ตอนที่สิบสอง รสจูบที่เปื้อนน้ำตา
ค่ำคืนนั้นที่บ้านของเมโลดี้ดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมล้น หลังจากอาหารเย็นที่พวกเขาช่วยกันทำและทานอย่างมีความสุข เอเดนและเมโลดี้ก็ย้ายมานั่งคุยกันที่ระเบียงบ้านใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย
มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาตามลม บรรยากาศเงียบสงบและเป็ส่วนตัว
พวกเขาพูดคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย ไม่ใช่แค่เื่ของความฝันและความหวังอย่างที่เคย แต่ลึกซึ้งลงไปถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในใจ ความกลัว ความเปราะบาง และ ความปรารถนาที่พวกเขาต่างไม่กล้าเอ่ยออกมา
“คุณเมโลดี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ไหมครับ” เอเดนถามขึ้นมา เสียงของเขาแ่เบาจนแทบกระซิบ
เมโลดี้ยิ้มเล็กน้อย “ฉันมีความสุขค่ะคุณเอเดน การได้ช่วยเหลือผู้คน การได้เห็นพวกเขากลับมามีความสุขอีกครั้ง มันเป็ความรู้สึกที่ดีมากค่ะ”
เธอหันมามองเอเดน “แล้วคุณเอเดนล่ะคะ มีความสุขไหมคะ”
เอเดนเงียบไป เขามองออกไปนอกระเบียง มองไปยังสนามหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดยาวออกไปภายใต้แสงจันทร์
“ผม... ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะกลับมามีความสุขได้อีกครั้งครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“หลังจากที่ลูน่าจากไป ผมคิดว่าโลกทั้งใบของผมมันพังทลายลงไปแล้ว”
เมโลดี้เอื้อมมือไปจับมือของเอเดนเบาๆ มือของเอเดนยังคงเย็นเฉียบ แต่เขาก็ไม่ได้ดึงมือกลับ ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านปลายนิ้วของพวกเขาทั้งสอง
“ฉันเข้าใจค่ะ” เมโลดี้กล่าว
“การสูญเสียคนที่เรารักเป็เื่ที่เ็ปเสมอค่ะ”
“แต่คุณ... คุณช่วยผมไว้เยอะมากเลยนะครับ” เอเดนพูดต่อ เขาหันมามองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความขอบคุณ ความเข้าใจ และความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
เมโลดี้มองเอเดน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เธอเห็นความเ็ปที่เขายังคงแบกรับไว้ แต่ก็เห็นแสงสว่างแห่งความหวังที่กำลังเปล่งประกายออกมาจากภายในตัวเขา
“คุณเอเดนเข้มแข็งมากค่ะ” เมโลดี้กล่าว
“คุณสามารถก้าวผ่านมันมาได้ด้วยตัวคุณเอง ฉันเป็แค่ส่วนหนึ่งที่อยู่เคียงข้างคุณเท่านั้นค่ะ”
พวกเขาต่างเงียบงัน ปล่อยให้ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของพวกเขาทั้งสองเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่
เอเดนค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้เมโลดี้ ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เิเ ลมหายใจอุ่นๆ ของพวกเขาัักัน ความตึงเครียดที่แสนหวานเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เมโลดี้ไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องมองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความปรารถนา ความลังเล และความเข้าใจ
แล้วริมฝีปากของพวกเขาก็แตะกันอย่างแ่เบา...
“อื้มม…”
มันเป็จูบที่อ่อนโยน นุ่มนวล และ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน ความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และความหวังที่เพิ่งจะผลิบาน เอเดนรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังจะะเิออกมาด้วยความสุข เมโลดี้เองก็หลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกเ่าั้โอบล้อมตัวเธอ
แต่ในขณะที่ริมฝีปากของพวกเขายังคงัักันอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง...
ภาพของลูน่า... ใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส... เสียงหัวเราะที่สดใสของเธอ... และบทเพลงสุดท้ายของหัวใจของเธอ... ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเอเดนอย่างรวดเร็ว ราวกับภาพหลอนที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน
ความรู้สึกผิดที่เขาคิดว่าจางหายไปแล้ว กลับพุ่งทะลักเข้ามาในใจของเขาอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระชากกลับไปสู่ความมืดมิดอีกครั้ง
เอเดนผละออกจากเมโลดี้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความใ ความสับสน และความเ็ป
เมโลดี้เองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เธอเปิดตาขึ้นมองเอเดนด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา เธอก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“เอเดน...” เมโลดี้เรียกชื่อเขาเสียงแ่เบา
เอเดนไม่ตอบ เขาเอามือกุมศีรษะไว้ พยายามขับไล่ภาพของลูน่าออกไปจากความคิด แต่ภาพนั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังตำหนิเขา
“ผม... ผมขอโทษ” เอเดนพูดเสียงสั่น
“ผม... ผมทำไม่ได้”
เมโลดี้มองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เธอรู้ว่าความรู้สึกผิดต่อลูน่ายังคงฝังลึกอยู่ในใจของเอเดน และมันคืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางไม่ให้เขาก้าวเดินต่อไป
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณเอเดน” เมโลดี้พูดเสียงอ่อนโยน เธอเอื้อมมือไปจับมือของเอเดนเบาๆ
“ฉันเข้าใจค่ะ”
แต่ในใจของเมโลดี้เองก็มีความรู้สึกผิดปรากฏขึ้นเช่นกัน เธอรู้สึกผิดต่อลูน่า พี่สาวที่เธอรักมากที่สุด การที่เธอจูบกับเอเดน... คนรักเก่าของพี่สาว... มันเป็สิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทำได้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังทรยศพี่สาวของเธอเอง
เมโลดี้หลับตาลง พยายามขับไล่ความรู้สึกผิดนั้นออกไปจากความคิด แต่ภาพของลูน่าก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ราวกับกำลังตำหนิเธอเช่นกัน
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณอีกครั้ง แต่คราวนี้ความเงียบนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเ็ปที่ซับซ้อน
เอเดนและเมโลดี้ต่างนั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกผิดกัดกิน
หัวใจของพวกเขาทั้งสอง
แสงจันทร์ที่เคยส่องสว่างลงมาอย่างอบอุ่น ดูเหมือนจะมืดมิดลงไปถนัดตา ราวกับว่าความสุขที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น กำลังถูกกลืนกินด้วยเงาของอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน
Alice คนชอบทะเล