บทที่ 15 หมื่นกระบี่รวมศูนย์ (รีไรต์)
แม้เมิ่งฝานจะไม่สามารถควบแน่นขุมพลังกระบี่ออกมาได้แต่จากการััขุมพลังของกระบี่ผ่าูเาเล่มนี้เขาก็สามารถบรรลุถึงกระบวนท่ากระบี่ของตนเองได้
เมิ่งฝานตั้งชื่อกระบวนท่านี้ว่า 'กระบี่ผ่าูเา' เช่นกัน
ยามที่ใช้กระบวนท่ากระบี่ผ่าูเานี้ เขาสามารถสร้างกระบวนท่าที่ดูแ่เบาแต่กลับทรงพลังมหาศาล
ด้วยพละกำลังที่เท่ากันแต่เมื่อส่งผ่านกระบวนท่านี้พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นถึงสามถึงสี่เท่า
เรียกได้ว่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อระดับการบ่มเพาะของเมิ่งฝานเพิ่มขึ้นขอบเขตพลังสูงขึ้น
กระบวนท่ากระบี่ผ่าูเานี้ไม่ช้าก็เร็วจะพัฒนาขึ้นเป็ขุมพลังกระบี่
ใบหน้าของเมิ่งฝานปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ
ในความเป็จริงกระบวนท่ากระบี่ผ่าูเาที่เขาบรรลุนี้มีความสำคัญต่อเขามาก
เพราะนี่คือการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งที่แท้จริง!
ทันทีที่ใช้กระบี่นี้ พลังโจมตีของเมิ่งฝานจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่สามได้อย่างเต็มตัว
แม้ว่าพร์และความเชี่ยวชาญในวิชากระบี่ จะทำให้เมิ่งฝานสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้อย่างง่ายดาย
แต่นั่นยังให้ความรู้สึกเหมือนใช้เพียงทักษะไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
กระบวนท่า 'กระบี่ผ่าูเา' นี้ จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายในด้านความแข็งแกร่งของเมิ่งฝาน
หลังจากทดสอบกระบี่เสร็จ เมิ่งฝานเริ่มทำความสะอาดกระบี่ด้วยความพึงพอใจ
เมื่อคืนวานเขารีบนำกระบี่ถงซานกลับคืนชั้นวางด้วยความเร่งรีบ จึงยังไม่มีเวลาเช็ดทำความสะอาด
และที่สำคัญที่สุดคือเขายังไม่ได้ดูดซับปราณกระบี่
นี่เปรียบเสมือน 'โอสถิญญาและยาวิเศษ' ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะ จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้แม้แต่น้อย
เมิ่งฝานชักกระบี่ถงซานออกมา ทันใดนั้นปราณกระบี่สายหนึ่งก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา
จากนั้นเขาจึงเริ่มเช็ดกระบี่ถงซาน เมื่อเสร็จแล้วก็เช็ดกระบี่เล่มอื่น ๆ ต่อ
ศิษย์พี่หลัวยังไม่ตื่นและเขาก็ไม่มีอะไรทำ อีกทั้งไม่กล้าเดินออกจากหอคอยกระบี่ไปสุ่มสี่สุ่มห้า ดังนั้นนอกจากเช็ดกระบี่แล้วเขาก็ไม่รู้จะทำอะไรอย่างอื่น
หนึ่งชั่วยามต่อมา เมิ่งฝานเช็ดกระบี่ทั้งสี่สิบเล่มจนเสร็จสิ้น
ไม่รู้ว่าควรจะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีที่กระบี่ทั้งสี่สิบเล่มนี้ไม่มีเล่มใดแฝงไปด้วยจิตอาฆาตกระบี่เลย!
อันที่จริง โอกาสที่เมิ่งฝานจะพบจิตอาฆาตกระบี่นั้นสูงมาก หากเป็คนอื่นที่ถูกจิตอาฆาตกระบี่จู่โจมบ่อยครั้งขนาดนี้ คงอยู่ในสภาพปางตายไปนานแล้ว
แต่เมิ่งฝานกลับยังคงกระปรี้กระเปร่า!
เมิ่งฝานที่เริ่มเบื่อหน่าย จึงเริ่มฝึกซ้อมวิชากระบี่ที่เห็นในหอหยั่งรู้กระบี่เมื่อวานนี้ภายในห้วงความคิด
วิชากระบี่หลากหลายรูปแบบที่ปะปนกันยุ่งเหยิง น่าจะมีถึงหลายสิบวิชา
ส่วนใหญ่เขายังไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคในการเรียนรู้วิชากระบี่เหล่านี้ของเขาเลย
พร์ 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' นี้ ถูกเรียกว่าพร์ระดับสูงสุด ซึ่งน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ในเส้นทางแห่งกระบี่ เมิ่งฝานคือผู้ที่มีเมล็ดพันธุ์แห่งกระบี่มาแต่กำเนิดและจะเป็ผู้สูงสุดแห่งกระบี่ในอนาคต!
