ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 รับประกัน

            เฉียงจื่อได้ยินก็รีบนำเรื่องความองอาจกับความยากแท้หยั่งถึงของจ้าวจือชิงมาคุยให้ลั่วจิ่งเฉินฟัง

            ลั่วจิ่งเฉินยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่แบบนั้น เรื่องแบบนี้มิใช่วิถีของจ้าวจือชิง จากความเข้าใจของเขาที่มีต่อจ้าวจือชิง เกรงว่าคนผู้นี้มีแต่จะใช้ท่อนไม้บีบบังคับให้พวกเขาจำนน ตั้งแต่เมื่อใดที่เขารู้จักใช้กลยุทธ์ทางใจ

            เวลานี้จู่ๆ ลั่วจิ่งเฉินก็ตระหนักได้ว่าตลอดที่ผ่านมาเขาอคติกับจ้าวจือชิงจนทำให้ประเมินจ้าวจือชิงต่ำไป หากจ้าวจือชิงไม่หลักแหลมจริง จะสามารถอยู่ในบ้านสกุลลั่วโดยไม่มีสถานะมานานเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น แล้วยังสามารถกุมใจทุกคนได้สำเร็จอีกด้วย

            ตอนนี้กระทั่งคนในค่ายโจรเลี่ยหยาง อ้อ ไม่สิ ค่ายอันหยาง ยังนับถือเขาถึงเพียงนี้

            ชีเหนียงรับฟังอยู่ด้านข้าง ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าการวินิจฉัยจ้าวจือชิงของตาเฒ่าหลิงก่อนหน้านี้เกิดความผิดพลาดหรือไม่? คนผู้นี้ที่สติไม่ดี แต่ตรงกันข้ามคือดูปกติยิ่งกว่าผู้ใด

            “คือว่า เหตุใดถึงบอกว่าพวกเจ้าจะใช้ชีวิตภายใต้การชี้แนะจากข้า?” ชีเหนียงมองเฉียงจื่อ สายตาของคนผู้นี้ต่างจากสายตาดุร้ายของสมาชิกค่ายโจรเลี่ยหยางก่อนหน้านี้ สายตาของเขามีแต่เส้นทางแห่งอนาคต ท่าทางแฝงด้วยความสงบร่มเย็น

            เฉียงจื่อเห็นนางถาม ก็รีบขยับมาจากทางลั่วจิ่งเฉิน

            “ลั่วฮูหยินคงไม่ทราบว่าคนของค่ายอันหยางเราล้วนนับถือท่านอย่างมาก ท่านเป็นสตรีแต่เลี้ยงดูทั้งครอบครัว แล้วยังทำการค้าโรงชานมไปไกลถึงเมืองหลวง ช่างเยี่ยมยอดนัก!”เฉียงจื่อพูดขณะที่ชูนิ้วโป้งตั้งขึ้นมาด้วย จากนั้นค่อยอธิบายต่อ “ก่อนหน้านี้ค่ายของเราอยู่อย่างไม่สงบมาโดยตลอด ภายใต้การนำของนายท่านจ้าวตอนนี้ เรากลับตัวกลับใจใหม่และไม่ทำเรื่องขาดศีลธรรมเหล่านั้นอีกแล้ว”

            “เพียงแต่ชั่วชีวิตของพวกเราก็ทำแต่งานแบบนี้ ตอนนี้หยุดทำกะทันหัน จึงไม่รู้ว่าควรทำอะไรจึงจะดี” คำพูดของเฉียงจื่อนำพามาซึ่งเสียงเห็นด้วยของคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง แต่ละคนมีสีหน้ากังวลใจ ที่สำคัญคือ ท่ามกลางฝูงชน กลับเป็นเงาของสิงเหล่าซื่ออยู่ด้วย

            “ใช่แล้ว พวกข้าอยากเรียนรู้การเป็นคนดี แต่กลับไม่รู้ว่าควรดำรงชีพอย่างไร”

            แน่นอนว่ามีคนช่วยเฉียงจื่อพูดอีกแรง เพียงเพื่อให้เฉียงจื่อพูดประโยคที่เหลือ

            “โชคดีที่นายท่านจ้าวคือคนมีวิสัยทัศน์ ก่อนจากไป จึงชี้แนะทางสว่างให้แก่นายท่านสี่ของเรา” ขณะพูดเฉียงจื่อก็ให้นายท่านสี่ที่หลบอยู่ด้านหลังผู้คนเดินมาด้านหน้า “เรื่องนี้คงต้องให้นายท่านสี่เป็นคนเล่า เพราะถึงอย่างไร นายท่านจ้าวพูดไว้ว่าอย่างไร พวกข้าเองก็ไม่ทราบ”

