มู่เฉินยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียง'ปัง'ก็ดังขึ้น ะุเจาะเข้าที่ศีรษะเขาตรงๆ ร่างล้มลงบนพื้น
กลุ่มผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องนิรภัยกรีดร้อง รีบหาที่หลบด้วยความกลัว
ฟอลคอนเคลื่อนไหว ะุไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับร่างกายของมันถูกยิงไปยังตำรวจวัยกลางคนที่จู่โจมมู่เฉินเมื่อครู่ ชายคนดังกล่าวร่างกระตุกน้ำลายฟูมปาก สักพักจึงล้มลงบนพื้น ในสภาพไม่รู้ว่าเป็หรือตาย
“โดรนนั่นมันอะไรกัน...” สกาเล็ต คอลเนลลี่ใเมื่อเห็นโดรนโจมตี ในฐานนักแสดงดังฮอลลีวูดเธอเห็นเื่อัศจรรย์ในกองถ่ายมาเยอะ สคิปที่แปลกตาแหวกแนวล้วนเห็นมาหมด แต่สิ่งเ่าั้ล้วนถูกสร้างด้วยซีจี ไม่ใช่ของจริงอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้
ทว่าในขณะนั้นเองที่ทุกคนคิดว่าเื่ราวกำลังจะจบลง ชายถูกยิงศีรษะที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตแล้วกลับลุกขึ้นยืนมาหน้าตาเฉย ะุหลุดจากหน้าผากเขา มองเห็นแสงสว่างสีเหลืองทองที่พร่างพราวจากภายใน กำลังซ่อมแซมหน้าผากให้กลับเป็เหมือนเดิม
“โอ้พระเ้าเกิดอะไรขึ้นกับชายคนนี้!” หนึ่งในนั้นกรีดร้องเหมือนคนเสียสติราวกับเห็นผี รวมถึงคนอื่นๆ แต่ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว เพราะต้องไม่ลืมว่าข้างนอกธนาคารมีซอมบี้ พวกเขาไม่อยากตกเป็อาหารของพวกมัน ดังนั้นจึงเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่เงียบๆ
“มาสเตอร์ ไม่ได้รับอันตรายใช่ไหมครับ” ฟอลคอนถาม เริ่มสแกนร่างกายเ้านายด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไร ผมสบายดี” มู่เฉินว่าอย่างนั้นแต่จริงๆ เมื่อครู่ยังตื่นเต้นไม่หาย
บางทีอาจเป็เพราะระหว่างเดินทางนั้นไร้อุปสรรคจนเกินไปเขาจึงลดการระมัดระวังลง จึงถูกยิงเข้าที่ศีรษะหลังเปิดประตู โชคดีที่ความสามารถของโอสถแห่งแสงนั้นโกง เพิกเฉยต่อการโจมตีกายภาพทั้งหมดยกเว้นเวทมนตร์ ไม่งั้นเขาคงตายไปแล้ว
“มาสเตอร์ นี่คือชายที่ยิงปืนเมื่อครู่ ตอนนี้ผมช็อตเขาด้วยไฟฟ้า ทำให้ร่างกายส่วนใหญ่เป็อัมพาตแต่ยังมีลมหายใจอยู่” ฟอลคอนรายงานสิ่งที่เกิด มู่เฉินพยักหน้า ก้มลงไปหยิบปืนพก หลังจากตรวจสอบดูจึงพบว่าะุหมดแล้วเขาจึงโยนปืนทิ้งไป จากนั้นเท้าเตะเข้าที่ซี่โครงของตำรวจที่ยิงตัวเองเมื่อครู่
มันเป็เพียงลูกเตะธรรมดาในสายตาของคนอื่น แต่วินาทีถัดไปร่างของตำรวจก็เด็นไปด้านนอก ตามด้วยเสียงะเิดังตู้ม
วินาทีนั้นทุกคนก้มศีรษะลงบนพื้น สวดภาวนา หวังให้มู่เฉินปล่อยตนออกไป
“ใจเย็นๆ ทุกคนผมไม่ใช่โจรหรอกนะ แต่ที่ผมทำคือการป้องกันตัวเองเหมือนกับตำรวจเมื่อครู่ไง แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถรับการเตะส่งๆ ของผมได้ ดูสิร่างอยู่ตรงนั้นน่ะ”
ไม่มีใครคิดว่ามันตลก ผู้ชายคนนี้โหดร้ายมาก เขาฆ่าคนที่เพิ่งยกปืนขึ้นมายิงตัวเองหน้าตาเฉย แบบนี้มันอาชญากรชัดๆ
มู่เฉินไม่สนใจสายตาของพวกเขาที่มองมา เดินเข้าไปในห้องนิรภัยแล้วมองเงินสดที่วางอยู่บนพื้นเหล็ก ก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ แล้วถามว่า “มีเงินแค่นี้เหรอ”
เมื่อได้ยินคำถามของมู่เฉินแม้ไม่อยากตอบก็ต้องตอบ “ั้แ่พวกเราเข้ามามันก็มีแค่นี้แหละ พวกเราทุกคนไม่ได้ย้ายเงินก้อนนี้เลยนะสาบานได้”
“จริงเหรอ”
