อิจฉา
ที่โรงพยาบาล
พู่กันหิ้วถุงผลไม้ที่เธอซื้อมาจากตลาดเต็มสองมือเพื่อที่จะ เอาไปเยี่ยมดีแลนด์ จังหวะที่กำลังเดินผ่านห้องพักแพทย์สายตาหวานเหลือบไปเห็นสามีตัวเองกับหมอนารากำลังนั่งอยู่ด้วยกันในห้องพักแพทย์ พวกเขาดูสนิทสนมกันมาก กำลังดูอะไรกันอยู่นะถึงได้นั่งใกล้กันขนาดนั้นดูสิหน้า
แทบจะชนกัน ดูแล้วเหมือนคู่รักกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน เธอแอบอิจฉาหมอนารา พวกเขายังอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อ ห้าปีก่อน เป็เธอสินะที่มา
ขั้นกลางระหว่างพวกเขา ร่างบางพยามยามสลัดความคิดแล้วเดินต่อไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก มือบางเคาะประตูก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป
“มาแล้วหรอ”
“อืม”
“เป็อะไรไป ทำไมดูอารมณ์ไม่ค่อยดี” นี่หน้าเธอมันชัดเจน ขนาดนั้นเลยหรอ ไม่ได้แล้วจะให้เพื่อนเธอรู้ไม่ได้
“เปล่า แค่หนักของที่ถือมาอ่ะ ทั้งหนัก อากาศก็ร้อน” ดีแลนด์ มองของที่เธอถือมาก็ดูท่าจะหนักมากจริงๆ แหละ
“เธอหอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ย”
“ก็ผลไม้ ไม่กี่อย่าง แล้วก็ดอกไม้” เธอยิ้มสดใสและยื่นดอกไม้ออกมาให้ดีแลนด์ดู
“เป็ยังไงสวยไหม” ดีแลนด์ที่เอาแต่นิ่งมองคนตรงหน้า ตึกตักๆๆ หัวใจของเขาที่กำลังเต้นแรง ถ้าหากว่าการที่เขานอนป่วยแบบนี้ทำให้มีเธอมาดูแล เขาก็ยินดีจะอยู่แบบนี้นานๆ
“เป็อะไรไป ไม่สวยหรอ?”
“สวย” เมื่อเธอได้คำตอบที่้าแล้วเธอก็จัดของที่ตัวเองซื้อมาอย่างอารมณ์ดี ดีแลนด์มองพู่กันที่กำลังจัดผลไม้ใส่ตะกล้า จากนั้นก็มาจัดดอกไม้ใส่แจกัน
“ดีนอาการวันนี้เป็ยังไงบ้าง นายยังปวดอยู่ไหม”
“อืม มีปวดบ้าง แต่ก็ดีขึ้นมากแล้วละ ไม่ต้องห่วง ฉันหล่อขนาดนี้สาวๆ จะขาดพระเอกอย่างฉันนานได้ไง” เธอขำกับคำพูดของดีแลนด์
“เชื่อเลย หล่อจริงๆ หล่อเหลือล้น” พูดไปก็ส่ายหน้าไป
“เห็นไหมขนาดเธอยังชมเลย ว่าแต่เมื่อไหร่เธอจะเลือกฉันสักทีละ” พู่กันส่งสายตาดุให้ดีแลนด์
“นายนิจริงๆ เลย แกล้งกันอยู่ได้ เดี๋ยวใครมาได้ยินฉันจะทำยังไงละ”
“ก็ดีสิจะได้เป็ข่าวใหญ่ไปเลย” พู่กันส่ายหัวกับคำพูดของดีแลนด์
“ฉันกลัวว่าฉันจะโดนแฟนคลับนายรุมฉันก่อนนะสิ” พูดแล้ว ยักไหล่ แล้วหันกลับไปหาดอกไม้ที่กำลังจัดอยู่ ดีแลนด์ได้แต่ซ่อนสีหน้าที่เ็ป
เอาไว้ แล้วเปลี่ยนเื่
“พู่”
“หืออออ”
“ฉันอยากกินส้ม” พู่กันเดินมาหยิบส้มแล้วยื่นให้เขา
“ปลอกให้หน่อยสิ”
“นี่นายเจ็บที่ขานะไม่ใช่แขนผิดที่หรือเปล่า”
“เอาน่าฉันเป็คนป่วยนะ” พู่กันนั่งลงข้างเตียงแล้วปลอกส้มให้ดีแลนด์ เธอยื่นส้มที่ปลอกแล้วให้ดีแลนด์ แต่ดีแลนด์ไม่ยอมหยิบเอาส้ม
จากมือเธอ แถมก้มลงกินส้มที่มือของเธอ พู่กันใกับสิ่งที่ดีแลนด์ทำและเป็จังหวะที่ประตูห้องเปิดพอดี ภาคินที่เดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์
เขาใกับภาพตรงหน้า แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“มาแล้วหรือครับคุณหมอ” พู่กันหันไปที่ประตู ยิ่งทำให้เธอตาโตกว่าเดิม
