“มอ!”
หวงหนิวร้องเสียงต่ำ การเคลื่อนไหวของมันกลับว่องไว รีบหลบในทันทีไม่เงอะงะเหมือนวัวธรรมดาเลยสักนิด
“หนิวหมัวหวัง รู้ไหมว่าแกทำอะไรลงไป?!”ฉู่เฟิงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน โกรธจนหน้ามืด พุ่งตัวออกไปอีกครั้ง
ทว่า ครั้งนี้เป้าหมายของเขาคือเครื่องมือสื่อสารต้องชิงเอาของกลับมาดูก่อนว่า หวงหนิวติดต่อใครไปบ้าง จะได้อธิบายปลายสายถูก
ไม่อย่างนั้น คนอื่นจะคิดอย่างไร? อยู่ดีๆก็ติดต่อไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงมอๆ ไม่หยุดจากทางเขา
แค่คิด ฉู่เฟิงก็อยากจะกระอักเื เขาอยากจะฆ่าไอ้หวงหนิวนี่เหลือเกินขายหน้าชะมัด!
แต่ถ้ากลับไปอธิบาย จะให้เขาพูดอย่างไรล่ะ ใครจะไปเชื่อ? ฉู่เฟิงรู้สึกเหมือนถูกตีจนหัวบวม!
จะให้เขาบอกกับคนอื่นงั้นหรือว่ามีวัวสีทองตัวหนึ่งใช้เครื่องมือสื่อสารของเขาติดต่อกับคนอื่นๆ? แล้วถ้าเป็เขาล่ะ จะเชื่อหรือไม่ จะกลายเป็ยิ่งพูดก็ยิ่งเลอะเทอะ
หวงหนิวก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ มันยังหลบซ่อนอยู่
อีกอย่าง มันยืนด้วยสองขาหลัง ตัวตั้งตรงส่วนสองขาหน้าประคองเครื่องมือสื่อสารไว้ วิ่งวนหลบซ้ายเบี่ยงขวากับเขาอยู่ในสวน
“เอามาให้ฉัน!” ฉู่เฟิงะโ
หวงหนิวว่องไวกว่าคนเสียอีก อย่างกับลิงสีทองก็ไม่ปานทั้งวิ่งวุ่นทั้งะโ เวียนวนรอบโต๊ะหิน ปั่นหัวเขา
มันกอดเครื่องมือสื่อสารไว้ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แถมยังร้องมอๆใส่เครื่องมือตลอดเวลาอีกด้วย
ฉู่เฟิงโกรธจนหน้าเขียว ไอ้นี่ มันยังมีอารมณ์คุยกับคนอื่นอีกเรอะ?
“หนิวหมัวหวัง ฉันจะฆ่าแก!” เขาะโ โมโหจนลมแทบจับไอ้วัวน่าเกลียดนี่ดื้อด้านอย่างถึงที่สุด ถึงตอนนี้ก็ยังเลวได้อีก
หวงหนิวแสดงท่าทีหยามเหยียด
“ทำผิด แล้วยังจะกล้าลอยหน้าลอยตาอีกเหรอแก?!”ฉู่เฟิงไล่กวดมันไม่ทัน ก็คว้าของที่อยู่ในสวนนั่นแหละ ปาใส่มันเป็การขัดขา
สำหรับเขา มันเป็่เวลาแห่งความทุกข์ทรมานแต่ละวินาทีที่หวงหนิวกอดเครื่องมือสื่อสารไว้ เขายิ่งรู้สึกหัวร้อนขึ้นทุกที
ในที่สุด หวงหนิวก็หยุด มันวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะหิน
เวลานั้น ฉู่เฟิงหน้ามืด สีหน้าท้อแท้ มันร่ำไห้ไม่ออกจริงๆ นะ
หวงหนิวที่ทั้งพิศวงและชมชอบเครื่องมือสื่อสารนี้อย่างยิ่งกลับวางมันลง แล้วใช้เท้าทั้งคู่เคาะ้าเครื่องอย่างว่องไว จนเท้าหน้าทั้งคู่เปล่งแสงสีทองเรืองรอง
ฉู่เฟิงจ้องมันเขม็ง นั่งลงอย่างหมดแรงเขามองไปทางเครื่องมือสื่อสารที มองไปทางหวงหนิวทีแล้วเดี๋ยวจะอธิบายให้คนอื่นฟังยังไงดีล่ะ?ตอนนี้เขารู้สึกปวดหัวหนักมาก
เขาถอนใจเบาๆ หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา ไม่มีทางอื่นจริงๆก็ต้องพูดกันตรงๆ น่ะแหละ
“จำไว้นะ เดี๋ยวแกต้องช่วยฉันยืนยัน ตอนที่ฉันพูดโทรศัพท์แกต้องส่งเสียงร้องด้วย” ฉู่เฟิงกำชับมัน
หวงหนิวผงกหัวอย่างเกรงๆ ท่าทางให้ความร่วมมือ
พอฉู่เฟิงหันมามองเครื่องมือสื่อสาร สีหน้าพลันค้างแข็ง รายชื่อคนติดต่อล่ะทำไมไม่มีแล้ว?!