“จริงสิ ผมเป็ผู้จัดการธนาคารปิงยางสาขาหวงเล่ย ธนาคารแต่ละแห่งมีเงินสดหมุนเวียนเพียง 20 ล้านหยวนเท่านั้น นี่คือเงิน 10 ล้านหยวนที่เหลืออยู่ หากคุณอยากได้มากกว่านี้คงต้องไปที่อื่น”
มู่เฉินไม่คิดว่าผู้จัดการโกหก ธนาคารปิงยางสาขาหวงเล่ยนั้นมีขนาดเล็กจริงๆ ถ้าเทียบกับสาขาใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นมู่เฉินก็ไม่รังเกียจที่จะรับเงินทั้งหมดไป
“ระบบ เงินทั้งหมดนี้ผม้าโอนเข้าระบบตกปลา”
“รับทราบ” เสียงเ็าตอบขึ้นในใจ จากนั้นเงินล้านหยวนในห้องนิรภัยก็หายไปต่อหน้าต่อตา
เป็อีกครั้งที่กลุ่มผู้รอดชีวิตใกับวิธีการของมู่เฉิน
หลังจากรับเงินแล้วมู่เฉินก็ไม่มีธุระที่นี่ เขา้าไปธนาคารถัดไปที่เยื้องออกไปตรงมุมถนน แต่ในตอนนั้นเองผู้จัดการได้กล่าวขึ้นว่า
“น้องชาย การเอาเงินไปแบบนี้มันไม่ใช่เื่ฉลาด นอกจากนั้นน้องชายยังฆ่าตำรวจไปหนึ่งคน คิดว่าทางการจะปล่อยไปเหรอ”
มู่เฉินเหลือบมองชายวัยกลางคน กล่าวติดตลก “เดี๋ยวนะ นี่คุณคิดว่าตอนนี้ข้างนอกเป็ยังไง คุณคิดว่าหลังจากนี้จะมีตำรวจมาจับผมเหรอ”
“หรือว่าไม่จริง”
“อืม...จะว่าไงดีล่ะตอนนี้น่ะส่วนกลางของระบบเป็อัมพาตแล้ว ตำรวจหรือทหารไม่มีเวลามาดูแลความปลอดภัยของประชาชนหรอก ทุกที่มีซอมบี้ ไวรัสระบาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในจีนเท่านั้นแต่เป็ทั่วโลก คุณเองก็น่าจะเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคงไม่ซ่อนตัวอยู่ในห้องนิรภัยใช่ไหม” มู่เฉินไม่รังเกียจที่จะให้ข้อมูล บางคนคิดว่าวันสิ้นโลกมาถึงรัฐบาลจะมาช่วยเหลือแต่นั่นไม่เป็ความจริงเลย อย่างน้อยก็่แรกของการระบาด ทางการไม่มีกำลังพลมากขนาดนั้นในการแก้ปัญหา
หลังจากรับรู้ความจริงพวกเขาก็มีสีหน้าวิตกกังวล
หนึ่งในนั้นแต่งตัวในชุดสูท สวมแว่นตาสีดำ กล่าวเข้มขึงว่า “ถ้างั้นผมจ้างคุณได้หรือเปล่า มาเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของผม ผมจะให้เงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่นหยวน”
“คุณบ้าหรือเปล่า คิดว่าผมว่างขนาดนั้นเหรอ รู้ไหมว่าในวันสิ้นโลกอะไรคือสิ่งสำคัญ อาหารยังไงล่ะ!”
พวกเขาอยากจะหักล้างคำพูดนี้ หากเงินไร้ค่าจริงๆ ทำไมคุณถึงต้องมาปล้นธนาคาร แทนที่จะไปร้านสะดวกซื้อหาอาหาร
“งั้นฉันขอซื้ออาหารจากคุณได้ไหม ได้โปรดฉันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว เงินหยวนในกระเป๋าของฉันมีแค่สองพันหยวน ขอโทษนะมันน้อยไปหน่อยเพราะฉันแลกมาแค่นี้” สกาเล็ต คอลเนลลี่สื่อสารเป็ภาษาอังกฤษ บอกตามตรงว่าเขาชอบตัวละครที่เธอแสดงในภาพยนตร์มาเวส ฉากะโหน้าผาเพื่อทำภารกิจในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ยังตราตรึงใจไม่หาย
มู่เฉินนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยและน้ำแร่ขวดหนึ่งขวดยื่นให้เธอ
“สองพันหยวน”
สกาเล็ตไม่คิดเลยว่าเขาจะมีอาหารจริงๆ เธอรีบกล่าวขอบคุณแล้วจ่ายเงินให้เขาไป จากนั้นจึงหาที่นั่งเงียบๆ กินอาหาร
ในห้องนิรภัยมีศพอยู่หนึ่งศพ ไม่ใช่ตำรวจที่มู่เฉินเพิ่งเตะไป แต่เป็ศพของตำรวจอีกคนที่ถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต กลิ่นค่อนข้างแรง แต่เพราะอยู่ที่นี่ในห้องเล็กๆ สามวันทุกคนจึงชินกับมัน
พอเห็นว่าสาวผมแดงได้กินอาหารและน้ำผู้รอดชีวิตก็รีบมองไปที่มู่เฉิน หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“ขอโทษนะทำไมคุณต้องช่วยชาวต่างชาติ ไม่เห็นหรือไงว่าเธอคนอเมริกาไม่ใช่คนจีน ไอ้สัสมึงไม่ช่วยคนจีน ไปตายซะไอ้ระยำ!”