ดังนั้น แม้เพียงแค่เห็นผู้อื่นร่ายรำวิชากระบี่ เขาก็สามารถเรียนรู้วิชานั้นจนทะลุปรุโปร่งได้
ช่างน่ากลัวราวกับปีศาจ
"แต่ว่าวิชากระบี่เหล่านี้มันปะปนและวุ่นวายเกินไป ข้าดูมาตั้งมากมายไม่จำเป็ต้องฝึกวิชากระบี่เหล่านี้จริง ๆ หรอก" เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเอง
วันเดียวเขาดูวิชากระบี่ไปหลายสิบวิชาและถึงขั้นเกือบจะเชี่ยวชาญวิชาเ่าั้ได้
ทว่าไม่ว่าจะเป็วิชากระบี่หรือสิ่งใดก็ตาม ล้วนมีหลักการเดียวกันคือ 'โลภมาก ลาภหาย'
เมิ่งฝานมีความสามารถพอที่จะโลภและเกือบจะหลอมรวมวิชาเ่าั้ได้ทั้งหมด
แต่วิชากระบี่เหล่านี้สำหรับเขานั้นไม่มีความหมายอะไรเลย!
หรือพูดให้ตรงกว่านั้นคือเมิ่งฝานมองว่าวิชากระบี่เหล่านี้ไม่คู่ควรกับเขา
เหตุผลที่เขาดูวิชากระบี่มากมายและศึกษาอย่างกว้างขวาง แท้จริงแล้วเขามีความทะเยอทะยานเป็ของตนเอง
เขา้าหลอมรวมจุดเด่นของร้อยสำนัก เพื่อสร้างวิชากระบี่ที่เป็ของตนเองขึ้นมา
หากเป็ผู้อื่นที่มีความคิดเช่นนี้คงเป็เพียงเื่เพ้อฝันที่น่าขันสิ้นดี
เพราะนี่เป็สิ่งที่ระดับปรมาจารย์วิถีกระบี่เท่านั้นที่มีคุณสมบัติจะทำและกล้าคิดเช่นนี้!
แม้เมิ่งฝานจะไม่ใช่ปรมาจารย์วิถีกระบี่แต่เขามี 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' จึงมีคุณสมบัตินี้เช่นกัน
ทุกครั้งที่เขาดูวิชากระบี่หนึ่งวิชา เขาจะสามารถเชี่ยวชาญวิชานั้นและเข้าถึงแก่นแท้ของมันได้
"เมื่อข้าสะสมได้เพียงพอ ข้าจะต้องสร้างวิชากระบี่ที่เป็ของข้าเองให้ได้!" เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเอง
แม้ว่าตอนนี้จะยังเป็เพียงจุดเริ่มต้นที่ยังไม่มีอะไรเป็รูปเป็ร่าง แต่เมิ่งฝานได้คิดชื่อของวิชากระบี่นี้ไว้แล้ว
'หมื่นกระบี่รวมศูนย์'
ชื่อวิชากระบี่นี้อาจจะดูเหมือนไปลอกเลียนแบบมา แต่เมิ่งฝานเชื่อว่าเมื่อเขาสร้างวิชากระบี่นี้สำเร็จ เขาจะไม่ทำให้ชื่อสี่คำนี้ต้องเสื่อมเสียแน่นอน
ด้วยความคิดอันแน่วแน่นี้ เขาจึงเริ่มฝึกซ้อมและวิเคราะห์วิชากระบี่ที่เห็นเมื่อวานในห้วงความคิดต่อไป
เขาไม่ได้ฝึกวิชาเหล่านี้ในโลกความเป็จริง แต่ฝึกในใจ เพราะเกรงว่าหากร่ายรำวิชากระบี่มากมายขนาดนี้แล้วถูกศิษย์พี่หลัวพบเข้าจะลำบากในการอธิบาย
และต่อให้หลอกศิษย์พี่หลัวได้ บนหอคอยกระบี่ก็ยังมีผู้ยิ่งใหญ่ที่เขาไม่รู้จักอยู่ การกระทำของเขาต้องถูกสังเกตเห็นแน่นอน
แม้ว่าหลังจากเมิ่งฝานเข้าสู่หอคอยกระบี่เขาจะแสดงออกว่ายอดเยี่ยมมาโดยตลอด แต่ความยอดเยี่ยมนี้ยังไม่เกินขอบเขตที่กำหนดจึงยังไม่ถูกมองว่าประหลาด
ดังนั้นในยามที่ควรซ่อนคม ก็ต้องซ่อนไว้บ้าง!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ศิษย์พี่หลัวตื่นนอนและเดินออกจากห้อง
เมื่อเห็นเมิ่งฝานนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาก็ปรากฏความประหลาดใจและกล่าวว่า "เ้าหนู ไม่ไปนั่งสมาธิในห้อง แล้วออกมาทำอะไรที่โถงกลาง?"
