าย่อมใช้เวลานาน แล้วนางก็ผอมแห้งและแรงน้อยขนาดนี้ ทำให้ต้องหยุดพักบ่อย จนทำให้กินเวลาหลายชั่วโมง
“อ้าวไป๋หนิงไปไหนมานั่น ทำไมกลับเอาเย็นขนาดนี้ละ”
“สวัสดีเ้าค่ะท่านลุงเหว่ย”
“พอดีว่าข้าได้พบสมุนไพรนิดหน่อยเลยเข้าตัวเมืองเพื่อนำไปขายเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ไปๆ รีบเข้าไปบ้านไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวลุงจะตรวจตราหมู่บ้านต่อสักหน่อย” ไป๋หนิงที่นำเนื้อหมูออกมาถือไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ดูน่าสงสัยจนเกินไปเมื่อนางนำเนื้อพวกนี้มาทำอาหารกิน
เมนูตอนเย็นของไป๋หนิงในวันนี้คือ หมูทอดกับหัวมันเผา ในตอนแรกนางก็ไม่คิดว่าจะเข้ากันถึงเพียงนี้ หมูทอดที่ออกรสเค็มกับมันเผาที่รสออกหวาน แต่เมื่อกินเข้าไปก็พบว่ามันเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ
มื้อนี้นับเป็มื้อที่นางที่ความสุขยิ่งนักที่ได้กินเนื้อสัตว์ที่ชอบ และเมื่อล้างไม้ล้างมือหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ไป๋หนิงก็เดินสำรวจบริเวณรอบตัวบ้านที่แสนทรุดโทรมของตัวเองอีกครั้ง
เท้าทั้งสองข้างก็ก้าวเดินไป สายตาก็มองสำรวจรอบบ้านที่แสนทรุดโทรมไปด้วย นางลองเดินไปจนสุดรั้วไม้ไผ่ที่ผุพังลงไป ก็พบว่าที่ดินของนางนั้นค่อนข้างจะใหญ่มาก แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่รู้จึงมีบ้านที่เล็กเช่นนี้ เมื่อคิดได้แบบนี้มือบางก็ยกขึ้นมาเกาหัวเล็กน้อย กับสิ่งนี้
มีเงินตำลึงซื้อที่ดินขนาดใหญ่ จนไม่มีเงินตำลึงเหลือในการปลูกบ้าน?
บางครั้งนางก็งงกับความคิดของผู้คนในสมัยโบราณไม่น้อย
แต่ช่างเถอะในเมื่อนางได้เกิดใหม่ในร่างกายนี้แล้ว นางก็จะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ส่วนเื่ของท่านพ่อท่านแม่ของนาง เมื่อใดที่นางพร้อมแล้วนางก็ต้องออกตามหาท่านทั้งสองอย่างแน่นอน
ท่านพ่อท่านแม่ หากว่าท่านทั้งสองยังคงมีชีวิตอยู่ ได้โปรดอดทนรอข้า ลูกอกตัญญูคนนี้หน่อยเถอะนะเ้าค่ะ