เขาตะลึงงัน ไปไหนแล้ว?
ฉู่เฟิงพลันนึกขึ้นมาได้ ภาพสุดท้ายคือหวงหนิวเหมือนกำลังเคาะหน้าจอลบทุกสิ่งอย่างจนเกลี้ยง?!
“หวงหนิว ไอ้หนิวหมัวหวัง แกทำได้ดีมากนะ โว้ย........!”
ฉู่เฟิงะโลั่น เมื่อกี้ยังคิดอยู่เลยว่าจะกลบเกลื่อนยังไงตอนนี้กลับไม่ต้องเสียแล้ว
“แกติดต่อกับใครหา?” เขาถามเสียงดังตอนแรกเหมือนกับจะเห็นชื่อคนที่เขาไม่อยากเจอ ยังจะมีใครอีกล่ะถ้าไม่ใช่หลินนั่วอี?
หวงหนิวส่ายหัว ทำหน้าใสซื่อนั่นหมายความว่ามันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“แกเข้าไปในหน้ารายชื่อได้ยังไง?”ฉู่เฟิงแทบคลั่ง แต่ว่าพอเขากดเท้าหน้าอันน่าเกลียดของมันกลับััได้ถึงความอบอุ่นแล้วพลันสว่างวาบในพริบตา!
“ยังจะหัวเราะ สักวันเหอะ ไว้ฉันหาพ่อครัวได้เมื่อไหร่พอแกหลับจะจัดปาร์ตี้เนื้อวัวให้ดู!” ฉู่เฟิงขู่ฟ่อดๆ
ทันใดนั้น เครื่องมือสื่อสารก็กะพริบ เป็สายจากโจวเฉวียน
พอเขารับสาย ตาอ้วนโจวก็ตะเบ็งลั่นทันที “ไอ้หนิวหมัวหวัง ไอ้ลูกวัวไอ้ปีศาจ กล้าดียังไงมาระรานฉันไม่หยุดหย่อน!”
“ฉันเอง” ฉู่เฟิงตอบ
“อ้อ ขอบคุณพระเ้า ในที่สุดเครื่องก็อยู่กับนายเสียทีวัวบ้านนายนี่มันปีศาจจริง เมื่อกี้มันก่อกวนฉันนะ พอตัดสายทิ้ง มันยังโทรมาอีกร้องมอๆๆ อยู่นั่นแหละ...”
วางสายแล้ว ฉู่เฟิงยังคงช็อกไม่หาย เขาเห็นภาพเลยว่าไอ้วัวงี่เง่านี่ทำอะไรลงไปนี่มันยังไปรังควานใครเข้าอีกเนี่ย?