เมิ่งฝานลุกขึ้นแล้วตอบว่า "ข้าตื่นมาเช็ดกระบี่ธรรมดาั้แ่เช้า พอเช็ดเสร็จแล้วไม่มีอะไรทำเลยถือโอกาสนั่งสมาธิต่อขอรับ"
ศิษย์พี่หลัวยิ้มแล้วกล่าวว่า "เ้าหนู เมื่อคืนถูกทรมานปางตายขนาดนั้น นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะยังลุกขึ้นมาได้กระปรี้กระเปร่าแบบนี้ดูท่าข้าจะมองคนไม่ผิด เ้าอาจจะปรับตัวให้เข้ากับการเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่ได้จริง ๆ!"
จิตอาฆาตอันน่าสะพรึงกลัวที่ะเิออกมาจากกระบี่ถงซานเมื่อคืนนี้อันที่จริงศิษย์พี่หลัวก็ััได้
เดิมทีเขาคิดว่าเมิ่งฝานคงถูกจิตอาฆาตนี้เล่นงานจนน่วม อย่างน้อยวันนี้คงลุกไม่ขึ้นและต้องนอนซมแต่คิดไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะยังมีพลังเหลือเฟือขนาดนี้
เ้าเด็กน้อยขั้นเลี่ยนชี่ระดับหนึ่งที่มีความอดทนและพลังต้านทานน่าทึ่งเช่นนี้นับว่ายอดเยี่ยมมากจริง ๆ
"แต่ถึงเ้าจะมีพร์ในการเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ร่างกายก็ต้องตามให้ทันด้วย โดยเฉพาะระดับการบ่มเพาะจะทิ้งไม่ได้ ต้องรีบยกระดับขึ้นมา" ศิษย์พี่หลัวเหลือบมองเมิ่งฝาน
จากนั้นเขากลับเข้าห้องหยิบหินิญญาออกมาสามก้อนแล้วยื่นให้เมิ่งฝาน
เมิ่งฝานมองศิษย์พี่หลัวด้วยความประหลาดใจ โดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ศิษย์พี่หลัวกล่าวว่า "ศิษย์เฝ้ากระบี่จะได้รับเบี้ยเลี้ยงเป็หินิญญาสามก้อนต่อเดือน แม้ตอนนี้จะยังไม่ถึงกำหนดจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ทรัพยากรในการบ่มเพาะของเ้าไม่เพียงพอ หินิญญาสามก้อนนี้ถือว่าข้าให้เ้ายืมไปก่อน เมื่อถึงกำหนดเบี้ยเลี้ยงค่อยคืนข้าก็แล้วกัน!"
เมิ่งฝานไม่เกรงใจเขารับหินิญญามาด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณศิษย์พี่หลัวมากขอรับ"
"ไม่ต้องขอบคุณข้า ช่วยเ้าก็เหมือนช่วยข้า เพราะถ้าเ้าตายไปข้าก็ต้องลงมือเช็ดกระบี่พวกนี้เอง" ศิษย์พี่หลัวส่ายหน้ากล่าว
เมิ่งฝานมองหินิญญาสามก้อนในมือด้วยความตื้นตัน
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีหินิญญาที่สมบูรณ์แม้แต่ก้อนเดียว
แต่ตอนนี้กลับมีถึงสามก้อนในคราวเดียว!
ช่างเป็ความสุขที่มาเยือนอย่างไม่คาดฝัน
"หินิญญาสามก้อนนี้เ้าควรไปที่หอโอสถเพื่อซื้อยาจวี้ชี่มาใช้เพิ่มระดับการบ่มเพาะ แม้ร่างกายเ้าจะดีและทนต่อการรุกรานของจิตอาฆาตกระบี่ได้หลายครั้ง แต่ระดับการบ่มเพาะของเ้านั้นต่ำเกินไปจำเป็ต้องรีบยกระดับ มิฉะนั้นอยู่ใน หอคอยกระบี่ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเื่แน่นอน!"