“ครับ” ภาคินตอบเพียงสั้นๆ” เธอรีบลุกหลีกทางให้ภาคินเดินเข้ามาตรวจดีแลนด์ เมื่อกี้นี้เขาจะเห็นหรือเปล่านะ เธอคิดในใจ แต่ถึงเขา
จะเห็นเขาคงไม่ได้สนใจ เพราะดูจากท่าทางเขาแล้วเหมือนไม่ได้สนใจเธอด้วยซ้ำ เธอมองเขาจากข้างหลังด้วยความท้อใจ
“อาการเป็ยังไงบ้างครับ ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”
“ดีครับ ไม่ค่อยเจ็บแล้วครับ ได้กำลังใจดี มีคนมาคอยดูแลข้างๆ ทำให้อาการดีขึ้นมากๆ เลยครับคุณหมอ” ดีแลนด์ที่ส่งตาหวานให้พู่กัน ภาคินมองหน้าคนไข้ของตัวเองที่เอาแต่จ้องภรรยาเขา ทำให้เขาต้อง หันหน้ามาจ้องหน้าเธอ เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก พู่กันขึงตาใส่ดีแลนด์
เธอรู้ว่าเพื่อนกำลังแกล้งเธอ ภาคินกำชาร์ตแน่นด้วยความหงุดหงิด
“ดีครับ งั้นวันนี้ผมจะแจ้งพยาบาลให้คุณกลับบ้านได้”
“เดี๋ยวครับหมอ ผมยังไม่อยาก..กลับ” หึคิดจะอยู่ให้เมียเขามาดูแลหรือไง ภาคินคิดในใจ
“แต่หมอดูแล้ว คุณดีขึ้นมาก หมอให้กลับได้ครับ” พูดจบเขาก็เดินถือชาร์ตออกไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองตัวต้นเื่เลยสักนิด
ภาคินเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด เขายื่นชาร์ตให้พยาบาล
“คนไข้ห้องพิเศษแจ้งออกวันนี้เลยนะครับ”
“ค่ะคุณหมอ”
Rrrrrrr!!!!
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของภาคินสั่น เขาหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็มารดาของเขาที่โทรมา
“ครับแม่”
“ภีม พรุ่งนี้วันหยุดลูกใช่ไหม”
“ครับ แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“งั้นคืนนี้ พาน้องมากินข้าวที่บ้านนะ แล้วก็นอนนี่สักคืน แม่จะทำของอร่อยๆ ไว้รอ”
“เอ่อ ผมยังไม่แน่ใจครับ”
“ทำไมละ”
“ผมต้องถามความเห็นของพู่กันก่อนนะครับแม่ ว่าเธอสะดวก หรือเปล่า”
“รีบถามน้องแล้วโทรมาบอกแม่ด้วยนะ แม่จะได้สั่งให้เด็กๆ เตรียมของรอ”
“ครับ” คุณหญิงภาวิณีกดวางสายจากลูกชาย ภาคินยืนมองดูโทรศัพท์ในมือนิ่ง ก่อนจะกดพิมพ์ข้อความไปหาเธอ
….
ติง!! พู่กันหยิบโทรศัพท์ที่มีสัญญานของข้อความเข้า ขึ้นมาดู เธอเห็นว่าผู้ส่งเป็ใครก็แปลกใจรีบกดเข้าไปอ่าน
“พี่มีเื่จะคุยด้วย ออกมาหาพี่หน่อยสิ พี่รอที่ร้านกาแฟด้านล่างนะ”
เขามีเื่อะไรจะคุยกับเธอกันนะ หรือว่าเื่เมื่อเช้า ไม่น่าใช่เขา ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรนิ
“เดี๋ยวมานะ ออกไปหาพี่ภีมแบบนึง” เมื่อเธอบอกเพื่อนแล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที พู่กันเดินลงมาที่ชั้นล่างสุดของโรงพยาบาล
เธอกวาดสายตามองหาภาคินเมื่อเดินเข้ามาในร้านกาแฟ เมื่อเห็นแล้วก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีก็
“พี่ภีม”
“อืม นั่งสิ”
“ค่ะ พี่ภีมมีเื่อะไรหรือเปล่าคะ” พู่กันรีบเอ่ยถามออกไปทันทีที่นั่งลง
“แม่พี่เขาโทรมาชวนเราไปกินข้าวที่บ้านตอนเย็น”
“อ่อ” ไม่ใช่เื่เมื่อเช้า เธอยังแอบนึกว่าเขาจะมีสักเสี้ยวหนึ่งที่หึงเธอบ้าง ดูท่าแล้วเธอจะคิดผิด
“แล้วคุณแม่ท่านก็...เอ่อ...”