ตาอ้วนโจวยังพอคุยกันได้ อีกทั้งยังรู้จักเ้าวัวตัวนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย
เสียงเรียกเข้าเป็เสียงเพลงจากเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นอีกครั้งฉู่เฟิงรีบคว้ามาดู เป็เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเขา เยี่ยเซวียน
“ฉู่เฟิง นายเป็อะไรหรือเปล่า?”เยี่ยเซวียนถาม
“ฉันสบายดี นายฟังนะ เมื่อกี้ไม่ใช่ฉัน...” ฉู่เฟิงพูดพลางส่งสัญญาณให้หวงหนิวส่งเสียง
แต่ว่า ไอ้วัวเฮงซวยนี่ไม่ยอมขยับเขยื้อน เอาแต่จ้องเขาไม่ว่าเขาจะบุ้ยใบ้อย่างไร มันก็เอาแต่นิ่งเฉย ไม่ส่งเสียงสักแอะ
“ฉันเข้าใจ ฉันรู้แล้ว นายเพิ่งเลิกกับหลินนั่วอี อารมณ์คงไม่ค่อยดีแต่ว่ากินเหล้าเยอะไปมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ เพลาๆ หน่อยแล้วกันไม่มีอะไรงั้นแค่นี้นะ” เยี่ยเซวียนจบการสนทนา
“ฉันกินเหล้าอะไรวะ?”ฉู่เฟิงฟังเสียงตื๊ดตื๊ดในสายอยู่พักใหญ่ รู้สึกหดหู่และจนปัญญานี่มันแก้ตัวไม่ขึ้นจริงๆ นะเนี่ย
“หวงหนิว มานี่เลยแก ตกลงกันแล้วไง ว่าให้ช่วยยืนยันให้ฉันน่ะ!”ฉู่เฟิงจ้องมันเขม็ง
เครื่องมือสื่อสารดังขึ้นอีกครั้ง ยังคงเป็เพื่อนที่มหาวิทยาลัยซูหลิงซี ผู้หญิงคนนี้สวยมาก
ฉู่เฟิงเข้าใจในทันที หลังจากหวงหนิวรังควานโจวเฉวียนแล้วมันก็ไปที่รายชื่อเพื่อนร่วมชั้น
“ซูหลิงซี เธอฟังฉันอธิบายนะ”คราวนี้เขายึดเขาข้างหนึ่งของหวงหนิวไว้แน่น บอกมันว่าคราวนี้จะให้ทำคุณไถ่โทษทั้งยังเตรียมที่จะวิดีโอคอลอีกด้วย
แต่ว่าซูหลิงซีไม่รอให้เขาอธิบาย หัวเราะแล้วพูดว่า “อย่าบอกนะว่าข้างๆ เธอตอนนี้มีวัวอยู่ตัวหนึ่ง แล้วทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็คนทำจากนั้นเธอก็เตรียมจะถ่ายรูปส่งมาให้ฉันดูด้วยใช่ไหม? โอเคฉันเชื่อเธอ แต่ว่านะ ฉู่เฟิง นี่มันไม่ใช่เธอเลย ปรกติเธอออกจะมีมาดนี่นาเลิกกับหลินนั่วอีแล้วก็เลิกไปสิ ถึงกับกินเหล้าเพื่อลืมเธอเลยเหรอ? อ้อ จริงสิ ่นี้ที่ไหนๆ ก็วุ่นวาย เธอก็ดื่มน้อยๆ หน่อยแล้วกันรักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองด้วย เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้ว ฉันยังมีเื่ต้องจัดการอีกแล้วเจอกันนะ”
ฉู่เฟิงนิ่งงัน ปลายสายวางหูไปแล้ว
นี่เป็บุคลิกของซูหลิงซี สาวสวยเฉียบบางทีถึงกับเรียกได้ว่าเท่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะทำอะไรล้วนหมดจด สง่าผ่าเผยอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฉู่เฟิงหันไปจ้องหวงหนิว พูดว่า “ไอ้วัวบ้าแกทำฉันซะเละ!”
หวงหนิวทำหน้าใสซื่อ หมายความว่า มันเตรียมตัวทำคุณไถ่โทษแล้วนะน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสต่างหาก
ฉู่เฟิงรออยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครโทรมาอีก
“น่าจะแค่ไม่กี่คนนี้เท่านั้นมั้ง” เขาถอนใจยาว
หวงหนิวที่อยู่ด้านข้าง ผงกหัวยืนยัน สีหน้าสีตาหนักแน่นบอกว่าไม่มีเื่อะไรแล้ว แค่ไม่กี่คนนี้แหละ
“อย่ามาผงกหัวมั่วซั่วนะแก ยังมีอีกคนแท้ๆนี่ฉันจะพูดกับเขายังไงล่ะเนี่ย?”
