หลายวันผ่านไปนับั้แ่หลงเฟยได้ล่วงรู้ความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับการล่มสลายของเจียงหนาน เขายังคงทำหน้าที่ของตนเองในกองทัพเป่ยหลิงอย่างไม่มีใครจับพิรุธได้ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกภายในไว้อย่างมิดชิดที่สุด ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจของเขากำลังลุกไหม้ด้วยไฟแค้นที่รุนแรงกว่าเปลวเพลิงใดๆ ที่เคยเห็น เขาเฝ้ารอโอกาสที่จะสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ ขุนพลทมิฬ ที่ถูกระบุเพียงฉายาในบันทึก แต่มีอำนาจยิ่งใหญ่ถึงขั้นบัญชาการการสังหารหมู่ครั้งนั้น เขารู้ว่าต้องเตรียมการอย่างรอบคอบและแยบยลที่สุด เพื่อให้การแก้แค้นของเขาสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงแค่การสังหาร แต่เป็การทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับขุนพลผู้นี้
วันหนึ่ง เว่ยอู๋จี๋เรียกหลงเฟยเข้าพบเป็การส่วนตัวในกระโจมบัญชาการเช่นเคย บรรยากาศภายในกระโจมเงียบสงัด มีเพียงเสียงขีดเขียนลงบนแผ่นกระดาษยามที่เว่ยอู๋จี๋กำลังพิจารณาแผนที่การรบ และเสียงลมหายใจของทั้งสองคน หลงเฟยเดินเข้าไปยืนเบื้องหน้าเว่ยอู๋จี๋ ดวงตาของเขาจ้องมองแผ่นหลังของชายผู้เป็ทั้งบิดาบุญธรรมและเป็ผู้รับใช้แคว้นที่ทำลายบ้านเกิดของเขา ด้วยสายตาเ็าที่ซ่อนเร้นอย่างลึกซึ้ง เขานึกถึงภาพกองเพลิงที่เจียงหนาน ภาพมารดาที่ล้มลง และความเ็ปที่เขาต้องทนแบกรับมาตลอดสิบห้าปี
"หลงเฟย เ้าคิดว่าเราควรเสริมกำลังที่แนวรบด้านไหนดี? ตามข้อมูลข่าวกรองล่าสุด ข้ากังวลว่าแคว้นฉู่กำลังจะเคลื่อนไหว" เว่ยอู๋จี๋เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง ใบหน้าของเขาครุ่นคิดอย่างหนักกับสถานการณ์การรบที่ซับซ้อน หลงเฟยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบอย่างควบคุมอารมณ์ให้เป็ปกติที่สุด "ข้าน้อยคิดว่า แนวรบด้านตะวันออกยังอ่อนแอเกินไปขอรับ ควรส่งกองทัพสำรองไปเสริมกำลังเพิ่มอีกสามกอง พร้อมกับจัดตั้งหน่วยสอดแนมเคลื่อนที่เร็ว เพื่อป้องกันการลอบโจมตีของศัตรู"
เว่ยอู๋จี๋หันกลับมามองหลงเฟย แววตาคมกริบของเขากวาดมองสำรวจหลงเฟยอย่างละเอียด ราวกับพยายามอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน ดวงตาของทั้งสองสบกันชั่วขณะ หลงเฟยพยายามไม่ให้ความเกลียดชังปรากฏออกมาทางแววตาแม้แต่น้อย เขาสวมหน้ากากแห่งความภักดีไว้อย่างสมบูรณ์แบบ "ความคิดของเ้าเฉียบแหลมเสมอ หลงเฟย" เว่ยอู๋จี๋กล่าว ใบหน้าของเขาไม่มีรอยยิ้ม แต่แววตาของเขากลับมีความพึงพอใจและไว้วางใจอย่างชัดเจน "เ้าคือคนที่ข้าไว้วางใจที่สุดในกองทัพนี้"
คำว่า "ไว้วางใจที่สุด" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลงเฟย มันเป็คำที่เคยทำให้เขาภาคภูมิใจและรู้สึกอบอุ่นในใจ แต่วันนี้มันกลับเป็ดั่งมีดที่กรีดลึกยิ่งกว่าเดิม ความไว้วางใจที่ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของหลายชีวิต เขามองเห็นรอยยิ้มจาง ๆ บนมุมปากของเว่ยอู๋จี๋ ซึ่งเป็รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งนัก ความรู้สึกเ็ปหัวใจถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
หลงเฟยรู้ดีว่าเว่ยอู๋จี๋คงไม่มีทางล่วงรู้ว่าบัดนี้ความภักดีของเขาได้สลายไปแล้ว แต่แทนที่ด้วยความแค้นที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อ การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็ไปอย่างเงียบงัน ไม่มีคำพูดที่เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง ไม่มีแม้แต่การทักท้วงใดๆ แต่ภายในจิตใจของทั้งสอง กลับเต็มไปด้วยความลับที่กำลังจะปั่นป่วนโลกทั้งใบ
หลงเฟยพยายามรวบรวมข้อมูลภายในกองทัพเป่ยหลิงอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโครงสร้างอำนาจ เส้นทางการลำเลียงเสบียง จุดอ่อนของแต่ละกองทัพ และความสัมพันธ์ของแม่ทัพนายกองคนสำคัญ และที่สำคัญ เขาพยายามสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ ขุนพลทมิฬ ที่นำทัพเข้าโจมตีเจียงหนานในอดีต ว่าแท้จริงแล้วเขาคือใคร เขาจดบันทึกทุกรายละเอียดไว้ม้วนตำรา ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อเกราะ เขาวางแผนทุกอย่างอย่างแยบยล ไม่ให้มีใครสงสัยแม้แต่น้อย เขาต้องแข็งแกร่งกว่าศัตรูที่มองไม่เห็นผู้นั้น ต้องเหนือกว่าในทุกด้าน เพื่อให้การแก้แค้นของเขาสำเร็จลงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่การสังหาร แต่เป็การลบล้างอำนาจและอิทธิพลของผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนั้นให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้ให้จงได้