"ขอบคุณศิษย์พี่หลัวที่เตือน ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
ประตูหอคอยกระบี่เปิดออก เมิ่งฝานบอกลาศิษย์พี่หลัวแล้วเดินออกจากหอคอยกระบี่ไป
เขาตั้งใจจะไปที่หอโอสถก่อน
ศิษย์พี่หลัวพูดถูก เขาจำเป็ต้องรีบยกระดับการบ่มเพาะโดยเร็วเพราะพลังของเขานั้นอ่อนแอเกินไปจริง ๆ
แม้ว่า 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง
หากวันใดที่เช็ดกระบี่แล้วไปเจอกับกระบี่ที่ดูธรรมดาแต่แท้จริงแล้วน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เมื่อนั้นเมิ่งฝานอาจจะพลาดท่าได้!
เมิ่งฝานมาถึงหอโอสถ
หอโอสถคือสถานที่จำหน่ายโอสถของสำนักกระบี่สู่ซาน ซึ่งตั้งอยู่ติดกับหอหลอมโอสถ
โอสถที่เหมาะสำหรับมือใหม่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่หนึ่งอย่างเมิ่งฝานมีเพียงยาจวี้ชี่ชนิดเดียวเท่านั้น
หินิญญาหนึ่งก้อนแลกยาจวี้ชี่ได้สิบเม็ด
เมิ่งฝานซื้อยาจวี้ชี่ยี่สิบเม็ดในคราวเดียว
ส่วนหินิญญาก้อนที่เหลือเขาซื้อยาชุ่ยถี่สิบเม็ด
ยาชุ่ยถี่ตามชื่อของมันคือใช้สำหรับขัดเกลาร่างกาย
เมิ่งฝานมี 'วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพ' ดังนั้นในด้านความเข้าใจจึงไม่มีอะไรต้องกังวล
แต่ร่างกายของเขายังไม่ถือว่าแข็งแกร่ง ประกอบกับไม่ได้ฝึกวิชาบ่มเพาะร่างกายใด ๆ ดังนั้นการซื้อยาชุ่ยถี่มาขัดเกลาร่างกายจึงเป็เื่จำเป็อย่างยิ่ง
อันที่จริงเมื่อเทียบกับยาชุ่ยถี่แล้ว เมิ่งฝานปรารถนาจะได้วิชาบ่มเพาะร่างกายมามากกว่า แต่เขายังไม่มีโอกาส
"ค่อยเป็ค่อยไปแล้วกัน!" เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเอง จากนั้นจึงเก็บยาและเดินออกจากหอโอสถไป
หลังจากออกจากหอโอสถ เมิ่งฝานก็กลับมาที่หอหยั่งรู้กระบี่อีกครั้ง
การดูวิชากระบี่ที่หอหยั่งรู้กระบี่เป็หนทางที่สำคัญที่สุดในการทำให้วิชากระบี่ที่เขาสร้างขึ้นเองอย่าง 'หมื่นกระบี่รวมศูนย์' สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เมื่อถึงหอหยั่งรู้กระบี่ เมิ่งฝานก็ทำเหมือนเมื่อวานคือหามุมสงบ ๆ แล้วนั่งลง
เขาไม่ประลองกับใคร ไม่แลกเปลี่ยนวิชากับใคร เพียงแค่เฝ้าดูผู้อื่นฝึกกระบี่อย่างเงียบ ๆ
คนที่เอาแต่ดูแต่ไม่ฝึกแบบเมิ่งฝานในหอหยั่งรู้กระบี่ก็มีอยู่บ้าง ซึ่งคนเ่าั้จะเฝ้าดูยอดฝีมือที่ฝึกวิชากระบี่ชนิดเดียวกับตน
โดยหวังว่าจะเรียนรู้ข้อบกพร่องของตนเองจากวิชากระบี่ของยอดฝีมือเ่าั้เพื่อพัฒนาตนเอง
แต่คนที่ดูวิชากระบี่ทุกรูปแบบโดยไม่เกี่ยงชนิดแบบเมิ่งฝานนั้น มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นอย่างแน่นอน
"ช่างบังเอิญจริงที่ได้เจอเ้าอีกแล้ว"
ในขณะที่เมิ่งฝานกำลังตั้งใจดูเหล่าศิษย์สำนักกระบี่สู่ซานฝึกกระบี่อยู่นั้นก็มีเสียงที่คุ้นหูเล็กน้อยดังขึ้นข้างหู
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยและเห็นใบหน้าที่พอจะจำได้
หลิ่วเยียนผิง หญิงสาวผู้มั่นใจในตัวเองเกินเหตุจากเมื่อวาน คนที่กล่าวหาว่าเมิ่งฝานแอบดูนางนั่นเอง