ฉู่เฟิงแน่ใจว่าหลินนั่วอีก็ได้รับสายก็ตอนนั้นเขากลับมาเห็นเข้าพอดี
เขาสงบสติอารมณ์อีกครู่ ผลักหัวของหวงหนิวที่ยื่นเข้ามาใกล้ออกไปแล้วเตรียมโทรหาหลินนั่วอี
ปลายทางรับสาย ได้ยินเสียงเพลงชวนผ่อนคลายอย่างยิ่งฉู่เฟิงไม่เอ่ยปากในทันที สำหรับหลินนั่วอี เขาไม่อยากรีบร้อนอธิบาย
บางที เธอก็น่าจะรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนไร้สาระอย่างนั้น
ปลายสายยังคงเงียบ หลินนั่วอีเองก็ไม่ได้เอ่ยปากแต่อย่างใดคนสองคนดำดิ่งอยู่ในความเงียบสงบในความคลุมเครือต่างก็ได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน
่เวลานี้ทอดยาวอยู่ครึ่งนาที
ทันใดนั้น หวงหนิวก็เงยหน้าขึ้น พุ่งเข้ามาใกล้กรอกเสียงมอใส่เครื่องมือสื่อสาร ทำเอาฉู่เฟิงหูแทบแตก
ไอ้หนิวหมัวหวัง!
ฉู่เฟิงแทบคลั่ง เขายังไม่อยากจะอธิบายอะไรทั้งนั้นแต่ดันเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝันอย่างนี้
ก่อนหน้าขอให้มันช่วยให้ความร่วมมือมันกลับเฉยเมยพอตอนนี้ไม่้ามันแล้ว มันกลับเสนอหน้าแหกปากร้องเสียงหลง
วินาทีนั้น ฉู่เฟิงได้ยินเสียงแก้วไวน์ตกแตกอย่างชัดเจนชัดเลยว่าหลินนั่วอีเองก็ใอย่างมาก จากนั่นก็ตัดสายไป
ฉู่เฟิงนิ่งค้างอยู่เนิ่นนาน ท้ายสุดก็ตะเบ็งเสียง “ไอ้วัวเฮงซวยฉันจะสับแกเป็ชิ้นๆ!”
หวงหนิวทำหน้าซื่อ บอกความหมายว่า ก็นายกำชับนักกำชับหนาอยากให้ฉันช่วยไม่ใช่เรอะ?
ในสวน เสียงคนเสียงวัวตีกันวุ่นวาย ไม่จบลงง่ายๆ
ท้ายที่สุดฉู่เฟิงหมดแรง ได้แต่หัวซุนกลับห้องนอน เขาไม่สนใจแล้วอยากทำอะไรก็เชิญ
ตื่นมาอีกทีก็พลบค่ำ
ฉู่เฟิงจัดเต็มอาหารมื้อเย็น เป็การปลอบใจตัวเองนี่เป็ข้อดีของเขา ไม่ว่าจะเจอเื่ร้ายอะไรขอแค่กินให้เต็มที่ก็จะอารมณ์ดีขึ้นเอง
ก่อนหน้านี้ที่แทบจะฉีกเนี้อเถือหนังเ้าวัวตัวนั้นแต่พออารมณ์เย็นแล้ว เขาก็ยังคงจัดหาหญ้าและผลไม้สดให้มัน
หัวค่ำ ฉู่เฟิงเช็กข่าวจากทุกสื่อเขาตามติดความคืบหน้าเื่การเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ที่
ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็โทรทัศน์หรือเครื่องมือสื่อสารต่างรวนกันไปหมด สัญญาณแปรปรวนลักษณะอย่างนี้ เขาเข้าใจได้ทันที ดาวเทียมในชั้นบรรยากาศน่าจะถูกคุกคาม
ในที่สุด สัญญาณก่อกวนก็หยุด
ฟีดข่าวในอินเทอร์เน็ตพรั่งพรู
เป็เพราะมีข่าวจากสื่อรัฐวิสาหกิจแพร่ออกมาว่าพวกต้นไม้กลางอากาศที่น่ากลัวพวกนั้นได้ถูกกำจัดไปเกือบจะหมดสิ้นแล้ว
ฉู่เฟิงครุ่นคิด กำจัดได้สิ้นซากจริงๆ หรือ?