“คำพูดไร้สาระ ในเมื่อเธอซื้อของผมก็ต้องขายจริงไหม หรือว่าคุณอยากกิน ถ้างั้นก็ซื้อสิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งถ้วยราคาห้าพันหยวน”
“อะไรนะ เมื่อกี้นี้คุณขายให้เธอพร้อมกับน้ำแร่แค่สองพันหยวนเองไม่ใช่เหรอ” ชายคนนั้นแทบกรีดร้องกับค่าอาหารที่แพงกว่าเงินเดือน
“ใช่แต่แล้วไง คุณคงไม่รู้ว่าอาหารตอนนี้หายากมาก ทุกคนต้องวิ่งไปที่ซูเปอร์มาเก็ต ต่อสู้กับซอมบี้เพื่อบะหมี่หนึ่งห่อ ดังนั้นสำหรับผมแค่ห้าพันหยวนจึงถูกมาก”
ชายคนนั้นไม่กล้าพูดอะไร เพราะเขาไม่มีเงินจริงๆ
นักธุรกิจสวมชุดสูทสีดำเริ่มทำธุรกรรมกับมู่เฉิน รวมถึงคนอื่นๆ ที่พอจะมีเงิน
มู่เฉินไม่รังเกียจที่จะทำกำไร และสุดท้ายเขาก็บอกว่า “เอาละของหมดแล้วผมคงต้องไปก่อน ขอโทษด้วยที่ทำลายประตูนะ แต่เชื่อผมเถอะคุณต้องออกมาจากที่นั่นเพราะความหิวอยู่ดี ไม่มีใครสามารถทำตัวขี้ขลาดได้ตลอด โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้”
หลายคนอยากรั้งมู่เฉินไว้แต่ไม่มีความกล้า
...........
มู่เฉินออกมาจากธนาคารพร้อมกับฟอลคอน แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกติดตามโดยนักแสดงฮอลลีวูดคนนั้น
เธอไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วแต่ใบหน้ายังสวยอยู่ เหมือนกับสายลับสาวที่เขาเคยดูบนจอเงินบ่อยๆ
“ขอโทษนะคุณตามผมออกมาทำไม” มู่เฉินถามด้วยภาษาของเธอ สำหรับเขาการพูดภาษาอังกฤษไม่ใช่เื่ยาก เื่นี้ถูกสอนั้แ่เด็กๆ เพราะครอบครัวที่ร่ำรวย โดยตั้งความหวังให้เขาเป็ผู้นำต่อจากพ่อ
แต่เพราะอุบัติเหตุรถยนต์และบริษัทล้มละลาย รวมถึงไวรัสระบาด มู่เฉินจึงไม่มีโอกาสได้สื่อสารภาษาอังกฤษอย่างที่ครอบครัว้า
“คุณน่าจะเห็นแล้วว่าคนพวกนั้นรังเกียจฉันมากแค่ไหน อย่างที่คุณรู้ฉันเป็คนอเมริกา” สกาเล็ต คอลเนลลี่มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน
“แต่ผมเป็คนจีนเหมือนพวกเขานะ”
“ฉันรู้คุณแตกต่าง คุณไม่ได้รังเกียจฉัน หรือว่าไม่จริง”
ต้องยอมรับว่าทักษะการพูดของผู้หญิงคนนี้มีชั้นเชิงจริงๆ นอกจากนั้นเธอเป็ดาราฮอลลีวูด ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาถูกล่อลวง
“เอาล่ะสกาเล็ต ผมออกมาจากบ้านเพื่อปล้นธนาคาร คงอีกสักพักกว่าผมจะกลับ คุณแน่ใจนะว่า้าไปกับผม”
“ฉันเคยแสดงภาพยนตร์มาหลายเื่ และค่อนข้างแน่ใจว่าการไปกับคุณจะปลอดภัย ด้วยพลังที่คุณแสดงมันอยู่ยงคงกระพัน และนอกจากนั้นฉันสามารถจ่ายให้คุณด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ”
“ดีล” มู่เฉินไม่ปฏิเสธ ตอนนี้ระบบธนาคารยังใช้การได้ นอกจากนั้นการอยู่คนเดียวมันก็เหงาและอีกฝ่ายเป็ถึงดาราที่เขาชอบ แค่ช่วยเธอหน่อยคงไม่เสียหาย