"น้องพี่!" จ้าวซู่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เขาไม่คาดคิดว่าเจ้าหนูนี้มันสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้ออกมาได้ณ จุดที่ซูเฉินยืนอยู่ ในมือของขวาของเขากำลังยกศรีษะของจ้าวปิงขึ้นและโยนไปทางจ้าวซู่"ชาติหน้าเจ้าค่อยมาลองใหม่น่ะ"เมื่อพูดจบเขาก็ก้าวออกจากหลุมอย่างเชื่องช้า เมื่อสักครู่ที่เขาใช้ไปคือ *ศาสตร์ยักษ์สงคราม*มันคือศาสตร์การต่อสู้ของเผ่ายักษ์รูนบรรพกาล นี้คือศิลปะการต่อสู้ที่มีไว้ใช้ประลองหาผู้แข็งแกร่งเผ่ายักษ์รูนบรรพกาลศรัทธาในความแข็งแกร่งเท่านั้น พวกเขาจะจัดการประลองการทุกๆ15ปีเพื่อหาผู้แข็งแกร่งที่สุด โดย*ศาสตร์ยักษ์สงคราม*คือวิชาเดียวที่สามารถใช้ประลองกันได้ ในสายตาคนนอกวิชานี้อาจดูเป็นวิชาพื้นฐานของเผ่ายักษ์รูนบรรพกาล แต่พวกเขาคิดผิด วิชานี้เป็นวิชาตั้งแต่ยุคต้นกำเนิดมันมีความลึกล้ำและทรงพลังยิ่ง มีแต่ผู้ที่เข้าใจวิชานี้อย่างถ่องแท้เท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของวิชานี้ได้ และในประวัติศาสตร์ของเผ่ายักษ์รูนบรรพกาล มีเพียงยักษ์7ตนเท่านั้นที่สามารถเข้าใจมาได้อย่างท่องแท้และพวกเขาล้วนเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น จ้าวซู๋ที่เห็นน้องของเขาลอยมา เขารีบพุ่งตัวไปรับอย่างรวดเร็ว เลือดไหลรินราวกับสายน้ำจากศรีษะของจ้าวปิง ในขณะนี้จ้าวปิงสลบไปแล้ว ดูเหมือนการโจมตีเมื่อครู่รุนแรงเกินไป"น้องพี่! เจ้า!เจ้ากล้ามากที่ทำร้ายน้องของข้า"จ้าวซู่กัดฟันแล้วมองไปยังทางซูเฉินอย่างโกรธแค้น แต่เขาไม่กล้าทำอะไร การโจมตีเมื่อครู่รุนแรงมาก เขาไม่แน่ใจจะรับมาได้หรือไม่"อะไร? น้องชายของเจ้าจะทำร้ายข้าก่อน ข้าแค่ป้องกันตัว ข้าผิดตรงไหนกัน เหอะ! ถ้ากลับกันข้าเป็นคนโจมตีเจ้าล่ะ เจ้าจะอยู่นิ่งๆให้ฉันโจมตีไหม? "ซูเฉินจ้องมองไปทางจ้าวซู่ด้วยสายจาเย็นชา เมื่อเห็นสายตาของซูเฉิน จ้าวซู่ถึงกับสะอึกไม่กล้าพูดอะไร แต่เขาไม่ได้นิ่งเฉยน้องชายของเขาโดนทำร้ายขนาดนี้ เขาต้องแก้แค้น! แต่ตัวเขาคนเดียวไม่พอ เขาหยิบขลุ่ยสีดำออกมาแล้วเป่าอย่างรวดเร็ว หวี๊ดดดดเมื่อเสียงขลุ่ยจบเงาของบุคคล5คนก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วพวกเขาทั้ง5ล้วนแต่สวมเสื้อคลุมสีดำที่อยู่เหนือว่าเสื้อคลุมเหลือง พวกเขาเป็นผู้อาวุโสระดับกลาง "ผู้อาวุโสจ้าวซู่ เกิดอะไรขึ้นท่านถึงใช้ขลุ่ยขอความช่วยเหลือ" ชายวัยกลางคนที่อยู่หน้าสุดได้กล่าวกับจ้าวซู่ เขาคือจ้าวหย่ง เนื่องจากเขาได้ยินเสียงขลุยขอความช่วยเหลือเขาจึงมาที่นี้ และเช่นเดียวกับผู้อาวุโสอีกสี่คนที่อยูด้านหลังของเขา"ผู้อาวุโสหย่ง ได้โปรดช่วยข้าด้วย ข้ามาที่นี้เพิื่อช่วยเหลือนายน้อยจ้าวหยุนและจ้าวไป๋ ที่โดนทำร้ายโดยสารเลวนั้นแต่ข้าไม่คิดว่ามันมีความแข็งขนาดนี้ น้องข้าโดนมันจัดการด้วยการโจมตีเดียว และข้าก็ไม่แน่ใจว่าสามารถรับการโจมตีของมันได้"จ้าวซู่ที่หยิบยารักษาใส่ปากของจ้าวปิงแล้ว เขาก็รีบหันมาโค้งคำนับให้กับจ้าวหย่ง "อืมมม ดูจากการโจมตีนี้รุนแรงจริงๆ แม้ข้าก็ไม่่แน่ใจนักว่าสามารถต่อสู้กับเขาได้"จ้าวหย่งได้ฟังสถานะการณ์และดูหลุมที่เกิดจากการต่อสู้แล้วเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวหย่ง จ้าวซู่ถึงกับช็อก เขาไม่คิดว่าคาดคำพูดนี้จะออกมาจากปากของจ้าวหย่งผู้นี้ ด้วยลมปราณระดับแปรผันขั้น5 จ้าวหย่งคือผู้อาวุโสระดับกลางที่อีกนิดเดียวเขาก็จะกลายเป็นผู้อาวุโสระดับสูงแล้ว แต่จ้าวหย่งกลับไม่แน่ใจว่าจะรับการโจมตีนี้ได้ไหมมันทำให้จ้าวซูแทบจะเป็นลม แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของจ้าวหย่ง ทำให้จ้าวซู้รู้สึกตาเป็นประกาย"แต่ด้วยพวกเรา5คนแน่นอนว่าสามารถล้มเจ้านี้ได้สบาย"จ้าวหย่งพยักหน้าแล้วพูด"""ใช้แล้วผู้อาวุโสหย่ง"""เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นต่างส่งเสริมความคิดของจ้าวหย่ง เนื่องจากเขาแข็งแกร่งที่สุด และอีกนิดเดียวเขาก็จะกลายเป็นผู้อาวุโสระดับสูงแล้ว และเขาอาจจะได้รับเลือกเป็นผู้อาวุโสโถงหลัก เพราะฉะนั้นการที่เอาใจจ้าวหย่งตอนนี้เป็นเรื่องที่สมควรทำอย่างยิ่ง เพื่ออนาคตพวกเขาจะได้พึ่งบารมีของจ้าวหย่ง"เอาล่ะงั้นมาจัดการสารเลวนี้กันเถอะ"จ้าวหย่งยิ้มเล้กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของผู้อาวุโสเหล่านี้ เเต่ขณะนั้นมีเสียงหนึ่งทำให้เขามีอารมณ์โกรธขึ้นมาทันที"พวกตาแก่ทั้งหลาย ยืนให้รากงอกกันอยู่หรือไง มาสิปู่ของพวกเจ้าอยู่นี้มาให้ปู่กอดชมหลานหน่อยสิ!"