            ไม่ง่ายดายเลยกว่าจะได้คุยกับลั่วชีเหนียง สิงเหล่าซื่อย่อมอดทนรอไม่ไหวและพุ่งขึ้นไปข้างหน้า

            “ใช่แล้ว ใช่แล้ว นี่คือความเห็นที่พี่จ้าวบอกกับพวกเราก่อนจากไป” ใบหน้ามีรอยย่นของสิงเหล่าซื่อเค้นรอยยิ้มออกมา คงเพราะความจริงใจ รอยยิ้มครั้งนี้จึงไม่ได้น่ากลัวเท่าครั้งที่แล้ว

            เมื่อเห็นชีเหนียงไม่พูดจา สิงเหล่าซื่อจึงตัดสินใจพูดออกไปโดยไม่อ้ำอึ้งอีก คนในค่ายอยู่ว่างมาหลายวัน ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ทุกคนคงต้องอดอยากแน่

            เพราะก่อนจ้าวจือชิงจากไป ดื้อดึงจะให้พวกเขานำสมบัติข้าวของที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องในหลายปีมานี้ไปบริจาคให้แก่วัดหรือชาวบ้านที่ยากจน กระทั่งคืนให้กับเจ้าทุกข์เดิม ส่งผลให้ตอนนี้สเบียงของพวกเขาร่อยหรอลงทุกวัน หลายวันมานี้เริ่มมีคนบ่นหิวแล้ว

            “พี่จ้าวบอกไว้ว่า ลั่วฮูหยินก็คือวีรสตรีของเรา จะต้องนำพาค่ายอันหยางของเราพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้แน่” ขณะพูด สิงเหล่าซื่อก็คุกเข่าดังตุบ จากนั้นง้างมือขึ้นตบหน้าตนเองซ้ายทีขวาที ขณะตบก็สำนึกเสียใจ

            “เพราะข้า สิงเหล่าซื่อ มีตาหามีแววไม่ ถึงได้ถูกหัวใจที่ครอบงำติดตามสือเลี่ยหยางทำเรื่องต่ำช้ายิ่งกว่าสุนัข ไม่ว่าลั่วฮูหยินจะลงโทษข้าอย่างไร ข้า สิงเหล่าซื่อ ก็จะไม่โกรธแค้นเคืองโกรธ” หลังจากตบไปไม่กี่ที มุมปากของเขาก็มีรอยเลือดซึมออกมา เห็นได้ว่าใช้เรี่ยวแรงมากเพียงใด

            “เพียงแต่ลั่วฮูหยิน ค่ายอันหยางไม่ได้มีแค่คนบาปหนักอย่างข้า พวกเขาส่วนมากล้วนเป็นคนที่เคยถูกสือเลี่ยหยางหลอกลวงและขู่เข็ญให้ขึ้นเขามา พวกข้าอดตายเป็นกรรมที่สมควรได้รับ เพียงแต่พวกเขานั้นบริสุทธิ์!” สิงเหล่าซื่อชี้ไปทางคนด้านหลังและวิงวอน “พวกเขาไม่มีบ้านให้กลับ ออกจากค่ายอันหยางก็ไม่รู้ว่าควรไปไหน ตอนนี้พวกข้ากลับตัวกลับใจ ก็เพราะต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ค่ายอันหยางกับพวกเขา”

            “เพียงแต่พวกข้าไม่มีประสบการณ์ในการดำรงชีพ กลัวเพียงว่าจะเดินผิดเส้นทางอีกครั้ง ขอลั่วฮูหยินได้โปรดชี้แนะพวกข้าด้วยเถอะ!”

            สิงเหล่าซื่อก้มแนบกับพื้นและคำนับชีเหนียงอย่างเป็นพิธีรีตอง สมาชิกค่ายอันหยางก็คุกเข่าตามสิงเหล่าซื่อ ส่วนผู้มาใหม่ในค่ายเห็นภาพนี้ ก็พากันคุกเข่าเช่นกัน

            “ขอลั่วฮูหยินได้โปรดชี้แนะพวกข้าด้วยเถอะ!”

            “ขอลั่วฮูหยินได้โปรดชี้แนะพวกข้าด้วยเถอะ!”