“อะไรหรือค่ะ”
“ท่านอยากให้เราไปกินข้าวแล้วก็นอนข้างที่บ้านด้วย” ภาคินมองหน้าพู่กันดูว่าเธอจะตอบเขาว่ายังไง
“แล้วพี่ภีมตอบคุณป้าไปว่ายังไงละคะ”
“พี่ยังไม่ได้ตอบตกลง แค่บอกท่านไปว่าขอถามเธอก่อน ว่าเธอจะตกลงหรือเปล่า”
“ได้ค่ะ พี่ภีมจะไปกี่โมงคะ พู่จะได้กลับไปเก็บของรอ”
“วันนี้พี่มีเคสผ่าตัดตอนบ่ายโมงน่าจะเสร็จภายในสองชั่วโมง เสร็จแล้วพี่จะรีบกลับ”
“ได้ค่ะ”
“อืม เอ่อแล้ว.. เธอยังจะไปหาเพื่อนอีกไหม”
“ค่ะ พู่จะไปช่วยดีนเก็บของแล้วก็จะกลับค่ะ”
“อ่อ งั้นเธอก็ไปเถอะ”
“ค่ะ เจอกันตอนเย็นนะคะ” ภาคินพยักหน้าให้เธอ
.....
ที่บริษัท
หลังจากออกจากโรงพยาบาลในตอนสาย พู่กันก็แวะไปหาพี่ชายที่บริษัท ก๊อก ก๊อก ก๊อก มือเล็กเคาะประตูหน้าห้องพี่ชาย เธอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นพี่ชายที่นั่งทำงานหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ เธอยิ้ม ณัฐนธีเงยหน้าจากกองเอกสารที่วางอยู่แล้วคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็ใครที่เคาะประตู
เขาวางงานจากมือแล้วลุกออกจากโต๊ะทำงานเดินไปหาน้องสาว
“ลมอะไรหอบน้องสาวพี่มาถึงนี่ได้”
“ลมหิว” เธอตอบพี่ชายแล้วยิ้ม ทั้งสองต่างก็หัวเราะให้กัน
“ไปกันพี่จะพาเธอไปทานอาหารอร่อยๆ”
“ค่ะ”
ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก
“อร่อยดีนะคะ พี่ณัฐมาทานที่นี่บ่อยไหม?”
“อืม เวลาที่งานเยอะมากๆ พี่ก็จะมาทานที่นี่แหละใกล้ดี”
“ว่าแต่เราเถอะมาหาพี่ ไม่ใช่แค่มากินข้าวกับพี่ใช่ไหม”
“อืม พู่เบื่ออยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ว่าจะมาของานพี่ทำ” ณัฐนธีขำ กับคำพูดของน้องสาว
“อืม พอดีเลยจะได้มาช่วยแบ่งเบาพี่บ้าง”
“เธอจะเริ่มงานวันไหน”
“อาทิตย์หน้าค่ะ”
“เร็วขนาดนั้นเชียว เธอไม่อยากใช้ชีวิตหลังแต่งานไปสวีทหวาน กับสามีก่อนหรอ”
“สวีทอะไรละ” พี่ภีมเขาทำงานทุกวันมีแต่เธอที่แหละที่นั่งเป็คนว่างงาน พู่กันคิดในใจ
“นี่อย่าบอกนะว่านายภีม มัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาหวานกับ เธอเลย” พู่กันไม่ได้ตอบอะไรพี่ชาย เธอนั่งทานข้าวเงียบๆ ณัฐนธีได้
แต่สงสารน้องสาวตัวเอง เขารู้ว่าน้องสาวเขามีใจให้ภาคินมาโดยตลอด
....
หลังจากแยกกับพี่ชายที่ร้านอาหาร พู่กันก็กลับมาที่ห้อง เธอกำลังเก็บของที่จำเป็ของเธอไว้รอภาคิน เมื่อเก็บเสร็จเธอก็เข้าไปอาบน้ำ
ภาคินที่เปิดประตูห้องเข้ามา ไม่เห็นเธอที่ห้องรับแขก เขาจึงเดินไปเคาะประตูห้องเธอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ทำไมเงียบจัง” เขาลองเคาะอีกรอบ ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“หรือว่าหลับ” ภาคินลองหมุนที่ลุกบิด ก็เห็นว่าประตูไม่ได้ล็อก จึงเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ประจวบกับที่พู่กันเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
“พี่ภีม” พู่กันอุทานอย่างใที่เห็นภาคินยืนอยู่ในห้อง
ภาคินมองภาพที่เห็นตรงหน้า ร่างบอบบางที่มีเพียงผ้าขนหนู ผืนเล็กสั้นเหนือเข่าขึ้นมาแทบจะ... หน้าอกอวบอิ่มที่ล้นทะลักออกมาล่อตาเขา
หยดน้ำที่เกาะพร่างพราวบนตัวเธอ ทำให้เขาถึงกลับลอบกลืนน้ำลายดัง เอื้อก!
“เอ่อ.. คือว่า... พี่เคาะประตูแล้ว พี่นึกว่าพู่หลับเลยเปิดประตู เข้ามาดู งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกนะ” ภาคินพูดเสร็จแล้วก็เดินออกไปทันที
เป็พู่กันที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“พี่ภีมรอแบบนึงนะคะ พู่จะรีบแต่งตัว” พู่กันะโตามหลัง เขาออกมา