ยามดึก เมื่อได้เห็นรายงานข่าวบางอย่าง เขาเริ่มกังวลว่าการกวาดล้างคงไม่เป็ผลสำเร็จ
เนื่องจาก ในหลายๆ พื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ขึ้น
มีคนโพสต์รูปให้เห็นอย่างชัดเจน หน้าบ้านของคนคนนั้น จู่ๆก็มีูเาทั้งชันทั้งสูงใหญ่เสียดฟ้าโผล่ขึ้นมา ประหนึ่งเทือกเขาในตำนานก็ไม่ปาน
อีกข่าวรายงานว่า มีคนหนุ่มที่จะเดินทางไปเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้ากิโลเมตรสุดท้ายกลายเป็ว่าต้องขับรถร่วมห้าสิบกิโลเมตรจึงจะถึงที่หมาย
ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็ เขาซงซาน เขาหวังอูซาน เขาไท่หังซานเกิดูเามหึมาหลายร้อยพันลูก ในหลายๆ พื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดที่ไม่อาจควบคุมได้
“พระเ้า เกิดอะไรขึ้น เขาอู่อี๋ซาน1ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าทำให้เกิดพื้นที่แปลกประหลาดขึ้นมาอีกมากมาย!”
“ยอดเขาหวาซาน2ที่สูงเสียดฟ้าส่องแสงสว่างไปไกล พื้นที่แถบนี้ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า เกิดูเาสูงใหญ่ขึ้นมานับไม่ถ้วนเปล่งแสงเรืองรองสว่างไสว”
นี่คือข่าวที่รายงานในสื่อออนไลน์ของแต่ละที่ และยังมีอีกมาก
การเปลี่ยนแปลงลุกลามทีละนิด ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทีู่เาเลื่องชื่อทั้งหลายล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลง หมอกหนาปกคลุม เหล่าสัตว์ร้ายเร้นกายอันตรายสุดคาดเดา
แผ่นดินแยก ไฟฟ้าดับ การสื่อสารถูกตัดขาด อาคารถล่ม ทยอยเกิดขึ้นสถานการณ์วิกฤติอย่างยิ่ง
ดึกแล้ว ฉู่เฟิงนั่งอยู่เงียบๆ คนเดียวในห้องเขารู้ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด การเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงที่สุดมาถึงแล้ว
ตึง!
เสียงจากประตู จากนั้น หวงหนิวก็ส่งเสียงร้อง
ฉู่เฟิงเปิดประตู เ้าวัวสีทองบุ้ยใบ้ให้เขาตามมันลงไปที่สวน
จากนั้น หวงหนิวก็นั่งขัดสมาธิด้วยสองขาหลังเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว แล้วเริ่มหายใจด้วยเคล็ดพิเศษให้เขาทำตาม
ฉู่เฟิงตะลึง หวงหนิวกำลังชักนำเขา
เขาสงบใจลง หายใจตามจังหวะอันแปลกประหลาดนั้นััได้ถึงพลังแห่งชีวิตที่อบอวลอยู่ทั่วท้องฟ้า
แสงจันทร์นวลสลัว อบอุ่นอ่อนโยนเหมือนกับจะถูกดึงดูดให้สาดส่องลงบนร่างเขา ร่างเขาค่อยๆ เข้มขึ้นทุกทีสุดท้ายก็กลายเป็วงแสงสีขาวพร่างพราว บริสุทธิ์ผุดผ่อง
นอกจากนี้ ดวงดาวพร่างพรายเต็มฟากฟ้ารายเรียงร่วงหล่นเป็สายธารละเอียดสุดคณานับ
ฉู่เฟิงนิ่งไม่ไหวติง ถูกโอบล้อมอยู่ในแสงจันทร์สดสว่างพร่างพราย
********************************************************
1เขาอู่อี๋ซาน เป็แนวเขาแบ่งเขตมณฑลเจียงซี (江西) และมณฑลฝูเจี้ยน (福建)
2เขาหวาซาน หนึ่งในห้าูเาเลื่องชื่อของเมืองจีน อยู่ในมณฑลส่านซี 陕西