            “……”

            เสียงอ้อนวอนดังสะท้อนอยู่บนหุบเขาอยู่นานโดยไม่หยุดพัก ชีเหนียงมองดูพวกเขาและทำใจไม่ลง คนเราย่อมทำผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่ยากคือการรู้ผิดและแก้ไขความผิด เมื่อกลับใจย่อมเห็นความหวัง ไม่ว่าจะเฉียงจื่อหรือสิงเหล่าซื่อ ชีเหนียงเห็นถึงความสำนึกผิดและเสียใจจากสายตาของพวกเขาได้อย่างแท้จริง

            หลังจากไตร่ตรองอยู่นานสักพัก ในที่สุดชีเหนียงก็ตัดสินใจแน่วแน่

            “เงยหน้าขึ้น!” ความระแวงบนใบหน้าชีเหนียงแปรเปลี่ยนเป็นความขึงขัง นางจ้องมองสิงเหล่าซื่ออย่างจริงจัง “มองหน้าข้า แล้วตอบคำถามข้า เจ้าแน่ใจว่าต่อไปพวกเจ้าจะวางมือจากการทำชั่วแล้วจริงๆ?”

            สิงเหล่าซื่อเห็นนางถามเช่นนี้ ฉับพลันก็ชูสองมือขึ้นสาบาน “ข้า สิงเหล่าซื่อ หากพูดปด ขอให้ฟ้าผ่า ไม่ได้ตายดี!”

            “ดี!” ชีเหนียงตอบรับอย่างหนักแน่น “เช่นนั้นเจ้าจะรับประกันได้อย่างไรว่าคนของค่ายอันหยางจะไม่ทำตัวเหมือนค่ายโจรเลี่ยหยาง?”

            คำพูดนี้ทำให้สิงเหล่าซื่อไม่รู้ควรตอบอย่างไรดี ความคิดแวบแรกของเขาเมื่อครู่ก็คือ ผู้ใดกล้าละเมิดกฎและทำชั่ว จะต้องถูกจับฉีกร่างเป็นแปดชิ้นและให้เขาตายอย่างไร้ที่ฝัง

            มองดูสายตากระจ่างแจ้งของชีเหนียง สิงเหล่าซื่อรู้สึกว่าการเผชิญหน้ากับนางนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเวลาเผชิญหน้าจ้าวจือชิงเสียอีก จนหน้าผากถึงขั้นมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาให้เห็น

            สิงเหล่าซื่อกัดฟันเดิมพัน “พูดตามตรง เมื่อครู่พอท่านถามเช่นนี้ สิ่งที่ข้าคิดในใจก็คือหากใครทำลายความสงบที่ได้มาอย่างยากเย็นนี้ ข้าสิงเหล่าซื่อจะจับมันหั่นเป็นแปดชิ้นและป้อนสุนัข”

            แล้วเขาก็หัวเราะดังลั่น “เพียงแต่ไม่นานนัก ข้าก็ตระหนักได้ถึงคำถามของลั่วฮูหยิน ลึกลงไปในกระดูกของข้านั้น ยังคงมีความคิดและการกระทำเยี่ยงโจร พอเกิดปัญหา สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือการลงโทษและเข่นฆ่า ไม่เคยคิดวิธีอื่นมาก่อน อันที่จริง ดั่งที่ลั่วฮูหยินกล่าวมา หัวใจของคนยากจะฝืนบังคับ ในเมื่อวันนี้ข้าบังคับพวกเขาให้เปลี่ยนความวิถีชีวิตความเคยชิน แต่หากเวลาผ่านไป พวกเขาทนสิ่งล่อลวงภายในใจไม่ได้ เมื่อรับรู้ถึงปัญหาในตัวเอง ก็จะยังคงเดินบนเส้นทางเก่าอยู่ดี”

            ขณะพูด เขาก็รู้สึกเหมือนมีเสียงกริ้งดังขึ้นในใจ โซ่ที่พันธนาการตัวเขาอยู่ได้หายไปในทันใด เขารู้สึกถึงความแผ่วเบาในร่างกาย

            เขาลุกขึ้นและหัวเราะร่า “ฮ่าๆ ข้าเข้าใจ! ฮ่าๆๆ ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว!”

            เขามองชีเหนียงด้วยแววตาลุกโชน จากนั้นหันไปหาสมาชิกค่ายอันหยางทุกคน “นับจากวันนี้ไป หากมีใจคิดเป็นคนดี อยากใช้ชีวิตสงบสุขที่ค่ายอันหยางต่อ เช่นนั้นก็อยู่ต่อ ส่วนผู้ใดที่ไม่อยากใช้ชีวิตลำบากในค่ายอันหยาง ข้าสิงเหล่าซื่อก็ไม่ฝืนใจกัน แล้วยังจะมอบเงินค่าสร้างตัวเพื่อให้เขาไปค้นหาชีวิตใหม่อีกด้วย!”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498